พระอรหันต์อยู่กับปฏิจจสมุปบาทอย่างไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
พระอรหันต์อยู่กับปฏิจจสมุปบาทอย่างไร _ดินเพ็ญไพร ขอโอกาสถามค่ะ 1. พระพุทธเจ้า พ่อครู พระอรหันต์ หลุดพ้นจากวงจรปฏิจจสมุปบาท แล้วพระพุทธเจ้าหรือพ่อครู อยู่ในโลกนี้ด้วยอะไร...หมายถึง พ่อครูสอนคนเยอะแยะ พบ ปะคนหลากหลาย มีกิจกรรมที่หลากหลาย แล้วพ่อครูทำยังไง โดยอยู่เหนือปฏิจจฯ?? พ่อครูว่า...โอ้โห ถามอันนี้ต้องอธิบายยาว แต่จะพยายามสรุปให้ไม่ยาวนัก ปฏิจจสมุปบาท ถ้าคนเข้าใจแล้วก็จะรู้ครบ ก็แปลว่า วงจรของชีวิตของผู้อวิชชา ไม่รู้จักสังขาร พอไม่รู้จักสังขารมันมีวิญญาณเป็นปัจจัย เมื่อไม่รู้วิญญาณเป็นปัจจัยก็เพราะว่าไม่รู้จักนามรูปเป็นปัจจัย ไม่รู้นามรูปเป็นปัจจัยก็ไม่รู้อายตนะเป็นปัจจัย ไม่มีอายตนะเป็นปัจจัยเพราะว่าคุณไม่ได้สัมผัสภายนอกภายใน เช่นคุณไปหลับตา คนไปหลับตานี้ไม่มีสัมผัสภายนอก เพราะฉะนั้นจึงไม่มีวงจรปฏิจจสมุปบาทอะไรไปปฏิบัติไม่มีเวทนา มีอายตนะได้เพราะมีสัมผัส มีสัมผัสจึงจะเกิดอีกมุมหนึ่ง เกิดอายตนะและเกืดเวทนา เกิดความรู้สึก จึงไปศึกษาที่เวทนา นี่คือจุดสำคัญของศาสนาพุทธ ศึกษาเวทนาในเวทนา ในโพธิปักขิยธรรม 37 ให้พิจารณากายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม ในกาย คุณก็ต้องรู้องค์ประกอบมันมี 2 สภาพ รูปกับนาม ข้างนอกกับข้างใน เดี๋ยวจะกลับมาอธิบาย กาย อีก กาย เป็นเรื่องยิ่งใหญ่ครอบจักรวาลไม่ใช่เรื่องเล่น เมื่อคุณอวิชชา คุณไม่รู้สังขารคุณก็ไม่รู้ว่าวิญญาณเป็นปัจจัยของสังขาร เพราะคุณไม่รู้จักว่าวิญญาณมีนามรูปเป็นปัจจัยที่จะให้เกิดวิญญาณ แล้วนามรูปนี้ ถ้ามันไม่เกิดปฏิกิริยาสัมผัสกัน มันก็ไม่เกิดอายตนะ เมื่อสัมผัสขึ้นมาก็มีอายตนะ เป็น 2 เกิดเป็นผัสสะ เกิดเป็นอายตนะ แต่ในความเป็น 2 ที่สัมผัสกันนี่แหละ มันเลยเกิดสังขารเกิดเวทนา คุณก็ศึกษาสังขารนี้ ซึ่งมีเวทนาอยู่ใน
อ่านต่อ
สังขาร ในเวทนามีเหตุ ตัวร้ายคือ ตัณหา อุปาทาน ตัณหาคือตัวกิเลสที่เคลื่อนที่ อุปาทานคือกิเลสที่เป็น static เป็นตัวนิ่ง เมื่อคุณรู้เหตุตัวนี้ได้ คุณไม่สามารถทำให้กิเลสตัวนี้มันดับ มันก็เหลือเป็นภพ เป็นชาติ หมุนเวียนเป็นปฏิจจสมุปบาทอยู่ตลอดกาลนาน แต่ถ้าคุณดับ สามารถทำให้กิเลสหมดลงไปได้ ภพหมดชาติดับ คุณก็เต็มไปด้วย วิชชา รู้เท่าทันสังขาร รู้เท่าทันเวทนา ดับตัวโง่ อวิชชา ก็เลยรู้ว่าเพราะสังขารมันก็ปรุงแต่งกันมาตามเหตุปัจจัย ไม่โง่แล้ว ไม่อวิชชาแล้ว ก็อยู่กับอภิสังขาร อภิสังขารจึงมี 3 1. ปุญญาภิสังขาร 2. อปุญญาภิสังขาร 3. อเนญชาภิสังขาร ปุญญาภิสังขารคือ ปรุงโดยให้เกิด ปุญญะ ก็คือการฆ่ากิเลส เป็นพลังงานที่จะมาฆ่ากิเลส เป็นฌาน แล้วก็เป็นบุญ ฆ่ากิเลสได้เสร็จ เป็นมือประหารเด็ดขาด ถ้าลงถึงมือบุญประหารแล้วละก็ กิเลสต้องตาย ตายไม่ฟื้นด้วย เพราะบุญนั้นฆ่าแล้วฟื้นไม่มี ถ้าถึงมือบุญแล้ว เป็นเพชฌฆาตมือสุดท้าย เหมือนแทงด้วยหอกร้อยเล่มเช้า ตายไม่สนิทหรือไม่ตายเลย กลางวันเย็น ก็ไม่ตาย นี่คือสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสเป็นจริงว่า ไอ้โจรร้าย เจ้าพนักงานเก่งขนาดไหนก็เอาไปฆ่ามันไม่ตายง่ายๆ มันครองโลกนะ เหมือนทุกวันนี้ อาตมาพูดไปเถอะ เขาจะหลับตา อาตมาตายไปแล้วอีกร้อยปี พันปี พวกนี้ก็ยังหลับตา เป็นพญานาค เดี๋ยวจะอธิบายกายกับพญานาคอีก พวกหลับไม่รู้คู้ไม่เห็น แหม มันกระแทกใจลึกดีจริงๆเลย อาตมาเห็นแล้วน่าสังเวชใจ ทำไมถึงโง่ดักดาน มืดบอด ไม่กระเตื้องอะไรเลย บอกยังไงก็ทำเป็นหัวเราะเยาะเมินไม่มอง แล้วก็ไปเคารพบูชาคนที่มืดด้วยกันไป คนตาบอดจูงคนตาบอดไปดูหนังใบ้ เสร็จแล้วก็สนุกสนาน โอ้โห..หนังสนุกจังเลย คนตาบอดจูงคนตาบอดไปดูหนังใบ้ คุณนึกถึงไหม หนังเขามีภาพ มีแสง มีสี แต่มันไม่มีภาพมีแสงมีสีให้คนตาบอดเห็น ไม่ใช่ไม่มี มันมีแต่คนตาบอดไม่เห็นมันก็อัดเสียง แล้วมันดันเป็นหนังใบ้อีก คนตาบอดจูงคนตาบอดไปดูหนังใบ้ สมพอกันมันพอกั,น ถามว่าพ่อครูอยู่กับอะไร... อยู่กับความจริงตามความเป็นจริง สมมุติก็รู้ว่าสมมุติ ปรมัตถ์ก็รู้ว่าเป็นปรมัตถ์ สิ่งที่มีก็รู้ว่าเป็นสิ่งที่มี สิ่งที่ไม่มีก็รู้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่มี เป็น อนุปคัมมะ เป็นบุคคลที่เข้าใจแล้วก็อยู่กลาง เป็นบุคคลบรรลุความเป็นกลางอย่างสำเร็จ สู่แดนธรรม... คำถามนี้น่าจะมาจาก ความเข้าใจว่า พระอรหันต์จะต้องไม่เกี่ยวกับปฏิจจสมุปบาทอีกเลย แต่จริงๆแล้วพ่อครูอธิบายว่า พระอรหันต์ก็อยู่กับปฏิจจสมุปบาทนี่แหละ พ่อครูว่า... มันมีคนที่เขามีก็ต้องใช้อาศัยพวกนี้ พระไตรปิฎกเล่ม 16 ข้อ 43 ว่าต้องอาศัยความมีกับไม่มีนี่แหละ เป็นเครื่องอาศัยในการศึกษา จนกระทั่งจบโลกสมุทัยกับโลกนิโรธ นี่ก็พูดสรุปๆ ศึกษาดีๆแล้วก็จะเข้าใจ 650126_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาถลกหนังพญานาคจอมหลับตา