สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน หลวงปู่สู้ใจตนเองอย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.11 KB
วันที่แก้ไข26 มิถุนายน 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน หลวงปู่สู้ใจตนเองอย่างไร _ด.ญ.แก้วบุญ ถามว่า พ่อครู ซู้ใจได้อย่างไรคะ หนูรักพ่อครูค่ะ พ่อครูว่า...รักหลวงปู่นี้ดีแล้ว ก็ฟังธรรมะ แล้วออกไปปฏิบัติตามที่บอก แล้วจะเจริญ สมณะเดินดินว่า..คำถาม ว่า สู้กับใจตนเองได้อย่างไร? พ่อครูว่า...คำถามลึกนะ แสดงว่ารู้ว่าหลวงปู่สู้ใจตนเองได้ ถามว่าสู้ใจได้อย่างไรก็ต้องปฏิบัติธรรม หลวงปู่สู้ใจตัวเองได้ อันนี้ดีมากเลย คือใจคนนี่เป็นใจที่ถูกครอบงำด้วยกิเลส ใครที่สัมมาทิฏฐิฟังธรรมะพระพุทธเจ้าแล้วจะอ่านใจตัวเองได้ว่ามีกิเลสอะไร แล้วลดกิเลสตัวเองได้นั่นแหละคือการสู้ใจตัวเอง ก็คือสู้กับกิเลสที่ทำให้ตัวเราเองเสื่อมตกต่ำไป กิเลสมันพาให้เสื่อมมันพาให้ตกต่ำ เราก็ต้องสู้กับอันนี้ สู้กับกิเลส รู้จักกิเลสแล้วมีอุบายเครื่องออกทำให้กิเลสลดลง ใจเราก็เจริญ หลวงปู่สู้ใจตนเองได้ ตามคำสอนพระพุทธเจ้าที่หลวงปู่เข้าใจตามและเห็นว่าสัมมาทิฏฐิ เพราะหลวงปู่ปฏิบัติแล้วมีสัมมาปฏิบัติซึ่งเกิดผลสัมมาปฏิเวธ สู้กับกิเลสที่มันทำร้ายใจเราได้ เพราะฉะนั้นเอากิเลสออก ใจเราก็มีเอกราชสะอาดบริสุทธิ์จากกิเลส ก็ชนะ ใจก็เจริญ หลวงปู่ก็ทำอย่างนี้ ไม่มีศาสนาไหนด้วย ที่สอนให้คนสู้ทางใจ ทำให้ใจเรามีเอกราช รู้จักกิเลสทำให้กิเลสลดได้ตามลำดับ ตั้งแต่เริ่มต้นรู้แล้วทำได้ เป็นโสดาปัตติผล ผู้ที่ทำได้มีจิตเป็นเอกราชทั่วทั้งแผ่นดิน ยิ่งกว่าสวรรคาลัย หมายความว่าผู้ที่เป็นโสดาบันสามารถอ่านโลก สามารถอ่านกิเลส ที่มันบังคับใจตนเอง ก็สู้กับกิเลสแล้วทำให้กิเลสลดได้ ก็เลยเป็นอิสระ เป็นเอกราช เพราะฉะนั้นอบายมุขในโลกอย่างการแข่งฟุตบอลโลกใหญ่มาก เป็นอบายมุขที่มีฤทธิ์ทำให้คนในโลกหลงใหลเสียเวลาแรงงานกับตรงนี้ เสียสังคมเศรษฐกิจ ไปหมด ในสังคมประเทศ แล้วเขาก็หลงส

อ่านต่อ

่งเสริมกันทั่วโลก แต่ละประเทศก็หลงซ้อนเป็นความเด่นอีก ดีไม่ดีเห็นว่าเป็นการหารายได้เข้าประเทศอีก กลายเป็นเรื่องโลกียะ ลาภยศสรรเสริญโลกียสุข เละ แต่ความเสื่อมความเสียตรงนี้มีมหาศาล เสียเวลา ทุนรอน แรงงาน ไปหมด ผู้ที่สามารถ เรียนรู้ธรรมะของพระพุทธเจ้าไปตามลำดับ จะเลิกละสิ่งที่เป็นความเสื่อมตรงนี้ได้ จะแก้ปัญหาชีวิตตัวเองแก้ปัญหาชีวิตสังคมได้ ขออภัย ต้องยืนยันชาวอโศก ก็อาตมาพาทำ ปฏิบัติธรรมะพระพุทธเจ้า อย่างเช่นสมาชิกบ้านราชฯแก้ปัญหาการเมืองเศรษฐกิจสังคมตก มีชีวิตอยู่สบายๆสบม.ทมด ปกต.หห ข้าวมีกิน ดินมีเดิน แดดมีส่อง พี่น้องมีเสร็จ เห็ดมีเก็บ ป่วยเจ็บมีคนรักษา ขี้หมามีคนช่วยกวาด ผ้าขาดมีคนช่วยชุน บุญต่างคนต่างทำ คนที่ไม่หมดบุญก็ทำบุญจนหมดบุญต่อไป ในวงการศาสนาพุทธน่าจะฉุกคิดสะดุดใจว่า โพธิรักษ์เอาอะไรมาพูด พูดใหญ่จริงๆ จริงๆแล้วธรรมะพระพุทธเจ้านี้ใหญ่ มีหลักฐาน หากปฏิบัติตามมูลสูตร 1. มีฉันทะเป็นมูล เป็นเบื้องต้น 2.แล้วก็มาเรียนรู้ให้เกิด การทำใจในใจ มีมนสิการเป็นแดนเกิด ให้รู้วิธีการทำใจในใจให้ได้แล้วทำใจในใจให้ลดกิเลสให้ได้ คือทำใจให้กิเลสลดเป็นความเจริญ โดยหลักการ ศีล สมาธิ ปัญญา จรณะ 15 วิชชา 8 โพธิปักขิยธรรม 37 ก็ตาม ก็มาทำมนสิการที่ใจ ให้เกิดเป็นมนุษย์อาริยะ ใจเป็นแดนเกิดกรรม 3. โดยมีผัสสะเป็นสมุทัย การปฏิบัติธรรมะพระพุทธเจ้าต้องมี ผัสสะเป็นสมุทัย ที่ไม่ใช่สมุทัยในอาริยสัจะ 4 ที่มีตัณหาเป็นสมุทัย แต่อันนี้เป็นสมุทัยในการปฏิบัติ หากไม่มีผัสสะเป็นเหตุในการปฏิบัติก็ไม่ได้ปฏิบัติธรรม เป็นการออกนอกรีตหมด อาตมาเจตนาแก้มิจฉาทิฐิมีหน้าที่ตรงนี้ ไม่มีสิทธิ์ให้คนเชื่อแต่มีสิทธิ์พูดความจริง 4. เกิดเวทนา หากไม่มีผัสสะก็ไม่มีเวทนา หากไม่มีเวทนาก็ไม่มีกรรมฐานที่ตั้งในการปฏิบัติ แล้วเวทนานี่แหละคือกรรมฐานหลักตัวแท้ของพระพุทธเจ้า จะบรรลุธรรมหรือไม่ก็อยู่ที่เวทนา หากไม่มีตามที่ว่านี้นอกรีตหมด นี่คือมูลสูตร คือมูลฐานของศาสนาพุทธ 5. สมาธิเป็นประมุข สั่งสมจิตที่ลดกิเลสได้ตามข้อต่างๆข้างต้น หากไปนั่งหลับตาทำสมาธิเป็นสมาธินอกรีต แล้วไปหลงว่า ผู้ที่ทำแบบนี้เป็นอรหันต์ แท้จริงแล้วเป็นอรหันต์เก๊ น่าสงสาร ที่ปฏิบัติกันในวงการศาสนาไม่ว่าจะเป็นนักบวชหรือฆราวาส ที่เขายกย่องบูชากันในวงการ ถ้ายังฟังอาตมาไม่เข้าใจ ไม่สะดุ้งสะเทือนว่านี่สอนปฏิบัติมาตลอดไม่ได้ปฏิบัติตามพระอนุสาสนี คุณฟังธรรมะไม่เข้าใจ อย่างน้อยเพ่งโทษอาตมาว่าไม่มีปัญญารู้สัจธรรม แต่หาก ตั้งใจฟังด้วยดีย่อมเกิดปัญญา สุสูสังละภะเตปัญญัง จะสู้ใจได้ต้องมีสัมมาทิฏฐิตามพระพุทธเจ้าและปฏิบัติธรรมมีมรรคผล 610618_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาการทำใจในใจให้ถึงแดนเกิด

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน