Economy กับ Luxury _ Progressive กับ Conservative.docx
เนื้อหาในไฟล์
Economy กับ Luxury : Progressive กับ Conservative ทีนี้อาตมาอยากจะให้ข้อคิดอยู่ในประเด็นที่เขาพูดผ่านมาบ้างแล้ว ว่าความรู้กับการกระทำ ความรู้นั้นมันรู้อะไรก็คิดไปตามรู้ได้มันมาก แต่การกระทำจริงๆ มันจะตรงกับที่เรารู้ไหมนั่นก็หนึ่ง และ 2 มันไม่ตรง มันก็ไปกันใหญ่ เช่น มันเป็นแค่นักมายากลยังไม่แม่นเป้า มาเล่นตลก เช่น คุณบอกว่าคุณจะมาช่วยเศรษฐกิจ มนุษยชาติ คุณก็มาลงมือช่วยทำ แต่คุณช่วยเศรษฐกิจมนุษยชาติ คุณทำอย่างไร คุณช่วยให้คนฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย คุณช่วยคนจะให้คนร่ำรวยหรูหราฟู่ฟ่ามีมากฟุ่มเฟือย คุณทำอย่างนี้ แต่คุณบอกว่าคุณอยากจะช่วยเศรษฐกิจ ที่นี่ภาษาคำว่าเศรษฐกิจภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Economy ซึ่งไม่ได้แปลว่าฟุ่มเฟือย ไม่ได้แปลว่าหรูหราฟู่ฟ่า Economy มันแปลว่าประหยัด คุณบอกว่าจะมาช่วยเศรษฐกิจ Economy แล้วเศรษฐกิจจะต้องประหยัดแต่คุณดันจะไปช่วยให้คนร่ำรวย ให้คนมีมากได้ฟุ่มเฟือยให้ความร่ำรวยมีมากนั้นภาษาอังกฤษเรียกว่า Luxury หรูหราฟุ่มเฟือยมีมาก ซึ่งขี้โกหก ก็บอกว่าจะมาทำให้ดีแต่ว่าถ้าให้มนุษยชาติหลงความหรูหราฟู่ฟ่าและจะบอกว่าให้รวยๆ เศรษฐกิจดีแล้วจะรวยแล้วรวยแล้ว มันตลบแตลงหรือเปล่า ตรงนี้ลึกซึ้งนะ ความหมายของคำว่า economy Economic มันหมายถึงมาน้อย ไม่ได้หมายถึงพวก Luxury ที่เป็นภาษาอังกฤษที่แปลว่าหรูหราฟุ่มเฟือยมากมาย ลักษณะอย่างนี้แหละเรียกว่ามายา คุณพูดอย่างหนึ่งแต่คุณพามาทำอีกอย่างหนึ่ง อันนี้มันลึกซึ้งตรงนี้ มากเรื่องเลย จิตตัวเองเป็นยอดมายาหลอกตัวเอง หลอกด้วยคำว่าสุข คำว่าสุขด้วยความหมายของโลกียะ คำว่าสุขแบบโลกียะหรือแบบคนโลกๆคือสุขเพราะได้ ลาภเยอะ ได้ยศเยอะ ได้ตำแหน่งสูง ได้คำสรรเสริญเยินยอมาก ได้เสพทางตาหูจมูกลิ้นกายใจสมกิเลสสมตัณหาก็พอใจ ก็เป็นสุข มันเป็นโลกียส
อ่านต่อ
ุขแท้ๆ โลกียสุขไม่เที่ยงยั่งยืนโลกียสุขคือกิเลส คุณก็เสพสุขไปแล้วก็ไม่เที่ยงคุณก็จะหมุนเวียนได้บ้าง ไม่ได้บ้าง จมไปเกิดชาติแล้วชาติเล่าต้องยาวไปอีกไม่รู้กี่ชาติ กว่าจะรู้สึกว่า กว่าจะรู้สึกว่าเราก็หลงไปกับสุข เหมือนหมาแทะกระดูก ที่มันไม่มีเนื้อ ไม่มีหนังอะไรแล้วมีแต่กระดูกเป็นแคลเซียม มันก็ดูดน้ำลายอร่อย แคลเซียมมันไม่ได้มีอะไรอร่อยๆ แต่คุณก็ดูดมันอยู่อย่างนั้นแหละ ขออภัยยกตัวอย่างคุณเป็นหมาไป มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ทีนี้ลึกลงไปในพยัญชนะเลย คำว่า สุข สุ แปลว่าดี ข แปลว่าว่าง ถ้าคุณบอกว่าจิตจะไปอร่อยไม่อร่อยไม่มี ว่างกลางเลย ข คือว่าง ถ้าคุณเห็นว่าอย่างนี้แหละถูกต้องแหละดี คุณจบเลย แต่คุณไม่ว่างนี่สิ มันก็เลยขบถกับคำว่าสุข พยัญชนะสุขมันก็ดีของมัน แต่เสร็จแล้วมาเบี้ยวตัวเอง ขบถตัวเองไปผิดเพี้ยนคำว่าสุข ไปเป็นอร่อยและดีสมใจและดีได้บำเรอกิเลสแล้วดี มันก็เป็นขบถ อาตมาใช้พยัญชนะจนถึงคำว่า สุ กับ ข คำว่าอร่อยกับไม่อร่อย อัสสาทะ คนไปหลงโง่ว่ามันมีอะไรทั้งๆที่ไม่มีอะไร มันไม่มีอะไร แต่คุณไปหลงว่ามันมีอะไร คุณก็มีไป คุณมีคุณก็ต้องเกิดอีกๆๆๆ แต่ถ้าคุณตายลงไปด้วยการไม่มี สุญญตนิพพาน อนิมิตนิพพาน อัปนิหิตตนิพพาน ตายสูญไปเลย ไม่ต้องคิดอะไร ไม่มีนิมิตอะไร ตายด้วยนิพพาน 3 ไม่มีนิมิต ไม่มีความตั้งจิต สูญไปเลยแยกธาตุเป็นดินน้ำไฟลมก็จบ ผู้ที่ฟังตามได้ไหวและทำจิตทำใจให้ได้ตามนี้ ไม่ต้องมีใครมาตัดสินให้คุณเป็นอรหันต์เลย ไม่ต้อง สัจธรรมเป็นผู้พิพากษาเอง คุณตัดสินผิดคุณก็ผิดของคุณเอง คุณตัดสินถูกก็ถูกของคุณเอง สัจธรรมอิสระเสรีภาพมันสุดยอดอย่างนี้ เพราะฉะนั้นคนทุกวันนี้ เข้าใจแค่ Economy กับ Luxury เข้าใจแค่ประหยัดมีน้อยมักน้อย กับการไปหลงมีมากมากๆ พยัญชนะบาลีหลักการพระพุทธเจ้าก็คือ อัปปิจฉะกับมหัปปิจฉะ มักน้อยคืออัปปิจฉะ มีน้อยๆหรือสูญไปเลยก็ได้ กับ มหัปปิจฉะ มีมากเท่าไหร่ก็ไม่มีขอบเขต ไม่พอ มีมากเท่าไหร่นับไม่ถ้วนจนไม่มีประมาณเลย อัปปมัญญา มันก็พูดกันไม่รู้เรื่องคนที่มีไม่พอ มากเท่าไหร่ก็เอา กับคนที่มีที่จบ มีที่ศูนย์ มีที่พอ มีกรอบ พอแค่นี้อาศัยแค่นี้มี 1 มี 2 มี 3 มี 4 มี 5 อย่างมากก็แค่มี 5 ก็พอแล้ว ปัญจะมีเลข 5 อย่างดีถ้าคุณสามารถควบคุมได้ก็เป็น 7 มีพลังงานส่วนเหลือส่วนเกินก็เอาไปทำงานรับใช้ผู้อื่น แต่ถ้าคุณมีส่วนเกินที่มากกว่า 5 แล้วคุณก็เอามาโลภ เอาไปทำร้ายผู้อื่น กรรมวิบากของคุณก็ต้องเป็นจริง แต่ถ้าคุณซื่อสัตย์รับใช้ให้แก่ผู้อื่น กรรมวิบากของคุณก็ดี เรียนรู้กรรมวิบากอันนี้เป็นสัจจะความจริงเลยไม่มีใครแย้งได้ เพราะฉะนั้นเรื่องประหยัดกับเรื่องมักมาก แค่นี้ก็ยังเข้าใจไม่ได้ในความจริง แล้วคุณก็ประพฤติจริงอยู่ในร่องในรอยของคำพูดนั่นแหละ บัญญัติหรือมักมากฟุ่มเฟือยหรูหรา ทีนี้เราก็ไปมองดูคนส่วนใหญ่ คนส่วนใหญ่มักมากหรือมักน้อย …มักมาก มันเป็นธรรมชาติของกิเลสของเขา (พ่อครูไอตัดออกด้วย) สมณะฟ้าไทว่า... รัฐบาลนี้จะขึ้นค่าแรง 450 บาทต่อวันภายใน 100 วัน ได้ข่าวว่าจะมีการไล่คนงานออก ตอนเขามาหาเสียงคนงานก็ดีใจ แต่ตอนถูกไล่ออกจะเสียใจ แล้วเขาบอกว่าขึ้นทุกปีด้วย บริษัทไหนมันจะไหว มันจะไปรอดได้อย่างไรล่ะ อย่างนักเรียนเขาก็จะให้เลิกชุดนักเรียน ใส่ชุดอะไรก็ได้ มันคงเละดี พ่อครูว่า... เละ มันเป็นคำประชดซ้อนอยู่ในตัว เละมันไม่ดี มันต้องได้สัดส่วนที่พอเหมาะ มันถึงจะดี สมณะฟ้าไท... เอา โลกียสุขมาหลอกคน คนก็ชอบสิ เหมือนประเทศอื่นที่เขาให้เงินประชาชนเยอะๆ อย่างเวเนซูเอล่า เดี๋ยวก็เงินเฟ้อหรอก พ่อครูว่า... อาร์เจนติน่าล้มละลายจนเงินตกขนาดนี้ มันเป็นตัวอย่างที่เป็นไปได้ อะไรจะขนาดนั้นอย่างนี้เป็นต้น ก็ดูจะมีตัวอย่างในประเทศอื่นโดยเฉพาะอเมริกากำลังทำท่าที ว่าเงินดอลลาร์นี้เขาจะพยายามรักษาค่าให้ได้ อาตมาก็ยังไม่รู้ลึกๆนะว่าในอเมริกานี้เขามีน้ำมันหรือเขามีทองคำมากพอหรือเปล่า ในประเทศอเมริกาขณะนี้ เขาไม่ได้เปิดเผยว่ามีทองคำหรือมีคงคลังเท่าไหร่ มีการสะพัดเท่าไหร่ ประเทศไทยเปิดเผยนะ แต่อเมริกายังไม่ยอมเปิดเผย คนเขาก็พอรู้ไต๋ได้ เพราะว่ามันมีพฤติการสัมพันธ์กับสังคมอยู่ เขาก็เอาสิ่งนั้นมาประมวลตัดสินบอกราคา ตีค่าของอเมริกาได้ เขาก็ปิดข่าวไม่ให้รู้ ดูว่าเขาจะทำได้นานแค่ใด เพราะจริงๆแล้วเขาเอง เขาก็จะต้องลงทุนสร้างเครื่องไม้เครื่องมือที่เขามีความเก่งตรงนี้ สามารถสร้างอาวุธสามารถ สร้างเทคโนโลยีต่างๆเอามาอยู่ ซึ่งเขาต้องใช้เงินทุนซ้อน ถ้าเขาหมดแล้วหรือเขาเป็นหนี้วัตถุดิบที่จะเอามาสร้าง คนอื่นเขาไม่ให้แล้ว คุณมีเองพอไหมมีวัตถุดิบ มีโลหะ มีสิ่งที่จะเอามาเป็นเหตุปัจจัยในการสร้างเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ แล้วเอาสิ่งเหล่านี้มาขายได้เงินให้เลี้ยงพลเมืองในประเทศตนเองจะไหวไหม ถ้าไม่ไหว เหตุปัจจัยมันไม่สมดุลพอมันก็ต้องคว่ำให้เห็น มันก็จะล้มละลายให้เห็นแน่นอน เพราะฉะนั้นสิ่งนี้มันก็จะต้องดูไป ดูกันจริงๆ มันยังไม่จบทีเดียวเพราะเขายังไม่ยอม วางมือ ยังไม่ยอมแพ้ เหมือนกันกับทักษิณ มันยังไม่ยอมแพ้ยังไม่ยอม ตอนนี้ไม่ได้เป็นตัวพระเอกขอเป็นพระรองก็แล้วกันขอเล่นบทนี้ เอาก็เอาว่ะ เรียกด้วยศัพท์ของสังคมว่าขอโหนไปก็ยังดีนะ เกาะไปโหนไปก่อน ยังไม่ได้ที่ 1 ทีเดียว สักวันหนึ่งเถอะ ถ้าจะรอให้หัวหน้าตัวเองก่อน หรือได้ทีก็คว่ำหัวหน้าลง เราไม่รู้ได้อันนี้เราไม่กล้าไปตัดสิน แต่อาตมาดูท่าทีเขาก็ทำอยู่อย่างนี้ สรุปแล้วมันเป็นเหตุผลหรือเหตุปัจจัยที่คนละเรื่อง เรื่องที่เขาทำนี้อาตมาว่า เป็นวิธีการ แล้ววิธีการที่ทำมันก็จะออกผลอย่างนี้ ส่วนเรามีวิธีการอีกอย่างหนึ่งทำแล้วผลมันจะออกมาอีกอย่างหนึ่ง นี่มีนัยยะรายละเอียดที่แตกต่างกัน
เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จะไปตัดสินกันทีเดียวไม่ได้ ถ้าเอาภาษามาเรียกให้ตัวเองภาษาง่ายๆว่า พวกคอนเซอร์เวทีฟกับพวก Progressive ของเขาก้าวไกลของใหม่เป็น Progressive ของเราเป็นพวกอนุรักษ์นิยมเป็นคอนเซอร์เวทีฟ ของโบราณแต่เราก็โบราณนวทัศน์นะ ของเราโบราณไม่ใช่งุ่มง่ามไม่รู้โลก แต่เรารู้ กาละ เทศะ ฐานะ จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่ แล้วคุณจะเข้าใจที่เราพูดไหม เราใช้คำว่า กาละ เทศะ ฐานะ แล้วเนื้อแท้กาละคือความเคลื่อนไปทุกอย่างก็ไปเรื่อยๆเป็นกาลเวลามันไม่ถอยหลังไปเรื่อยๆ เทศะ ในสิ่งที่เป็นไปมันมีความแตกต่างกันมันมีสภาพ 2 เสมอ ตั้งแต่วัตถุมันก็จะมีบวกกับลบ พอมีชีวะขึ้นมา จะมีธาตุรู้กับเหตุปัจจัยที่เป็นรูปธรรม ไปด้วย ธาตุรู้ในระดับ พีชะ มันก็ปรุงแต่งของมัน มันเป็นประธานควบคุมตัวมันเองแต่มันไม่ไปเบียดเบียนใคร ใครเข้าใจคุณสมบัติคุณลักษณะพิเศษของพืช มันเป็นตัวเอง วันนี้เป็นฐานอาศัยของศาสนาพุทธต้องทำจิตวิญญาณให้อยู่ในฐานะพืช คุณก็เป็นประโยชน์แก่คนแก่สัตว์ทั้งหมด พืชมันเป็นประโยชน์แก่คนแก่สัตว์ทั้งหลายนะ มันไม่ได้เกิดมาเพื่อตัวมันเองเลย มันก็เป็นตัวมันของมันอยู่อย่างนี้ เช่น ผลหมากรากไม้ข้างหน้านี้ มีกล้วย มีมะไฟ มีเงาะ มีมะม่วงเยอะแยะของมัน มันก็เป็นของมันแล้วมันก็ทำขึ้นมาให้คนสัตว์ได้อาศัยใช้กินแล้วมันก็ไม่ได้มีอะไร จนกว่าพลังงานของแต่ละตระกูลแต่ละเชื้อ เชื้อชาติเงาะ เชื้อชาติมะไฟ เชื้อชาติมะม่วง หมดเชื้อมันก็สลายไป มันยังมีเชื้ออยู่มันก็ปรุงแต่งของมันไป เอาเชื้อไปปลูกต่อขยายต่อ หรือจะมีใครมาช่วยให้มันขยายผลใหม่อีกมันก็เป็นธรรมชาติที่คนผู้ที่เรียนรู้วิทยาศาสตร์มาก็ไม่ได้ประหลาดอะไร พระพุทธเจ้าถึงบอกว่าให้ทำจิตวิญญาณของเราให้เป็นเหมือนอย่างพืช ปลอดภัยที่สุดมีประโยชน์ให้แก่สัตว์โลกและมนุษย์ สุดยอด อุตุ พีชะ จิต กรรม ธรรมะ อาตมาเอามาขยายความให้พวกเราทำ แล้วทำได้พวกเราจึงมีทิฐิอย่างนี้มีศีลสามัญญาตา ทิฏฐิสามัญญา จึงมาร่วมกันมีพฤติกรรมกายวาจาใจมีศีลสมาธิปัญญาอยู่อย่างนี้ก็สร้างสรรค์อย่างนี้ พวกเราจึงมาเป็นพวกที่จะสร้างพืชพรรณธัญญาหาร เราไม่สร้างอาวุธ เราไม่สร้างสิ่งมอมเมา เราไม่สร้างสิ่งที่เป็นพิษ ยกตัวอย่างเช่น พืชชนิดหนึ่งเรียกว่ากัญชา แน่นอนพวกเราไม่เอากัญชา เพราะมันล่อแหลมที่จะเป็นพิษ มันเอียงข้างไปเป็นพิษแล้วเราไม่สร้างกัญชา จะบอกว่าเป็นอาหาร มันไม่ใช่ จะบอกว่าเป็นยาอยู่บ้าง ก็เข้าใจ ยามันไม่ใช่เนื้อแท้ๆที่จะไปกินมากนะ ยาก็เป็นแค่เมื่อมีสิ่งไหนบกพร่องเอาอันนั้นมาเติมนั่นเรียกว่ายา เป็นโอสถ เป็นสิ่งที่ขาดมันพร่อง มันไม่เต็มมันจะต้องอาศัยเนื้อนี้ เอาเนื้อนี้มาเติมให้มันเต็มนั่นคือยา ส่วนอาหารนั้นมันจะต้องใช้ทุกอย่าง ที่จะต้องใช้สังเคราะห์สังขารเป็นเนื้อหนังมังสาให้มีเรี่ยวแรงมีความคิด ทำงานอยู่ในโลก นั่นคืออาหาร อาหารและยาก็มีนัยยะต่างๆ เราก็อาศัยจากพืชพันธุ์ธัญญาหารมาเป็นทั้งยาทั้งอาหารและเราจะได้สร้างสิ่งเหล่านี้ อาตมาก็ขอบอกพวกเรา พวกเรายังมีพลังงานเหลือที่จะไปทำพืชพันธุ์ธัญญาหารได้อีก แผ่นดินเราก็ยังพอมี เหตุปัจจัยที่จะไปสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหารได้มากก็ยิ่งดี ถ้ามันมีมากกว่านี้ก็ช่วยกันเผยแพร่ ช่วยกันกระจายให้คนอื่นต่อไป ถ้าเราเข้าใจอันนี้สมบูรณ์แล้วทุกคนก็มีวิริยะอุตสาหะ เป็น วิริยารัมภะ เป็นคนปรารภความเพียร เป็นคนระดมความเพียร กระตุ้นอย่าให้เป็นคนเฉย คนชา คนหยุด มันมีแรงอยู่ก็รู้พักรู้เพียร เรายังมีแรงมีโอกาสมีเหตุปัจจัยก็ช่วยกันทำ ให้เก่งเป็นกสิกรเป็นนักสร้างสรรค์พืชพันธุ์ธัญญาหาร อย่างเต็มที่ สร้างให้ท่วมโลกไปเลย พูดให้มันเวอร์ๆ เสร็จแล้วก็ช่วยกันเก็บส่งขยายกระจายไป เราไม่ขายเอาเปรียบ เราไปขายอย่างขาดทุนหรือแจกฟรี นี่เป็นอุดมคติอุดมการณ์ของเราเป็นความจริงใจ ไม่ใช่ดัดจริต ไม่ใช่เรื่องช่วยเขาแล้วก็จะไปเก็บกวาดเอาดอกเบี้ย เอารายได้ทีหลัง เราไม่เอา เราให้ไปสดๆให้แล้วก็ตัดบัญชีๆๆเลย เราอย่าประมาทให้จนกระทั่งเราเองไม่พอกินพอใช้เราก็แย่ แต่เราก็ทำเป็นอยู่แล้ว สรุปพระพุทธเจ้าว่าคนมีสมรรถนะมีความขยัน มีความรู้ความสามารถสร้างสรรค์พืชพันธุ์ธัญญาหาร ไม่ต้องไปสร้างอาวุธ ไม่ต้องไปสร้างสิ่งมอมเมา ไม่ต้องไปสร้างสิ่งที่เป็นพิษ สร้างพืชพันธุ์ธัญญาหาร เรามีสมรรถนะ มีความรู้อันนี้และขยัน ให้รู้เพียร มันเพียรเต็มที่ ไม่ย่อหย่อน แล้วก็พัก อปฏิฐัง อนายูหัง เราไม่พักอยู่ (อัปปติฏฐัง) เท่ากับยังเพียรต่อไป เราไม่เพียรอยู่ (อนายูหัง) เท่ากับพักหรือไม่ต่ออายุอิทธิบาท เราเป็นผู้ข้ามโอฆสงสารได้แล้ว (โอฆมตรินติ) ถ้าเราทำตรงอย่างที่อาตมาพูดไปคร่าวๆ เป็นกสิกรแข่งขันเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ของประเทศ ของโลกเลย ให้มันกระจายไปแก่ประเทศอื่นๆได้เผยแพร่ประเทศอื่นๆได้ ถ้าเผื่อว่าเราสามารถสร้าง เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า ที่คนต้องกินต้องใช้ แล้วเราก็ส่งออกไป จะมีวิธีคิดถนอมอาหารได้ก็ดี ไม่ต้องถนอมอาหารส่งให้สดๆไปกินไปใช้ได้ก็ดีก็ทำ ถ้าเราทำอันนี้ได้อย่างอุดมสมบูรณ์ ได้อย่างมากๆๆๆ เท่าไหร่ มันก็จะเป็นเครื่องชี้บ่งความเจริญก้าวหน้า ไม่ใช่ความเจริญก้าวไกล แต่เป็นความเจริญก้าวหน้าเท่านั้น เราไม่ได้ก้าวไกลจนกระทั่ง มีแผนที่ไกลออกไป แต่เราก้าวทุกก้าวที่เรามีความรู้ว่า เราก้าวไปข้างหน้านี้เราจะก้าวไปได้ เราไม่เวอร์ไปจนกระทั่งวาดฝันไปไกลเกินกว่าคิด เราประมาณเท่าที่เราจะสามารถว่าเราไกลขนาดนี้ เราไม่เหลือบ่ากว่าแรง สํานวนไทยไม่เหลือบ่ากว่าแรงทำได้ โดยประมาณแล้วไม่เหลือบ่ากว่าแรงเป็นสำนวนไทยที่ประมาณแล้วพอดี เราก็ทำไปเรื่อยๆ แต่ถ้าเพิ่มความสามารถได้เพิ่มขึ้นก็ทำเพิ่มขึ้น คุณเพิ่มความขยันได้มากขึ้น คุณก็เติมความขยัน ไม่ได้ไปเบียดเบียนใคร เป็นความขยันของเรา ความสามารถของเราก็ไม่ได้ไปเบียดเบียนใคร มันออกมาจากพลังงานประสิทธิภาพของเรา เราก็สร้างก็ทำเต็มที่ ๆๆ ผลผลิต จะเรียกว่า By Product ผลได้ ที่ตามสมรรถนะความสามารถของเราก็เป็นผลที่ตามมา ที่จริง ไม่ใช่ผลพลอยได้แต่เป็นผลตรงตามเหตุปัจจัยที่ผลิต เหตุมีก็ต้องมีผลตามนี้ ไม่ได้ผิดจากความจริงตรงไหนเลย เราไม่ได้ผิด ไม่ได้พลาด ไม่ได้เผลอไปตกต่ำอะไร เราทำพืชพันธุ์ธัญญาหาร ถ้าเผื่อว่าเราไม่ต้องไปคำนึงเพราะอะไร เพราะอาหารเป็นหนึ่งในโลก นี่ก็เป็นคำสอนของพ่อเรา ใช่ไหม อาหารนี้เป็นหนึ่งในโลก คนต้องอาศัยทั้งนั้นเลย คนไม่ต้องอาศัยปืนผาหน้าไม้ คนไม่ต้องอาศัยสิ่งมอมเมา คนไม่ต้องอาศัยสิ่งที่เป็นพิษ คนไม่ต้องอาศัยสิ่งที่เป็นแฟชั่น เป็นสิ่งที่จะประเทืองหลอกล่อหรูหราฟู่ฟ่า เราเอาสิ่งที่มันชัดเจนเลย มาใช้ ไม่ต้องแค่น่านิยมแฟชั่น แต่เอาตัวชัดๆจริงๆเที่ยงๆว่าเราใช้มาแล้วเป็นมาแล้ว ไม่ผิดพลาดเป็นเนื้อแท้เนื้อหา ก็เต็มที่ นี่ อาตมา ได้ขยายความและบอกนัยยะสำคัญของสิ่งที่กำหนดกันผิดพลาด Economy หรือ Luxury ที่เป็นภาษาฝรั่ง ว่า คุณจะประหยัดมักน้อยหรือคุณจะทำให้ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยไป อะไรกันแน่ ในความกำหนดหมายของคุณ สัญญาอย่างหนึ่งแต่คุณก็ไปทำให้มันเป็น ภาพ เป็นสิ่งที่เกิดเป็นกาย เป็นการปรุงแต่งของรูปของนามอีกอย่างหนึ่งมันก็เป็นกบฏ มันก็ใช้ไม่ได้ ในความลึกซึ้งคำสอนพระพุทธเจ้าวิญญาณฐิติ 7 ถ้าเข้าใจ คุณจะสมัยใหม่เป็นอาภัสรา คุณก็ทำไปด้วยปัญญาให้ชัดเจน อย่าไปทำให้มันมืดๆงมงาย เป็นวิญญาณฐีติข้อที่ 4 แม้คุณจะทำวิญญาณฐีติข้อที่ 4 คุณก็มีแสงสว่างในตัวเอง มีสัมมาทิฏฐิเป็นตัวตัดสิน สิ่งที่รู้ยังไม่ชัดแต่เรามีไฟ เป็นไฟพิเศษแสงสว่างพิเศษเห็นความจริงอันนี้ชัดเจน ไม่คลุมเครือ แม้จะอยู่ในที่มืดเรียกว่า กิณหา เราก็มีแสงสว่างเป็น สุภะ เป็น สุภกิณหา ทำอันนี้อย่างมีแสงสว่าง อย่างมีความรู้เป็นสัมมาทิฏฐิ จัดการสิ่งนี้อย่างสมบูรณ์แบบ ก็จบลงที่ วิญญาณฐิติข้อที่ 4 ส่วนข้อที่ 3 เป็นอาภัสราคือสว่างแจ้งชัดเจนก็ไม่มีปัญหาอะไร ทำทุกอย่างถูกต้องตามที่รู้ที่เห็น มีเหตุปัจจัยถูกต้องสมบูรณ์แบบ อาภัสรา ส่วนในเหตุปัจจัยที่มันไม่สว่างขนาดนั้น มันก็มีกิณหามันมืด มันดำมันคล้ำบ้างแต่เราก็ต้องทำปัญญาของเราให้เป็น สุภะ อย่าให้มันวิปลาสไปในสุภะ อย่าให้เข้าใจ อสุภะเป็นสุภะ เมื่อเราชัดเจนไม่วิปลาสมี สุภะ มันเก่งกล้าสมบูรณ์ตามเหตุปัจจัย นี่คือคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ขยายความรู้ลึกไปถึงวิญญาณฐิติ 7 1 นั้นมันเละเทะ 2 นั้นมันจัดสัดส่วนได้เป็นปฐมฌาน ได้สัดส่วนที่พอมาพอดีได้ อันนั้นก็ทำ แต่ทีนี้เหตุปัจจัยมันมากขึ้นก็ด้วยภูมิปัญญา หรือความสามารถที่พอดีทำสิ่งที่เป็นอาภัสรา เป็นสิ่งที่อาศัยใช้สอยอย่างชัดเจนสดสวยงดงามน่ารัก แม้เหตุปัจจัยมันลงไป มันจะคล้ำ มันจะมืด มันจะยากสักหน่อย เราก็จะต้องเติมความรู้ความสามารถเรียกว่า สุภะ อย่าสูงไป อย่าให้ผิดพลาด ก็เป็นอันที่ 4 ของวิญญาณฐิติ ลืมตาอย่างมีเหตุปัจจัยครบ ไม่ใช่ทำอย่างงมคลำ ส่วนอันที่ 5 ที่ 6 ที่ 7 วิญญาณฐิติอีก 3 อัน อันนี้เป็นเรื่องของเหตุปัจจัยของ cyclic order ของสามเส้า 1. อากาศ อากาสานัญจายตนะ ที่ว่าง 2. วิญญานัญจายตนะ มันก็มีเท่านี้แหละสรุปลงในโลกก็มีที่ว่างกับวิญญาณ และวิญญาณของคุณไม่มีกิเลสคือ อากิญจัญญายตนะ หรือที่ว่าง ของคุณไม่มีสกปรก ที่ว่างของคุณนี้สะอาด ที่ว่างนี้บริสุทธิ์ ที่ว่างนี้ไม่เป็นพิษเป็นภัย คุณก็อาศัยที่ว่างที่ไม่เป็นพิษเป็นภัย มีพิษมีภัยก็ช่วยกันเอาออกแล้วจิตใจก็มีสมรรถนะ มีความสามารถ ที่จัดการได้ไม่ให้มีภัย ไม่ให้มีโทษ ไม่มีเรียกด้วยโทษทางจิตก็คือกิเลสไม่มีกิเลส เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรเลยที่จะเป็นสิ่งเสียหาย อากิญจัญญายตนะ มีแต่สิ่งที่เป็นสิ่งที่ดีตลอดหมดเลย นี่คือสามเส้าสุดท้าย ถ้าเข้าใจก็คือมีแค่นี้แหละ อากาศ วิญญาณ อากิญจัญญายตนะ สมณะฟ้าไท... ประเด็นการเมือง “ดูไป” ถ้าดีอย่างลุงตู่ เราก็เชียร์ ถ้าไม่ดีเราก็ตามดู เราก็ติงเตือนก็ประท้วง พ่อครูว่า... พวกเรานักโพรเทสตัวจริง protestant neo protest สมณะฟ้าไท... อย่างไรพวกเราก็ไปกันพรึ่บ ไม่เกี่ยงผมหงอกผมดำ ไม่เกี่ยงสรีระ เห็นใน Facebook กปปส.ก็คึกคักถ้าไปแตะมาตรา 112 ก็ออกไปเลย _สู่แดนธรรม... วันนี้ผมได้ฟังที่พ่อท่านยืนยัน สิ่งที่ไม่ตรงกันระหว่างความรู้และการกระทำ พ่อท่านเคยพูดไว้นานแล้วว่าความรู้กับความจริง ความรู้ economy ควรจะไปทางประหยัดมักน้อยลดลง แต่พฤติกรรมจริงกลับไปทำตรงกันข้าม ให้มันมีความมักมากฟุ้งเฟ้อ ซึ่งตรงกันข้ามกับ economy ก็คือ luxury สมณะฟ้าไท... สรุปที่พ่อครูมาย้ำให้พวกเราลงมือทำกสิกรรม โลกนี้จะเป็นอย่างไรก็ช่าง ทุกคนก็ต้องกิน Pinocchio เขาก็ต้องกินเหมือนกัน พ่อครูว่า... เขากินหรูหราด้วย สมณะฟ้าไท... เราเป็นฝ่ายผลิต เราก็เป็นมิตรกับทุกคนเขาจะชั่วจะเลวเราก็ช่วยหมด ไม่ว่าเขาจะมาเผาเรือเรา เอาน้ำปลาร้ามาสาดเรา เราก็ช่วยเขา เพราะพ่อครูเน้นย้ำว่า เราต้องทำให้สะอาด จิตเราสะอาด สิ่งที่เราทำมันก็จะสะอาด อาหารก็สะอาด สถานที่ก็สะอาด บุคลากรก็สะอาดไม่มีพิษไม่มีภัย ในวิญญาณฐิติ 7 3 ข้อสุดท้าย ทุกอย่างสะอาดหมด มันเป็นความสะอาดที่พวกเราทำได้เสมอๆ แม้ว่าพวกเราจะไปชุมนุมไปประท้วง ไปถีบจักรยานช่วยหาเสียง ก็สะอาดหมดจด พ่อครูว่า... เรามีฐานชัดเจนคือเรามีฐานกสิกร ใครทำไม่เป็นก็ลงมือทำ เป็นแต่เพียงว่า สมณะมีหลักพระวินัยคุ้มครอง ก็อย่าว่ากันนะ สิกขมาตุ ก็ทำได้เต็มที่ไม่มีวินัย สมณะฟ้าไท... เราทำไม่ได้เอา ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข เหมือนคนโลกีย์ เราทำตัวเองสร้างตัวเองอย่างบริสุทธิ์ทุกอย่างพึ่งตัวเอง ไม่ได้อาศัยโลกีย์ ไม่ได้อาศัย ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข เราไม่ได้ทำเพื่อได้ผลประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้น ชาวอโศกก็ต้องเสียสละตัวเองให้แก่สังคมไปเรื่อยๆโดยไม่ได้มีอะไรกลับคืนมามีแต่ให้ออกไปทั้งนั้น โดยมีจิตใจที่ว่างเบาสบายแล้วก็สะอาดอยู่ตลอดเวลา จบ 660519 เก่งที่สุดกว่าทุกประเทศ คือเปรตแท้ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก