Volunteer02.pdf

โฟลเดอร์58 ใจเพชร กล้าจน จิตอาสาเพื่อมวลมนุษย์ชาติ
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์1.16 MB
วันที่แก้ไข27 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพือมวลมนุษยชาติ เอกสารและงานวิจัยทีเกียวข้อง ใจเพชร กล้าจน บทความของหนังสือนี%เป็นส่วนหนึงของดุษฎีนิพนธ์เรือง “จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพือมวลมนุษยชาติ” ตามหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค (สาธารณสุขชุมชน) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ พ.ศ. 2558 This article is a part of the research entitled ?Buddhist Medicinal Volunteer for Humankind?. 180159. 2 คํานํา ผู้เขียนได้จัดทําหนังสือ “จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพือมวลมนุษยชาติ : เอกสารและงานวิจัยทีเกียวข้อง” ด้วยเห็นว่า สุขภาพทีดีเป็นสิงทีมีค่ายิงต่อทุกชีวิต เพราะจะทําให้ผู้นั*นสามารถดําเนินกิจกรรมการงานทีดีงามต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและผาสุก แต่ถ้าสุขภาพไม่ดีมีความเจ็บป่วย จะทําให้ผู้นั*นดําเนินกิจกรรมการงานทีดีงามต่าง ๆ ได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพและเป็นทุกข์ แม้ไม่ได้ไปทําอะไรก็ยังเป็นทุกข์ ภัยพิบัติต่าง ๆ นอกจากความเจ็บป่วยนั*น ส่วนใหญ่สามารถพรากห่างออกไปจากจุดทีเกิดภัยพิบัติได้ แต่ภัยจากความเจ็บป่วยนั*น ไม่ว่าจะไปอยู่ทีไหน ก็ต้องพกพาความเจ็บป่วยไปด้วย ตราบเท่าทียังไม่สามารถกําจัดความเจ็บป่วยนั*นออกจากชีวิตได้ ดังนั*น การเรียนรู้เพือสร้างสุขภาพทีดี จึงเป็นสิงจําเป็นสําคัญในการดํารงชีวิตอย่างมีคุณค่าและผาสุก และผู้เขียนได้พบความจริงว่าหากเราปฏิบัติได้ถูกตรงตามคําตรัสของพระพุทธเจ้าได้จริงอย่างสัมมา เราจะมีแต่ความผาสุกและความเจริญ และสามารถยังประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติให้ผาสุกอย่างยังยืน ผู้เขียนหวังว่า บทความของหนังสือเล่มนี* จะเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านบ้าง เพือการดํารงชีวิตอย่างมีคุณค่าและผาสุก ซึงเป็นความเจริญในธรรมอันเป็นบุญกุศล อย่างแท้จริง และเพือยังประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติให้ผาสุกอย่างยังยืน

อ่านต่อ

เราทั*งผองพีน้องกัน หมอเขียว : ใจเพชร กล้าจน มกราคม ๒๕๕๙ This article is a part of the research entitled ?Buddhist Medicinal Volunteer for Humankind?. 180159. 3 สารบัญ หน้า แนวคิดพุทธรรมะ……………………………………………………………………….. 5 แนวคิดทางศาสนากับสุขภาพ………………………………………………………...…. 76 แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง………………………………………………..……….……… 79 วิทยาศาสตร์สุขภาพแผนปัจจุบัน………………………………………………………... 81 การแพทย์แผนไทยและแผนพื*นบ้าน…………………………………………….………. 92 การแพทย์ทางเลือก……………………………………………………………….……… 94 แนวคิดบุญนิยม………………………………………………………….……….…….... 104 แนวคิดทฤษฎีเกียวกับสสารกับพลังงาน และปัจจัยทีเกียวข้อง…………..…………...…. 108 ทฤษฎีสุขภาวะแบบขั*วตรงกันข้าม……………………………………….………....…… 112 แนวคิดจิตาสา………………………………………………………………..…...….…... 117 แนวคิดความสัมพันธ์กันเป็นองค์รวม……………………………………….…..…….… 123 กรอบแนวคิดในกาวิจัย……………………………………………………………….…. 131 บรรณานุกรม……………………………………………………………….…………… 133 This article is a part of the research entitled ?Buddhist Medicinal Volunteer for Humankind?. 180159. 4 This article is a part of the research entitled ?Buddhist Medicinal Volunteer for Humankind?. 180159. 5 จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพือมวลมนุษยชาติ เอกสารและงานวิจัยทีเกียวข้อง งานวิจัยเรือง “จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพือมวลมนุษยชาติ” นี* มีแนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยทีเกียวข้อง ได้แก่ แนวคิดทฤษฎีเกียวกับการสร้างสุขภาวะตามหลักพุทธศาสนา การสร้างสุขภาวะตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง หลักการพัฒนาสุขภาวะตามหลักวิทยาศาสตร์สุขภาพแผนปัจจุบัน การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก และการแพทย์พื*นบ้าน แนวคิดสุขภาพบุญนิยม แนวคิดทฤษฎีเกียวกับสสารกับพลังงาน ทฤษฎีสุขภาวะแบบขั*วตรงกันข้าม และแนวคิดความสัมพันธ์กันเป็นองค์รวม ดังมีรายละเอียด ดังต่อไปนี* แนวคิดพุทธธรรมะ พุทธธรรมะ เป็นธรรมทีพระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ คือ ไตรสิกขา โพธิปักขิยธรรม 37 เป็นต้น ปัจจัยทีเกียวกับการมีโรคมาก โรคน้อย อายุสั%น และอายุยืน ใน องฺ.ทสก.24/60 พระพุทธเจ้าตรัสถึงการสร้างสุขภาวะดังนี* “สมัยหนึงพระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวันอารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีใกล้พระนครสาวัตถี ก็สมัยนั*นแล ท่านพระคิริมานนท์อาพาธได้รับทุกข์เป็นไข้หนักครั*งนั*นแล ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงทีประทับถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้วนัง ณ ทีควรส่วนข้างหนึงครั*นแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ท่านพระคิริมานนท์อาพาธได้รับทุกข์เป็นไข้หนัก ขอประทานพระวโรกาส ขอพระผู้มีพระภาค ได้โปรดอนุเคราะห์เสด็จเยียมท่านพระคิริมานนท์ยังทีอยู่เถิด พระเจ้าข้าฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ถ้าเธอพึงเข้าไปหาแล้วกล่าวสัญญา 10 ประการ แก่คิริมานันทภิกษุไซร้ ข้อทีอาพาธของคิริมานันทภิกษุจะพึงสงบระงับโดยพลันเพราะได้ฟังสัญญา 10 ประการนั*นเป็นฐานะทีจะมีได้สัญญา 10 ประการเป็นไฉนคืออนิจจสัญญา 1 อนัตตสัญญา 1อสุภสัญญา 1 อาทีนวสัญญา 1 ปหานสัญญา 1 วิราคสัญญา 1 นิโรธสัญญา 1 สัพพโลเกอนภิรตสัญญา 1 สัพพสังขาเรสุอนิจจสัญญา 1 อนาปานัสสติ 1ฯ ดูกรอานนท์ ก็อนิจจสัญญาเป็นไฉน ดูกรอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี*อยู่ในป่าก็ดี อยู่ทีโคนไม้ก็ดี อยู่ในเรือนว่างเปล่าก็ดี ย่อมพิจารณาเห็นดังนี*ว่า รูปไม่เทียง เวทนาไม่เทียง สัญญาไม่เทียง สังขารทั*งหลายไม่เทียง วิญญาณไม่เทียง ย่อมพิจารณาเห็นโดยความเป็นของไม่เทียงในอุปาทานขันธ์ 5 เหล่านี*ด้วยประการอย่างนี* ดูกรอานนท์ นี*เรียกว่า อนิจจสัญญาฯ This article is a part of the research entitled ?Buddhist Medicinal Volunteer for Humankind?. 180159. 6 ดูกรอานนท์ ก็อนัตตสัญญาเป็นไฉน ดูกรอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี*อยู่ในป่าก็ดี อยู่ทีโคนไม้ก็ดี อยู่ในเรือนว่างเปล่าก็ดี ย่อมพิจารณาเห็นดังนี*ว่า จักษุเป็นอนัตตา รูปเป็นอนัตตา หูเป็นอนัตตา เสียงเป็นอนัตตา จมูกเป็นอนัตตา กลินเป็นอนัตตา ลิ*นเป็นอนัตตา รสเป็นอนัตตา กายเป็นอนัตตา โผฏฐัพพะเป็นอนัตตา ใจเป็นอนัตตา ธรรมารมณ์เป็นอนัตตา ย่อมพิจารณาเห็นโดยความเป็นอนัตตาในอายตนะทั*งหลายทั*งภายในและภายนอก 6 ประการเหล่านี* ด้วยประการอย่างนี* ดูกรอานนท์ นี*เรียกว่า อนัตตสัญญาฯ ดูกรอานนท์ ก็อสุภสัญญาเป็นไฉน ดูกรอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี* ย่อมพิจารณาเห็นกายนี*นันแล เบื*องบนแต่พื*นเท้าขึ*นไป เบื*องตําแต่ปลายผมลงมา มีหนังหุ้มอยู่โดยรอบเต็มด้วยของไม่สะอาดมีประการต่าง ๆ ว่า ในกายนี*มีผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื*อ เอ็น กระดูก เยือในกระดูก ม้าม เนื*อ หัวใจ ตับ พังผืด ไต ปอด ไส้ใหญ่ไส้ น้อยอาหารใหม่ อาหารเก่า ดี เสลด หนอง เลือด เหงือ มันข้น นํ*าตา เปลวมัน นํ*าลาย นํ*ามูก ไขข้อ มูตร ย่อมพิจารณาเห็นโดยความเป็นของไม่งามในกายนี*ด้วยประการดังนี* ดูกรอานนท์ นี*เรียกว่า อสุภสัญญาฯ ดูกรอานนท์ ก็อาทีนวสัญญาเป็นไฉน ดูกรอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี*อยู่ในป่าก็ดี อยู่ทีโคนไม้ก็ดี อยู่ในเรือนว่างเปล่าก็ดี ย่อมพิจารณาเห็นดังนี*ว่า กายนี*มีทุกข์มากมีโทษมาก เพราะฉะนั*นอาพาธต่าง ๆ จึงเกิดขึ*นในกายนี*คือ โรคตา โรคหู โรคจมูก โรคลิ*น โรคกาย โรคศีรษะ โรคทีใบหู โรคปาก โรคฟัน โรคไอ โรคหืด โรคไข้หวัด โรคไข้พิษ โรคไข้เซืองซึม โรคในท้อง โรคลมสลบ โรคบิด โรคจุกเสียด โรคลงราก โรคเรื*อน โรคฝี โรคกลาก โรคมองคร่อ โรคลมบ้าหมู โรคหิดเปือย โรคหิดด้าน โรคคุดทะราดหูด โรคละอองบวม โรคอาเจียนโลหิต โรคดีเดือด โรคเบาหวาน โรคเริมโรคพุพอง โรคริดสีดวง อาพาธมีดีเป็นสมุฏฐาน อาพาธมีเสมหะเป็นสมุฏฐาน อาพาธมีลมเป็นสมุฏฐาน อาพาธมีไข้สันนิบาต อาพาธอันเกิดแต่ฤดูแปรปรวน อาพาธอันเกิดแต่การบริหารไม่สมําเสมอ อาพาธอันเกิดแต่ความเพียรเกินกําลัง อาพาธอันเกิดแต่วิบากของกรรม ความหนาว ความร้อน ความหิวความกระหาย ปวดอุจจาระปวดปัสสาวะ ย่อมพิจารณาเห็นโดยความเป็นโทษในกายนี*ด้วยประการดังนี* ดูกรอานนท์ นี*เรียกว่า อาทีนวสัญญาฯ ดูกรอานนท์ ก็ปหานสัญญาเป็นไฉน ดูกรอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี* ย่อมไม่ยินดี ย่อมละ ย่อมบรรเทา ย่อมทําให้หมดสิ*นไป ย่อมทําให้ถึงความไม่มี ซึงกามวิตกอันเกิดขึ*นแล้ว ย่อมไม่ยินดี ย่อมละย่อมบรรเทา ย่อมทําให้หมดสิ*นไป ย่อมทําให้ถึงความไม่มี ซึงพยาบาทวิตกอันเกิดขึ*นแล้ว ย่อมไม่ยินดี ย่อมละ ย่อมบรรเทา ย่อมทําให้หมดสิ*นไป ย่อมให้ถึงความไม่มี ซึงวิหิงสาวิตกอันเกิดขึ*นแล้ว ย่อมไม่ยินดี ย่อมละ ย่อมบรรเทา ย่อมทําให้หมดสิ*นไป ย่อมให้ถึงความไม่มี ซึงอกุศลธรรมทั*งหลายอันชัวช้าอันเกิดขึ*นแล้ว ดูกรอานนท์นี*เรียกว่าปหานสัญญาฯ This article is a part of the research entitled ?Buddhist Medicinal Volunteer for Humankind?. 180159. 7 ดูกรอานนท์ ก็วิราคสัญญาเป็นไฉน ดูกรอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี*อยู่ในป่าก็ดี อยู่ทีโคนไม้ก็ดี อยู่ในเรือนว่างเปล่าก็ดี ย่อมพิจารณาเห็นดังนี*ว่า ธรรมชาตินันสงบธรรมชาตินันประณีต คือธรรมเป็นทีระงับสังขารทั*งปวง ธรรมเป็นทีสละคืนอุปธิทั*งปวง ธรรมเป็นทีสิ*นไปแห่งตัณหาธรรมเป็นทีสํารอกกิเลส ธรรมชาติเป็นทีดับกิเลสและกองทุกข์ ดูกรอานนท์นี*เรียกว่าวิราคสัญญาฯ ดูกรอานนท์ นิโรธสัญญาเป็นไฉน ดูกรอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี* อยู่ในป่าก็ดี อยู่ทีโคนไม้ก็ดี อยู่ในเรือนว่างเปล่าก็ดี ย่อมพิจารณาเห็นดังนี*ว่า ธรรมชาตินันสงบธรรมชาตินันประณีต คือธรรมเป็นทีระงับสังขารทั*งปวง ธรรมเป็นทีสละคืนอุปธิทั*งปวง ธรรมเป็นทีสิ*นไปแห่งตัณหา ธรรมเป็นทีดับโดยไม่เหลือ ธรรมชาติเป็นทีดับกิเลสและกองทุกข์ ดูกรอานนท์นี*เรียกว่า นิโรธสัญญาฯ ดูกรอานนท์ สัพพโลเกอนภิรตสัญญาเป็นไฉน ดูกรอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี* ละอุบายและอุปาทานในโลกอันเป็นเหตุตั*งมันถือมันและเป็นอนุสัยแห่งจิต ย่อมงดเว้นไม่ถือมันดูกรอานนท์ นี*เรียกว่า สัพพโลเกอนภิรตสัญญาฯ ดูกรอานนท์ สัพพสังขาเรสุอนิจจสัญญาเป็นไฉน ดูกรอานนท์ภิกษุในธรรมวินัยนี* ย่อมอึดอัด ย่อมระอา ย่อมเกลียดชัง แต่สังขารทั*งปวง ดูกรอานนท์ นี*เรียกว่า สัพพสังขาเรสุอนิจจสัญญาฯ ดูกรอานนท์ อานาปานัสสติเป็นไฉน ดูกรอานนท์ภิกษุในธรรมวินัยนี*อยู่ในป่าก็ดีอยู่ทีโคนไม้ก็ดีอยู่ในเรือนว่างเปล่าก็ดี นังคู้บัลลังก์ตั*งกายให้ตรงดํารงสติไว้เฉพาะหน้าเธอ เป็นผู้มีสติหายใจออกเป็นผู้มีสติหายใจเข้า เมือหายใจออกยาวก็รู้ชัดว่าหายใจออกยาวหรือเมือหายใจเข้ายาวก็รู้ชัดว่าหายใจเข้ายาว เมือหายใจออกสั*นก็รู้ชัดว่าหายใจออกสั*นหรือเมือหายใจเข้าสั*นก็รู้ชัดว่าหายใจเข้าสั*น ย่อมศึกษาว่าจักเป็นผู้กําหนดรู้กายทั*งปวงหายใจออก ย่อมศึกษาว่าจักเป็นผู้กําหนดรู้กายทั*งปวงหายใจเข้า ย่อมศึกษาว่าจักระงับกายสังขารหายใจออก ย่อมศึกษาว่าจักระงับกายสังขารหายใจเข้า ย่อมศึกษาว่าจักกําหนดรู้ปีติหายใจออก ย่อมศึกษาว่าจักกําหนดรู้ปีติหายใจเข้าย่อมศึกษาว่าจักกําหนดรู้จิตตสังขารหายใจออก ย่อมศึกษาว่าจักกําหนดรู้จิตตสังขารหายใจเข้า ย่อมศึกษาว่าจักระงับจิตตสังขารหายใจออก ย่อมศึกษาว่าจักระงับจิตตสังขารหายใจเข้า ย่อมศึกษาว่าจักกําหนดรู้จิตหายใจออก ย่อมศึกษาว่าจักกําหนดรู้จิตหายใจเข้า ย่อมศึกษาว่าจักยังจิตให้บันเทิงหายใจเข้า ย่อมศึกษาว่าจักยังจิตให้บันเทิงหายใจออก ย่อมศึกษาว่าจักตั*งจิตให้มันหายใจเข้า ย่อมศึกษาว่าจักตั*งจิตให้มันหายใจออก ย่อมศึกษาว่าจักเปลื*องจิตหายใจเข้า ย่อมศึกษาว่าจักเปลื*องจิตหายใจออก ย่อมศึกษาว่าจักเปลื*องจิตหายใจเข้า ย่อมศึกษาว่าจักเป็นผู้พิจารณาเห็นโดยความเป็นของไม่เทียงหายใจออก ย่อมศึกษาว่าจักเป็นผู้พิจารณาเห็นโดยความเป็นของไม่เทียงหายใจเข้า ย่อมศึกษาว่าจักเป็นผู้พิจารณาเห็นโดยความคลายกําหนัดหายใจออก ย่อมศึกษาว่าจักเป็นผู้พิจารณาเห็นโดยความThis article is a part of the research entitled ?Buddhist Medicinal Volunteer for Humankind?. 180159. 8 คลายกําหนัดหายใจเข้า ย่อมศึกษาว่าจักเป็นผู้พิจารณาเห็นโดยความดับสนิทหายใจออก ย่อมศึกษาว่าจักเป็นผู้พิจารณาเห็นโดยความดับสนิทหายใจเข้า ย่อมศึกษาว่าจักเป็นผู้พิจารณาเห็นโดยความสลัดคืนหายใจออก ย่อมศึกษาว่าจักเป็นผู้พิจารณาเห็นโดยความสลัดคืนหายใจเข้า ดูกรอานนท์นี*เรียกว่า อานาปานัสสติฯ ดูกรอานนท์ ถ้าเธอพึงเข้าไปหาแล้วกล่าวสัญญา 10 ประการนี*แก่คิริมานนทภิกษุไซร้ ข้อทีอาพาธของคิริมานนทภิกษุจะพึงสงบระงับโดยพลัน เพราะได้ฟังสัญญา 10 ประการนี* เป็นฐานะทีจะมีได้ฯ ลําดับนั*นแล ท่านพระอานนท์ได้เรียนสัญญา 10 ประการนี* ในสํานักของพระผู้มีพระภาคแล้ว ได้เข้าไปหาท่านพระคิริมานนท์ยังทีอยู่ ครั*นแล้ว ได้กล่าวสัญญา 10 ประการ แก่ท่านพระคิริมานนท์ ครั*งนั*นแล อาพาธนั*นของท่านพระคิริมานนท์สงบระงับโดยพลัน เพราะได้ฟังสัญญา 10 ประการนี* ท่านพระคิริมานนท์หายจากอาพาธนั*น ก็แลอาพาธนั*นเป็นโรคอันท่านพระคิริมานนท์ละได้แล้ว ด้วยประการนั*นแลฯ” พระพุทธเจ้าตรัสข้อความสําคัญทีเกียวกับสาเหตุของการมีโรคน้อยว่า “เป็นผู้มีอาพาธน้อย มีทุกข์น้อย ประกอบด้วยเตโชธาตุ อันมีวิบากเสมอกัน ไม่เย็นนัก ไม่ร้อนนัก เป็นอย่างกลาง ๆ ควรแก่ความเพียรฯ”(ที.ปา.11/293) “สุข ทุกข์ หรืออทุกขมสุขเวทนา เกิดจาก เรืองดี (ไฟ) 1 เสมหะ (นํ*า) 1 ลม (ลม) 1 ดี เสมหะ ลม รวมกัน (ดิน) 1 ฤดู 1 รักษาตัวไม่สมําเสมอ 1 ถูกทําร้าย 1 ผลของกรรม 1 เป็นที 8ฯ” (สํ.สฬา.18/427-429) หลักปฏิบัติทีเป็นต้นเหตุให้อายุยืน 7 ประการ ในพุทธธรรมได้แก่ 1) เป็นผู้ทําความสบายแก่ตนเอง 2) รู้จักประมาณในสิงทีสบาย 3) บริโภคสิงทีย่อยง่าย 4) เทียวในกาละอันสมควร 5) ประพฤติเพียงดังพรหม (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) 6) เป็นผู้มีศีล 7) มีมิตรดีงาม สําหรับ เหตุให้อายุสั*น ก็ตรงกันข้าม (องฺ.ปXฺจก.22/125-126) พระพุทธเจ้ายังตรัสถึงประโยชน์หรือตัวชี*วัดของการมีสุขภาพทีดี 5 ข้อ ดังนี* 1) ความเจ็บป่วยน้อย 2) ความลําบากกายน้อย 3) เบากาย 4) มีกําลัง 5) เป็นอยู่ผาสุก (ม.มู.12/265) พระพุทธเจ้าได้ตรัสเรือง สาเหตุของการมีอายุสั*น อายุยืน โรคมาก โรคน้อย รวมถึงการได้รับสิงทีเลวร้ายหรือประณีตดีงามต่าง ๆ ในพระไตรปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ดังนี* สุภมาณพ โตเทยยบุตร พอนังเรียบร้อยแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี*ว่า ข้าแต่ พระโคดมผู้เจริญ อะไรหนอแล เป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้พวกมนุษย์ทีเกิดเป็นมนุษย์อยู่ ปรากฏความเลวและความประณีต คือ มนุษย์ทั*งหลายย่อมปรากฏมีอายุสั*น มีอายุยืน มีโรคมาก มีโรคน้อย มีผิวพรรณทราม มีผิวพรรณงาม มีศักดาน้อย มีศักดามาก มีโภคะน้อย มีโภคะมาก เกิดในสกุลตํา This article is a part of the research entitled ?Buddhist Medicinal Volunteer for Humankind?. 180159. 9 เกิดในสกุลสูง ไร้ปัญญา มีปัญญา ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญอะไรหนอแล เป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้พวกมนุษย์ ทีเกิดเป็นมนุษย์อยู่ ปรากฏความเลวและความประณีตฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรมาณพ สัตว์ทั*งหลายมีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกําเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นทีพึงอาศัย กรรมย่อมจําแนกสัตว์ให้เลวและประณีตได้ฯ พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสดังนี*ว่า ดูกรมาณพ บุคคลบางคนในโลกนี* จะเป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม เป็นผู้มักทําชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง เป็นคนเหี*ยมโหด มีมือเปื*อนเลือดหมกมุ่นในการประหัตประหาร ไม่เอ็นดูในเหล่าสัตว์มีชีวิต ... จะเป็นคนมีอายุสั*น ... ดูกรมาณพ ส่วนบุคคลบางคนในโลกนี* จะเป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม ละปาณาติบาตแล้ว เป็นผู้เว้นขาดจากปาณาติบาต วางอาชญา วางศาตราได้ มีความละอาย ถึงความเอ็นดู อนุเคราะห์ด้วยความเกื*อกูลในสรรพสัตว์และภูตอยู่ ... จะเป็นคนมีอายุยืน ... ดูกรมาณพ บุคคลบางคนในโลกนี* จะเป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม เป็นผู้มีปรกติเบียดเบียนสัตว์ด้วยฝ่ามือ หรือก้อนดิน หรือท่อนไม้ หรือศาสตรา ... จะเป็นคนมีโรคมาก ... ดูกรมาณพ บุคคลบางคนในโลกนี* จะเป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม เป็นผู้มีปรกติ ไม่เบียดเบียนสัตว์ด้วยฝ่ามือ หรือก้อนดิน หรือท่อนไม้ หรือศาสตรา ... จะเป็นคนมีโรคน้อย ... (ม.อุ.14/580-585) พระพุทธเจ้าได้ตรัสถึงการผิดศีลธรรมจะทําให้เกิดทุกข์ภัย มีโรคมากและอายุสั*น การปฏิบัติศีลธรรมจะทําให้เกิดความผาสุก แข็งแรงและอายุยืน ใน “จักกวัตติสูตร” ดังนี* “ดูกรภิกษุทั*งหลาย ... เมือความขัดสนถึงความแพร่หลาย อทินนาทานก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมืออทินนาทานถึงความแพร่หลาย ศัสตราก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมือศัสตราถึงความแพร่หลาย ปาณาติบาตก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมือปาณาติบาตถึงความแพร่หลาย มุสาวาทก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมือมุสาวาทถึงความแพร่หลาย แม้อายุของสัตว์เหล่านั*นก็เสือมถอย แม้วรรณะก็เสือมถอย เมือพวกเขาเสือมถอยจากอายุบ้าง เสือมถอยจากวรรณบ้าง บุตรของมนุษย์ทีมีอายุ 80,000 ปี ก็มีอายุถอยลง เหลือ 40,000 ปีดูกรภิกษุทั*งหลายในเมือมนุษย์มีอายุ 40,000 ปีบุรุษคนหนึงขโมยเอาทรัพย์ของคนอืนไป เขาช่วยกันจับบุรุษนั*นได้แล้ว จึงแสดงแก่พระราชาผู้กษัตริย์ ซึงได้มูรธาภิเษกพร้อมด้วยกราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า บุรุษผู้นี*ขโมยเอาทรัพย์ของคนอืนไป ดูกรภิกษุทั*งหลาย เมือเขาพากันกราบทูล อย่างนี*แล้ว ท้าวเธอจึงตรัสคํานี*กะบุรุษนั*นว่า พ่อบุรุษ ได้ยินว่า เธอขโมยเอาทรัพย์ของคนอืนไปจริงหรือ บุรุษนั*นได้กราบทูลคําเท็จทั*งรู้อยู่ว่า ไม่จริงเลยพระพุทธเจ้าข้าฯ” (ที.ปา.11/42) “ดูกรภิกษุทั*งหลาย ด้วยประการดังพรรณนามานี* ... ความขัดสนก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมือความขัดสนถึงความแพร่หลาย อทินนาทานก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมืออทินนาทานถึงความThis article is a part of the research entitled ?Buddhist Medicinal Volunteer for Humankind?. 180159. 10 แพร่หลาย ศัสตราก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมือศัสตราถึงความแพร่หลาย ปาณาติบาตก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมือปาณาติบาตถึงความแพร่หลาย มุสาวาทก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมือมุสาวาทถึงความแพร่หลาย แม้อายุของสัตว์เหล่านั*นก็เสือมถอย แม้วรรณะก็เสือมถอย เมือพวกเขาเสือมถอยจาก อายุบ้าง เสือมถอยจากวรรณะบ้าง บุตรของมนุษย์ทีมีอายุ 40,000 ปี ก็มีอายุ 20,000 ปีฯ ดูกรภิกษุทั*งหลาย ในเมือมนุษย์มีอายุ 20,000 ปี บุรุษคนหนึงขโมยเอาทรัพย์ของคนอืนไป บุรุษอีกคนหนึงจึงกราบทูลแก่พระราชาผู้กษัตริย์ ซึงได้มูรธาภิเษก เป็นการส่อเสียดว่า พระพุทธเจ้าข้าบุรุษชือนี*ขโมยเอาทรัพย์ของคนอืนไปฯ ” (ที.ปา.11/43) “ดูกรภิกษุทั*งหลาย ด้วยประการดังพรรณนามานี* ... ความขัดสนก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมือความขัดสนถึงความแพร่หลาย ปิสุณาวาจาก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมือปิสุณาวาจาถึงความแพร่หลาย แม้อายุของสัตว์เหล่านั*นก็เสือมถอย แม้วรรณก็เสือมถอย เมือพวกเขาเสือมถอยจาก อายุบ้าง เสือมถอยจากวรรณะบ้าง บุตรของมนุษย์ทีมีอายุ 20,000 ปี ก็มีอายุถอยลงเหลือ 10,000 ปีฯ ดูกรภิกษุทั*งหลาย ในเมือมนุษย์มีอายุ 10,000 ปี สัตว์บางพวกมีวรรณะดีสัตว์บางพวกมีวรรณะไม่ดีในสัตว์ทั*งสองพวกนั*น สัตว์พวกทีมีวรรณะไม่ดีก็เพ่งเล็งสัตว์พวกทีมีวรรณะดี ถึงความประพฤติล่วงในภรรยาของคนอืนฯ ” (ที.ปา.11/44) “ดูกรภิกษุทั*งหลาย ... ความขัดสนก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมือความขัดสนถึงความแพร่หลาย อทินนาทานก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมืออทินนาทานถึงความแพร่หลาย กาเมสุมิจฉาจารก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมือกาเมสุมิจฉาจารถึงความแพร่หลาย แม้อายุของสัตว์เหล่านั*นก็เสือมถอย แม้วรรณะก็เสือมถอย เมือพวกเขาเสือมถอยจากอายุบ้าง เสือมถอยจากวรรณะบ้าง บุตรของมนุษย์ทีมีอายุ 10,000 ปี ก็มีอายุถอยลงเหลือ 5,000 ปีฯ ดูกรภิกษุทั*งหลาย ในเมือมนุษย์มีอายุ 5,000 ปี ธรรม 2 ประการคือผรุสวาจาและสัมผัปปลาปะก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมือธรรม 2 ประการถึงความแพร่หลาย แม้อายุของสัตว์เหล่านั*นก็เสือมถอย แม้วรรณะก็เสือมถอย เมือพวกเขาเสือมถอยจาก อายุบ้าง เสือมถอยจากวรรณะบ้าง บุตรของมนุษย์ทีมีอายุ 5,000 ปี บางพวกมีอายุ 2,500 ปี บางพวกมีอายุ 2,000 ปีฯ ดูกรภิกษุทั*งหลาย ในเมือมนุษย์มีอายุ 2,500 ปี อภิชฌาและพยาบาท ก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมืออภิชฌาและพยาบาทถึงความแพร่หลาย แม้อายุของสัตว์เหล่านั*นก็เสือมถอย แม้วรรณะก็เสือมถอย เมือพวกเขาเสือมถอยจากอายุบ้าง เสือมถอยจากวรรณะบ้าง บุตรของมนุษย์ทีมีอายุ 2,500 ปี ก็มีอายุถอยลงเหลือ 1,000 ปีฯ ดูกรภิกษุทั*งหลายในเมือมนุษย์มีอายุ 1,000 ปี มิจฉาทิฐิก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมือมิจฉาทิฐิถึงความแพร่หลาย แม้อายุของสัตว์เหล่านั*นก็ เสือมถอย แม้วรรณะก็เสือมถอย เมือพวกเขาเสือมถอยจากอายุบ้าง เสือมถอยจากวรรณะบ้าง บุตรของมนุษย์ทีมีอายุ 1,000 ปี ก็มีอายุถอยลงเหลือ 500 ปีฯ ดูกรภิกษุทั*งหลาย ในเมือมนุษย์มีอายุ 500 ปี ธรรม 3 ประการคือ อธรรมราคะ วิสมโลภ มิจฉาธรรม ก็ได้ถึงแก่ความแพร่หลาย เมือธรรม This article is a part of the research entitled ?Buddhist Medicinal Volunteer for Humankind?. 180159. 11 3 ประการถึงความแพร่หลาย แม้อายุของสัตว์เหล่านั*นก็เสือมถอย แม้วรรณะก็เสือมถอย เมือพวกเขาเสือมถอยจากอายุบ้าง เสือมถอยจากวรรณะบ้าง บุตรของมนุษย์ทีมีอายุ 500 ปี บางพวกมีอายุ 250 ปี บางพวกมีอายุ 200 ปีฯ ดูกรภิกษุทั*งหลาย ในเมือมนุษย์มีอายุ 250 ปี ธรรมเหล่านี*คือ ความไม่ปฏิบัติชอบในมารดา ความไม่ปฏิบัติชอบในบิดา ความไม่ปฏิบัติชอบในสมณะ ความไม่ปฏิบัติชอบในพราหมณ์ ความไม่อ่อนน้อมต่อท่านผู้ใหญ่ในตระกูล ก็ได้ถึงความแพร่หลายฯ ... ความขัดสนก็ได้ถึงแก่ความแพร่หลาย เมือความขัดสนถึงความแพร่หลาย อทินนาทานก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมืออทินนาทานถึงความแพร่หลาย ศัสตราก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมือศัสตราถึงความแพร่หลาย ปาณาติบาตถึงความแพร่หลาย เมือปาณาติบาตถึงความแพร่หลาย มุสาวาทก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมือมุสาวาทถึงความแพร่หลาย ปิสุณาวาจาก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมือปิสุณาวาจาถึงความแพร่หลาย กาเมสุมิจฉาจารก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมือกาเมสุมิจฉาจารถึงความแพร่หลาย ธรรม 2 ประการคือ ผรุสวาจา และ สัมผัปปลาปะก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมือธรรม 2 ประการถึงความแพร่หลาย อภิชฌาและพยาบาทก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมืออภิชฌาและพยาบาทถึงความแพร่หลาย มิจฉาทิฐิก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมือมิจฉาทิฐิถึงความแพร่หลาย ธรรม 3 ประการคือ อธรรมราคะ วิสมโลภ มิจฉาธรรม ก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมือธรรม 3 ประการถึงความแพร่หลาย ธรรมเหล่านี*คือ ความไม่ปฏิบัติชอบในมารดา ความไม่ปฏิบัติชอบในบิดา ความไม่ปฏิบัติชอบในสมณะ ความไม่ปฏิบัติชอบในพราหมณ์ ความไม่อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในตระกูล ก็ได้ถึงความแพร่หลาย เมือธรรมเหล่านี*ถึงความแพร่หลาย แม้อายุของสัตว์เหล่านั*นก็เสือมถอย แม้วรรณะก็เสือมถอย เมือสัตว์เหล่านั*นเสือมถอยจากอายุบ้าง เสือมถอยจากวรรณะบ้าง บุตรของมนุษย์ทีมีอายุ 250 ปี ก็มีอายุถอยลงเหลือ 100 ปีฯ” (ที.ปา.11/45) “ดูกรภิกษุทั*งหลาย จักมีสมัยทีมนุษย์เหล่านี*มีบุตรอายุ 10 ปี ในเมือมนุษย์มีอายุ 10 ปี เด็กหญิงมีอายุ 5 ปี จักสมควรมีสามีได้ ดูกรภิกษุทั*งหลาย ในเมือมนุษย์มีอายุ 10 ปี รสเหล่านี*คือ เนยใส เนยข้น นํ*ามัน นํ*าผึ*งนํ*าอ้อย และเกลือ จักอันตรธานไปสิ*น ดูกรภิกษุทั*งหลายในเมือมนุษย์ มีอายุ 10 ปี หญ้ากับแก้จักเป็นอาหารอย่างดี ... ดูกรภิกษุทั*งหลาย ในเมือมนุษย์มีอายุ 10 ปี กุศลกรรมบถ 10 จักอันตรธานไปหมดสิ*น อกุศลกรรมบถ 10 จักรุ่งเรืองเหลือเกิน ดูกรภิกษุทั*งหลาย ในเมือมนุษย์มีอายุ 10 ปี แม้แต่ชือว่ากุศลก็จักไม่มี และคนทํากุศลจักมีแต่ไหน ... ดูกรภิกษุทั*งหลาย ในเมือมนุษย์มีอายุ 10 ปี เขาจักไม่มีจิตคิดเคารพยําเกรงว่านีแม่ นีน้า นีพ่อ นีอา นีป้า นีภรรยาของอาจารย์ หรือว่านีภรรยาของท่านทีเคารพทั*งหลาย สัตว์โลกจักถึงความสมสู่ปะปนกันหมด เปรียบเหมือน แพะ ไก่ สุนัขบ้าน สุนัขจิ*งจอก ฉะนั*น ดูกรภิกษุทั*งหลาย ในเมือมนุษย์มีอายุ 10 ปี สัตว์เหล่านั*นต่างก็จักเกิดความอาฆาต ความพยาบาทความคิดร้ายความคิดจะฆ่าอย่างแรงกล้าในกันและกัน มารดากับบุตรก็ดี บุตรกับมารดาก็ดี บิดากับบุตรก็ดี บุตรกับบิดาก็ดี พีชายกับน้องหญิงก็ดี This article is a part of the research entitled ?Buddhist Medicinal Volunteer for Humankind?. 180159. 12 น้องหญิงกับพีชายก็ดี จักเกิดความอาฆาต ความพยาบาท ความคิดร้าย ความคิดจะฆ่ากันอย่างแรงกล้า นายพรานเนื*อเห็นเนื*อเข้าเกิดความอาฆาต ความพยาบาท ความคิดร้าย ความคิดจะฆ่า อย่างแรงกล้าฉันใด ฉันนั*นเหมือนกันฯ” (ที.ปา.11/46) “ดูกรภิกษุทั*งหลาย ในเมือมนุษย์มีอายุ 10 ปี จักมีสัตถันตรกัปสิ*น 7 วัน มนุษย์เหล่านั*นจักกลับได้ความสําคัญกันเองว่าเป็นเนื*อ ศัสตราทั*งหลายอันคมจักปรากฏมีในมือของพวกเขา พวกเขาจะฆ่ากันเองด้วยศัสตราอันคมนั*นโดยสําคัญว่า นี*เนื*อ ดูกรภิกษุทั*งหลาย

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน