221207-B พุทธพจน์เกี่ยวกับศีล ตอน2-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ021.txt
เนื้อหาในไฟล์
ถ้าเราวันนี้ก็มาพูดถึงเรื่องศีลต่ออย่างวันนั้นเราได้อธิบายกันไปแล้วที่เหลือพุทธพจน์เกี่ยวกับศีลจะเอามาต่อไว้ในหนังสือแสงศูนย์น้อยหมดแต่ว่าก็แต่ละบทแต่ละบทเอามาเรียบเรียงให้เห็นถึงศีลเนี่ยพระพุทธเจ้าท่านสอนอย่างไรท่านยืนยันอย่างไรกับคำว่าศีลจะเห็นท่านโน้มความหมายของศีลไปหลายนัยยะแล้วมันก็ชี้บ่งบอกตั้งแต่เริ่มต้นจะเอามาเรียบเรียงเอามาวางให้เห็นนี่คำกล่าวคำกล่าวที่ยืนยันว่า เป็นเรื่องแรกเหมือนแสงทองแสงเงินของวันเราจะมีพระอาทิตย์หรือว่าพระอาทิตย์จะขึ้นเมื่อไรแล้วก็มันก็มีแสงเงินแสงทองมาก่อนฉันใดศีลต้องมาก่อนเป็นเบื้องต้นฉันนั้นมีเป็นต้นซึ่งก็ได้รู้ความหมายของศีลว่ามันสำคัญอย่างไรแล้วก็มีคุณลักษณะอย่างไรและต่อมาก็ได้เอาคำศัพท์ที่ยืนยันถึงศีลต่อมาอีกว่าเมื่อก่อนอื่นและก่อนที่จะทำความบริสุทธิ์อะไรเราก็จะทำอย่างไรเล่าอะไรเล่าเป็นเบื้องต้นของกุศลทั้งหลายพระพุทธเจ้าท่านก็บอกเบื้องต้นของกุศลทั้งหลายก็คือศีลธรรมบริ หมดจะติดดีและความเห็นที่ถูกตรงถ้าเรามีอย่างนี้เมื่อใดมีความเห็นที่ถูกตรงมีศีลพรั่งพร้อมหรือว่ามีศีลมีความเห็นที่ถูกตรงอยู่พร้อมแล้วศีลนั้นก็จะพึงนำสติปัฏฐานตอนหล่นไปนิดนึงว่าศีลที่จะเกิดขึ้นก่อนนั้นเกิดขึ้นก่อนแล้วจะมาอริยมรรคองค์ 8 ถึงจะเกิดตามเพื่อความเจริญอริยมรรคองค์ 8 มันถึงจะเกิดได้ถ้าไม่มีศีลและอริยมรรคองค์ 8 ท่านสัตว์นี่ก็แสดงว่ามันย่อมไม่เป็นไปได้ด้วยดีหรือว่ามันย่อมไม่เป็นไปถูกต้องแน่เพราะสิ่งสำคัญ เช็ดตัวสติปัฏฐานก็ตามก็ศีลนำมาก่อนจะเกิดอริยะอริยมรรคองค์ 8 ศีลก็นำมาก่อนมือถืออาศัยศรีตั้งอยู่ในศีลแล้วพึงอบรมสติปัฏฐาน 4 โดยวิธีทั้ง 3 เทิดอย่างนี้เป็นต้นมีศีลเข้าใจแล้วเมื่อมีศีลแล้วก็ดำเนินอริยมรรคองค์ 8 มีสมาธิที่ตรงกับดำเนินสัมมาสัมมาสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะไปเรื่อยๆ
อ่านต่อ
ตามสัมมาวายามะสัมมาสติของเราคือเราจะมีสติมีความพยายามที่จะทำให้ตรงตามความเห็นควบคุมกายไว้ที่มโนจริงๆก็มโนก่อนจะได้ควบคุมมาวาจาสัมมาสัมพุทธ ที่จริงก็สลับกันนั่นแหละ 3 อย่างก็ดูอันไหนก่อนอันไหนอยากขอดูแล้วมันก็ฟังพร้อมไปก็ตัดสินใจจนกระทั่งชีวิตทั้งชีวิตเรียกว่ามีอาชีวะความเป็นอยู่ส่วนมากเราจะทำอะไรเป็นหลักเราจะมีอะไรเป็นเนื้อหาสาระเราก็จะต้องทำคือมันจะทำได้ดีกับพระองค์ 7 ของมักนี่เดินเต็มด้วยมันก็สั่งสมมาตรเป็นสัมมาอะระหังของพระอริยะเพราะพระอริยะจะมีสมาธิในสัมมาสมาธิสมาธิของพระอริยะสมาธิของพระอริยสัจเนี่ยมันจะตั้งมั่นมันจะตั้งแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆสั่งสมเป็นสมาชิกคือต่อเนื่องกันเองก็จะว่ากันโดยพยัญชนะ สมาธิคือความเป็นยิ่งสมัครดวงอาทิตย์คือความยิ่งความเจริญยิ่งความดียิ่งความไม่ใช่ความชั่วยิ่งนักยิ่งไปในทางดีมันก็จะติดต่อเนื่องกันขึ้นมาอยู่เสมอไม่มีขาดตอนมันก็จะยิ่งแข็งแรงยิ่งมั่นคงยิ่งมีมากยิ่งเป็นสิ่งนั้นอย่างแน่แท้บริบูรณ์ยังไม่ได้เกิดจากนั้นเราจะเป็นหมายความว่าจะไม่หมายเอาอย่างอื่นตามที่เขาไม้เราก็ต้องฟังเขาหมายเอาอย่างไรในศาสดาด้วยเจ้าคณะเจ้าหมู่ชาวลัทธิที่เขาอธิบายเขาก็อธิบายทีนี้เจ้าหน้าที่อื่นๆคณะอื่นบ้างเขาอธิบายมีความหมาย ดูให้เห็นจริงอันไหนที่มันดีกว่าเราก็ใช้ปัญญาตัดสินที่ชัดเจนและต่อมาเมื่อมีศีลมีอะไรดีแล้วเมื่อเธอทั้งหลายเป็นผู้มีศีลสมบูรณ์มีแต่ปาฏิโมกข์สมบูรณ์มีมารยาทโคจรสมบูรณ์ไปเรื่อยๆเถิดมีปกติเห็นภัยในโทษและมีประมาณน้อยนี่เป็นคำขยายความเมื่อมีศีลมีอะไรดีแล้ว 24 ชั่วโมงมีปฏิโมกข์สมบูรณ์แล้วก็ปฏิบัติไปเรื่อยๆอย่างปฏิบัติองค์ 8 หรือมีสติปัฏฐานโดยวิธีทั้ง 3 เมื่อเราทำไปดูอยากฟังละเอียดดูไปเรื่อยๆอยู่เสมอๆไม่ทั่วไทยมีประมาณน้อย เราควรระมัดระวังเสมอทำไปให้ยิ่งขึ้นไปถ้าไม่มีสิทธิ์แล้วจะเดินอยู่ยืนอยู่นั่งอยู่นอนอยู่อะไรก็ตามเราก็จะมีสติตั้งมั่นในฟันเฟืองแล้วก็จะทำไปทุกอย่างนั้นเป็นไปเพื่อความสงบระงับเป็นไปเพื่อประเทศสงบสงัดให้มีวิเวกก็ได้นี่ก็แปลว่าสงบสงัดโดยความมุ่งหมายที่เราจะต้องรู้ต่อไปซึ่งเป็นการปฏิบัติฌานนั่นเองแสดงอธิบายให้ฟังแล้วว่าเวลาเราเดินอยู่นอนอยู่นั่งอยู่หรือตื่นนอน อยู่ๆก็ตามยืนเดินนั่งนอนหลับก็พยายามละอภิชาพยาบาทที่นั่นมีอิจฉาสละทำให้สะอาดทีนี้ท่านบอกว่าละได้แล้วเมื่อเราเดินอยู่ก็ตามยืนอยู่ก็ตามนั่งอยู่ก็ตามนอนตื่นอยู่ก็ตากระพริบช้าและพยาบาทนั้นก็ปราศจากไปแล้วที่นั่นมีพระโพธิสัตว์อิจฉาของเธอก็ละได้แล้วความเพียรก็ปรารภแล้วไม่ย่อย้อนหลังหมายความว่าเราพยายามไม่มีมีวอนอย่างที่ได้อธิบายมาแล้วมีวิตกวิจารณ์อยู่พยายามมีจิตวิทยามีสุขมีอุเบกขาคุณจะเก่งเท่าไหร่คุณจะสามารถ ในการที่จะทำองค์ชาย 4 นี้ให้ดีจนกระทั่งวิตกวิจารณ์ของคุณง่ายไม่เป็นฌานหนึ่งอย่างเคร่งจนกระทั่งคุณมีปิติมีสุขมีอุเบกขาได้อย่างคล่องแคล่วสบายเบาแม่ค้าได้ที่เราเองสัมผัสอะไรเราจะต้องวิตกวิจารณ์มากเราก็ไม่ถูกวิจารณ์มากสัมผัสสิ่งใดอยู่เวลาเดินอยู่นั่งอยู่ยืนอยู่นอนตื่นอยู่ก็ตามแต่เราก็พยายามรู้ตอบกลับทั้งหลายแหล่แล้วเราก็ดูดูจิตของเราว่าขณะนี้จิตเรามีนิวรณ์หรือไม่พอเกิดสภาพอะไรแล้วก็สิทธิ์ของเราจะเป็นนิวรณ์เอนเอียงไปในทางนิวรณ์อย่างไรหรือไม่เราอยู่มีอยู่เสมอพยายามเพียร แห่เทียนระวังขณะที่มีความเพียรเผากิเลสมีความกลัวต่อโทษแห่งวัฏฏะเป็นผู้ปรารภความเพียรติดต่อสม่ำเสมอเป็นมิตรเป็นผู้มีตนส่งไปในแนวแห่งความหลุดพ้นตลอดเวลาดังนี้สถานีเป็นที่สุดฉันก็ไม่ให้เรามีความเพียรดูอยู่นั่นแหละพยายามเผากิเลสเห็นภัยในวัฏฏะมีความเพียรที่ไม่ติดต่อสม่ำเสมออยู่ตลอดไปมันก็เป็นแนวทางการว่าผู้ที่ได้บูชาอยู่อย่างมีรายได้ผ่านเกณฑ์กระทำเสมอถ้าไม่ได้หมายบอกว่าเป็นทานแล้วก็จะเป็นพระอรหันต์ไม่ใช่เราจะต้องล้างเกตโตที่มันเคยเป็นเคยมีจะต้องกระทำไปเรื่อยต่อ เวลาการรักมันจะเกิดสมาธิมันจะสั่งสมลงเป็นสมาธิเป็นสัมมาสมาธิอันบริบูรณ์บริบูรณ์ตั้งมั่นและเข้าใจในความรู้ทั้งหลายแหล่ว่าเรารู้จักจิตจิตของเรามีเวลาข้อมูลโทรศัพท์มูลโมหะมูลอย่างไรนึกละเอียดเป็นมหากษัตริย์ไปจนกระทั่งถึงสมาธิตั้งสมาธิตะนานิพูดลับเลยอธิบายมาบ่อยแล้วใน Play Store ก็พยายามสามารถรู้รอบถ้วนในเจโตในจิตต่างๆมีญาณหยั่งรู้จิตของเราละเอียดแล้วก็ทำให้ดีขึ้นจนถึงเป็นสายของกุศลเป็นสายของกุศลทั้งสิ้นคือติดรถละการคลายลงมาเป็นมหากษัตริย์เป็นอนุจิตรเป็นสมาชิกเป็นวิม ตะกรุดสะกิดซ้ายกุศลขึ้นมาได้จริงๆมันดียิ่งขึ้นยิ่งขึ้นเรื่อยเป็นมหากษัตริย์ดียิ่งขึ้นยิ่งขึ้นเสมอยิ่งใหญ่ขึ้นเจริญขึ้นไปเป็นจิตที่ไปสู่ความดีเสมอมหัศจรรย์ยิ่งเป็นไปด้วยความดีมหากัสแล้วก็เรียกมหากษัตริย์ก็เรียกหมายความว่ามันเป็นไปอย่างดีใหญ่เลยลึกซึ้งขึ้นมันดีเหมือนกับมันดีอย่างไรมันดีอย่างที่เราได้พยายามพิจารณาให้เห็นว่าจิตนี้มันอาจจะจากกิเลสอย่างลึกอย่างซึ้งได้อย่างพอเหมาะพอสมในทุกกาลเทศะฐานะเราทำได้อย่างไรเธอก็ทำไม่ได้ให้มันคงไม่ดีเป็นจิตที่ดีมีความ รูปพร้อมพาไปจากอุตรดิตถ์แล้วก็รู้ว่าเออนี่มันดีกว่านี้ยังมีอีกและจิตน่ะกระทำผิดได้แค่นี้เองที่จริงจิตนี้มันยังไม่บริบูรณ์มันยังไม่สะอาดบริบูรณ์พร้อมพลังดีกว่านี้มีอีกเราก็รู้ว่ามันดีกว่านี้มีอีกเราก็เพียรทำให้มันดียิ่งจนเราสามารถเพียรทำผิดของเรานี่ตอบตัวเองได้บอกตัวเองได้ว่าเป็นจิตที่ดีที่สุดแล้วปราศจากทุกข์ปราศจากกิเลสนิวรณ์ปราศจากอนุสัยอาสวะหรือว่าปราศจากในการรักนั้นๆว่าเป็นหนี้น่ะเป็นวิมุตเศรษฐกิจมันจะเป็นวิมุตเป็นจิตไม่ต้องประกอบไปด้วยความตั้งมั่นอยู่ได้ไม่ว่าแบบไม่เปลี่ยนแต่มั่นคงดีแล้วก็ยังแถมเป็นจิตที่มีประโยชน์เกื้อกูลในโลก ไม่ใช่เป็นศิษย์ที่ไร้ค่าเป็นสมาชิกเป็นสภาพที่เป็นความตั้งมั่นมั่นคงแข็งแรงไม่บิดพลิ้วแล้วก็ทั้งเป็นประโยชน์ที่จริงเป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่านอย่างแท้แท้ถ้าในพิจารณารอบถ้วนไปถึงอย่างนั้นจึงจะเรียกว่าเอออันนี้เรียกว่าวิมุตได้ละถ้ามันไม่เป็นอย่างนี้ถ้ามันปรับเปลี่ยนมาให้เราเปรียบเทียบเดี๋ยวเราก็จะรู้ว่าอย่างนี้เป็นวิมุติอย่างนี้เป็นอย่างนี้เราไม่เรียกว่าอย่างนี้เราเรียกว่าวิมุตจิตลักษณะอย่างนี้เราจะต้องศึกษารู้จริงๆไม่ใช่สักแต่ว่าฟังภาษาไม่ใช่สักแต่ว่าปฏิบัติประพฤติแต่เราไม่รู้ว่าจิตยังไงอะไรยังไงเราไม่รู้ไม่ใช่ต้องรู้นี่เราเพียรส่งตนไปอยู่ทำเป็นชาญ ให้รู้จักชาญรู้จักวิมุตติมีวิตกวิจารมีปิติคือมีจิตตัวดีดีขึ้นเรื่อยสุขขึ้นเรื่อยถ้าจะเทียบปิติก็สุขแล้วก็เหมือนกับปิตินี้เป็นยานสุขนั้นเป็นวิมุตมีญาณมีวิตมีญาณมีๆทำไปเรื่อยเรื่อยเรื่อยเรื่อยเรื่อยเรื่อยเรื่อยเรื่อยๆแล้วเรามีเครื่องวัดคืออุเบกขาในเครื่องวัดเอออย่างนี้มันดียอดแล้วอย่างนี้จะสูงสุดได้อย่างนี้เฉยอย่างนี้ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างนี้สบายแล้วแม้จะกระทบสัมผัสอะไรเราก็ไม่มีมันเป็นอัดทุกข์ก็มาส่งไม่มีสุขไม่มีทุกข์หรือว่าไม่หลงสุขไม่ติดทุกข์แต่ว่าไม่เป็นเป็นทุกข์ไม่ติดศพที่เราประมาณแล้วรู้ได้อีกต้น คำนวณด้วยตนจะไม่เรียกว่าสุขก็เป็นภาษาโลกจะเรียกว่าสุขโดยทางธรรมบ้างจะเรียกปรมังสุขังหรือว่าวิปัสสนาสุขโขมันเป็นสุขอย่างสงบสงัดแล้วไม่ใช่สุขอย่างสีจางอย่างร้อนรนอย่างรกๆเขาเกินไปแล้วมันก็อาจจะไม่เที่ยงตรงที่ว่าเป็นสุขนี่มันสภาพยินดีบ้างเป็นสวรรค์น้อยๆเป็นอนุโมทนาได้ยินดีตามรู้ตามความดีในโลกที่กระทำหรือว่าเรามีจุดมุ่งหมายดีมีเจตนาดีที่จะสร้างสรรค์ที่แกยังโง่อย่างนี้เราก็อาจจะมีอยู่บ้างแต่ไม่ได้หมายความว่าเราทำสิ่งเหล่านั้นด้วยเราให้มีอารมณ์เหล่านั้นขึ้นมาเพราะเราชอบไม่มีเรารู้สึกว่ามันทุกข์ไม่มีแล้วรู้สึกว่าเราเองขาดเขินอะไรก็ไม่ใช่ แต่เรามีเพราะกาละเหตุการณ์จะมีเพราะเราจะมาทำงานด้วยซ้ำมาฉันก็ปะเราก็จะต้องเข้าใจให้จริงตัวจิตของเราได้ส่วนลึกเราชอบมันจริงหรือเปล่าหรือว่าเราไม่ชอบหรือว่าเป็นอย่างนี้ทำให้เราเองจะต้องทำไม่ทำแล้วมันขาดไปทำแล้วโหยหาไม่ทำแล้วก็อะไรอาวรณ์หรือไม่ทำแล้วรู้สึกว่าเราเองเราเป็นทุกข์อะไรก็แล้วแต่เราก็จะต้องพยายามพิจารณาถ้าไม่เป็นไม่มีก็ได้เราก็ยินดีอยู่ในความนิ่งเฉยความว่างเราก็สบายดีจะมีอย่างนี้ก็ดีแล้วก็ไม่ติดอะไรปล่อยอยู่ปล่อยอยู่มีทั้งหมดจะยังไม่ใช่ว่าเป็นสิ่งที่เราจะติดมันจะผูกพันมันแต่เรามีจิตปล่อยอยู่ปล่อยอยู่ได้แท้ตรวจจิตให้ชัดเจนเราเรียนภาษา ทฤษฎีเราเรียนเครื่องพิจารณาเครื่องพิสูจน์เครื่องกำกับที่เราจะต้องกำกับดูตามปริยัติตามทฤษฎีต่างๆเอามายืนยันแล้วสอดคล้องกันไม่รู้ขัดเขินเรื่องของพระพุทธเจ้าทรงยืนยันว่าคำสอนของท่านสอดคล้องกันหมดไม่ดูขัดเขินแล้วเราก็กระทำการเป็นฝ่ายเป็นฝ่ายมีตนส่งไปอยู่ในแนวความคิดตลอดเวลามันก็จะเป็นอันไหนที่มันหลุดพ้นก็เป็นหลุดพ้นอันไหนที่เราจะทำตนให้ส่งต้นไปในแนวผลก็ไปได้เรื่อยๆถ้าอย่างนี้หมายความว่าเราเองเราได้พาตนไปสู่วิมุตติอยู่อันใดที่มนุษย์ได้เราก็รู้เราก็สูงขึ้นสูงขึ้นจนที่สุดเราจะเป็นผู้ที่หลุดพ้นอันบริบูรณ์ บริบูรณ์แล้วก็จะรู้เหลือน้อยเราก็จะรู้มีโทษภัยอันมีประมาณน้อยเราก็จะรู้อย่างนี้ก็เกิดมาแต่สีและสูตรที่เป็นบทปฏิบัติอยู่นะทีนี้ข้อที่ 4 จากพหุนามอุษามณีของพระพุทธองค์ก็มีว่าสรรพคุณและพระโบราณในศาสนาจะมีก็อธิบายความนิดหน่อยว่าเป็นคำสอนที่พระพุทธองค์ทรงกล่าวเสมอๆทรงสอนมากซ้ำๆซากๆมากๆพระโบราณในศาสนาคือคำสอนที่กล่าวเสมอๆทรงสอนซ้ำๆจงสอนศาสนาทรงสอนมากๆมีว่างไงแต่ว่าผู้มีพระภาคเจ้ากำลังประทับอยู่ณอานันทเจดีย์ในโภคพระนครแม้นั้นแม้ หมายความว่าแม้จะประทับอยู่ที่อื่นทั้งหลายก็ตามที่อื่นๆหรือว่าแม้ที่จะประทับอยู่ที่อานันทเจดีย์โพธิ์พระนครนี้นี่แหละแม่นั่นแม่อย่างนี้เนี่ยหรือแม้อย่างที่ประทับที่อื่นก็ตามเรียกว่าจะกล่าวคำพระโบราณสถานชะนีและที่อื่นท่านก็จะกล่าวพระโบราณสถานคนมีแม้ที่ไม่พอพระนครเองแต่สำหรับภิกษุทั้งหลายได้ทรงแสดงธรรมมีคาถาที่มีปริมาณมากความว่าปริมาณมากนี่ก็คือพระโบราณในศาสนาศีลมีเจตนารมณ์มีอาการอย่างนี้ซ้ำว่าอย่างนี้อย่างนี้ก็ได้สมาธิมีเจตนาลมมีอาการอย่างนี้ ปัญญามีเจตนารมณ์มีอาการอย่างนี้คือท่านอธิบายศีลอธิบายสมาธิอธิบายปัญญานั่นเองมีลักษณะอาการอย่างนี้อย่างนี้มีเจตนารมณ์มีที่หมายเจตนารมณ์มีความมุ่งหมายมีอารมณ์มุ่งหมายอย่างนี้มีอารมณ์เป็นอย่างนี้นะมันมุ่งหมายมันมีทิศทางแต่เจตนาว่าแนวโน้มจะตามประสาสมัยใหม่ก็ได้สีมีแนวโน้มอย่างนี้สมาธิมีแนวโน้มอย่างนี้ปัญญามีแนวโน้มอย่างนี้เจตนารมณ์สมหมายคำว่ามีอารมณ์ที่เป็นเจตนาตั้งใจให้มันเป็นอย่างนี้เจตนาเจตนาตั้งใจให้มันเป็นอย่างนี้เพราะงั้นเราเรียกได้ภาษาสมัย ศีลน่ะมีแนวโน้มอย่างนี้นะจิตเรานี่เมื่อมันเกิดก็ให้มันมีแนวโน้มอย่างนี้ปัญญาของเราให้มีแนวโน้มมีความเห็นมีความหมายก็อย่างนี้ก็ได้เจตนาเราเป็นผู้ที่ควบคุมเจตนาของเราเราเป็นผู้ควบคุมจิตไม่ใช่เราจะไปปล่อยให้มันปล่อยปละละเลยไปตามความเคยความเคยของเราคือความเป็นผู้ที่ชนความเคยเกิดมันเกิดอย่างโลกพาเกิดเพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะให้มันเป็นไปตามสิ่งที่มันคิดสิ่งที่มันเป็นจิตสะอาดจิตดีจิตสูงสุดจิตที่ไม่มีความโลภละกิเลสได้หมดแล้วด้วยและให้มันเป็นฝ่ายก็ตามมันก็ไปตามที่เรามีสติและก็มีผิดเพราะเราจะให้จิตมันเกิดแล้วเราก็ให้มันปล่อยให้มันเป็นไปเราก็เป็นผู้นำทางด้วย มีแนวโน้มอย่างนั้นอย่างนี้มีจิตเจตนาอย่างนั้นอย่างนี้แต่นี้เรียกว่ามีจิตศีลหลักเกณฑ์ต่างๆก็มีเจตนาจิตเราก็ให้มันมีเจตนาปัญญาก็มีเจตนานั้นจะอารมณ์อยู่และลักษณะเป็นอย่างไรอาการอย่างนี้อย่างนี้ก็อธิบายกันมาเรื่อยๆสีอย่างนี้นะมีความมุ่งหมายอย่างนี้นะเป็นอย่างนี้นะแล้วก็บอกอาการอย่างนี้ทำอย่างนี้มีอาการอย่างนี้ศีลก็มีอาการจิตก็มีอาการปัญญาก็มีอาการมีอาการมีกิริยาเป็นอย่างนี้นะและเราก็ทำในใจของเราให้ตรงตรงไม่มีปัญญาตรงนี้ให้มีจิตทั้งหลายแหล่สมาธิก็คือจิตทั้งหลายให้มันเป็นอย่างนี้ตามที่อธิบายเมื่อกี้ก็อธิบายจิตมาซึ่งทั้งหลาย ศีลความหมายของศีลก็ให้มีเจตนาอย่างนี้สมาธิที่มีศีลเป็นฐานเป็นที่ตั้งเป็นที่ไปแล้วที่สำคัญท่านก็ขยายความสำคัญอีกมากย่อมมีผลใหญ่มีอานิสงส์ใหญ่พระพุทธเจ้าเป็นยืนยันว่าสมาธิที่มีศีลเป็นฐานเป็นที่ตั้งเป็นที่ไปสมาธิอย่างนี้เป็นสมาชิกที่มีผลใหญ่มีประโยชน์มากอดิศรแปลว่าประโยชน์มีผลใหญ่ผลอะไรจะยิ่งใหญ่เป็นเพราะผลของอรหันต์ล่ะมีผลใหญ่มีอานิสงส์ใหญ่มีประโยชน์เหลือหลาย 7 ชนิดต่อจากนี้ก่อนจิตที่ถูกปัญญาบ่มให้ดีถึงขนาดแล้วย่อมหลุดพ้นโดยชอบอย่างแท้จริงจากอาสวะทั้ง 3 นี้คือกามาสวะจากภวาสวะจากอวิชชาสวรรคตเพราะเรามาเข้าใจให้ดีตรงที่ศีลที่มีศีลเป็นฐานสมาชิกที่มีศีลเป็นฐานมีศีลเป็นที่ตั้งมีศีลเป็นที่ไปคำว่าฐานคำว่าฐานเนี่ยตัวแรกความหมายของฐานะพื้นฐานมันหมายถึงความเป็นอยู่ของเราฐานะของเราความเป็นอยู่ หลักฐานหรือว่าสิ่งที่เราเป็นเรามีอยู่ขณะนี้ตามความเป็นความมีจริงเรามีอะไรเป็นแก่นสารเรามีอะไรเป็นสิ่งที่กำลังประคบประหงมกำลังเป็นไปส่วนมากกำลังเป็นทุกข์กำลังเป็นดีมันเป็นดีอยู่หรือมันเป็นทุกข์อยู่อะไรก็ตามเราไปฐานะอย่างไรเรามีอยู่อย่างไรของเราตรวจตนเองและเราก็ตั้งศูนย์ของเราขึ้นให้เป็นฐานตัวเราเองมีหลักเกณฑ์ควบคุมชีวิตหมายความว่าอย่างนั้นก็ได้บ่มีหลักเกณฑ์ที่จะกระทำควบคุมชีวิตตนเองกล่อมเกลาตนเองให้ดีขึ้นแล้วเอาหลักการนี้มาปฏิบัติเถอะเป็นส่วนมากเราจะไปไหนเราจะคำนึงถึง แล้วเราก็จะทำอันนี้ให้ดีงามให้บริสุทธิ์ให้มีเจตนารมณ์ให้มีความโน้มเปลี่ยนไปในความเป็นอย่างนี้ให้มากเสมอๆและเราก็พยายามมีสมาธิหรือมีจิตใจที่จะไม่ออกนอกเห็นจะเดินอยู่นั่งอยู่ยืนอยู่นอนตื่นอยู่ก็ตามเราก็จะเป็นผู้ที่มีศีลมีความเพียรเผากิเลสมีให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์นี้เป็นใหญ่มีสติปัฏฐานมีสมาธิแท้จริงควบคุมตนไปแล้วก็ดูไม่ใช่ว่ามีศีลขึ้นมาแล้วก็ไม่รู้เรื่องสติปัฏฐานเกี่ยวข้องกันยังไงซะมาริยะมักเกี่ยวข้องกันยังไงมีแต่ศีลต้องโดนเด็กๆขึ้นมานั่งรับแต่มายังทันทีแล้วก็นั่ง นั่งก่อนนอนไม่รู้นั่งไม่รู้นอนด้วยตรงสีคืออะไรก็ไม่เกี่ยวข้องไม่ใช่เรามีอยู่ในบริเวณแคบๆน้อยๆแล้วเรารักษาศีลนี่ทรงตัวให้มันมีประสิทธิภาพมีสติปัฏฐานใช้ศีลเป็นเมื่อเราทำได้ออกไปบริเวณกว้างขวางของขวางแล้วมาหัดที่ในวัดแล้วเรามีทีมอย่างนี้ระมัดระวังสำรวมสังวรดีถ้าออกไปนอกวัดก็อยู่ที่ไหนเราก็ใช้ศีลเป็นศีลสังวรดีมันก็จะเกิดผลเรามีศีลเป็นที่ตั้งและตั้งสินไว้กับเราถ้ามีศีลเป็นที่ตั้งหรือเรามีศีลอันเป็นบริสุทธิ์บริบูรณ์อยู่เป็นฐานต้นเป็นฐานอย่างของเรา เป็นที่ตั้งไว้แล้วตั้งมั่นแล้วเรามีศีล 5 ก็เป็นที่ตั้งของเราก็เอาเพิ่มอาทิตย์ศีลเป็นศีล 8 เป็นที่ตั้งก็เป็นที่เป็นไปเป็นที่ไปทีนี้ตอนหลังมามีศีลเป็นที่เป็นไฟมีศีลกำกับเราจะเป็นไปได้ศีลมีศีลเป็นส่วนที่จะทำให้เรามีพฤติกรรมอันขัดเกลามีพฤติกรรมอันสะอาดยิ่งเป็นอาทิตย์ๆๆขึ้นเรื่อยๆหรือเป็นผักที่หรือเป็นมหากัสก็ตามยิ่งขึ้นเรื่อยๆเราก็ทำเสียงมีศีลนั่นแหละเป็นที่ตั้งเราจะยิ่งมีฐานหรือมีที่ตั้งฐานอธิบายแล้วว่าเมื่อศาลปัจจุบันก็อธิบายให้ฟังแล้วเป็นฐานะอย่างไรมี ถามอย่างไรทั้งหมดถือว่ามีความเป็นไปอยู่ทั้งสิ่งที่มันยังไม่บริบูรณ์และสิ่งที่จะเกิดตามความมุ่งหมายของเราเป็นอนาคตเราก็ตัวตรวจตัวเราและเราก็ทำตัวเราให้เป็นแนวโน้มไปอย่างนี้เถอะอนาคตของเราจะไปสู่ดีสิ่งที่เรากำลังทำก็จะได้ดีตามที่เรารู้ในปัจจุบันจนกระทั่งเราทำสิ่งดีนี่มั่นคงเป็นที่ตั้งเป็นฐานแท้มีศีลจริงๆสีนี้เป็นศีลปกติมีศีลธรรมบริสุทธิ์เป็นที่ตั้งและก็ยังมีศีลอันเป็นปัจจุบันที่จะเป็นอธิษฐานควบคุมเพื่อที่จะดีขึ้นต่อไปมีศีลเป็นที่ไปในคือมีศีลเป็นที่ควบคุมมีศีลเป็นไปเพื่ออนาคตอดีตธีรธรรมตั้งมั่นแล้วปัจจุบันกำลังทำอยู่เพื่ออนาคตที่เป็นไป มีผลใหญ่มีอานิสงส์สูงจิตของเราคือสมาธิจิตจะยิ่งใหญ่สมาธินี้ก็จะเป็นสมาธิที่ดีจะเป็นจิตที่ดีเพราะจิตมันเกิดโดยมีศีลมาใช้มีศีลเป็นฐานมีศีลเป็นที่ตั้งมีศีลเป็นที่เป็นไปเออผมเนี่ยพยายามปฏิบัติธรรมหรือว่าเรียนรู้ธรรมและพยายามดำเนินองค์ปฏิบัติโดยเห็นชัดเจนได้อย่างพิสดารอย่างกว้างขวางกับคำว่าศีลสมาธิปัญญาและก็เอามาอธิบายสู่คุณฟังมาเรื่อยๆเกี่ยวข้องกันมาให้เห็นว่าเราจะย้อนไปไหนหรือว่าจะขยายออกมันก็อยู่ที่ศีลสมาธิปัญญาหลัก 3 ด้วยวิธีทั้ง 3 สำคัญศีลสมาธิปัญญาเป็นวิธีทั้ง 3 ที่สำคัญมากเป็นจังหวะต้นกลางปลายเป็นความหมายใหญ่ให้มีรอบ 3 ไม่มีไตรลักษณ์ให้มีรู้ตัวเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปที่สำคัญพยายามอธิบายจนกระทั่งมาเจอศีลข้อที่พระพุทธเจ้าตรัสอันนี้โอ้โหรู้สึกว่ามันสำคัญสำคัญช่วยเราเราเห็นเห็นว่ามันเป็นอย่างนี้จริงด้วยแล้วเราก็ว่ามันตรงแล้วพระพุทธเจ้าท่านก็กลับมาก่อนเราแล้วว่าอย่างนี้เราไม่เห็นเขาก็โอ้หนอเราจะได้รับการสอนจากท่านมาตั้งแต่เมื่อไหร่และเราก็รู้สึกว่าอันนี้มันดีจริงๆแล้วเราก็ยืนยันว่า พระพุทธเจ้ายิ่งมีคำสอนของพระเจ้าไม่ยืนยันเป็นความเห็นตรงที่ถูกตรงด้วยไม่ใช่ว่าเราเชื่อตำราแต่ว่าเราก็เชื่อเราก็เห็นเพราะเราได้พิสูจน์มันสมส่วนกันมันยืนยันกันมันสอดคล้องกันไม่ใช่เราหลงว่าความเห็นของผู้อื่นมาตรงกับความเห็นของเราเฉยๆก็ไม่ใช่แต่เราได้พิสูจน์แล้วเราจะยืนยันแล้วมันเป็นสิ่งที่ถูกต้องจึงเห็นว่ามันสำคัญมากเมื่อเราได้เมื่อเราได้อบรมบ่มนิสัยด้วยศีลเป็นฐานมาอย่างนี้จิตที่ถูกปัญญาบ่มให้ดีถึงขนาดแล้วจิตก็คือสมาธินั่นเองเมื่อเราตรวจสอบว่าจิตของเราก็ตังค์มันผิดของเราก็บริสุทธิ์ปกติเมาง่ายสบายไม่ต้องเดือดร้อนปกติไหมเขา เบาง่ายแล้วไม่ใช่เบาง่ายโดยไม่มีศีลด้วยมีศีลตรวจกายตรวจวจีก็ตามหลักการของสิ่งที่สะอาดบริสุทธิ์ไม่ด่างไม่คล้อยสอดคล้องกันจิตใจก็ไม่ต้องควบคุมอะไรมากวิตกวิจารณ์ก็ไม่ตรงนี้มากเพราะว่าเราจะกลัวแกจะรู้สึกว่าเราจะวัดระวังเราไว้เพื่อให้จิตมันเป็นไปตามศีลหรือให้จิตมันสะอาดให้มันตั้งมั่นตามหลักเกณฑ์นี้มันอยู่ได้โดยไม่ต้องฝึกต้องฝืนไม่ต้องควบคุมไม่ต้องเคร่งเคร่งคุมไม่ต้องคอยเพลงคอยกลัวคอยกังวลอะไรแล้วเบาวิตกวิจารณ์เบามากเป็นจิตที่เป็นได้โดยอัตโนมัติทิศทางจิตมันเป็นไปดีอยู่แล้ว จิตของเราได้ถูกปัญญาบ่มให้ดีถึงขนาดนั้นก็หมายความว่าปัญญาตัวนำรู้ตั้งแต่สัมมาทิฏฐิไม่มีความเห็นชอบตั้งแต่โน้นแล้วมันก็พยายามกระทำผิดของตนเนี่ยให้มันฝืนก็ตามมันต้องเคร่งต้องคอยควบคุมระมัดระวังอยู่มากก็ตามแล้วก็ทำให้มันตรงตามความเห็นที่ถูกต้องมีศีลประพฤติชอบช่วยทำมาอย่างที่ท่านเคยไปสู่ที่สอนไว้แล้วที่ท่านตรัสไว้แล้วว่ามีศีลแล้วก็มีสัมมาทิฏฐิมีความเห็นอันชอบแล้วก็ให้ทำด้วยสติปัฏฐาน 4 และวิถีทั้ง 3 เถิดเราก็ทำสติปัฏฐานอบรมไปอบรมไปนั่นคืออบรมด้วยเรารู้ด้วยปัญญาที่เห็นด้วยเป็นสมาชิกเห็นและเราก็ถูก เข้าใจด้วยปัญญาด้วยว่ะสีนี้ถูกต้องอยู่ศีลที่ส่งผลไม่ใช่ศิลปะปรามาสสีนี้อบรมเรานะเรามีปัญญารู้ว่าศีลอบรมเราและปัญญาก็อบรมบ่มจิตของเราเองด้วยเออในผิดก็พยายามเปลี่ยนอันนี้ถูกต้องตรงทางตะล่อมมันไปเห็นพระจันทร์สุดท้ายไม่รู้ว่ามันควบคุมไปนี่เป็นสิ่งที่ดียิ่งยิ่งขึ้นแข็งแรงตั้งมั่นแล้วก็มีประโยชน์อ่อนอ่อนโยนไม่ใช่อ่อนแอแววไวดีเรียบร้อยเกิดได้ยังไม่ปกติไม่ต้องควบคุมเป็นคนดีเป็นตัวยานเป็นตัวปิติเป็นตัวมีมดเป็นตัวสำเร็จอย่างนี้เรียกว่าวิมุตศิษย์อย่างนี้เรียกว่าเป็นมด ฉันจะไม่บอกคุณว่าสิทธิมนุชตอนนี้หยิบมาให้คุณดูไม่ได้หรอกคุณประมาณเอาตามหลักเกณฑ์ทั้งหลายแหล่ที่เป็นทฤษฎีเป็นปริยัติเป็นความรู้ความหมายบอกว่าเป็นอย่างนี้อย่างนี้นะสมาธิที่มีเจตนารมณ์เป็นอย่างนี้ปัญญาที่จะเจตนารมณ์เป็นอย่างนี้ศีลที่เป็นเจตนารมณ์เป็นอย่างนี้สอดคล้องกันไหมถ้าสอดคล้องกันดีลงก็ศีลมาเทียบวัดก็ดีเอาช่างยอดมาเที่ยววัดก็ตรงเอากิเลสต่างๆมันเป็นอย่างนี้ปราศจากกิเลสมันอย่างนี้มาเทียบอย่างนี้เรียกว่ากามมาสภาวะหรือกามตัณหาถ้าอย่างนี้เรียกว่าเพราะว่าแต่ว่าจะเรียกว่าภาวะตัณหาก็รู้แต่มีการเรียกว่าพิจารณาอย่างการเป็นไปอย่างโรคเป็นไปอย่างนอกโลก รถหูตาจมูกลิ้นกายเราไม่มีเราเรียกว่ากามคุณ 5 ที่นี่แม้แต่ใจเองเป็นเพราะว่าเพราะว่าอัศวหรือว่าเป็นเพราะว่าตัณหามีอัตตาตัวตนลงอัตราอดอัตภาพต่างๆเราก็รู้ที่จริงมันไม่มีภาวะวิกฤตได้พบในชาติมันไม่มีตัวตนอะไรมันไม่มีอัตตาอะไรแล้วเราก็รู้ว่าจิตก็คืออารมณ์รู้สัจธรรมที่มันสู้รู้แล้วก็สะอาดอยู่เราก็ทำให้มันเข้าใจจนไม่มีอัศวะอะไรมันไม่เกิดแม้กระทั่งมันเคยกินมันไม่เกิดเองเป็นเองอะไรอ่ะมันก็ว่าง อยู่ได้เสมอเถ้าแก่เราจะคิดก็ความเคยชินเป็นวาสนาเล็กน้อยคิดเข้าไปในทางกุศลแล้วก็รู้ว่าเรารู้จิตของเราว่าถ้ามันเกิดตามธรรมดาจิตต้องเกิดจิตต้องตั้งอยู่จิตต้องดับไปในขณะที่เรามีชื่อว่าไม่มีชีวิตมีชีวิตมีชีวะมีชีวิตมีสติสัมปชัญญะเราจะต้องรู้จะไม่รู้ไม่ได้เพราะไม่ให้มันรู้ด้วยก็รู้เฉยว่ารู้เฉยว่าเราก็รู้ว่าเรารู้เฉยว่าทีนี้เราจะว่างๆอยู่เฉยๆทำอะไรระหว่างที่นั่งเด้อเป็นคนเชยว่างรู้อะไรเฉยไม่อยากจะช่วยอธิบายให้เธอฟังถ้าเราจะนั่งเฉยควบคุมโดยจิตสมาธิมันเป็นเอกชนอารมณ์นั่งดูต้นสาวเฉยๆนั่งดูต้นไม้เฉยๆนั่งดูสิ่งทั้งหน้าเราเฉย ก็ทำได้มันก็เฉยนั่นแหละลองดูไม่ใช่ง่ายถ้าจิตของเราปราศจากกิเลสและเราก็สามารถที่จะให้จิตมันไม่ต้องปรุงเป็นวาสนาที่จะปรุงไปตามเรื่องตามราวที่มันอยากจะปรุงมันไม่ใช่อย่างนั้นหยุดได้ให้มันเฉยดูเป็นอุเบกขาธรรมอุเบกขาทำอีกชนิดที่เราควบคุมดูและมีแนวโน้มมีเจตนารมณ์เจตนารมณ์ของเราดูว่าเออให้มันเฉยๆมันก็ไม่มีอะไรมึงก็รู้เท่าที่รู้มีเวทนารู้ว่าอันนี้สิ่งนี้มีสัญญารู้ว่าอันนี้แล้วก็ไม่ได้ปรุงอะไรไม่มีสังขารอะไรเชิญที่เรียกว่าระดับสังขารที่เคยอธิบายตั้งแต่ก่อนนี้ว่าคนสำคัญคนมีขัน 3 ขันที่เขาอธิบายสู่ฟังนี่แหละเราหมดสังขารตั้งใจเรียกว่าปฏิกิริยา มีวิชาแล้วก็ไม่เกิดสังขารมันก็อย่างนี้แหละมีแต่ตัววิชาคือมีแต่ตัวรู้และวิชาตัวนี้ก็ไม่ได้พิสดารอะไรวิชาตัวนี้ก็คือสภาพจิตที่มันรู้วิชาแปลว่ารู้ก็รู้รู้เศรษฐกิจมันเกิดเกิดแล้วก็รู้แล้วก็ดับไปแล้วก็เกิดขึ้นมารู้รู้สิ่งที่เรารู้แค่นี้แล้วก็เกิดรู้แล้วก็ดับไปแล้วก็เกิดขึ้นมารู้ใหม่จิตตัวใหม่ก็เกิดมารู้รู้แล้วก็ตั้งอยู่แล้วมันก็ดับไปมันก็รู้อย่างสมมุติเรามองสาวกับสาวแล้วเราก็สาวตรงนี้เราก็รู้ประวัติศาสตร์ของมันหรือว่าอนาคตของมันอะไรเราก็สามารถรู้แต่เราไม่ปรุงและไม่คิดไม่คิดอดีตไม่คิดอนาคตอะไรต้นสาวก็สาวสักแต่ว่าเสาร์ก็เห็นต้นสาวสาวเกิดขึ้นมาดูเมื่อไหร่มันก็เสาร์จิตเกิดอยู่นาทีหนึ่งก็เสาร์เสาร์เสาร์ เสาเสาเสาหินเอาสมุดสาวมาเรียกนะมันก็ไม่ต้องร้องว่าสาวๆมันจะร้องอะไรก็ช่างมันเถอะแต่ภาษาสมมุติภาษาอังกฤษภาษาฝรั่งเศสภาษาจีนอะไรก็แล้วแต่มันก็เฉาสาวเฉยเราก็รู้ได้พิสูจน์ดูจิตของเรามันวางได้ปล่อยได้มันว่างมันเป็นอาสาฉันจะเรียกว่าอาการสาเขาเรียกว่าเหมือนอากาศต้องว่างเหมือนเสาว่างๆมีสมมุติที่บัญญัติตรงที่จิตเกิดมันต้องเกิดมันต้องรู้ความจริงตามความเป็นจร
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive