สัมมาสมาธิกับสมาธิสัมโพชฌงค์เหมือนหรือต่างกันอย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.54 KB
วันที่แก้ไข26 มกราคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

สัมมาสมาธิกับสมาธิสัมโพชฌงค์เหมือนหรือต่างกันอย่างไร _หนึ่งนาใจ : สัมมาสมาธิในอริยมรรคองค์ 8 ต่างหรือเหมือนอย่างไรกับ องค์ 6 สมาธิสัมโพชฌงค์ (คหบดีแก้ว)ครับ พ่อครูว่า...สัมมาสมาธิในมรรคมีองค์ 8 เป็นลักษณะที่แจ้งให้ทราบว่าเมื่อปฏิบัติมรรคทั้ง 7 องค์ ก็จะเกิดผลเป็นสัมมาสมาธิ ฟังอีกที สัมมาสมาธินั้นเกิดจากการปฏิบัติมรรค 7 องค์เป็นเหตุ แล้วจึงเกิดผลเป็นสัมมาสมาธิ องค์ที่ 8 เพราะฉะนั้นสัมมาสมาธิในอริยมรรคมีองค์ 8 จึงเป็นสมาธิที่สมบูรณ์แบบ ที่สมบูรณ์แบบก็เป็นสมาธิที่เป็นอุเบกขา มันจะเนื่องกับโพชฌงค์ ก็จะเป็นอุเบกขาสุดท้าย อุเบกขานั้นแปลว่า จิตเป็นกลาง หรือชัดๆคือ จิตบริสุทธิ์ อุเบกขาคือความบริสุทธิ์ ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา คือองค์ 5 ของอุเบกขา ที่พวกเราได้ฟังอาตมานำมาจากพระไตรปิฎก ในวิภังคสูตร ทีนี้ สมาธิในสัมโพชฌงค์นั้น เป็นการระบุว่าของพระพุทธเจ้านี้ ในโพชฌงค์ 7 โพชฌงค์ก็คือ โพธิ แปลว่าความตรัสรู้ ที่รู้จากความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าเฉพาะพระองค์เลย ไม่มีใครเหมือนหรอก สติก็ไม่เหมือน ธัมวิจัยก็ไม่เหมือน วิริยะก็ไม่เหมือน ปีติก็ไม่เหมือน ปัสสัทธิก็ไม่เหมือน สมาธิก็ไม่เหมือน สมาธิสัมโพชฌงค์ของพระพุทธเจ้าไม่เหมือนกับสมาธิของลัทธิอื่นๆใดๆในโลกทั้งหมด นี่คือประเด็นสำคัญ สมาธิของพระพุทธเจ้านั้น เรียกโดยพยัญชนะของพระพุทธเจ้าว่า สมาหิโต เป็นสมาธิที่รู้จัก รู้แจ้ง รู้จริงถึง กายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม ธรรมในธรรมคือธรรมะที่เป็นโลกุตระธรรมกับโลกียธรรม สมาธิของพระพุทธเจ้าจึงเป็นโลกุตรธรรม เป็นสมาธิที่มีเจโตปริยญาณ 16 เจโตปริยญาณ 16 ตัวสมาธิก็อยู่ที่คู่เกือบจะสุดท้ายเรียกว่า สมาหิตะ กับ อสมาหิตะ เพราะฉะนั้นผู้ที่ปฏิบัติธรรมแล้ว แม้จะเป็นชา

อ่านต่อ

วพุทธก็ตาม นั่งหลับตาเป็นฤาษี เป็นพระป่าไปทำสมาธิและบอกว่าตัวเองเป็นอรหันต์ บรรลุอรหันต์ บรรลุนิโรธอะไรก็ตามแต่ เพ้อเจ้อทั้งนั้น ถ้าไม่สามารถที่จะแยกแยะ แยกแยะ มโนปวิจาร เรียกว่าพฤติของจิต อาการเคลื่อนไหวของจิต ที่มันเป็นเคหะสิตะ 18 แล้ว ศาสนาพระพุทธเจ้าสอนให้ทำเป็นเนกขัมมะอีก 18 ได้ มันเป็นคู่กันระหว่างเคหะสิตะ กับ เนกขัมมะ ของโลกีย์เป็นเคหะสิตะ ของพระพุทธเจ้าก็มาเรียนรู้ความจริงรู้ไปถึงสภาพความจริงของจิตเจตสิกรูปนิพพาน หรือเรียนรู้ถึงเจตสิกต่างๆละเอียด โดยเฉพาะละเอียดจะเข้าไปสำคัญตรงเวทนา แยกเป็นเวทนา 108 แล้วก็ทำเนกขัมมะ จนกระทั่งเป็นสมาธิสัมโพชฌงค์ และในสมาธิสัมโพชฌงค์ก็คือเป็นจิตที่ตั้งมั่นแล้ว สรุปสุดท้ายก็บอกว่าเป็นอุเบกขา ตั้งมั่นเพราะจิตเป็นอุเบกขา เป็นอุเบกขาแล้วถึงตั้งมั่น จะเป็นสมาธิสัมโพชฌงค์และอุเบกขาสัมโพชฌงค์ ทำให้จิตหมดกิเลสบริสุทธิ์สะอาด แล้วก็สั่งสมลงเป็น อเนญชา ตกผลึกลงไป แล้วก็ตั้งมั่น ซึ่งไม่ใช่ไปนั่งสมาธิหลับตาแล้วก็สะกดจิตให้จิตมันตั้งมั่น แบบนั้นมันผิวเผินมาก ไม่ได้เป็นจริงเป็นจังอะไรหรอก กดข่มไว้ได้นานก็นาน นานเป็นชาติๆเลยนะ ก็ติดนิสัย ติดวิสัย เป็นวิสัยของเดียรถีย์เป็นชาติๆเลย อาตมาก็พยายามจะปลุกพวกที่ไปหลงนั่งหลับตาสมาธิ ย้ำแล้วย้ำอีกเพราะสงสารเขาว่ามันไม่ใช่ของพุทธเลย อย่าไปงมงาย เลิกได้แล้ว อย่าไปหลงผิดคิดว่าเป็นพระอรหันต์กัน ติดหลงใหลตามกันมาตั้ง 2,500 กว่าปีแล้วเสื่อมหนัก ถ้าจะมาก็มาปลุกขึ้น แต่เขาไม่เชื่อแต่มา ผู้ที่เชื่อแล้วชักตื่นขึ้นมาบ้างก็ดี เพราะอาตมาอธิบายไม่ได้อธิบายนอกรีต ทางโน้นอธิบายไม่ได้อย่างอาตมาหรอก ทางนั่งหลับตา แม้แต่จะเรียนพยัญชนะอันนี้เก่งๆพระอภิธรรม ขออภัยไม่ได้ไปทักทายอะไร เขาก็อธิบายไม่ได้อย่างอาตมา เพราะเขาจะอธิบายตามพยัญชนะ ถ้าใครไปซักถามพยัญชนะเก่งๆให้เป๋นะ เข้าป่าเลย แต่ถ้าอาตมา ถ้ามาซักคำพยัญชนะ อาตมาไม่เข้าป่า เพราะมีสภาวะแล้ว ก็จะดึงให้เข้าป่า คุณพาอาตมาออกป่าทำไม อาตมาก็จะดึงเขากลับเท่านั้นแหละ ก็ไม่ใช่เรื่องอวดดี แต่เป็นเรื่องที่จริงใจ เป็นเรื่องที่พูดทุกอย่างเปิดเผยตัวเองว่าอาตมาขึ้นมากอบกู้ศาสนาพุทธมาเอาโลกุตรธรรมคืนมา ตามที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่านี่คือความเสื่อม โลกุตระจะหายไปแล้วก็จะมี สยังอภิญญา ขึ้นมากอบกู้ สยังอภิญญา คือผู้รู้จักสัมมาทิฏฐิ 10 รู้จักว่าทานมีผล ยัญพิธีมีผล สังเวยบวงสรวงมีผล กรรมมีผล โลกนี้มีโลกหน้ามี พ่อมีแม่มี สัตว์โอปปาติกะมี และ สยังอภิญญา ก็ต้องมี แล้วใครล่ะ ออกมายืนยันว่าตัวเองเป็น สยังอภิญญา ก็ นายรัก รักพงษ์ไง ออกมาบวชแล้วก็ยืนยันว่าตัวเองเป็น สยังอภิญญา พูดเหมือนเล่นๆแต่ที่จริงพูดจริง ไม่ได้พูดเล่น อาตมามาทำหน้าที่นี้จริงๆ ก็ยืนยันไปหมดแล้ว แล้วไม่ใช่ยืนยันธรรมดา อธิบายสาธยายขยายความนัยยะสำคัญของสภาวะต่างๆ คนที่มีปฏิภาณไหวพริบฟังก็จะรู้ อันนี้ถึงอย่างไรก็ฟังแล้วมีคำอธิบาย มันก็น่าทึ่งว่า อธิบายได้อย่างไร เป็นเหตุเป็นปัจจัยกันและกัน ต่อเนื่องกันและกัน ไม่ได้อธิบายแล้วก็ขาดๆวิ่นๆ แล้วไปยังไงมายังไงต่อ ไม่ใช่ จะรู้ตัวเหตุตัวผล ตัวเหตุปัจจัยไปเรื่อยๆตลอด เป็นเช่นนั้น เอ้า ติดตามฟังไปดีๆอาตมาทำงานมา 50 กว่าปีแล้ว คนไหนยังไม่ตื่น ยังไม่รู้ ยังไม่เชื่อเลยก็สุดวิสัยที่จะช่วยเขา อาตมาก็ช่วยกันแล้ว ช่วยไม่ได้ก็ต้องปล่อยไป แล้วทำไมก็บอกว่าคุณน่ะรู้ตัวเถอะ ออกนอกรีตนอกทางเป็นเดียรถีย์ แล้วจะมีน้ำหน้ามาช่วยเขา คุณเข้าใจไหม ถ้ามีก็ต้องเข้าใจเขา 650126_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาถลกหนังพญานาคจอมหลับตา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน