จากศาสตราจารย์ ดร. เขียน  ธีระวิทย์ ถึงมิตรร่วมชาติ.docx

โฟลเดอร์_Data office Neo protest สำรอง mac
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์23 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

จากศาสตราจารย์ ดร. เขียน ธีระวิทย์ ถึงมิตรร่วมชาติ

ผม เขียนบทความที่แนบมาพร้อมนี้ด้วยความห่วงใยว่า นักการเมืองยังละเมิดรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างรุนแรงและมีเล่ห์เหลี่ยมมาก ขึ้น เรามาช่วยกันตามจี้หรือตามช่วยผู้บังคับใช้กฎหมายให้ใช้อำนาจหน้าที่บังคับ ใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดได้ไหม ประเด็นที่นักการเมืองทำผิดแล้วหาหลักฐานยากนั้นมีมาก แต่ที่พวกเขาโกงกันอย่างโจ่งแจ้งให้เราเห็นชัดๆก็มีมาก พอที่จะต้องใหัมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ หรือให้ยุบพรรคการเมืองบางพรรคเสียให้สิ้นซาก

1. มีพรรคการเมืองใหญ่ละเมิดหลักประกันความเท่าเท่าเทียมกันในการแข่งขัน เป็นเจ้าของมีหรือใช้เคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม วิทยุชุมชนเสื้อแดง ซึ่งละเมิดรัฐธรรมนูญม.48 ก.ก.ต.มีอำนาจหน้าที่ที่จะประกาศให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือดำเนินคดีให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งฯ ม.103, 91(1),(2) 2. มีการซื้อขายเสียง,สัญญาว่าจะให้,หลอกลวง ......................ซึ่งผิดกฎหมายเลือกตั้งฯ ม.53 มีโทษทั้งจำคุกและปรับ ตาม ม.137 หรืออาจถูกให้ศาลฎีกา หรือก.ก.ต. สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ดามม.103,111,115 และพรรคที่ทำผิดอาจถูกศาลรัฐธรรานูญยุบพรรค ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ม.95,97,98

เมื่อ มีรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ผู้มีหน้าที่รักษากฎหมายต้องบังคับใช้ ถ้าพวกเขาไม่ทำตามหน้าที่ เรามีสิทธิที่จะบอกให้พวกเขาทำ ถ้ายังไม่ทำ เราช่วยกันหาช่องทางฟ้องในข้อหาละเว้นไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ตาม ป.อาญา ม.157

เขียน ธีระวิทย์

การเลือกตั้ง ส.ส. เขียน ธีระวิทย์

1. สงครามระหว่างความเท็จกับความจริง การ เลือกตั้ง ส.ส. ที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 นั้น ปัจ

อ่านต่อ

จุบันเราเห็นได้ชัดเจนแล้วว่า ตัวโกงทางการเมืองที่สังกัดอยู่ในค่ายพรรคการเมืองที่ทรงอิทธิพลนั้น ได้สร้างกระแสให้คนเชื่อความเท็จแทนความจริงได้มากอย่างน่าทึ่ง ถึงขนาดที่บางคนสงสัยว่าพวกนี้ไปเรียนวิชามาร การทำสงครามข่าวสารมาจากไหน ความจริง ถ้าเราเข้าใจถึงระดับความรู้ของคนไทยทั่วไปที่เป็นเหยื่อของคนฉลาด-ระดับ ความรู้ความสามารถ-เล่ห์เหลี่ยมของนักการเมืองตัวโกง และความอ่อนแอของบุคคล/องค์กรปกปักรักษาความถูกต้องและความเป็นธรรมของสังคม แล้ว ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เข้าใจได้ไม่ยาก ประเด็นร้อนที่มีผลสำคัญต่อคะแนนนิยมของผู้สมัคร ส.ส. พรรคการเมืองคู่แข่ง ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างที่ควรศึกษาว่าตัวโกงใช้ความเท็จกลบเกลื่อนความจริงให้ คนไทยเชื่อตามได้อย่างไร 1.1 เรื่องอภิสิทธิ์สั่งฆ่าประชาชน 1.1.1 ข้อกล่าวหา คน พันธุ์ทักษิณมีเงิน-ความชำนาญเฉพาะพันธุ์-มีเทคนิคในการจับประเด็นผูกเรื่อง ให้มีสีสัน กล่าวหาว่าอภิสิทธิ์ทารุณโหดร้ายสั่งการให้ปราบปรามผู้ชุมนุมโดยสันติและ ปราศจากอาวุธ ทำให้คนตายและบาดเจ็บเป็นอันมาก พวกเขาประสานเสียงโฆษณาชวนเชื่อผ่านสื่อมวลชนซ้ำซาก (โทรทัศน์และวิทยุชุมชนในเครือคนรักทักษิณ และสื่อมวลชนสาธารณะ รวมทั้งอินเตอร์เน็ตและสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ พวกเขาใช้วิชาจิตวิทยามวลชนโกหกซ้ำซาก จนทำให้มวลชนจำนวนมากเชื่อตาม เข้าใจว่าในที่สุดผู้สร้างกระแสความเท็จเองก็พลอยเชื่อความเท็จว่าเป็นความ จริงไปด้วย) 1.1.2 ความอ่อนชั้นเชิงในการตอบโต้ชี้แจงข้อกล่าวหา อภิสิทธิ์ และฝ่ายรักษาความมั่นคงของชาติ ซึ่งทำหน้าที่สยบม็อบเสื้อแดงช่วงเดือนเมษายน 2552 และช่วงมีนาคม-พฤษภาคม 2553 อ่อนในเชิงประชาสัมพันธ์ ในช่วงหนึ่งปีเศษที่ผ่านมานับตั้งแต่ 19 พฤษภาคม ฝ่ายรัฐบาลไม่มีผลงานประชาสัมพันธ์ในเชิงรุก มีแต่ผู้นำบางคนออกมาตอบโต้คำถามของสื่อมวลชนเป็นครั้งคราว เว็บไซต์ของหน่วยราชการและสื่อมวลชนของรัฐออกมาอธิบายความจริงให้ประชาชน ทราบน้อยมาก สงครามข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตถูกคนพันธุ์ทักษิณยึดพื้นที่ไว้เกือบหมด 1.1.3 ความจริงและความถูกต้องเป็นอย่างไร? การ ชุมนุมของคนเสื้อแดงเพื่อบังคับขู่เข็ญให้อภิสิทธิ์ยุบสภาผู้แทนราษฎร ในช่วงวันที่ 13 มีนาคม ถึง 19 พฤษภาคม 2553 นั้น มีคนตาย 93 คน (รวมทั้งที่ตายในโรงพยาบาลหลังจากการปะทะกันด้วย) บาดเจ็บประมาณ 2,800 คน ในจำนวนนี้มีผู้ตายที่เป็นทหารและตำรวจ 9 คน นักข่าวและพนักงานบรรเทาทุกข์ 6 คน พลเรือน 78 คน (ข้อมูลจาก The People’s Information Center ในเว็บไซต์ของ The Nation , April 8, 2011) 1.1.3.1 มูลเหตุสำคัญของการชุมนุมประท้วงครั้งนี้ เริ่มจากการที่ศาลฎีกาฯ พิพากษายึดทรัพย์ของทักษิณโทษฐานคอร์รัปชั่น ร่ำรวยผิดปรกติจากการขายหุ้นชินคอร์ป เป็นเงิน 46,373 ล้านบาท (26 กุมภาพันธ์ 2553) แต่ทักษิณกับพวกกลับไม่ยอมรับผิดตามกฎหมายจึงเป็นต้นเหตุ อภิสิทธิ์มิได้เป็นต้นเหตุ 1.1.3.2 การยุบสภาฯ นั้น รัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี หรือ ส.ส. (กรณีลงมติไม่ไว้วางใจ) ม็อบไม่มีอำนาจสั่งให้นายกรัฐมนตรียุบสภาฯ ได้ 1.1.3.3 การชุมนุมของม็อบเสื้อแดงคราวนี้ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เพราะมีกองกำลังติดอาวุธ มิใช่เป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามรัฐธรรมนูญ 1.1.3.4 กองกำลังติดอาวุธของม็อบเสื้อแดง ใช้อาวุธสงครามนานาชนิดรวมทั้งระเบิด ข่มขู่ทำร้ายประชาชนและขัดขวางการทำงานของรัฐบาลและรัฐสภา 1.1.3.5 เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า แกนนำม็อบเสื้อแดงนั้นมีกุนซือที่เสี้ยมสอนให้ม็อบใช้ความรุนแรง หรือยั่วยุให้ทหารใช้ความรุนแรง เพื่อเพิ่มจำนวนศพสำหรับทำลายความชอบธรรมของรัฐบาลที่พวกเขาต้องการโค่นล้ม 1.1.3.6 ฝ่ายรัฐบาลซึ่งตั้ง ศอฉ. เป็นศูนย์บัญชาการโดยมีทหารและตำรวจเป็นผู้ทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย นั้น มีนโยบายและยุทธวิธีอย่างชัดเจนที่จะหลีกเลี่ยงการกระทำให้มีคนบาดเจ็บล้ม ตาย เพราะตระหนักดีว่านั่นเป็นสิ่งที่ฝ่ายม็อบเสื้อแดงปรารถนา แต่เข้าใจว่าฝ่ายรัฐบาลก็คงไม่สามารถควบคุมกำลังได้อย่างทั่วถึง จึงอาจจะมี “ทหารแตงโม” ทำงานช่วยม็อบเสื้อแดงยิงม็อบหรือนักข่าวตายไปบ้างก็ได้ 1.1.3.7 คนตายนั้นส่วนหนึ่งเกิดจากการปะทะกันด้วยกำลัง ระหว่างกองกำลังติดอาวุธของม็อบเสื้อแดงกับทหาร การลอบยิงกันเองในหมู่ม็อบเสื้อแดงเพื่อเพิ่มจำนวนศพให้ดูดี (มาก) ในสายตาของม็อบเสื้อแดงนั้นมีจำนวนเท่าไรก็พิสูจน์ได้ยาก 1.3.8 การสืบหาความจริงเกี่ยวกับความหายนะอันเกิดจากการชุมนุมครั้งนี้เป็นงานค่อน ข้างยาก เพราะม็อบเสื้อแดงขนเอายางรถยนต์และกระบอกไม้ไผ่มากั้นเป็นรั้ว คล้ายกับเป็นอาณาจักรลึกลับหลายแห่งตลอดถนนราชดำริ บริเวณสวนลุมพินีถึงบ่อนไก่ ใครตายเพราะถูกใครยิงหรือปาระเบิดเข้าใส่นั้น ถึงแม้ว่าคนยิงจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม ก็คงไม่มีใครยอมรับ แม้ทหารที่ทำตามหน้าที่ รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดอง แห่งชาติ ซึ่งมีศาสตราจารย์ ดร. คณิต ณ นครเป็นประธานนั้น ยังไม่มีรายงานสรุปออกมา เชื่อว่าถ้ามีรายงานออกมา ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับรายงานและไม่อยากให้เรื่องยุติ ก็จะไม่ยอมรับรายงานนั้นว่ามีความถูกต้องเป็นแน่

1.2 เรื่องรัฐประหาร 1.2.1 อภิสิทธิ์ถูกคนพันธุ์ทักษิณกล่าวหาว่าสนับสนุนการทำรัฐประหาร ประชาชน จำนวนมากเชื่อว่าทักษิณถูกทหารและ “อำมาตย์” รังแก ยกเอาเรื่องทักษิณได้รับเลือกตั้งจากประชาชนให้เป็นนายกรัฐมนตรีมาเป็นข้อ อ้าง ทหารและ “อำมาตย์” สมคบกันทำรัฐประหาร และสนับสนุนให้อภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี ฯลฯ 1.2.2 อภิสิทธิ์ตอบแต่ไม่โต้ อภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ปล่อยให้พวกเสื้อแดงกล่าวหาเฉลี่ยประมาณ 10 ครั้ง ต่อการตอบโต้ในเชิงปฏิเสธ 1 ครั้ง โดยไม่มีสีสัน ไม่มีการกล่าวหาในเชิงรุก คนเสื้อแดงไม่สนใจคำตอบ 1.2.3 ความจริงเป็นอย่างไร ความจริงที่คนพันธุ์ทักษิณระดับนายที่อ้างตนว่าเป็นไพร่นั้นอาจจะรู้ดี แต่ระดับบ่าวไพร่ที่อาจจะไม่รู้นั้นมีอยู่เป็นอันมาก 1.2.3.1 ความจริงทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีที่โกงการเลือกตั้งมาจนถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่ง ยุบพรรคไทยรักไทย จึงเป็นรัฐบาลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายปกครองประเทศอยู่ในขณะถูกทำรัฐประหาร จะอ้างว่าได้รับเลือกตั้งจากประชาชนไม่ได้ 1.2.3.2 ในขณะที่เป็นนายกรัฐมนตรี ทักษิณใช้อำนาจเผด็จการละเมิดกฎหมาย-รัฐธรรมนูญหลายประการ เท่ากับฉีกรัฐธรรมนูญไปแล้ว ซึ่งในทางรัฐศาสตร์ เป็นเหตุให้คนอื่นก็ละเมิดกฎหมาย-รัฐธรรมนูญได้ (ไม่มีผิดมีถูก) 1.2.3.3 คนต่อต้านการทำรัฐประหารคราวนี้ (ซึ่งแตกต่างจากครั้งก่อนๆ) มีใครบ้างที่รู้ความจริงในข้อ 1.2.3.1 และ 1.2.3.2 ? มีใครบ้างที่ไม่รู้ว่าทักษิณฉ้อราษฎร์บังหลวงมาแล้วมากน้อยเพียงใด? และมีใครบ้างที่ไม่รู้สาเหตุว่าใครทำให้ทหารทำรัฐประหาร? แต่ทำไมไม่ประณามคนทำผิด? ทำไมไม่ช่วยกันกำจัดคนที่ละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ และเป็นต้นเหตุของการทำรัฐประหาร 1.2.3.4 ถ้าทหารและ “อำมาตย์” จะสนับสนุนให้อภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลของคนไทยทุกคน ที่จะทำได้ ความจริงเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะต้องส่งเสริมให้คนดีมีคุณธรรมขึ้นมา เป็นผู้นำประเทศ และป้องกันมิให้คนโกงขึ้นมาปกครองประเทศ มิใช่หรือ?

1.3 ความเที่ยงธรรมของกรมสอบสวนคดีพิเศษ 1.3.1 ธาริต เพ็งดิษฐ์ พวกเสื้อแดงตั้งเป้าโจมตี นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ผู้อำนวยการกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดี.เอส.ไอ.ว่า ลำเอียงเข้าข้างรัฐบาล แกนนำม็อบเสื้อแดงออกมาพูดจาข่มขู่อยู่บ่อยๆ ว่า ถ้าได้เป็นรัฐบาลเมื่อไรจะต้องปลด ผอ. ดี.เอส.ไอ. ออกจากตำแหน่ง 1.3.2 การตอบข้อกล่าวหาของฝ่ายรัฐบาล อภิสิทธิ์ และคนในรัฐบาลนั้นนานๆ จึงจะออกมาตอบโต้การข่มขู่และข้อกล่าวหาดังกล่าวเสียทีหนึ่ง โดยตอบโต้หนึ่งหมัดต่อข้อกล่าวหาข่มขู่ประมาณ 10 หมัด ใจความคือเป็นการทำตามหน้าที่ เนื้อหา สาระปราศจากสีสัน ไม่ชวนให้สื่อมวลชนตื่นเต้น คำตอบโต้นั้นจึงมักจะไปไม่ถึงหู-ตาของประชาชน 1.3.3 ความจริงเป็นอย่างไร รัฐบาล อภิสิทธิ์ปกป้องและให้กำลังใจการทำงานของ ดี.เอส.ไอ. น้อยเกินไป มอบอำนาจการทำคดียากๆ คือ การก่อการร้ายของม็อบเสื้อแดงให้ทำ ควรจะช่วยกันปกป้องอย่างใกล้ชิดจริงจัง ผอ.ธาริต เพ็งดิษฐ์ เป็นคนทำงานตรงไปตรงมา ต้องเสี่ยงชีวิตและอนาคตเพื่อรักษากฎหมาย 1.3.3.1 ดี.เอส.ไอ. มีอำนาจหน้าที่สืบหากองกำลังติดอาวุธของม็อบเสื้อแดงที่ปฏิบัติการอยู่ใน ช่วงการชุมนุมที่ราชประสงค์ แยกแยะความผิดของผู้ร่วมขบวนการที่เป็นผู้ชุมนุมธรรมดา ผู้ชุมนุมที่มีและใช้อาวุธ ผู้ก่อการร้าย และผู้เป็นกบฏ และดำเนินคดีไปตามขั้นตอน ถ้าไม่ทำหน้าที่ให้ถูกต้อง พวกเขาอาจจะถูกฟ้องในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 1.3.3.2 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113, 114 และ 115 ทักษิณและแกนนำม็อบเสื้อแดง หนีไม่พ้นที่จะต้องถูกฟ้องในข้อหาความผิดฐานเป็นกบฏภายในราชอาณาจักร หรือไม่ก็เข้าข่ายการก่อการร้ายตามพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย อาญา พ.ศ. 2546 มาตรา 135/1, 135/2 และ 135/3 ถ้าไม่ดำเนินคดีตามนี้ก็อาจถูกฟ้อง ตามมาตรา 157 เช่นกัน 1.3.3.3 ธาริต เพ็งดิษฐ์ และข้าราชการ ดี.เอส.ไอ. ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยดีขึ้น ทำให้ประชาชนรู้สึกอุ่นใจขึ้นว่าบ้านนี้เมืองนี้ยังมีขื่อมีแปอยู่บ้าง แม้บางครั้ง ดี.เอส.ไอ. จะไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควรจากตำรวจ อัยการ และศาล ในขั้นตอนต่างๆ ของการดำเนินคดีก็ตาม

1.4 ข้อสังเกตและข้อคิด ประเด็นต่างๆ ดังกล่าว เป็นตัวอย่างแสดงให้เห็นว่า อภิสิทธิ์-พรรคประชาธิปัตย์มีเหตุผลและผลงานไม่ด้อยกว่าพรรคเพื่อไทย แต่จุดอ่อนของอภิสิทธิ์และพรรคของเขา คือ ไม่ได้ออกมาตอบโต้คู่แข่งของเขาในเชิงรุกมากเท่าคู่แข่ง อภิสิทธิ์และพวกมิได้ใช้ประเด็นต่างๆ ข้างต้นและประเด็นอื่นๆ ชี้แจงความจริงให้ประชาชนทราบ ภายในเวลาก่อนที่ประชาชนจะเชื่อพวกแกนนำเสื้อแดงไปแบบกู่ไม่กลับ ประเด็นต่างๆ ต่อไปนี้ ถ้าถูกนำมาใช้ในเชิงรุกโดยผูกเรื่องให้มีสีสันประมาณครึ่งหนึ่งของคนพันธุ์ ทักษิณ ก็คงจะได้คะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอีกมาก 1.4.1 ในการสยบม็อบเสื้อแดงที่ใช้ความรุนแรงจำนวนมากหลายครั้งในปี 2552 และ 2553 นั้น อภิสิทธิ์ได้ใช้ความอดทน-อดกลั้นจนสามารถกอบกู้ความสงบเรียบร้อยกลับคืนมา ได้ ถ้ารัฐบาลใช้ความรุนแรงมากกว่านั้นตามการเรียกร้องของฝ่ายต่อต้านคนเสื้อแดง จะมีผู้เสียชีวิตมากกว่านี้ คนไทยและชาวโลกก็อาจจะรับไม่ได้ 1.4.2 ม็อบเสื้อแดงภายใต้การนำของทักษิณ ได้สร้างความเดือดร้อนและความเสียหายให้ชาวกรุงเทพฯ และชาวไทยมากน้อยเพียงไร? ยกตัวอย่างนายพายัพ ปั้นเกตุแกนนำม็อบเสื้อแดง ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย หมายเลข 48 ได้พาม็อบประมาณ 200 คนบุกโรงพยาบาลจุฬาฯในตอนกลางคืน และก่อกวนการทำงานของแพทย์-พยาบาล จนทำให้โรงพยาบาลต้องขนย้ายคนไข้ รวมทั้งสมเด็จพระสังฆราช ไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่นเป็นการชั่วคราวด้วย ยกตัวอย่างให้เห็นการใช้ความรุนแรงของม็อบเสื้อแดง ที่วางระเบิด ใช้จรวดและอาวุธสงครามนานาชนิดทำลาย-ทำร้าย ผู้ชุมนุมฝ่ายตรงข้าม อาคารหลายแห่งในย่านสีลมและที่อื่นๆ ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดไม่ต่ำกว่า 39 แห่ง รวมทั้งศูนย์การค้าราชประสงค์ โรงภาพยนตร์สยามที่สยามสแควร์ ศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วันที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รวมทั้งศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี อุดรธานี มุกดาหาร และขอนแก่นด้วย การชุมนุมใหญ่ที่ราชดำเนิน-แยกราชประสงค์ 68 วัน ทำให้ประเทศชาติสูญเสียประมาณ 145,000 ล้านบาท ใครต้องรับผิดชอบ? (มีผู้ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจไว้ใน HYPERLINK "http://www.kok.maemuemai.com/blog/81" www.kok.maemuemai.com/blog/81 ) 1.4.3 คนไทยเห็นหรือยังว่า ผู้ที่ทำร้ายชีวิตของประชาชนและทำลายเศรษฐกิจของชาติในสองปีที่ผ่านมาทำงาน ให้ใครกันแน่ แกนนำม็อบเสื้อแดงที่เป็นต้นเหตุทำให้คนตาย 92 ศพ ได้รับรางวัลให้เป็น ส.ส. หรือรัฐมนตรี โดยถูกทักษิณจัดอันดับให้เป็นผู้สมัคร ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยในอันดับต้นๆ ของพรรคตัวอย่างเช่น จตุพร พรหมพันธ์ ได้อันดับที่ 8, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้อันดับที่ 9, อภิวันท์ วิริยะชัย ได้อันดับที่ 14, เหวง โตจิราการ ได้อันดับที่ 19, ลูกสาวของเสธ.แดง แม่ทัพกองทัพม็อบเสื้อแดงที่ถูกยิงตายได้อันดับที่ 42 ในขณะที่คนเสื้อแดงลูกไพร่ระดับรากหญ้าตายฟรี

1.4.4 ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล ใครเป็นคนเลือกตัวนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี? รัฐบาลที่เป็นร่างทรงของทักษิณนั้น มีอะไรที่จะทำไม่ได้? ทักษิณเคยขายสมบัติของชาติให้สิงคโปร์มาแล้ว แต่คนไทยไม่ยอม ถ้าจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ตัวเองในความผิดหนีโทษจำคุก 2 ปี และความผิดอื่นๆ ซึ่งจะมีโทษหนักกว่าเกี่ยวกับความผิดที่ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม คิดว่าคนไทยจะไม่ลุกฮือขึ้นมาต่อต้านรัฐบาล ทำให้บ้านเมืองปั่นป่วนมากกว่าปี 2552-2553 หรือ? รัฐบาลของเขาจะไม่ฮึกเหิมกว่าเดิมทำเรื่องเลวร้ายดังกรณีกรือเซะ ตากใบ สังหารคนบริสุทธิ์ในกรณีสงครามยาเสพติด (มีผู้เสียชีวิต 2,838 คน) กรณีอุ้มฆ่าสมชาย นี ละไพจิตร กรณีสติเฟื่องอยากรวยทางลัด คิดโครงการ Elite Card เพื่อขายบัตร 1 ล้านใบ เป็นเงิน 1 ล้านๆ บาท ภายใน 5 ปี (ซึ่งขาดทุนยับเยิน ประมาณกันว่ารัฐบาลจะต้องเอาเงินภาษีอากรของประชาชนไปชดเชยให้ประมาณ 5,600 ล้านบาท) ผลงานอัปยศเหล่านี้ใครสร้างขึ้น ใครคิดว่าเขาจะไม่ทำอีกหรืออย่างไร? 4.5 เมื่อความจริงไม่เป็นที่ประจักษ์ คนเลือกผู้แทนฯ โดยเชื่อกระแสความเท็จ ผู้ชนะการเลือกตั้งส่วนหนึ่งย่อมเป็นตัวแทนของคนโกง นี้เป็นความผิดของคนโกง หรือเป็นความผิดของผู้รู้ความจริง แต่ไม่สามารถเอาความจริงมาตีแผ่ให้คนเห็นชัดกันแน่?

2. การละเมิดกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย การ เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งนี้ ก็คงจะเหมือนกับครั้งก่อนๆ รัฐมีรัฐธรรมนูญ-กฎหมาย-กฎเกณฑ์ กติกา ในการเลือกตั้งค่อนข้างดี แต่กลไกในการบังคับใช้กฎหมายไม่เคยมีประสิทธิภาพ นักการเมืองตัวโกงยังคงกำเริบเสิบสานมากขึ้นเรื่อยๆ ฤดูการเลือกตั้งเริ่มมาได้ไม่เกินสองสัปดาห์ เราได้เห็นนักการเมือง-พรรคการเมืองตัวโกงละเมิดกฎหมายกันแล้วอย่างแพร่หลาย ที่สำคัญคือ 2.1 มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงกันแล้วอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในต่างจังหวัด พรรคใหญ่ซื้อหัวคะแนนเสียงไว้ก่อนแล้วเป็นระยะยาว พวกเขามีเล่ห์เหลี่ยมในการทำผิดกฎหมาย โดยไม่ทิ้งหลักฐานให้ถูกจับได้

2.2 นักการเมืองใช้สื่อมวลชนสร้างกระแส-บิดเบือนข่าวอย่างไม่เท่าเทียมกัน โดยตรวจสอบได้ยาก ก.ก.ต.มองไม่เห็นหรอกว่าคนของพรรคการเมืองใดเป็นเจ้าของ-ผู้ถือหุ้น-ผู้ให้ ทุน (ผ่านญาติมิตรข้าทาสบริวาร) ก่อตั้ง-ดำเนินการสถานีโทรทัศน์ Asia Update, วิทยุชุมชน, เผยแพร่ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ฯลฯ การให้โอกาสเท่าเทียมกันในการหาเสียงของผู้สมัคร/พรรคการเมือง เป็นประเด็นสำคัญที่จะตัดสินว่าการเลือกตั้งมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 48 ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเจ้าของกิจการหรือถือหุ้นในกิจการ สื่อมวลชน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของ หรือผู้ถือหุ้นจริง หรือให้คนอื่นทำแทน หรือจะดำเนินการโดยวิธีอื่นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ที่สามารถบริการกิจการดังกล่าวได้ ในทำนองเดียวกับการเป็นเจ้าของกิจการหรือถือหุ้นในกิจการดังกล่าว แต่ ประเด็นนี้ดูเหมือนไม่มีกฎหมายลูกออกมารองรับ แม้จะเป็นเรื่องสำคัญมากก็ตาม นอกจากจะแจ้งให้ ก.ก.ต.ดำเนินคดีให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคที่ละเมิดรัฐธรรมนูญข้อนี้ ในข้อหากระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือกระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหา กษัตริย์เป็นประมุข ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 94 (1), (3) เข้าใจว่า นักการเมืองตัวโกงก็คงหาช่องทางเลี่ยงกฎหมายเพื่อเอาตัวรอด โดยไม่แยแสต่อสปิริตของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ก.ก.ต.ก็ไม่กล้าทำอะไรที่กฎหมายมิได้ให้อำนาจไว้อย่างชัดเจน 2.3 พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่ง สมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2550 มาตรา 53 นั้น มีพรรคการเมืองและผู้สมัคร ส.ส. ทำผิดกันอย่างแพร่หลาย หนึ่งข้อห้ามในจำนวนหลายๆ ข้อคือ ห้ามผู้สมัครหรือผู้ใด “จัดทำให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้” แต่ ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ภายหลังเปิดรับสมัคร ส.ส. คราวนี้ไม่กี่วัน ผู้สมัครพรรคการเมืองต่างๆ มองไม่เห็น ก.ก.ต. และกฎหมายอยู่ในสายตา สำรวจดูป้ายหาเสียง สื่อมวลชนต่างๆ รวมทั้งอินเตอร์เน็ต พรรคเพื่อไทยทำผิด (อาจรอดตัวถ้ากระบวนการยุติธรรม ไม่ซื่อสัตย์) มากมาย เช่น จะเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาทต่อวัน (จากปัจจุบันวันละ 217 บาท), จะประกันราคาข้าวเปลือกตันละ 15,000 บาท (ราคาประกันปัจจุบันประมาณ 11,000 บาท, ราคาจริง 8,500 – 9,400 บาทต่อตัน) จะให้คอมพิวเตอร์ราคาถูกฟรีแก่เด็กนักเรียนคนละเครื่อง(ประมาณว่าต้องใช้งบ ประมาณแผ่นดินประมาณ 4,000 ล้านบาท) คนจบปริญญาตรีทำงานเงินเดือนเริ่มต้นจะได้เดือนละ 15,000 บาท (ปัจจุบันเฉลี่ยไม่เกินเดือนละ 11,000 บาท) เป็นต้น ที่โฆษณาหลอกลวงประชาชนด้วยความเท็จก็มีเช่น บอกว่าจะทำให้ “คนไทยหายจนภายใน 4 ปี” ”จะปราบปรามยาเสพติดให้หมดภายใน 12 เดือน” เป็นต้น ข้อความหลอกลวงประชาชนทำนองนี้ ทักษิณเคยใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งมาแล้วอย่างได้ผล (แม้จะละเมิด พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2541 มาตรา 44 ก็ไม่มีใครฟ้องร้องกล่าวโทษ)

พรรค ประชาธิปัตย์ก็เลียนแบบประชานิยมของพรรคคู่แข่งด้วย แต่กล้าเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดีน้อยกว่า เช่น สัญญาว่าจะเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 25% ภายใน 2 ปี (จาก 217 บาท เป็น 250 บาทต่อวัน) จะให้เครื่องแบบนักเรียน และแบบเรียนฟรี จะปรับโครงสร้างหนี้หรือ รีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตของคนที่มีวินัยในการใช้จ่าย เป็นต้น คำมั่น สัญญาและคำหลอกหลวงดังกล่าวมีบทกำหนดโทษไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 137 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 10 ปี นอกจาก นั้น ยังอาจถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมืองได้ (ถ้า ก.ก.ต. และอัยการสูงสุดดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาด้วยความซื่อสัตย์และมืออาชีพตาม มาตรา 95) โดยข้อกล่าวหาตามมาตรา 94 (1) ที่ว่า ได้กระทำการ “ให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทาง ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ” และมาตรา 94 (2) กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฯ ซึ่งมีผลทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

2.4 การริเริ่มดำเนินคดีก็ไม่ยาก มาตรา 95 บัญญัติไว้ว่า “เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียน” ของ ก.ก.ต. (ซึ่งหมายความว่าใครไปแจ้งก็ได้) “หรือเมื่อนายทะเบียนได้รับแจ้งจากคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง และได้ตรวจสอบแล้ว” ก็ดำเนินคดีต่อไปได้ ถ้านายทะเบียน ก.ก.ต. รับแจ้งแล้วไม่ดำเนินคดีตามกฎหมาย ก็เสี่ยงที่จะถูกฟ้องว่าละเว้นไม่ปฏิบัติตามหน้าที่โดยทุจริต แต่ถ้าดำเนินคดีตามมาตรา 95 ก็เสี่ยงที่จะถูกพรรคที่ถูกกล่าวหาใช้กลไกของพรรคและมวลชนที่จัดตั้งสร้าง กระแสกล่าวโทษ ก.ก.ต. ว่าทำงานสองมาตรฐาน ทางออกของ ก.ก.ต. (ก็เช่นเดียวกับองค์กรอิสระอื่นๆ) คือดำเนินคดีกับพรรคคู่แข่งด้วย (แม้จะรู้ดีว่ามีหลักฐานอ่อนก็ตาม) เพื่อให้ตัวเองพ้นภัย (ไม่ใช่เพื่อความถูกต้อง) นี่เป็นปัญหาของเมืองไทยในยุคปัจจุบัน 2.5 อย่างไรเสียการเลือกตั้งคราวนี้ก็จะเต็มไปด้วยการซื้อขายเสียงในรูปแบบต่างๆ (ดู The Nation, June 6, 2011, 14A) ที่ผิดกฎหมาย ทั้งที่มีหลักฐานและไม่มีหลักฐานสนับสนุน บางทีไม่ผิดกฎหมายแต่ละเมิดหลักการการปกครองในระบอบประชาธิปไตย (กฎหมายไล่ไม่ทันคนโกง คนไทยและชาวโลกในอดีต เขาไม่ทำกัน) การบังคับใช้กฎหมายก็ไม่ใช่ของง่าย ในสังคมไทยในยุคปัจจุบันที่มีคนจำนวนมากที่ไม่รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด

3. โหวตเพื่อธนาธิปไตยหรือไม่โหวตเพื่อประชาธิปไตย 3.1 เราถูกบังคับโดยกฎหมายให้ไปทำหน้าที่เลือกตั้ง ส.ส. ให้เลือกผู้สมัคร/พรรคที่ดีที่สุด หรือคน/พรรคที่เลวน้อยที่สุด แต่ความจริงได้ปรากฏให้ประจักษ์แล้วว่าการเมืองไทยมีอาการวิปริตถึงขั้น วิกฤต ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งมากกว่าครึ่งหนึ่งจะไปใช้สิทธิเลือกรัฐบาล (ไม่ใช่เลือก ส.ส.) จำนวนมากในจำนวนนี้จะไปเลือกคน/พรรคเพื่อไทยเพราะไม่ชอบคนพรรคประชาธิปัตย์ ในทางตรงกันข้ามไปเลือกคน/พรรคประชาธิปัตย์ เพราะไม่ชอบคน/พรรคเพื่อไทย เพราะไม่อยากเห็นพรรคที่ตนเกลียดได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ใครจะกล้าพูดได้เต็มปากว่านี่เป็นการเลือกตั้งส.ส.ในระบอบประชาธิปไตย 3.2 สงครามชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคราวนี้ ตัดสินกันด้วยเงิน (มีเงินและกล้าใช้เงินเหยียบกฎหมาย) แม้นโยบายของพรรคก็ต้องตีราคาออกมาให้เห็นชัดๆ ว่าเป็นเงินที่จับต้องได้ แกนนำของพรรคใหญ่ทั้งสองไม่รู้หรือว่าการกระทำเช่นนั้นผิดกฎหมาย และทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตย? แล้วทำไมเราต้องยอมให้พวกเขาดูถูกไปเลือกตั้งคน/พรรคโกงชาติอย่างโจ่งแจ้ง เช่นนั้นด้วย 3.3 ทางเลือกของเราคือ (1) ประท้วงโดยการไม่ไปลงคะแนนซึ่งจะต้องเสียสิทธิบางประการ (2) ประท้วงโดยไปใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้ง แต่กาช่อง “ไม่ประสงค์ลงคะแนน” หรือ (3) ยอมร่วมมหกรรมการโกงครั้งนี้ด้วยโดยการกาให้พรรคการเมืองและผู้สมัครอย่างละ หนึ่งเสียง เป็นการช่วยกันออกประกาศนียบัตรรับรองความชอบธรรมให้แก่ ส.ส. และรัฐบาลที่เข้าไปดำรงตำแหน่งทางการเมืองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย 3.4 ก่อนถึงวันเลือกตั้งฯ เราควรไปแจ้งนายทะเบียน ก.ก.ต. ให้ดำเนินคดีกับผู้สมัคร ส.ส. พรรคการเมืองที่ทำผิดกฎหมาย และติดตามตรวจสอบให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพื่อย่นระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของนักการเมืองโดยมิชอบด้วยกฎหมายให้สั้นลง 3.5 ในทางทฤษฎีรัฐศาสตร์ เรามีสิทธิที่จะต่อต้านรัฐบาลที่มิชอบด้วยกฎหมายด้วยวิธีการใดก็ได้ (กฎป่า: ผู้ปกครองที่ไม่ยึดกติกา ผู้อยู่ใต้ปกครองก็ไม่ต้องยึดกติกา) แต่หลักการนี้คนส่วนมากไม่เข้าใจ ฉะนั้น เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เราเคลื่อนไหวภายในกรอบของกฎหมายจะดีกว่า 3.5.1 จงพร้อมใจกันเคลื่อนไหวต่อต้านการกระทำใดๆ ของรัฐบาลที่มิชอบด้วยกฎหมาย ถ้าหากพวกเขาจะใช้ข้ออ้าง “สมานฉันท์” หรือ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน