สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน บุญกุศลต้องหาเวลาโอกาสไปทำหรือไม่.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.67 KB
วันที่แก้ไข23 พฤศจิกายน 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน บุญกุศลต้องหาเวลาโอกาสไปทำหรือไม่ _1614 การตอบแทนบุญคุณไม่ได้อยู่ที่การปรนนิบัติ หรือการรับใช้อย่างเดียว การให้โอกาสให้ท่านทำบุญหรือกุศล และรู้จักอนุโมทนาในความดีที่ท่านได้ทำไว้แล้ว คือการช่วยสุขภาพจิตของผู้สูงอายุที่สำคัญมาก .. พระอาจารย์ชยสาโร พ่อครูว่า..ความจริงแล้วของพุทธเจ้าไม่ต้องไปหาโอกาสไม่ต้องไปให้โอกาสเพราะโอกาสมีอยู่แล้วทุกคน จะทำบุญหรือทำกุศลด้วยทุกกรรม ศาสนาพุทธอยู่ในทุกกรรมไม่ต้องแบ่งเวลาไปทำกุศล หรือแม้แต่คำว่าทำบุญไม่ต้องแบ่งไม่ต้องแยกเวลา ทุกเวลา ถ้าฉลาดพอ เข้าใจกรรม การกระทำกายวจีอย่างนี้ จิตของเราก็ได้ทำกุศล จิตของเราก็ได้ทำทานจิตของเราก็ได้ทำบุญ อาการกุศลอาการบุญมันเป็นอาการอย่างไร คุณก็ทำอาการนั้นของคุณให้สอดคล้อง พร้อมกับคุณทำกุศลคุณงามความดีทางวัตถุ คุณจะตัดกิเลสในทางวัตถุ ที่คุณทำทานทางวัตถุคุณก็ได้ตัดกิเลส คุณรู้ว่ากิเลสมันมีร่วมอยู่ด้วย แต่คุณก็ได้มีการวิธีทำใจ กดข่มก็ตาม รู้ด้วยปัญญาว่ากิเลสมันสลาย ตามพลังของปัญญามันได้เลยคุณทำได้ไหม อันนั้นต่างหาก เป็นภาวะคำสอนตามความตรัสรู้ของพุทธเจ้าไม่ต้องไปแยกเวลาสถานที่เลย นี่คือของพุทธ เพราะฉะนั้นอาจารย์ชยสาโร ก็มีภูมิอย่างนี้ ยังมีความเป็นเทวนิยมอยู่ ยังไม่มีความรู้ในระดับ2 in 1 2ใน1 1ใน2พร้อมกันเลยอย่างนี้ไม่ต้องไปแยกเลย ทำได้แล้วได้มากด้วย ได้ตลอดเวลา ไม่ระบุเวลาสถานที่ไม่ระบุโอกาสให้มีสติรู้อ่านแล้วทำได้เลย นอกจากที่มีสติตกไม่พร้อม แต่ถ้าเผื่อว่าผู้ที่ทำได้แล้วเวลาทำตลอดเวลาก็มีสติ อย่างอาตมาเวลามีความคิดนึกอยู่ เวลาจะนอนเป็นต้น บางทีก่อนนอนและตอนนอนก็ต่อเนื่องกันไป หลับไปก็คิดเรื่องเดียวกันไป บางทีตื่นขึ้นมา ก็จดไว้ เพราะเป็นเรื่องยาวต่อเนื่องเป็นเรื่องดีเดี๋ยวมันจะ

อ่านต่อ

ลืม เป็นภาวะที่สติแข็งแรงแล้วเรื่องราวจะต่อเนื่อง แต่คนสติไม่แข็งแรง การหลับก็จะต้องตัดจากภาวะที่มีทวารทั้ง 5 ภายนอกมันคนละเรื่องกันกับภายใน เวลาหลับมันคนละเรื่องกับตอนที่คุณตื่น อาตมาจะต่อก็ได้จะตัดก็ได้ หยุดคิดหยุดตรงหลับตัดก็ได้ นี่ก็ให้เรียนไป คือ การเรียนของพุทธ อาตมานั้นยกตนข่มท่านเยอะ เพราะท่านไม่รู้จริงๆว่าศาสนาพุทธที่พูดอยู่นั้นเป็นโลกีย์ในทั่วไป มีการแยกเวลาแยกสถานที่ ศาสนาพุทธนั้นเดินมรรคมีองค์ 8 ปฏิบัติธรรมในขณะทำงานอาชีพสัมมาอาชีวะ แม้แต่การกระทำสัมมากัมมันตะแม้แต่การพูดอยู่ ในขณะคิดอยู่ไม่ได้แยกเวลาเลย อันนี้แหละเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ สรุปลงเหลือที่ ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60 ไปที่หัวใจของศาสนาพุทธ มันจะมี 2 มีเทวะคำว่าเทวะนี้ยิ่งใหญ่ คำว่าเทวะพยัญชนะแปลว่า 2 สภาวธรรมก็คือจิตวิญญาณสองให้เป็นหนึ่ง ถ้าศาสนาพุทธจิตวิญญาณ 2 ไม่รู้เลย ยังไม่รวมเป็นหนึ่งเดียว และ จะทำให้เป็น 0 ก็ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นศาสนาพุทธนี้เทวดาจึงได้ตีแตกแยกได้จัดการได้ 2ทำให้เหลือ 1 แล้วก็ทำให้เป็นศูนย์ได้ นี่คือความยิ่งใหญ่ของศาสนาพุทธ รู้จักเทวะ ทำให้เทวะเป็นหนึ่งเป็นศูนย์ได้ จนกระทั่งสามารถอย่างเช่นพระอรหันต์ทำให้จิตเป็นหนึ่งได้ทำให้จิตเป็นศูนย์ได้ ในภาวะที่ยังไม่ตาย ตายแล้ว จะตายยังหนึ่งหรือตายอย่างสูญก็อีกเรื่อง ขอถามความรู้ ; คุณว่าอาตมาตายอย่างสูญหรือตายอย่างหนึ่ง? ...ตายอย่างหนึ่งคือยังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสาน อาตมายังตั้งจิตต่อพุทธภูมิ ยังตั้งจิตเป็นหนึ่งไม่เป็นศูนย์ ทำศูนย์ได้หรือยัง อรหันต์นั้นทำสูญไปแล้ว นี่พูดกับเถรวาทยาก เพราะไม่รู้จักจุดนี้ มหายานนั้นเรียนโพธิสัตว์ เถรวาทไม่รู้เรื่อง อาตมาพูดมา ย่าง 48 ปี ก็ต้องพูดไปอีก คนที่หัวแข็งดึงดันไม่ยอมรับอาตมา เขาก็ไม่ได้รู้อะไรเพิ่มเติม แต่ถ้าไม่หัวแข็งไม่ดื้อด้าน พยายามเปิดจิตรับฟังบ้างก็จะได้ ยิ่งคนที่เข้าใจแล้วอันนี้มันเป็น 2 ทำให้เป็นหนึ่งอย่างไร เขาก็จะรับประโยชน์มาก 611028_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ตอน ทำ 2 ใน 1 ทำ 1 ใน 2 ได้ต้องทำลายเทวะ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน