สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน สิริมหามายาของโพธิสัตว์ระดับ 7.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน สิริมหามายาของโพธิสัตว์ระดับ 7 สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม 2561 ที่บวรราชธานีอโศก มาโลกียะก็พาไปหาสวรรค์หาความสุข แสวงหานรก แต่มาโลกุตระ ตีนรกตีสวรรค์แตก มีแต่ความว่างเบาสบาย โลกุตระทำสวรรค์ให้หมดไปนรกก็หมดไปด้วย พ่อครูว่า...ทำปัญญาให้แจ้งว่าสวรรค์ก็เก๊ ก็ลวง ทำปัญญาให้เข้าใจจริงๆว่าสวรรค์ก็อย่างนี้นรกก็อย่างนี้ สมณะฟ้าไทว่า...คนมาอยู่ในแดนโลกุตระก็อยู่อย่างเบาว่างสบาย พ่อครูว่า...ไม่มีความเป็นเทวไม่มีความเป็นสองมีแต่ความเป็นศูนย์ สมณะฟ้าไทว่า..คนโลกียะมีพุงเหมือนคนใกล้คลอด ดูหน้าพวกเราก็เหมือนไม่มีภาระอะไร เสื้อผ้าก็ไม่เป็นภาระ ดูที่เท้าก็สบาย ไม่ใส่รองเท้านอกจากจำเป็น เราไม่เป็นภาระไม่ยึดมั่นถือมั่นก็สบาย แต่ก่อนไม่มีนกร้องแต่มาตอนนี้มีนกร้อง อยู่กันอย่างผาสุกสบาย อาหารการกินอุดมสมบูรณ์สะพัดไปสู่ผู้อื่นได้ ปกติหน้าเจต้องซื้อมะละกอจากตลาด แต่ปีนี้ของเรามีเหลือเลย แสดงว่า การแสดงธรรมของพ่อครูประสบผลสำเร็จทำให้คนลดกิเลสได้ไม่ว่าจะไปเทศน์งานไหนก็แสดงธรรมให้คนลดละกิเลสอย่างเดียว พ่อครูว่า...เป็นเรื่องหลักไงลดละกิเลส ทำตามหลักพระพุทธเจ้าแล้วกิเลสก็ลด ปัญญาก็เกิดขึ้นเยอะด้วย มันจะเกิดคู่กันเลย กิเลสลดปัญญาเกิด ไม่ใช่ว่ากิเลสลด ถูกกดข่ม แต่ไม่ได้เกิดปัญญาไม่ได้เกิดความกว้างขวางไม่ได้เกิดการรอบรู้ไม่ได้เกิดการรู้โลกรู้อัตตา ของพุทธ รู้ทั้งโลกที่ปรุงแต่งกัน รู้ทั้งตัวเอง แล้วก็ทำความไม่ดีทำความบกพร่องให้หายไป แล้วเป็นประโยชน์ต่อโลกทำให้เทวที่เป็นสองเหลือเป็นหนึ่งได้ เป็นความสำเร็จที่ถูกสัดส่วน ไม่มีอะไรถ่วง ได้สมดุล ได้สัจจะ สมณะฟ้าไทว่า...เราก็ต้องศึกษาจากพ่อครูต่อในรายละเอียด พ่อครูว่า...ละเอียดมาก อาตมาก็ยังรู้ไม่ครบ ก
อ่านต่อ
็ต้องพยายามไม่ให้ตกหล่น สมณะฟ้าไทว่า...ภาษาตรงกับสิ่งที่เราทำได้และเคยสงสัย มันกับเราลดละกิเลสคำว่า ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร และมีอเนญชาภิสังขาร มันกิเลสหมดแล้วทำไมมีต่อ พ่อครูว่า..เพื่อความมั่นคงแนบแน่นเป็นสัจจะสมบูรณ์แบบ สมณะฟ้าไทว่า...แสดงว่าอย่าประมาทนะ ก็เลยต้องทำให้เราต้องศึกษาต่อตามเหตุปัจจัยต่างๆ พ่อครว่า..ปิดประตูความเสื่อมตามเลย ปิดประตูความตกต่ำอย่างเต็มรูปเลย สมณะฟ้าไทว่า..สุดท้าย เป็นอิสระเสรีภาพ พวกเราก็ค่อยๆลด ลากไปจนถึงจุดสูงสุดให้ได้ พ่อครูว่า...ขอแวะแทรก ตัวเองในฐานะโพธิสัตว์ระดับ 7 ระดับ 7 เป็นระดับที่เที่ยงแท้เรียกว่านิยตะไม่ยึกยักลงมาข้างล่างอีกเลย อย่างไรอย่างไรก็เด็ดขาด ไปข้างบนถ่ายเดียว นิยตะแล้ว เพราะฉะนั้นอาตมาจึงรู้สภาวะธรรม รู้ความจริงทั้งจิตตัวเอง และมันรู้สิ่งที่มันยากก็คือว่า เราปฏิบัติกายกรรมวจีกรรม อนุโลมให้คนอื่น เป็นภาวะรูปธรรมที่มันดูไม่สวย แต่ว่า ตัวเองอาตมาเอง จิตอาตมาไม่ได้เป็นร่วมด้วย แต่อาตมาจำเป็นต้องมาทำความสัมพันธ์ มาทำความสะอาด มาทำการอยู่ร่วมกับระดับล่าง เหมือนกับเรายังร่าเริง เข้ากับเด็กได้โดยเด็กไม่รู้เรื่อง แต่ก็ทำเหมือนเด็กๆรู้เรื่องภาษาเขา รู้เรื่องความต้องการของเขาอย่างสอดคล้องไปด้วยกันได้ เพราะฉะนั้นอันนี้แหละ ข้างนอกกายกรรมวจีกรรมเหมือนเราอนุโลมทำร่วมกับเขา แต่ใจเราไม่ได้ลดลงมาเลย เขาไม่รู้ใจเราได้ เขาไม่ได้หยั่งรู้ใจเรา เราไม่ได้มีหรอกสิ่งเหล่านี้ เหมือนเราต่ำแต่ใจเราไม่ได้ต่ำ เราพูดอย่างไรเขาก็ไม่รู้หรอกเพราะเขาเข้าใจไม่ได้ เขาจะมารู้จิตเราได้อย่างไร เขารู้ได้แต่การแสดงออกทางกายวาจาอย่างนี้เป็นต้น มันเป็นไปได้อย่างไร มันเป็นสิริมหามายาเป็นความซับซ้อน ไม่มีบอกว่าไม่มีคือใจไม่มีลักษณะนี้ แต่ไม่อย่างที่เห็นนี้ แล้วบอกว่าไม่มี มันก็เลยขัดแย้งเขาก็ไม่เชื่อ ก็ไม่เป็นไร อาตมาเข้าใจอาตมารู้ คนไม่มีภาวะสิ่งนี้แต่ต้องประพฤติอาการกิริยากายวาจาสิ่งนี้อยู่ เราไม่มีกิเลสร่วมเลย เขาก็ไม่รู้ เขาก็ไม่สามารถที่จะเชื่อถือ เลยดูเหมือนกลายเป็นคนหลอกลวง ยิ่งพูดเหมือนยิ่งยกตนข่มท่านเขาก็ยิ่งไม่ชอบ 611028_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ตอน ทำ 2 ใน 1 ทำ 1 ใน 2 ได้ต้องทำลายเทวะ