610928 อุปาทาน 4 อันไหนแย่ที่สุด อันไหนง่ายสุด.docx
เนื้อหาในไฟล์
610928 อุปาทาน 4 อันไหนแย่ที่สุด อันไหนง่ายสุด
สมณะแสนดิน : พวกที่ตัวเองมี แต่ปฏิเสธว่าตัวเองมี อัตตวาทุปทาน
พ่อครู : คือพวกที่ไม่รู้เรื่องและไม่มีปัญญา พวกที่อัตวาทุปทาน คืออุปทาน 4 นี่ ต้องมีปัญญารู้ คือ 1.กามมุปทาน 2.จิตุปทาน ระลึกอยู่ในความรู้ ไอ้คนนี้นึกว่าตัวเองรู้กาม แต่มีแค่รู้
สมณะแสนดิน : แค่รู้ภาษา
พ่อครู : และแถมรู้ว่าตัวเองรู้วิธีปฏิบัติิอีก รู้ศีลพตุปทาน ดันนึกว่าตัวเองรู้อัตตวาทุปทานอีก ทิฎฐุปทาน
สมณะแสนดิน : ซ้อนกัน 3 ชั้น
พ่อครู : ทิฎฐุปทาน ศีลพตุปทานก็ยังพอทำเนา ยึดแต่ศีลพตตั้งหน้าตั้งตาปฏิบติ มันยังดีกวาทิฎุปทาน ทิฎฐุปทานเป็นวิตกจริต ศีลพตุปทานศรัทธาจริต กามมุปทาน พุทธิจริต อัตตวาทุปทานนี่หนักกว่าทิฎฐุปทานอีก ติดติงแต่คำพูดภาษาเปลือกอยู่เท่านั้นเอง เปลือกกับเปลือกเท่านั้นตอนนี้
สมณะแสนดิน : พวกนี้น่าจะเป็นคนที่หายากที่สุด
พ่อครู : ใช่ เพราะฉะนั้นเราจะดูในอุปทาน 4 ที่ท่านเรียงไว้ กามมุปทานดูเหมือนเรื่องใหญ่ๆ อัตตวาทุปทานเหมือนเป็นเรื่องใหญใหญ แต่ที่ไหนได้ซวยสุด อัตตวาทุปทาน แม้พวกไปเรียนดอกเตอร์ เรียนเปรียญเก้า เขาอาศัยวิชาการสร้างวิมานสร้างฐานะสร้างชีวิตอยู่อาศัย เขาก็สบาย เขาไม่รู้ตีนไม่ติดดิน เขาไม่เป็นตัวตนเขาไม่ได้อะไร เขาไม่ได้สัมผัสสิ่งจริงเลย
สมณะแสนดิน : เขาได้โลกธรรมไป
พ่อครู : อาศัยอย่างนั้นช้านานมากเลย ซ้อนทิฎฐุปทานยังมีสัมผัส อัตตวาทุปทาน ตีนลอยไม่สัมผัสอะไรเลย แล้วก็หลงอยู่อย่างนั้นลอย ไม่ได้รู้สักที ไม่มีปฏิิฆะสัมผัสโส
สมณะแสนดิน : พวกกามมุปทาน มันจะทุกข์ๆ
พ่อครู : พวกนี้มีพวกอธิวจนะสัมผัสโสอย่างเดียว ไม่มีตัวปฏิฆะสัมผัสโสเลย มีแต่อธิวัจนะ มีแต่บรรญัติ มีแต่ภาษา มีแต่คำพูด เหมือนกับนักการเม
อ่านต่อ
ือง วาทะกรรมทั้งนั้น นักการเมืองเป็นพวกอัตตวาทุปทาน
สมณะดินไท : นึกถึงพุทธวจนะที่ยังค้นหาคำของพระพุทธเจ้า แต่ก็ยึดแต่คำของพระพุทธเจ้าเท่านั้น แล้วก็ยึดแต่ภาษา คัดเอาภาษาสูงๆ ปฏิจจสมุปบาท แต่การปฏิบัติก็คือนั่งหลับตา
พ่อครู : นั่นละคือไม่มีสัมมาทิฎฐิ ไม่มีอะไร คนที่มีได้ภาษาแล้วก็ได้สัมมาทิฎฐิบ้าง เขาก็ปฏิบัติได้บ้าง คนที่ได้ภาษา แล้วก็ปฏิบัติมากจนถึงครึ่ง จนกว่าครึ่ง มันก็มาเรื่อยๆตามความจริง พอมันชักจะปฏิบัติได้ หรือรู้แล้วปฏิบัติมีผล พวกนี้เขาจะปล่อยวางไอ้ที่มันติดยึดภาษา ที่ติดบรรญัติ บรรญัติสำหรับรู้ เป็นแผนที่ เป็นพิมพ์เขียว เป็นเข็มทิศ มันก็จะเกิดปฏิภาณปัญญา อ๋อบรรญัติภาษา คือเข็มทิศ คือทางให้เราเดิน เราเดินซิ แล้วก็ทำสัมมาทิฎฐิ รู้ว่าทางนี้ไปถึงนี้ แยกนี้ไปไหนไปไหน รู้แยกก็ไป มีเข็มทิศก็บอกกลับ เข็มทิศบอกไปถึงแยกนี้แยกนี้ ตรงนี้ทิศนี้ไป
สมณะแสนดิน : ถ้าพูดถึงจะละ ก็ต้องละตามลำดับ แย่สุดก็คือละอัตตวาทุปทาน แล้วไปละทิฎฐุปทาน แล้วก็ไปละศีลพตุปทาน แล้วถึงไปละกาม
พ่อครู : นี่เป็นพวกถอยหลัง พวกที่ชัดเจนแล้ว อัตตวาทุปทานก็ไม่ติด อัตตวาทุปทานก็ไม่ติด ทิฎฐุปทานก็ไม่ติด มันก็ทำกามมุปทานก็เร็วซิ
สมณะแสนดิน : ก็เป็นศีลพรตปรามาสอยู่
พ่อครู : ศีลพรตปรามาสอยู่ คุณรู้แล้วมันก็เรื่องของคุณแล้ว ถ้ายังเล่นๆหัวๆอยู่กับโจร ไปจับโจร ก็กินพุ่ยข้าวต้มกุ้ยอยู่กับโจร คุณก็
สมณะแสนดิน : มันก็เป็นไปลำดับ
พ่อครู : คุณก็ไม่จัดการโจรสักที
สมณะแสนดิน : ถ้าทำศีลพรตปรามาสพ้น ก็ขึ้นโสดาบัน มันก็มีลำดับมา
พ่อครู : ใช่ คุณไม่ลงมืออยู่ มันก็อยู่อย่างนั้นแหละ อย่างสักกายะทิฎฐิคุณรู้แล้ว คุณรู้ตัวตนนั้นแล้ว ไม่สงสัยเลยใช่ ตัวนี้ไม่ใช่แพะไม่ใช่เพ๋อเลย โจรตัวจริงเลย อย่างคุณก็เล่นหัวอยู่กับมัน สนุกสนานอยู่กับมัน ไม่จัดการสักที
สมณะแสนดิน : พวกนี้ไม่ปฏบัติหน้านองน้ำตา ปฏิบัติหน้ายิ้ม พวกหน้านองน้ำตานี่อีกแบบนึง
พ่อครู : อย่างนี้ประมาณ สักวันหนึ่งโจรก็ตลบหลัง ฆ่าเรา ตายโดยไม่รู้ตัว โจรมันใส่ยาพิษเข้าไปรู้ขุมขนไปเรื่อยๆ สักวันหนึ่งยาพิษก็เต็มเรา
สมณะแสนดิน : วันก่อนมีคำถามที่ตอนแรกปฏิบัติรู้สึกทุกข์มาก ตอนหลังไม่ทุกข็เลย แต่กินทุกอย่างเลย อย่างนี้มันผิดๆอยู่
พ่อครู : มันจะเป็นหลายลีลา แต่ละคนก็คนละอย่าง
สมณะแสนดิน : กลับไปกลับมาได้นะครับ
ถอดข้อความโดย อุทัย