487(509) 6106-07 นสพ.ข่าวอโศกรวมปักษ์ มิ.ย.-ก.ค.๖๑ .pdf
เนื้อหาในไฟล์
1ฉบับที่ ๔๘๗ (๕๐๙) ข่าวอโศกธรรมะพ่อท่าน : เปิดเผยรายละเอียดสูตรสัมประสิทธ์ น.๔ สกู๊ปพิเศษ : งานอโศกรำ ลึก ครั้งที่ ๓๗ ปิตุบูชาพ่อครู น.๙ ฉบับที่ ๔๘๗ (๕๐๙) รวมปักษ์มิ.ย.-ก.ค.๒๕๖๑ศิษย์เก่าฯ ช่วยงานอโศกรำ ลึก’๖๑ ช่วยจัดพิธีบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ณ เฮือนบวร บนเรือเจิ้นเทิ้น ครั้งแรกจัดสัปดาห์วิสาขบูชายกรูปเหมือนพ่อครูสู่ลานสัมมาทิฏฐิพ่อครูรับมอบภูฟ้าผาธรรมนำ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพานั่งเจโตสมถะณ ธรรมสถานแห่งเดียวของชาวอโศกอ่านต่อหน้า๖-๗ศิษย์เก่าสัมมาสิกขาร่วมเป็นจิตอาสาที่ถ้ำ หลวง(ขุนน้ำ นางนอน) จ.เชียงรายคืนสู่เหย้า เข้าคืนรัง นศ.ปธ.ที่สวนบุญผักพืชอ่านต่อหน้า ๕อ่านต่อหน้า ๕อ่านต่อหน้า ๘งานภราดรภาพซาบซึ้งใจที่จ.ตรังอ่านต่อหน้า๘อ่านต่อหน้า๒ รวมปักษ์ มิถุนายน-กรกฎาคม ๒๕๖๑2สังคมที่ไม่เจริญก้าวหน้าเกิดจากคนที่มีความเห็นผิดๆลักษณะความเห็นที่ผิดๆ ได้แก่คนดีจะไม่ว่าใครคนดีจะไม่บอกว่าตัวเองดี เป็นต้นคนที่มีความเห็นผิดๆเช่นนี้ก็ไม่รู้ว่าเขายอมรับว่า พระพุทธเจ้าเป็นคนดีหรือเปล่า?ถ้าเขายอมรับว่าพระพุทธเจ้าเป็นคนดี เขาก็ควรรู้ว่าพระพุทธเจ้าทรงว่า หรือบริภาษพระที่ทำาผิด เช่น พระสาวกที่ไปแสดงฤทธิ์เดชเหาะเหินเดินอากาศ ฯลฯพระพุทธเจ้า บอกว่าตัวเองบรรลุธรรม บอกว่าตัวเองอยู่ในระดับเป็นครูของเทวดา มารพรหม ฯลฯ แล้วคนที่เห็นผิดๆ จะเข้าใจใหม่ให้ถูกต้องยิ่งขึ้นว่าคนดีควรว่ากล่าวสั่งสอนคนอื่นคนดีควรกล้าบอกว่าตัวเองดี ตามกาละที่เหมาะสมลักษณะคนดีเป็นเช่นใด?มะเร็งใกล้ตัว...แฝงมาในรูปแบบต่างๆหากไม่ใส่ใจในอาหารเมื่อเอ่ยถึงโรคร้ายแรงอย่าง “มะเร็ง” เชื่อว่าคนฟังร้อยทั้งร้อยได้ยินก็นึกอยากหนีให้ไกลแสนไกล เพราะไหนจะความทุกข์ทรมานจากโรค รวมถึงขั้นตอนการรักษา ทั้งยังไหนจะค่ายาและค่ารักษาที่ค่อนข้างสูง และในระยะหลังๆ
อ่านต่อ
เมื่อกระแสการดูแลสุขภาพมีมากขึ้น ทำาให้มีทั้งกูรูและผู้เชี่ยวชาญแขนงต่างๆ ตบเท้าออกมาแนะนำาวิธีการดูแลรักษาสุขภาพ รวมถึงอาหารสุขภาพอันหลากหลาย และแนะนำาวิตามินสำาเร็จรูปที่มีมากมายในท้องตลาด เพื่อรักษาสุขภาพให้ไกลจากโรคร้ายต่างๆ รวมถึงมะเร็งร้ายแต่ทั้งที่จริงๆแล้ว วิธีการห่างไกลมะเร็งแบบง่ายๆ อยู่แค่ “ความใส่ใจ” ของเราๆ ท่านๆ เองแท้ๆ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำาว่า “การเลือกกิน” นั่นเอง ที่ช่วยให้เราหลีกลี้หนีไกลมะเร็งได้ภาพจาก www.bangkokhospital.comเมื่อเร็วๆนี้ มะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย ได้ออกมารายงานถึงสถานการณ์ล่าสุดของโรคมะเร็ง ซึ่งระบุว่าสถิติล่าสุดพบว่า คนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ๕๖,๐๕๘ ราย หรือ ๘,๘๓๔ รายต่อประชากร ๑ แสนคน ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ ๑๐.๗% โดยมะเร็งเป็นสาเหตุการตายเป็นอันดับ ๑ และสถิติล่าสุดในขณะนี้ พบว่า คนไทยป่วยเป็นโรคมะเร็ง ๒๔๑,๐๕๑ ราย คิดเป็น ๘๐,๓๕๐ รายต่อปี เป็นหญิงประมาณ ๑๒๐ ราย และเป็นชายประมาณ ๑๔๐ รายต่อประชากร ๑ แสนคน และพูดให้ชัดลงไปอีกก็คือ มีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งเดือนละ ๔,๖๗๑ ราย หรือ ๑๕๖ รายต่อวัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ๒๓% ซึ่งหากเปรียบเทียบกับสถิติปี ๑๕๔๑-๒๕๔๓ ซึ่งคนไทยป่วยเป็นโรคมะเร็ง ๑๙๕,๗๘๐ ราย หรือ ๖๕,๒๖๐ รายต่อปีขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก www.kuunebyptpfoods.blogspot.comงานภราดรภาพซาบซึ้งใจ ครั้งที่ ๑๖ ประจำาปีพ.ศ.๒๕๖๑ จัดขึ้นที่สังฆสถานทะเลธรรม ต.บ้านควน อ.เมือง จ.ตรัง ระหว่างวันที่ ๑๓-๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ซึ่งปีนี้พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ไม่ได้เดินทางมาร่วมงาน เพราะต้องถนอมสุขภาพอยู่ที่บวรราชธานีอโศก จ.อุบลฯ จึงมีสมณะบินบน ถิรจิตโต เป็นผู้นำาคณะหมู่สมณะแทนพ่อครูโดยวันแรกของงาน เป็นรายการฟังธรรมเอื้อไออุ่น จากสมณะ สิกขมาตุ ที่อยู่ประจำาที่สังฆสถานทะเลธรรมและที่เดินทางมาร่วมงาน บรรยากาศการฟังธรรมเต็มไปด้วยความอบอุ่นสมชื่อรายการ ระคนไปด้วยความสุข ความเบิกบาน เมื่อท่านสมณะนำาเรื่องราวดีๆที่ประสบพบเจอในขณะบิณฑบาตมาเล่าประกอบการแสดงธรรม สรุปท้ายด้วยคำาคมสั้นๆ แต่ประทับใจ และมีความหมายนัยยะตรงกับชื่องานภราดรภาพซาบซึ้งใจ ท่านเทศน์ว่าความซาบซึ้งใจจะไม่เกิดขึ้น ถ้าไม่มีภราดรภาพต่อมาในวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ต้อนรับเช้าวันใหม่ด้วยการทำาวัตรเช้าตั้งแต่เวลา ๐๔.๐๐ น. พร้อมเสียงระฆังดังกังวาน ปลุกเราที่หลับไหลให้ตื่นจากความง่วงเหงาหาวนอน และหลังจบการทำาวัตรรับอรุณ มีฝนโปรยลงมาจากฟากฟ้าให้แผ่นดินชอุ่มชุ่มชื้น อากาศเย็นสบาย ในเช้าวันนี้มีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ใส่มาในตลับทองคำา ๕ องค์ บรรจุลงตรงพระอุณาโลมขององค์พระพุทธรูปปางสมานัตตาหรือปางปรองดอง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักจากหินหยกทั้งองค์ในช่วงสายของวันนี้ เป็นการเปิดงานตลาดอาริยะ ด้วยการฟังเทศน์จากท่านสมณะบินบน ถิรจิตโต โดยงานตลาดอาริยะนี้ แบ่งเป็นตลาดขายสินค้าอุปโภคอยู่ภายในอาคาร “รวมคุณ” ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ และตลาดอาหารบาทเดียว ใต้เต็นท์ผ้าใบสีขาวจากญาติธรรมชาวอโศกหลายพื้นที่ อาหารจึงมีความมากมายหลากหลายให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นปาท่องโก๋นครศรีธรรมราช จาปาตีสันติอโศก ข้าวหมกไก่พังงา เค้กและถ้วยฟูปฐมอโศก เป็นต้น มีร้านค้าส่วนกลางทะเลธรรมที่มีสินค้า ๑๘ ชนิด และมีร้านค้าเอกชนที่เป็นญาติธรรมมาร่วมจำาหน่ายสินค้ามากถึง ๑๙ ร้าน อย่างเช่น ครูนันต์ จากจ.สงขลา นำาข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่ปลูกเองมาขายในราคาขาดทุน พี่สายใจ อ่อนแก้ว จิตอาสาแพทย์วิถีธรรมก็นำาสบู่แชมพูที่ทำาเองมาขายขาดทุนด้วยเย็นวันที่ ๑๔ เป็นรายการปิตุบูชาในวาระครบรอบ ๘๔ ปี และครบรอบ ๔๘ พรรษาพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ญาติธรรมทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงที่มาร่วมงานจากทั่วทุกภาคของประเทศไทย ได้ร่วมกันตั้งสัจจาธิษฐานว่า แต่ละคนจะเพิ่มอธิศีล อธิจิต อธิปัญญาอย่างไร เพื่อเป็นการปฏิบัติบูชาพ่อครู จากที่ฟังรายการในค่ำาคืนนี้ พบว่ามีทั้งญาติธรรมเก่าและญาติธรรมใหม่ ที่ได้มาร่วมตั้งจิตเพื่อพัฒนาตนเอง ตามสักกายะที่แต่ละคนยังติดยึดอยู่ ให้ดียิ่งๆขึ้น จะได้ร่วมเป็นพลังในการขับเคลื่อนงานศาสนากับพ่อครูให้ไปถึง ๕,๐๐๐ ปี.งานภราดรภาพซาบซึ้งใจ ที่จ.ตรังต่อจากหน้า ๑ 3ฉบับที่ ๔๘๗ (๕๐๙) ข่าวอโศกปลูกเป็นป่า ตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ ซึ่งปัจจุบันเป็นป่าธรรมชาติที่ค่อนข้างสมบูรณ์ สำาหรับแปลงที่ ๒ จำานวน ๗ ไร่ ๓ งาน แต่เดิมปลูกแต่ไร่อ้อย และมันสำาปะหลัง มีต้นไม้ใหญ่ไม่กี่ต้น เริ่มปลูกป่าตั้งแต่ ๒๕๕๔ ซึ่งปัจจุบันป่าทั้งสองแปลงดูโดดเด่นมาก เพราะด้านข้างปลูกแต่พืชเชิงเดี่ยว จากครอบครัวที่ใช้ชีวิตกินสูบดื่มเสพ ไม่รู้จักใช้ หาเงินมาได้ก็หมดไปกับความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย จนเป็นที่มาของหนี้สิน เต็มไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บ จนกระทั่งมาถึงจุดเปลี่ยนของชีวิต หันมาทำาตามศาสตร์พระราชาของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ปรับเปลี่ยนผืนดิน ๕ ไร่ ให้มีอยู่มีกิน ด้วยการทำานาปลูกข้าว ปลูกไม้ผลและพืชผักนานาชนิดแบบไร้สารพิษ เติมแต่งพื้นที่ด้วยไม้ดอก ไม้ประดับ เป็นศิลปะโดยธรรมชาติ นอกจากนี้ยังปรับพื้นที่ที่เคยปลูกพืชเชิงเดี่ยว นำามาปลูกป่าแล้วถวายแก่วัด ตัวอย่างของครอบครัวคุณประไพจึงเป็นครอบครัวตัวอย่างในแนวทางเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียงเป็นเวลาเกือบ ๒๐ ปีแล้ว ผืนดินที่เคยปล่อยรกร้าง ให้คนเช่าปลูกพืชเชิงเดี่ยว และใช้สารเคมีจำานวนมาก ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นไปตามศาสตร์พระราชา ซึ่งเป็นผลงานของคุณประไพและคุณไกร สองสามีภรรยาที่เคยใช้ชีวิตเฉกเช่นปุถุชนคนทั่วไป สมัยเด็ก คุณประไพตั้งปณิธานว่า จะไม่กลับมาเหยียบพื้นดินบ้านเกิด เพราะรังเกียจกลิ่นโคลนสาบควาย เกลียดความลำาบาก หลังจากใช้ชีวิตเป็นสาวโรงงานเย็บผ้า เริ่มสะสมสารพิษสารเคมีเข้าไปในร่างกาย จนกระทั่งแต่งงานมีครอบครัว คุณประไพก็ยังใช้ชีวิตกินสูบดื่มเสพ อีกทั้งยังใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย เมื่อสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัวแย่ลง อีกทั้งยังเป็นหนี้เป็นสิน ทำาให้คุณประไพและคุณไกร ต้องกลับมาทบทวนตนเองประมาณปี ๒๕๔๑ คุณประไพและคุณไกรเริ่มกลับมาบ้าน เพื่อมาพัฒนาแผ่นดินถิ่นเกิด ให้เป็นไปตามศาสตร์พระราชา จากพื้นที่ปล่อยให้คนเช่า ปลูกแต่พืชเชิงเดี่ยวและใช้สารเคมี เมื่อกลับมาทำาเอง จึงลด ละ เลิก ใช้สารเคมี และปรับปรุงบำารุงดินด้วยการห่มดิน ไม่ปอกเปลือก เปลือยดิน ใช้อินทรีย์วัตถุที่มีในท้องถิ่น รวมกับจุลินทรีย์ที่หมักขึ้นเอง แล้วปล่อยให้หญ้าขึ้น แล้วตัดหญ้าคลุมดิน ไม่ต้องไปขนฟางนอกพื้นที่ สภาพดินจึงดีขึ้นตามลำาดับบนผืนดิน ๕ ไร่ ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นขั้นบันไดตามความลาดเอียงจากทิศตะวันออก มาทางทิศตะวันตก พื้นที่ถูกจัดสรรให้มีนาข้าว มีที่พักอาศัยและมีแหล่งน้ำา อีกทั้งปลูกพืชผักสวนครัวและไม้ผลไว้บนคันนา เป็นการเกื้อกูลกันอย่างลงตัวแม้พื้นที่มีเพียง ๕ ไร่ แต่ปรับให้เหมาะสมกับสภาพสิ่งแวดล้อมทำาให้สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มพื้นที่ ทำานาปลูกข้าวได้ มีพืชสวนอยู่บนคันนา มีพืชผักกระจายอยู่ทั่วบริเวณ อีกทั้งปลูกไม้ดอกไม้ประดับเพื่อล่อแมลงให้ดำารงห่วงโซ่อาหาร ให้เกิดความสวยงามและมีความหลากหลายทางชีวภาพด้วยนอกจากจะมีที่ทำากิน ๕ ไร่แล้ว ครอบครัวยังมีไร่มันสำาปะหลังอีก ๒ แปลง โดยแปลงแรกจำานวน ๔ ไร่ ชมคลิปทาง Youtube บุญนิยมทีวี :ถึงสื่อถึงคน ตอน บ้านไร่ประไพ อ.พิมาย จ.นครราชสีมาบ้านไร่ประไพ รวมปักษ์ มิถุนายน-กรกฎาคม ๒๕๖๑4 พ่อครูสนทนาธรรมยามเช้ากับปัจฉาฯ ตอนหนึ่งว่า...ส.เดินดินว่า...เมื่อวานมีคลิปอันนึง มีคนอายุ ๙๘ ไปออกกำาลังกายไปชิงรางวัลทั่วโลก เริ่มฟิตซ้อมร่างกายตอนอายุ ๙๗ ปี พ่อครูว่า...เดี๋ยวเราโยคะ ส.เดินดินว่า..วิ่งร้อยเมตร พุ่งแหลน ล่ารางวัล พ่อครูว่า...เดี๋ยวดูผมอายุ ๙๔ จะดูท่าทีตัวเองว่าอายุ ๙๐ นี้ มันจะดูองค์ประกอบของทั้งสรีระ เออ Coefficient นี่ ได้รายละเอียดขึ้นมา E = C(mc2+A) แทนค่าสูตร ดังนี้m = ขันธ์ ๕ (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ)A = นาม ๕ (เวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ)c = ความเร็วของจิตC = ค่าสัมประสิทธิ์ชื่อ : จินตนา ตนานุประวัติชื่อพ่อครูตั้งให้ : ดวงศีลอายุ : ๗๑ ปีภูมิลำ เนา : จ.เชียงใหม่การศึกษา : คบ.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่สถานภาพ : สมรส2 ชีวิตก่อนรู้จักชาวอโศก ?รับราชการครูที่เชียงใหม่ หลังแต่งงานก็ย้ายมาภาคกลาง ครั้งสุดท้ายก็เป็นครูอยู่ที่ จ.ราชบุรี ตอนนั้นมีความคิดว่า รับผิดชอบหน้าที่ของเราให้ดีก็พอ ไม่เอาเปรียบใคร แต่ก็ไม่ยอมเสียเปรียบใคร ใช้ชีวิตตามกระแสโลกีย์ จะยึดความคิดของตนและมักตั้งธงที่จะให้ผู้อื่นทำาอย่างที่เราต้องการ (ภายในครอบครัว) มีความทุกข์มาก รู้สึกว่าชีวิตคู่ยิ่งอยู่นานวันความคิดเห็นชักจะไม่ตรงกัน ชีวิตร้อนรนหนัก สุขภาพก็แย่ เป็นโรคภูมิแพ้อากาศ2 รู้จักชาวอโศกได้อย่างไร แล้วชีวิตเปลี่ยนไปได้อย่างไร ?ครูดีบุญ ซึ่งเป็นเพื่อนกันชวนไปงานปีใหม่ (พ.ศ.๒๕๓๑) ที่ปฐมอโศก รู้สึกชอบการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและประทับใจในวัตรปฏิบัติของพระชาวอโศกที่มีชีวิตความเป็นอยู่ง่ายๆ กุฎิเล็กนิดเดียว วัดก็ร่มรื่น จึงมาสัมผัสคบคุ้นและฝึกปฏิบัติธรรมตาม โดยฝึกทานมังสวิรัติก่อน มาร่วมประชุมกับกลุ่มเพื่อนบุญฯเดือนละครั้ง ก็จะมีการรายงานการปฏิบัติธรรม รู้สึกว่าจิตใจเข้มแข็งขึ้น เข้าใจชีวิต และเชื่อมั่นในตนเองมากขึ้น เพราะเมื่อก่อนไปไหนต้องมีคนไปด้วย ไม่มั่นใจ กลัวผิด ไม่กล้าหาญ แม้สถานที่นั้นเคยไปแล้วก็ต้องมีคนไปด้วย ทั้งเพื่อนร่วมงานบ้าง พ่อบ้านบ้าง เมื่อพึ่งตนเองได้ จิตใจสงบเย็น ถือสาผู้อื่นน้อยลง มีความสุขมากขึ้น ได้เสียสละตามกำาลังมาช่วยงาน ทำาให้ชีวิตมีคุณค่า สุขภาพดีขึ้น ชีวิตเบาโล่งโปร่งสบายเปิดเผยรายละเอียดของสูตรสัมประสิทธิ์ (C)2 การปฏิบัติธรรมของตนเองหรือมีวิธีการฝึกฝนตนเองอย่างไร ?ฝึกลดละกิเลสในเรื่องง่ายไปหายากขึ้นตามลำาดับ โดยมีสติตั้งมั่นและเอาจริงกับกิเลสตัวนั้น อาจะมีแพ้บ้าง ก็ไม่ท้อ ใช้ความอดทน กดข่ม พรากจาก แล้วพิจารณาเห็นโทษของกิเลสโดยเฉพาะเรื่องยึด ยึดมากก็ทุกข์มาก ได้อาศัยคำาสอนจากการฟังธรรม จากข้อคิดดีๆที่อ่านเจอ เห็นโทษภัยว่าทุกข์เกิดจากที่เรายึดจะให้ได้อย่างใจ แต่เราก็ไม่ใช่ผู้วิเศษจะไปชี้ให้ใครเป็นอย่างใจนึก เราไปยึดเขาจะให้เขาทำาตามแบบที่เรายึด บางครั้งเขาก็ยอม บางครั้งก็ไม่ยอม ถ้าเขาไม่ยอมก็โกรธ ก็ลดความยึดถือลง คุยกัน พบกันครึ่งทาง บางครั้งเราก็อ่อนลง ไม่ตั้งเป้าตามที่ยึด แม้กับลูก ดิฉันก็จะบังคับลูกต้องอย่างนั้นอย่างนี้ ขนาดตัวเองยังชี้ตัวเองให้ได้อย่างใจไม่ได้ นึกได้อย่างนี้ ก็คลายทุกข์ ขณะเดียวกันก็รู้จักให้กำาลังใจตนเองและหมั่นไปฟังธรรมประจำา ร่วมกิจกรรมส่วนกลาง ช่วยงานพร้อมฝึกลดละกิเลสไปเรื่อย มาประชุมบ่อยๆ ก็เลิกลิปสติก ตอนที่เลิกทาครั้งแรก ก็ไปงานสัมมนา รู้สึกอาย อายทำาไม ไม่ได้ทำาชั่วนี่ ครั้งต่อไปเราก็ไม่ทาอีก กว่าจะเลิกได้ต้องให้กำาลังใจตัวเอง เมื่อจิตใจโอนเอียงว่าเราควรมาเดินเส้นทางสายนี้ ตั้งเป้าหมายชีวิตไว้ว่า จะไม่อยู่จนเกษียณ จึงลาออกจากราชการก่อนครบอายุ ซึ่งลูกๆก็เรียนจบแล้ว จึงมาช่วยงานที่ปฐมอโศก ช่วงลาออกใหม่ๆจะมีงานอบรม ธกส. ก็มาช่วยงาน เสร็จก็กลับบ้าน มีอบรมก็มาช่วยใหม่ จนกระทั่งมาปลูกบ้านอยู่ในชุมชน เข้ามาอยู่ในชุมชนช่วยงานส่วนกลาง 2 อยากฝากอะไรถึงเพื่อนนักปฏิบัติธรรม?อย่าอยู่อย่างยึด แต่อยู่เพื่อเรียนรู้ชีวิต และมีน้ำาใจให้กัน.พ่อครูสมณะโพธิรักษ์๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๑แล้วมันก็จะได้ C ออกมา สัมประสิทธิ์ก็จะได้ผลออกมา ในวงเล็บทำาออกมาเป็น C บวกลบคูณหาร เพราะฉะนั้นคนที่ไม่รู้รูป-นาม ใครที่ไม่มีความรู้ในความเป็นรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ที่เป็นขันธ์ ๕ แล้วก็ใช้ขันธ์ ๕ นี้ไม่เป็น ไม่รู้จักพลังงานของเวทนา ไม่รู้จักสภาพพลังงานของสัญญา ใช้ไม่ถูกหน้าที่ของมัน สังขาร ผู้ที่รู้ก็จะต้องรู้รูป รูปเป็นตัวที่ถูกจัดการเป็น object ส่วนนามเป็น Subject แยกออกเป็น ๔ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ สัญญาเป็นตัวที่ทำาหน้าที่นำาตลอดเวลา ต้องกำาหนดหมายๆๆ กำาหนดหมายได้แล้ว ก็ถึงมาจัดการให้เกิดสังขารขึ้นมา คนที่ไม่มีความรู้ ควบคุมไม่ได้ สังขารไปตามยถากรรม สังขารไปตามอำานาจกิเลส แต่พอเรามีสติ มีธัมมวิจัย มีโพชฌงค์ ๗ มีโพธิปักขิยธรรม ๓๗ จริง เราก็อภิสังขารได้ สังขารเป็นปุญญาภิสังขารได้ เก่งเท่าไหร่ก็แล้วแต่ ถ้าเก่งจริงก็ไม่นานก็เป็นอรหันต์ ปุญญาภิสังขาร เมื่อเป็นอรหันต์แล้วจิตก็สะอาดจริง ถ้าเป็นอรหันต์แล้ว อภิสังขารทุกตัวก็สะอาดทุกตัว สะอาดจริง ถาวร นิจจัง (เที่ยงแท้), ธุวัง (ถาวร), สัสตัง (ยืนนาน), อวิปริณามธัมมัง (ไม่แปรเปลี่ยน), อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้), อสังกุปปัง (ไม่กลับกำาเริบ) มันก็สะอาดจริงก็ทำางานได้อย่างจริง มันไม่มีความบิดเบี้ยว ไม่ผิดเพี้ยน เพราะฉะนั้นวิญญาณก็เจริญตลอดกาล วิญญาณก็มีองค์ประกอบเจตสิก๓ เวทนาสัญญา สังขาร เจตสิก๓ นี้ ซึ่งเป็นตัวหลักของวิญญาณ ก็ทำาหน้าที่เต็ม แม้จะแยกสังขารออกเป็นอภิสังขาร เวทนา ก็ถูกแยกออกเป็น ๑๐๘ สัญญา ก็จะต้องเกิดสัญญาต่างๆตามที่ทำาหน้าที่ได้ เป็นสัญญา ๑๐* เป็นต้น กำาหนดรู้ภายนอกกำาหนดรู้ภายใน ส.แสนดินว่า...ตัว c หมายถึงตัวอุเบกขาหรือไม่ พ่อครูว่า...เป็นมุทุธาตุ ในอุเบกขา นี่คือ cเราเข้าใจแล้วนี่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ครบหมดแล้วไม่ได้บกพร่องอะไรเลย...จบ๘.สัพพโลเกอนภิรตสัญญา (ตั้งสติละอุบายอันเป็นเหตุให้ถือมั่นในโลก)๙.สัพพสังขาเรสุอนิจจสัญญา (ย่อมเบื่อหน่าย ย่อมระอา เกลียดชังสังขารที่เกิดจากการปรุงแต่งทั้งปวง)๑๐.อานาปานสติ*หมายเหตุ...สัญญา ๑๐ ประการ มีดังนี้๑.อนิจจสัญญา ๒.อนัตตสัญญา๓.อสุภสัญญา ๔.อาทีนวสัญญา ๕.ปหานสัญญา๖.วิราคสัญญา๗.นิโรธสัญญา 5ฉบับที่ ๔๘๗ (๕๐๙) ข่าวอโศกไปเดินชมฐานงานต่างๆ ภายในสวนบุญผักพืช ต่อด้วยการฟังธรรม และร่วมกิจกรรมแจกรูปภาพหลวงปู่ พร้อมลายเซ็น หลังจบรายการก็ต่อด้วยการเสวนา เรื่องค้นหาพระโสดาบันในตน ดำาเนินรายการโดย คุณไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ต่อด้วยการประชุมของกลุ่มรามบูชาธรรมและในวันที่ ๒๔ มิ.ย.๖๑ ก็มีการใส่บาตรท่านสมณะและรับพรก่อนจาก จากท่านสมณะสิกขมาตุ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับเนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำาคัญทางพระพุทธศาสนา วันวิสาขบูชาปี ๒๕๖๑ ตรงกับวันอังคารที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ขึ้น ๑๕ ค่ำา เดือนเจ็ด(๗) ปีจอ ที่พุทธศาสนิกชน ได้น้อมรำาลึกถึงการประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สมณะโคดมชาวเรามีโอกาสได้มาร่วมงาน สัปดาห์วิสาขบูชา ระหว่างวันที่ ๒๕-๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ณ ธรรมสถานภูฟ้าผาธรรม ต.ป่าแป๋ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ปีนี้มีเหตุการณ์อันสำาคัญเกิดขึ้นหลายประการ ได้แก่ ในวันศุกร์ที่ ๒๕ พ.ค.๖๑ วันแรกของงานสัปดาห์วิสาขบูชา ท่านสมณะได้นำาญาติธรรมประกอบพิธีประดิษฐานองค์สยังอภิญญา ที่อาคารสัมมาทิฏฐิ เป็นการอัญเชิญรูปหล่อทองเหลืองขนาดใกล้เคียงตัวจริงของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ขึ้นประดิษฐาน ณ อาคารสัมมาทิฏฐิ รูปหล่อทองเหลืองพ่อครู สูง ๑๖๕ เซนติเมตรเท่าความสูงจริงของพ่อครูจากนั้นสมณะบินบน ถิรจิตโต ได้พาตั้งสัจจาธิษฐานบูชาพ่อครู ด้วยการนำากล่าวคำาปฏิญาณตน เพื่อปฏิบัติบูชาพ่อครู ในวาระที่ท่านจะมีอายุครบ ๘๔ ปีเต็ม และ ๔๘ พรรษาเช้าวันอังคารที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๑ พ่อครูได้นำาเข้าสู่การประกอบยัญพิธีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ณ พระอุณาโลมของพระพุทธาภิธรรมนิมิตหลังจากยัญพิธีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุเสร็จสิ้นลง พิธีกรรมที่สำาคัญอีกอย่างหนึ่งได้เริ่มขึ้น คือการเปล่งกล่าววาจาของครอบครัวตันติวัฒนไพศาล หรือครอบครัวธุลีฟ้า เพื่อถวายธรรมสถานภูฟ้าผาธรรมแด่พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ให้เป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชาและทีมงานทั้งหมดได้ถวายหัวใจหยกแด่พ่อครูด้วย หลังจากที่พ่อครูรับการถวายและกล่าวอนุโมทนาแล้ว จึงถือได้ว่า การสถาปนาธรรมสถานภูฟ้าผาธรรมได้เสร็จสมบูรณ์แล้วในค่ำาคืนสุดท้าย พ่อครูพาประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่พระอุณาโลม พระพุทธาภิธรรมนิมิต ณ อาคารสัมมาสติจากนั้นพ่อครูแสดงธรรมเอื้อไออุ่นบนวิหารรอยฟ้า พ่อครูสอนเรื่องเจโตสมถะ และพานั่งเจโตสมถะ เพื่อหัดพักผ่อนและทบทวนตัวเอง ซึ่งนานมามากกว่า ๒๐ ปีแล้ว ที่พ่อครูพึ่งมานั่งเจโตสมถะแบบสมณะโพธิรักษ์สำาหรับงานสัปดาห์วิสาขบูชา ในช่วงเช้าของทุกวันจะมีรายการวิปัสสนาข่าว มีธรรมะก่อนฉัน จากท่านสมณะและปัจฉาพ่อครู มีรายการภาคบ่ายเป็นรายการเกี่ยวกับธรรมะจากท่านสมณะ และมีเสวนาแบบมีส่วนร่วมกำาหนดทิศทางการขับเคลื่อนโครงการค้นหาพระโสดาบันในตน และนำาข้อสรุปเสนอพ่อครูวันแรกของงานนิมนต์พระสงฆ์จาก ๑๐ วัด รวม ๓๐ รูป มาฉันภัตตาหารเพล ในช่วงสายของวันที่ ๒๘ พ.ค.๖๑ เป็นวันที่ ๓ ของสัปดาห์วิสาขบูชา มีนักเรียนจากรร.ผู้สูงอายุ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ มาร่วมงานกว่า ๗๐ คน เดินทางมา ๓ ชั่วโมง เพื่อมาสัมผัสบรรยากาศจริงที่ภูฟ้าผาธรรม หลังจากที่ได้รับชมกิจกรรมต่างๆของชาวอโศกทางบุญนิยมทีวีและทางสื่อออนไลน์มีโรงทาน ปัจจัย ๔ จำานวน ๘๔๐ ชุด ให้ชาวบ้านที่มาร่วมงานช่วงเย็นของงาน มีมหรสพทางวิญญาณ จากหนังพระพุทธเจ้ามหาศาสดาโลก สรุปงานสัปดาห์วิสาขบูชา ปี ๒๕๖๑ ณ ธรรมสถานภูฟ้าผาธรรม ต.ป่าแป๋ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ที่นี่เป็นธรรมสถานหนึ่งเดียวของชาวอโศกยุคนี้ เพื่อประกาศธรรมะหลักสัมมาอาริยมรรคมีองค์ ๘ ประกาศธรรมทางเอกของพระพุทธเจ้า เราจะอบรมเคี่ยวข้นธรรมะ ทั้งนี้สิ่งสำาคัญคือการพัฒนาตน ให้ได้รู้ ได้เห็นในสิ่งที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ คือการรู้กิเลสตนและดับกิเลสที่ตนได้ในที่สุด.สัปดาห์วิสาขบูชาในวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๑ ได้มีการจัดงานคืนสู่เหย้า เข้าคืนรัง ที่สวนบุญผักพืช คลอง ๑๓ จ.ปทุมธานี โดยในงานนี้มีผู้มาเข้าร่วมงานจำานวนมากพอสมควร ทั้งนศ.กลุ่มรามบูชาธรรม ผู้ใหญ่ชาวชุมชน ท่านสมณะ ท่านสิกขมาตุ นักเรียนสัมมาสิกขาสันติอโศก ภายในงานนี้ก็ยังได้รับความเมตตาจากหลวงปู่สมณะโพธิรักษ์มาร่วมงาน เทศน์แสดงธรรมให้กับลูกๆหลานๆ ได้ฟังกันโดยในเช้าของวันที่ ๒๓ มิ.ย.๖๑ เริ่มต้นด้วยการใส่บาตร หลวงปู่สมณะโพธิรักษ์และท่านสมณะสิกขมาตุ ก่อนจะออกต่อจากหน้า ๑คืนสู่เหย้า เข้าคืนรัง นศ.ปธ.ที่สวนบุญผักพืชต่อจากหน้า ๑ รวมปักษ์ มิถุนายน-กรกฎาคม ๒๕๖๑6นับเป็นครั้งที่ ๒ ที่มีการจัดงานอโศกรำาลึก ที่บ้านราชเมืองเรือ ครั้งแรกจัดเมื่อปี ๒๕๕๗ ตอนนั้นจัดภายใต้สโลแกน ๘๐ ปีไม่มีแก่ ในปีนั้น หลายๆท่านก็คงจำาได้ ว่ามีการจัดพิธีกตัญญุตาบูชาพ่อครู ที่ริมฟังแม่น้ำามูลในวันนั้น ฝนฟ้ากระหน่ำาลงมาอย่างหนัก แต่ลูกๆทุกคนก็ยังคงอยู่ในอาการสงบ สำารวม และมุ่งมั่น ที่จะตั้งสัจจาธิษฐาน อาราธนาให้พ่อครู มีสุขภาพที่แข็งแรงอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มธรรม ให้กับลูกหลานตลอดไปมาปีนี้ ปี ๒๕๖๑ กับการจัดงานอโศกรำาลึกครั้งที่ ๓๗ ลูกๆชาวอโศกได้จัดพิธีกรรม น้อมกตัญญูบูชาพ่อครู ที่เวทีใหญ่เฮือนบวร ภายใต้สโลแกน “๘๔ ปี ๔๘ พรรษา พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ สร้างคนจน สุขสำาราญเบิกบานใจ” ช่วงเวลาประมาณ ๑๗.๓๐น. ของวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๖๑ ชาวอโศก เริ่มประกอบพิธีการบูชา พ่อผู้ให้กำาเนิดทางจิตวิญญาณ โดยการเปล่งกล่าววาจา ตั้งสัจจาธิษฐาน เป็นการน้อมรำาลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ซึ่งเป็นแสงสว่างของโลก พระองค์ทรงประทานเส้นทางแห่งความพ้นทุกข์ ให้แก่มนุษยชาติ ด้วยการประกาศ อาริยะสัจ ๔ และสัมมาอาริยะมรรคมีองค์ ๘ ซึ่งมีสัมมาทิฏฐิ ๑๐ เป็นเข็มทิศ ที่จะไขไปสู่การตรัสรู้ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเดินดินนำากล่าว “ในวาระ ๘๔ ปี ๔๘ พรรษา ของชีวิตพ่อครู ในการกอบกู้ศาสนา ท่านได้ทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ เพื่อประโยชน์และความสุข ของมวลมนุษยชาติ มาตลอด จวบจนวาระสำาคัญ ในโอกาสนี้ ที่พ่อครูจะมีอายุ ขึ้นปี ๘๕ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอปฏิญาณตนร่วมกันว่า ข้าพเจ้าทั้งหลายจะวิริยะอุตสาหะ ตั้งใจศึกษา ให้ถึงพร้อมในไตรสิกขา อันได้แก่ อธิศีล อธิจิตและอธิปัญญา จะฝึกฝนอบรมตน ให้เกิดมรรคเกิดผล ยิ่งๆขึ้นไป สัจจาธิษฐานที่เป็นปิตุบูชา ของข้าพเจ้าทั้งหลายนี้ จะเกิดจริงเป็นจริงได้ ก็เพราะความมุ่งมั่น ของข้าพเจ้าทั้งหลาย นั่นเอง”วันเสาร์ที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๑ กลุ่มศิษย์เก่าสัมมาสิกขาได้รวมตัวกัน จัดรูปแบบการนั่งและยืนรอ พร้อมทั้งเตรียม การร้องเพลงประสานเสียง ของเหล่านร.สัมมาสิกขาและศิษย์เก่าที่เฮือนบวร เวลาประมาณ ๑๗.๓๐ น. เริ่มการประกอบพิธีบูชาพระบรมสารีริกธาตุ โดยพ่อครู ได้นำาหมู่สมณะ พระอาคันตุกะและท่านสิกขมาตุ เดินธรรมยาตรา จากด้านหน้าน้ำาตกผาแหงน ผ่านลานแก่งสะโพ ทางด้านหน้าพระพุทธาภิธรรมนิมิต มายังเฮือนบวรศิษย์เก่าฯ ช่วยงานอโศกรำ ลึก’๖๑ ช่วยจัดพิธีบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ณ เฮือนบวร บนเรือเจิ้นเทิ่น ครั้งแรกต่อจากหน้า ๑ 7ฉบับที่ ๔๘๗ (๕๐๙) ข่าวอโศกโดยมีน้องๆนักเรียนสัมมาสิกขา และรุ่นพี่ศิษย์เก่าจากทุกสถาบันร่วมร้องเพลงต้อนรับ ๒ บทเพลง ได้แก่ เพลงบินตามพ่อ และเพลงพญาแร้ง จนพ่อท่านและหมู่สมณะได้เดินขึ้นไปนั่งบนเรือ เจิ้นเทิ่น ที่เพิ่งตกแต่งเสร็จแบบสดๆร้อนๆ ทันใช้งานพิธีนี้อย่างน่าทึ่ง ท่ามกลางบรรยากาศที่หลายคนรู้สึกซาบซึ้ง ตื้นตันใจพ่อท่านได้นำานักบวชและฆราวาสทุกฐานะทำาพิธีบูชาพระบรมสารีริกธาตุ แล้วเทศนาในตอนท้ายของพิธีพ่อครูได้เทศน์ตอนหนึ่งเกี่ยวกับที่มาของพระบรมสารีริกธาตุ ชุดแรกว่า “จริงๆแล้วอาตมาควรมีพระบรมสารีริกธาตุอยู่องค์เดียว เหมือนเมล็ดข้าวสาร สวย สุดท้ายพอจะออกบวชแล้ว อาตมาก็เลยประกาศไปว่า เอ้า ใครจะเอาก็เอา อาตมาไม่เอาไว้แล้ว ก็มีคนๆนึงชื่อว่า ธรรมสามี ติดต่อมาขอรับเอาไป อาตมาก็ให้ไป จากนั้นก็ไม่มี จนกระทั่งวันที่เดินบิณฑบาตอยู่หน้าพระเจดีย์ใหญ่ พระเจดีย์ที่นครปฐม จากตลาด เป็นสะพานข้ามมาที่พระเจดีย์ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งมาเอาสตางค์มาใส่บาตร อาตมาก็รับเป็นพิธี รับเสร็จแล้วก็มอบคืนอย่างที่เราเคยทำา และพูดให้เขาเข้าใจว่า เราเป็นสมณะแล้ว เราไม่ใช้เงินใช้ทองแล้ว เรารับเงินรับทองมาสะสมเป็นของตน ก็อาบัติ ผิดวินัย ทำาไม่ได้ อานิสงส์จากทานนี้คุณก็ได้แล้ว ด้วยใจจริง คุณก็คืนไปก็แล้วกัน เรารับเงินมาไม่ได้ อาตมาก็คืนไป เขาก็รับเงินคืนไป เขาก็บอก ใช่แล้วพบแล้ว เขาว่างั้น อาตมาก็ไม่รู้ อะไรเว้ย อยู่ดีๆก็ ใช่แล้ว พบแล้ว แล้วเขาก็ควักในกระเป๋า กระเป๋าของเขา กระเป๋าถือของผู้หญิงหนะ ควักตลับแดงออกมา ตลับแดงที่ใส่ทองคำา ตลับแดงๆธรรมดา ที่ใส่ทองคำาเป็นสามัญ ควักออกมาแล้วก็ยื่นให้อาตมาเลย อาตมาก็ถามว่าอะไร นึกว่าเป็นทองคำา เพราะมันตลับใส่ทองคำากันหนะ เงินไม่ให้แล้วจะเอาทองมาให้ยังไง อาตมาก็ว่า อะไร อาตมาจะรับยังไง พอเห็นไอ้นี่ก็เป็นสัญลักษณ์ของทองคำาใช่ไหม เขาบอก ในนี้คือพระบรมสารีริกธาตุ และก็เอามาบอกว่า ถ้าเจอผู้ควรหรือแน่ใจว่าผู้นี้แหละต้องได้พระบรมสารีริกธาตุนี้ไป ให้รีบมอบให้ เขาบอกเนี่ยเขาเจอแล้ว เนี่ยใช่แล้ว นี่แหละคำาอุทานของเขา เขาก็ยืนย
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive