ปัญญาข้อที่ 3 ความสงบกายสงบจิตในปัญญา 8 ประการ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.18 KB
วันที่แก้ไข26 มกราคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

ปัญญาข้อที่ 3 ความสงบกายสงบจิตในปัญญา 8 ประการ _ตุ๊ก อัศวิน : ขอโอกาสเจ้าค่ะ "บริบูรณ์" มีความหมายต่างจาก "สมบูรณ์ "มีความเข้าใจ ดังนี้ได้ไหมเจ้าคะ บริบูรณ์ = สองมิติ คือ กว้าง/ยาว สมบูรณ์ = สามมิติ คือ กว้าง/ยาว/สูง สมบูรณ์ จึงมีความหมาย ที่ลุ่มลึกกว่า บริบูรณ์ ดังนี้..ถูกไหม. เจ้าคะ น้อมกราบ._/\_.เจ้าค่ะ พ่อครูว่า...ได้ จะเข้าใจอย่างนั้นก็ได้ คำว่า ปริ กับ คำว่า สมะ สมะ แปลว่าขาว แปลว่าสงบ ปริ แปลว่า รอบ ก็มีนัยยะลึกซึ้งของสภาวะ ถ้าคุณทำสภาวะได้ มันก็ละเอียดมันก็จะรู้ว่า อ๋อ!..บริบูรณ์เป็นอย่างนี้ ขาวรอบ ขาว สมะ สงบสนิท เป็นอย่างนี้ คำว่า สงบ คำนี้นี่ เป็นภาษาไทย สงบ ภาษาบาลีมีเยอะหลายคำ คำว่า สงบ ก็มาอธิบายคำว่าสงบที่เป็นโลกุตระกับโลกียะเท่านั้นให้ฟังนิดหน่อย สงบ โลกียะ ตื้นที่สุดก็คือ หยุดการเคลื่อนไหว ภายนอก กายวิญญัติสงบ ก็แสดงว่าภายนอก แขนขาเนื้อตัว หูตาจมูกลิ้นไม่ขยับอะไร นิ่งไปดื้อๆทื่อๆ ถือว่าสงบ คู่นี้ได้ตายลงไปแล้วอย่างสงบ ตายสนิทแม้แต่ลมหายใจก็ไม่ออก นี่คือสงบภายนอก ก็เข้าใจได้ไม่ยากอะไร แต่คำว่าสงบภายใน หรือคำว่าสงบที่พระพุทธเจ้าหมาย เช่น ปัญญา ข้อที่ 3 ในปัญญาข้อที่ 3 บอกว่า เอ้า!..อ่านซิ “ข้อที่ 3 เธอฟังธรรมนั้นแล้ว ย่อมยังความสงบ 2 อย่าง คือ ความสงบกายและความสงบจิต ให้ถึงพร้อม ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ 3 ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว ฯ” ประเด็นอยู่ที่ความสงบกาย สงบจิต ผู้ที่ไม่เข้าใจคำว่ากายก็จะคิดว่ากายสงบคือภายนอกไม่กระดุกกระดิกเลย ปัสสัมภยังกายสังขารัง คือ การทำความสงบให้แก่กาย กายสังขาร เป็นการปรุงแต่งสังขารทางกายแล้วทำความสงบ ในอานาปานสติ ก็มี ซึ่งมันไม่ได้หมายความว่

อ่านต่อ

าไม่กระดุกกระดิกร่างกาย โลกียเขาเข้าใจแค่ว่าไม่กระดุกกระดิกร่างกายภายนอกไม่เคลื่อนไหว ซึ่งอันนั้นไม่จริง เพราะความสงบของพระพุทธเจ้านั้น มันจะค้านแย้งกัน กายปาคุญญตา ที่แปลว่า ความคล่องแห่งกาย โอ้โห!.. กายยิ่งแคล่วคล่องว่องไวเลยเพราะจิตสงบ สิ่งที่เกี่ยวข้องกับภายนอกชอบใจชื่นใจกับวัตถุภายนอก หรือไม่ชอบใจไม่ชื่นใจกับวัตถุภายนอกก็รู้กิเลสอันนี้แล้วก็ทำให้กิเลสตัวนี้หาย เพราะฉะนั้นภายนอกจะสัมผัสอะไรจะชื่นชอบก็ไม่มี จะชิงชังก็ไม่มีสงบ นี่คือโลกุตระ เสร็จแล้วจึงไปทำ รูปราคะอรูปราคะ เป็นจิตปาคุญญตา มีความคล่องแคล่วในจิตนั้น ให้จิตนั้นกิเลสลดลงไปเรียกว่า ปัสสัมภยังจิตตสังขารัง ทำความสงบให้แก่จิตสังขารอีกที เพราะฉะนั้นธรรมกิเลสในจิตสังขารที่เหลือรูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวิชชาได้อีก หมดทั้งรูป ทั้งอรูป คุณก็เป็นอรหันต์ที่สงบหมด ทั้งภายนอกภายในอย่างบริบูรณ์ เพราะฉะนั้นถ้าไม่รู้อย่างนี้คุณก็ไปงมโข่ง กายสังขาร ทำกายภายนอกให้สงบได้นึกว่าเสร็จ คุณก็นั่งสงบหลับตาทำให้จิตมันหยุด อย่าง หยาบ กลาง ละเอียด อย่างที่คุณจะประมาณเอง ว่ามัน หยาบ กลาง ละเอียด คือมันหยุดนิ่งจนคนไม่รู้เรื่องเป็นอสัญญีสัตว์ได้คุณก็นึกว่าสงบจิต เป็นอสัญญีสัตว์ ไม่กำหนดรู้อะไรเลย มะลื่อทื่ออยู่อย่างนั้น ซึ่งน่าสงสารแล้วก็เต็มอยู่ในเมืองไทยอย่างที่อาตมาพูดนี่แหละ ทุกวันนี้ก็ยังปฏิบัติได้อยู่แค่นี้ ไม่ได้ก็คือปฏิบัติให้ได้อย่างที่อาตมาพูดนี่แหละ เป็น เดียรถีย์ ซึ่งไม่ได้เป็นของโลกุตระธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้เลย พูดไปแล้วก็เหมือนกับข่มไปว่าเขา ว่ามันผิด เราก็ว่าผิด มันไม่ถูกต้องก็ว่าไม่ถูกต้อง นิคฺคเณฺห นิคฺคหารหํ ปคฺคเณฺห ปคฺคหารหํ ควรข่มคนที่ควรข่ม ยกย่องคนที่ควรยกย่อง ก็หาว่าไปข่มไปดูถูกดูแคลน ก็มันดูถูกจริงๆว่ายังไงก็ไม่ผิด ก็ต้องพูดสิ่งที่ไม่ผิดไป ก็ต้องพูดถูกสิ พูดสิ่งที่ผิดเป็นสิ่งที่ผิดจริงๆ มันก็ต้องถูกสิ อาตมารู้จักความผิดที่ผิดจริง เมื่ออาตมาพูดไปว่ามันผิดจริง มันก็ต้องถูกสิ แต่มันพูดไปผิดๆเพี้ยนๆ อย่างเช่นอาตมา อาตมาว่าถูก เขาก็เข้าใจผิด อาตมาเข้าใจความถูกเป็นความผิด แล้วเขาก็นึกว่าเขาถูก คนนั้นก็อยู่ในวัฏสงสารต่อไป ก็เป็นผู้ที่น่าสงสารต่อไป นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ สมณะฟ้าไท... พ่อครูสอนเราให้ฝึกเป็นลิงชั้นดี ทำงานคล่องแคล่ว ไปซ้ายไปขวาไปหน้าไปหลังได้ยังไม่มีติดขัด ของเขาทำให้ยากอืดอาด พ่อครูว่า... ของเขาไม่ทันโลกหรอก โลกเดี๋ยวนี้มันไวยิ่งกว่าอะไร 650126_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาถลกหนังพญานาคจอมหลับตา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน