220211-C มาฆบูชาปี22-วย-พ่อท่าน-สันติอโศก-R999.txt

โฟลเดอร์2522 MP3 มาฆบูชาปี22 ไตรภาค ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์156 KB
วันที่แก้ไข3 สิงหาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์นำอบรมทำวัตรเย็นที่พุทธสถานสันติอโศกซึ่งในวันนี้ตรงกับวันมาฆบูชาเจริญธรรมญาติโยมทั้งหลายพวงถ้าวันนี้เป็นวันที่เราได้เกริ่นกันมาแต่เช้าแล้วว่าเป็นวันสำคัญเป็นวันที่เราถือเรายึดขึ้นไปจับ มดขึ้นมาเป็นเครื่องหมายมาเป็นเครื่องที่เราจะทำให้เราหมายรู้กันได้เท่าที่เขามีเครื่องหมายของวันหรือขององค์ประกอบของการหมุนเวียนของจักรวรรดิโลกนี้มันมาเวียนวนมาบรรจบเอาลักษณะคล้ายลักษณะเหมือนที่เคยมีในรอบที่มันวนเวียนอยู่ในวันหนึ่งสู่วันที่ตั้งชื่อเอาไว้ออกมาคะวันมาฆฤกษ์โรงเรียนวนมาถึงแล้วเราก็ได้กำหนดการลงไปว่าเป็นวันสำคัญสืบเนื่องเอามา นิทานหรือเรื่องเดิมเรื่องเก่าจากประวัติพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ยึดถือเอาวันนี้ที่มีประวัติว่าเป็นวันที่เกิดการชุมนุมกันขึ้นอย่างประหลาดเกิดการชุมนุมกันขึ้นอย่างพิเศษเป็นการชุมนุมที่สำคัญลูกค้าครั้งนั้นได้เกิดการชุมนุมขึ้นพิเศษพุทธศาสนิกชนทั้งหลายและพุทธบุตรของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ควรจะได้กระทำเยี่ยมตามอย่างตามให้เกิดของพิเศษหรือของสำคัญที่ขึ้นด้วยจึงได้ยึดถือเอาวันนี้ให้ ชุมนุมกันเกิดมาประชุมกันไม่ได้เกิดความพิเศษขึ้นความพิเศษที่ว่านี้ก็ไม่มีอะไรจะเป็นดีกว่าที่เราจะได้ชุมนุมกันแล้วก็ได้รับทำได้ฟังธรรมในวันมาฆะที่เกิดวันที่สมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิดวันมาฆฤกษ์ที่มีพระสงฆ์ที่เป็นพระอรหันตสาวกและล้วนเป็นพระอรหันต์เกลี้ยงที่พระพุทธเจ้าได้บวชให้เองถึง 1,250 รูปในมาชุมนุมกันโดยไม่ได้นัดหมายอะไรเลยต่างคนก็ต่างจากที่โน่นที่นี่มามารวมกัน ในที่ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่นัดหมายกันมาแต่ไม่ใช่เหรอไม้กันแต่มามีจำนวนได้ถึง 1,250 รูปพระพุทธเจ้าก็ถือโอกาสนั้นเลิกนั้นแสดงธรรมเทศนาให้ฟังได้เรื่องที่สำคัญเป็นธรรมะที่ค

อ่านต่อ

วรจะรับได้รับเป็นธรรมะที่ควรจะได้รับแม้พระพุทธเจ้าแม้แต่พระอรหันต์เองก็ไม่มีอะไรจะยิ่งไปกว่าได้รับทำสมาธิพระพุทธเจ้าคนดีพระอรหันต์ คดีก็ยังเห็นธรรมะนั่นแหละเป็นสิ่งประเสริฐเป็นสิ่งสำคัญเลิศยอดเพราะการมาชุมนุมกันกันมาที่ได้คบหากันแต่มาพบปะพระได้มาพบปะกับผู้ที่เป็นสหธรรมิกทั้งหลายแล้วก็ล้วนแล้วแต่เราจะต้องก่อให้เกิดธรรมะให้เกิดการรู้แจ้งให้เกิดการรู้จริงให้เกิดการฝึกปรือให้เกิดการได้รับสิ่งที่ควรได้รับอย่างยิ่งที่เป็นไปในทางเลื่อนชั้นของจิตวิญญาณซึ่งเป็นสิ่งประเสริฐสุดไม่มีอะไรยิ่งกว่านั้นอาการมาชุมนุมกันนี้ถ้าเผื่อว่าเกิดมี พูดได้อาจได้มีวิชาหรือว่ามีความรู้มีความสามารถจะพานำธรรมสืบทอดออกมาได้มันก็เป็นประโยชน์ทางที่จะสืบทอดออกไปก่อให้เกิดธรรมก่อให้เกิดการศรัทธาเลื่อมใสเกิดปัญญาเกิดอินทรีย์พละขึ้นมาในวันนั้นวันนั้นพอเวลาได้มาชุมนุมกันเข้าเกิดเป็นจารีตเกิดเป็นรูปแบบเป็นประเพณีตามๆอย่างกันมาเมื่อไม่มีผู้ที่จะพานำแสดงธรรมอะไรหรือว่าทำให้เกิดธรรมะอะไรมากนักเขาก็แสดงแต่รูปก็เกิดรูปทำรูปให้มันเป็นรูปประสานสามัคคีเท่านั้นเขายังก่อเกิดการเวียนเทียน มีรูปของการรวมกันแม้จะเคลื่อนไหวแม้จะมีกิจกรรมอะไรขึ้นมาก็เป็นการเป็นไปโดยสงบเรียบร้อยเดินเวียน 3 รอบไม่เห็นว่านี่แหละเป็นเวียนหมายถึงว่าความเคลื่อนไหวของโลกความวุ่นเขาก็พยายามที่จะเดินเวียนเทียนกันด้วยความสงบกระทำความสงบในลักษณะของความวุ่นเป็นสัญลักษณ์เป็นรูปรอยที่พิสูจน์ให้เห็นว่าวันสำคัญนี้พวกเราก็สามารถที่จะมีความสามัคคีมีความสงบเรียบร้อยตามมารวมกันพุทธศาสนิกชนต่างถิ่นต่างที่ต่าง ที่ไม่เคยเจอกันก็ต่างมาเจอกันแม้ตอนนั้นก็ตามยังร่วมรวมกันอยู่อย่างเวียนเวียนวุ่นๆนี่ก็ยังสงบเรียบร้อยเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันทำเหมือนอย่างเดียวกันเดินไปในทิศเดียวกันสมคล้อยกันสอดคล้องกันได้นั่นเป็นความหมายของการเวียนเทียนอาศัยรูปเท่านั้นผู้ที่เป็นอาจารย์ใหญ่ๆเป็นอาจารย์เกจิอาจารย์รุ่นเก่ามีปฏิภาณไม่มีความรู้ในทางที่จะทำธรรมะให้ได้มากกว่านี้ก็ทำรูปแบบอย่างนี้ให้แก่พุทธศาสนิกชนในวันสำคัญนี้ขึ้นก็จะเกิดการเวียนเทียนขึ้นมาแทนอันที่จริงการเวียนเทียนเนี่ยในสมัยโบราณ บ้านจริงๆในศาสนาพราหมณ์คนนั้นเขาเวียนเทียนโดยการใช้เทียนเนี่ยเอามาเวียนเอาเทียนนี่มามาเวียนกับคนที่นั่งรอกันแล้วก็เลื่อนเทียนทำการบำเพ็ญเพ่งกสิณไฟหรือพยายามที่จะใช้อะไรเล่นไฟเล่นอะไรก็ได้เอาเทียนเป็นสื่อบูชาไฟแล้วก็เอาเทียนนี่ทำสะกดหรือว่าทำอะไรที่เป็นพิธีการเป็นจิตแล้วก็ทำเวียนไปเวียนไปเอาเทียนกับคนเวียนเทียนเนี่ยไปกับคนที่นั่งรอวงกันแล้วก็เวียนเอาเทียนเขาเรียกว่าเวียนเทียนในสมัยเขาโบราณศาสนาพราหมณ์ หมาที่บูชาไฟศาสนาที่ถือไฟเป็นสิ่งที่ใช้สื่อใช้อะไรกันอยู่แล้วเรียกว่าเวียนเทียนมีการทำมีการร่ายเวทได้อะไรกันทำมีการตัดการเป่าอะไรกันมีการสื่อการต่อมีพิธีกรรมอะไรได้หลายแบบหลายๆรูปจนพุทธในประเทศเอาของเขามาผสมผสานบ้างบางที่บางแห่งก็ทำท่าโน้นท่านี้เกี่ยวกับเวียนเทียนอย่างนี้เพราะว่าการเวียนเกิดขึ้นก็แทนที่จะเวียนอย่างเดียวเอาดอกไม้มาเอาถูกมาเอาเทียนมาแรกๆก็ไม่มีอะไรหรอกเดินสงบเวียนรอบโบสถ์หรือรอบสถานที่อะไรกันหนักๆเข้าก็เวียนก็ไม่พอต้องเอาดอกไม้มาถือเอาธูปมาจุดเอาเทียนมาจุด หนักเขาก็จิ้มกันไปจิ่มกันมาใหม่เสื้อใหม่ผ้าเดินเวียนเทียนทุกวันนี้เฮลโหลแล้วไม่เข้าใจความหมายบางทีบางแห่งเดินเวียนเทียนไม่เดินเวียนธรรมดาโห่ฮิ้วด้วยกลับไปหมดเลยแทนที่จะมีการเงียบสงบจะทำสิ่งที่เป็นจุดที่จะได้มีความหมายที่กล่าวแล้วที่อธิบายไปแล้วต่างคนก็ต่างสงบเรียบร้อยสงัดสบายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเดินไปในทิศเดียวกันเวียนซ้ายเวียนขวาเวียนที่จริงก็เวียนขวาเวียนรอบส่วนนั้นส่วนนี้ไปที่ไปทิศเดียวกันมีความสงบราบรื่นต่างคนก็ต่างไปด้วยกันไม่มีใครขัดไม่มีใครขวางไม่มีใครย้อน ไม่มีการย้อนไม่มีการทวนอะไรกันอย่างนี้เป็นต้นเขาก็ได้ความหมายอย่างนั้นแต่ทีนี้พอเวลาหลังมาก็เอาดอกไม้ธูปเทียนมาปนเขาก็เลยเรียกว่าเวียนเทียนผสมผสานที่จริงเวียนเทียนเป็นอีกลักษณะหนึ่งของศาสนาพราหมณ์สุดท้ายเขาก็มาเวียนเทียนพุฒเนี่ยก็เอาเพราะเอาเทียนเอาธูปเอาอะไรมาจดกันนั่นแหละก็เลยมาเรียกกันว่าเวียนอีกเวียนเทียนไปเลยแล้วก็ทำสืบทอดต่อกันมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ตกลงวันสำคัญๆนี่เขาก็ไปเวียนเทียนกันไอ้เรื่องที่จะแสดงธรรมกับบางแห่งมีบางวัดมีบางวัดก็ไม่มีอะไรหรอกมาญาติโยมมามากๆก็เอาแต่เวียนเทียนนี่แหละอันนี้ไม่ดีก็เอามามหรสพเอา ใครมาผสมผเสให้เขาบ้างหาเงินมาซะเลยวัดบางวัดก็เป็นฤกษ์งามยามดีแล้วนี่คนมาเวียนเทียนแล้วก็ไหนๆก็มาแล้วก็ควักกระเป๋าเลยไม่เคาะกระเป๋ายังไงล่ะวัดเบิ่ดก็อยากได้เงินได้ทองหาทางไปถ้าเป็นเรื่องเลอะเทอะเพื่อนเป็นเรื่องที่ไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรวันนี้เราก็พยายามที่จะดำเนินให้มันมีจิตให้มีจิตใจลักษณะและมีกิจกรรมแต่ที่อาตมาจะพยายามที่จะดึงย้อนกลับไปหาสมัยเก่าสมัยเก่าจริงๆเดิมๆนั่นน่ะก็วันมาเข้ามาก็มาชุมนุมดังกล่าวแล้วแม้แต่พระพุทธเจ้าเองพระมาก็มาชุมนุมแล้วก็เทศ ไม่ได้เทคแคร์ว่าให้ละชั่วประพฤติดีแล้วก็ทำจิตให้บริสุทธิ์ผ่องใสหรือว่ามีอนุบาลโทอนุภาคโทอะไรต่ออะไรต่างๆอยู่อีกบ้างเท่านั้นเปล่าไม่ได้มีเท่านั้นหรอกที่จริงมียาวกว่านั้นมากมายสิ่งที่กล่าวลงไปนั้นเป็นคาถาเพียงแต่สรุปหัวข้อสรุปความหมายลงไปเท่านั้นเองที่จริงก็เทพมากมายมีความหมายอยู่ในลักษณะอย่างนั้นแหละที่สรุปไว้ก็เป็นการทำความเข้าใจย้ำกันมีแง่พิสดารอะไรก็บอกกันให้เกิดผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุดเราเพราะฉะนั้นวันนี้ เราก็ควรจะได้พยายามตั้งใจที่จะทำให้ตนเองมีประโยชน์สูงสุดเป็นวันที่ถือว่าเลิกดีเราจะยึดถือเลิกเราก็ให้เลิกนั้นเป็นประโยชน์เราจะยึดถืออะไรขึ้นมาก็ตามก็จะควรจะให้การยึดถือนั้นเกิดสิ่งที่ดีงามเป็นประสบการณ์เป็นประโยชน์มากที่สุดที่จะเป็นไปได้เราก็จะเราก็ควรจะได้ให้มันเป็นอย่างนั้นเพราะงั้นวันนี้มารวมกันเท่าที่เป็นเท่าที่ได้เราไม่ได้ไปทำอะไรให้มันเป็นเรื่องครื้นเครงไม่ได้ทำอะไรให้เป็นฝ่ายอะไรต่างๆนานาเมื่อเช้าก็ได้อธิบายบอกแล้วว่าที่นี่ วันมาฆะที่นี่ก็มีผ่านมาที่นี่ตั้งขึ้นปีนี้เป็นปีที่ 3 วันมาฆะผ่านมาเป็นปีนี้ก็เป็นปีที่ 3 วันแรกก็อ้าวแล้ววันนี้ก็กำหนดงานการอะไรวันที่ 2 ปีที่ 2 มามาค้างคืนดีหรือวิสาขะก็ตามแต่ว่าที่จริงน่ะหมายเอามาฆะคือวันที่มาพบปะคนถามว่าวันนี้มีงานอะไรจะมีกิจกรรมอะไรจะมีเรื่องอะไรต่ออะไรเพื่อที่จะต้องมาชุมนุมกันแล้วก็มาจะชุมนุมเอางานเอาคิดเอาอันนั้นอันนั้นอันนั้นต่างๆต้นไม้เอาอย่างนั้นอาตมาก็ตอบไปเสมอถ้าใครยังจำได้หรือถ้าใครได้ถามจริงๆอาตมาก็ตอบว่าก็มามีอะไรไม่รู้ไม่รู้ว่าจะมีอะไรก็ไม่รู้อาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้จะมา ไม่มากก็ไม่เป็นไรไม่ตีฆ้องร้องป่าวอย่าบอกนะแม้แต่วันนี้วันมาฆบูชานี้เขาก็ยังถามกันเพราะว่าวันนี้จะมีอะไรก็บอกไม่รู้ไม่มีอะไรมาก็มาไม่มาก็มามีอะไรก็ทำไม่มีอะไรก็ไม่ทำอะไรก็บอกอย่างนั้นโดยมีจุดมุ่งหมายให้พยายามเข้าใจพยายามรู้ว่าการมาชุมนุมนี้เราจะรู้สึกแค่ไหนเราจะเข้าใจแค่ไหนถ้าจิตใจมันอยากมามันจะมีอะไรหรือไม่มีอะไรมันก็มาถ้ามันเข้าใจว่าวันนี้เราน่าจะได้เป็นวันสำคัญวันมาฆะวันอะไรซึ่งได้รู้กันมาแล้วสมัยพระพุทธเจ้าก่อนโน้นน่ะวันมาข้าไม่ได้กำหนดการไม่ได้มีความสมบูรณ์กันเข้าไปว่าวันนี้เป็นสำคัญด้วยซ้ำเขายัง รวมกันท่านทั้งหลายพระอรหันต์ทั้งหลายยังมารวมกันได้ตั้ง 1,250 วันนี้เป็นวันที่เราพุทธศาสนิกชนทั้งหลายสมมุติกันแล้วด้วยซ้ำมาเป็นวันสำคัญนะทางศาสนาเราเองอย่าปล่อยปละละเลยนักควรจะได้รำลึกควรจะได้นึกถึงควรจะได้สำเนียงสังวรควรจะได้อบรมตนควรจะได้ตั้งใจควรจะได้จะกระทำอะไรที่เป็นสิ่งสืบต่อสืบทอดให้เห็นว่าเราเองนี่เราเป็นผู้ที่ยังไม่ทิ้งขว้างศาสนาเป็นผู้ที่ใฝ่ใจดีต่อศาสนาสืบทอดพระศาสนาอยู่แม้วันสำคัญออกจากนี้เราก็ปล่อยปละละเลยนั้นไม่ควรที่จริงอาตมาควรจะบอกว่าวันนี้วันสำคัญนะมานะอย่างโน้นอย่างนี้นะ ไซตามะทำไมไม่พูดอย่างนั้นอาตมาทำไมทำอย่างนั้นก็เพราะเห็นว่าก็ปล่อยให้มากันดูดูซิจะว่าลองใจก็ลองใจลองใจกันดูสิมันเป็นยังไงมันปล่อยปละละเลยกันแค่ไหนมาศึกษาธรรมะก่อนศึกษาแล้วอาจจะมาร่วมมาร่วมไม่มีอะไรเลยถ้าผมเอามาอยู่รวมๆกันเป็นหมวดหมู่และก็เงียบสงบเฉยๆดังกล่าวแต่ต้นแล้วก็ต่างคนก็ต่างอยู่สงบอาจจะโอภาปราศรัยอะไรกันบ้างก็โอภาสฟ้าใสไม่โอภาปราศรัยก็มารวมกันเหมือนกับวันนี้เป็นวันที่สำคัญเหลือเกินต่างก็มามองหน้ากันก็ระลึกถึงพระพุทธองค์กันหรือมีความหมายว่าเราเองมารวมกันแล้วก็ไม่มีอะไรเป็นเครื่องหมายเห็นว่ามาชุมนุมบอกแล้วว่าวันมาฆะจะเป็นวันสำคัญจุดพิเศษ แปลกเอ๊ะมาชุมนุมกันได้ยังไงไปขอพิเศษเป็นวันประหลาดไม่ได้นัดแนะอะไรกันมาชุมนุมกันพระพุทธเจ้าอยู่ที่นี่ก็มาชุมนุมกันที่นี่มาเอาอะไรมาทำไมมีอะไรควรจะมาชุมนุมกันยังไงกันแท้จริงก็ไม่มีอะไรมอบหมายชุมนุมกันแล้วก็มาให้เจริญทำเพราะฉะนั้นวันสำคัญนี้กลับมาทำความหมายมาทำเครื่องหมายอย่างน้อยก็มาทำเครื่องหมายไว้แล้วเมื่อเรารู้กันจิตใจของเราก็จะได้ยังย้ำอย่างน้อยก็บอกถึงศรัทธาบอกอย่างความยืนยันเชื่อมั่นยังแสดงบทบาทของความเป็นพุทธยังเหลืออยู่อันนั้นที่นี้จะพยายามกระทำ ให้เป็นปรมัตถ์พยายามที่จะทำอะไรให้มีความหมายที่มันมีอะไรง่ายๆเงินๆที่ลึกๆซึ้งๆอยู่ไม่ทำอย่างชาวโลกโลกีย์ประกาศก้องทำไอ้โน่นไอ้นี่อะไรต่างๆนานาให้มันเกิดเกริกเฮฮาไปมากหลายไปโดยที่เรียกว่ามันยังเป็นเปลือกเป็นผิวอะไรอย่างโน้นที่นี่จะพยายามปรับเข้าไปในรูปอีกอย่างนึงที่พาทำกันมาเรื่อยๆหาหลายครั้งหลายตอนถ้าใครติดตามมามากมายติดตามมาเรื่อยๆยาวนานก็จะรู้บทบาทอะไรต่ออะไรต่างๆมีอะไรดูค่อนข้างจะแปลกและทวนคือย้อนกลับกันกับที่ชาวโลกหรือว่าอย่างโรคๆเขาพากันทำอยู่ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นจะเข้าใจ วันนี้ก็เป็นวันสำคัญดังกล่าวแล้วก็จะพาให้ทำจะเรียกว่าพิธีมีรูปแบบมีรูปปลอมอะไรก็เรียกได้ไปทำขึ้นบ้างเพื่อที่เราจะได้มีสมมติหมายมีอะไรที่จะเป็นเครื่องสื่อนำพาทำให้เราได้เกิดเขาเรียกว่าจะเรียกว่าจากภาษาฝรั่งเขาเรียกว่ามีอะไรที่มัน activity มันมีอาตมาว่ากิจกรรมนี้มันแปล activity กิจกรรมนี่มันน้อยไป activity อาตมาว่าภาษาอังกฤษของเขามันมีความหมายลึกกว่าคำว่าภาษาไทยที่แปลว่ากิจกรรมอยู่เขาก็ activity มันมี ไปที่เร่งจิตหรือว่ามันมีอะไรที่มีการเกิดการกระตุ้นเกิดบทบาทแต่บทบาทนั้นมีลักษณะที่กระปรี้กระเปร่ากระตุ้นมีลักษณะที่กระทำอะไรมันกิจกรรมมันรู้สึกมันเหนื่อยแล้วกิจกรรมก็ activity เนี่ยมันไม่พออาตมาก็ไม่พอภาษาอังกฤษของเขารู้สึกว่ามันแต่มันก็อาจจะมาก็ยังไม่รู้ว่าจะแปลว่าอะไรในภาษาไทยก็อธิบายไปเงี้ยมันรู้สึกว่ามันควรจะมี activity นี้ขึ้นเพื่อประโยชน์เพื่อผลดังกล่าวแล้วขึ้นมาบ้าง ก็ให้เดี๋ยวตามอาตมาจะพาทำเป็นรูปแบบเป็นอะไรขึ้นมาบ้างทำไมไม่เอามากหรอกไม่ก็ทำมากมายให้มันเป็นที่ฟั่นเฟือนอะไรที่จะทำก็ทำประกอบเพื่อที่จะจูงนำเชื่อมโยงไปอันนั้นมันคนเรามันมีจิตหลายหลายจิตจิตบางคนก็ต้องอาศัยสิ่งเหล่านี้อาจเป็นเรื่องเป็นราวก็ทำให้รู้สึกก็ทำให้เป็นสื่อแห่งความสงบความตั้งใจความรู้สึกจริงจังความได้รับได้อะไรประกอบเพิ่มขึ้นมันเกิดจริงๆในจิตมนุษย์ก็จะมีอะไรต่ออะไรไม่ใช่ทำเพื่อยาวเหลือแต่ต่อไปมันก็ยาวขึ้นมันก็มีอะไรขึ้นเพราะเมื่อยาวมากเกินไปก็ตัดกลับใหม่ก็วนเวียนอยู่อย่างนี้ในระบบ การสร้างสรรค์เป็นกุศโลบายเป็นอุบายเป็นเรื่องเป็นรูปเป็นสภาพอะไรก็แล้วแต่ที่เราเรียกจะเรียกว่ารูปแบบจะเรียกว่าพิธีการเป็นวิธีที่จะกระทำให้เราได้รับประโยชน์สูงขึ้นแถมขึ้นมาเรื่อยๆเดี๋ยวจะเอาก็นั่งขย่มพนมมือแล้วตามันจะมาจะพาไหว้พระกราบไหว้พระสวดพระสวดอันนี้บ้างแล้วก็จะได้พานำว่าแล้วเราก็จะได้ฟังธรรมต่อมาจะแสดงธรรมต่อจากนั้นพระเอกข่าววันนี้ก็ควรจะได้แสดงธรรม ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดงในวันมาฆฤกษ์เมื่อครั้งก่อนนอนพระธรรมะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดงที่เรารู้กันมาดีในวันมาฆบูชานั้นคือละเว้นชั่วประพฤติดีทำให้บริสุทธิ์ผ่องใสถึงจิตที่เรียกกันว่าโอวาทปาฏิโมกข์รวมโอวาทปาฏิโมกข์เป็นโอวาทที่ถึงขั้นบรรลุรอบก็มีอยู่แค่นี้แต่ความหมาย อย่างสำคัญ 3 ช่วง 3 ตอนนี้เป็นความหมายที่เกี่ยวพันกันจะเป็นความหมายที่เชื่อมโยงกันเป็นสมังคีซึ่งเราจะต้องเรียนรู้ความที่เรียกว่าชั่วกับดีให้ชัดเจนเมื่อเราเรียนรู้ชั่วกับดีรู้เข้าใจแยกออกชัดแล้วเราก็กระทำในสิ่งที่ดีอันไหนชั่วก็ต้องเลิกละต้องหยุดให้นมมาทางดีให้ได้จริงๆเพราะฟ้าภาษาพูดเนี่ยก็เหมือนกับกำ ทุกดินง่ายๆแต่ความจริงแล้วการประพฤติปฏิบัติธรรมที่ว่าชั่วดีนั้นแท้จริงหมายเอากิเลสไม้เอาความรู้ว่าถ้าจิตของเรามีกิเลสนั้นชั่วจิตของเราไม่มีกิเลสออกได้นั่นแหละดีนี่เป็นตัวจริงนี่เป็นตัวที่จะต้องเรียนรู้จากสำคัญเพราะถ้าจะไปหมาจะแค่ต้นๆต้นๆว่าเราปฏิบัติดีเราอย่าทำชั่วลูกๆมันก็ถูกด้วยเช่นว่าเราเองเราพูดกันซ้ำมามากแล้วซ้ำซากมาว่าเราเองเราไปปฏิบัติตนอยู่มีอบาย มุกคลุกคลีเกี่ยวข้องประพฤติตนอยู่ในอบายมุขต่างๆนี้เป็นต้นอย่างที่เราเคยพูดกันเมื่อวันรู้ว่ามันเป็นอบายมุขเป็นเรื่องชั่วเลิกเสียแล้วก็เอาอยู่เฉยๆไม่ทำอบายมุขนั้นก็เรียกว่าเราได้ทำดีไปเปราะหนึ่งแล้วเลิกมาเราเคยไปก่อกรรมนี้ไปกระทำกรรมนี้เป็นอบายมุขแล้วหยุดแค่หยุดนี่ก็เป็นชั้นที่ 1 เป็นหลักการของศาสนาที่พระพุทธเจ้าแต่เคยจับเอาไว้ว่าหยุดคำว่าหยุดคำนี้ที่พวกเราพุทธศาสนิกชนรู้กันดีๆเราหยุดเพราะแรกที่สุดก็คือหยุดให้ได้ในเรื่องของสิ่งที่มันชั่วคราว แค่หยุดคำกริยากายหยุดการคลุกคลีเกี่ยวข้องหยุดการปรุงอย่างหยาบๆเลยมีทั้งบทบาทอาการข้าวของวัตถุต่างๆหยุดกันจริงๆก็เป็นของต้องกระทำในเบื้องต้นต้นเมื่อผู้ใดกระทำแล้วมันก็จะเกิดจิตที่โต้แย้งถ้าผู้ที่ยังมีกิเลสยังมีจิตที่มันยังดิ้นรนหยุดไม่แสบไม่คลุกคลีไม่เกี่ยวข้องไม่กระทำโดยบทบาทหยาบข้างนอกเช่นคนติดอบายมุขไม่เล่นไพ่ไม่ลืมเหล้าอย่างนี้เป็นต้นจิตมันก็จะดีดดิ้นจิตมันก็จะเต้นนั่นแหละคือตัวจิตที่ยังไม่บริสุทธิ์พยายามตามดูดีๆที่บอกว่า พระชั่วประพฤติดีนั่นน่ะมันเกี่ยวข้องกันอย่างนี้แม้แต่ยาอย่างนี้มันก็ไปเกี่ยวข้องถึงจิตเมื่อเราหยุดกายหยุดวจีไม่เกี่ยวข้องไม่คลุกคลีไม่เป็นไปตามบทบาทของความหยาบข้างนอกแล้วจิตถ้ามันยังมีกิเลสจิตมันยังติดมันยังจะต้องการเสพต้องการอยากได้รถนี้อยากได้สุขอย่างแบบนี้ต้องปรุงแบบสุกทั่วโลกอย่างเงี้ยถ้าได้ทำได้ปฏิบัติได้ทุกทีได้เกี่ยวข้องได้สัมผัสเสพมันก็จะเรียกว่าได้สุขแต่นี่เราหยุดเสียมันก็ทรมานมันก็ทุกข์อันที่จริงคำว่าทรมานคำนี้หรือเราเรียกว่ามันเป็นทุกข์ใจเนี่ยจะว่าจริงๆแล้วมัน น่าเรียกทุกข์มันไม่น่าเรียกทุกข์เราไปทำต่างหากมันทุกข์ฟังดูดีๆนะฟังธรรมเราไปเล่นไพ่เราไปกินเหล้าน่ะมันทุกข์พอเราหยุดเนี่ยพอเราได้มาทรมานเราเรียกมันว่าเราดิ้นรนอยากไปเนี่ยมันทุกข์ว่างั้นนะน่าจะมากำลังชี้ลงไปว่ามันไม่น่าจะมาเรียกอันนี้มันทุกข์ที่จริงมันไปทำน่ะมันทุกข์มันเน็ตเหนื่อยหนักหนาเนี่ยมันทุกข์มันหยุดกลับมานี่จริงๆมันสุกนะมันเบามันว่างมันง่ายมันไม่เป็นภาระมันเป็นต้องไปทรมานร่างกายที่จะไปเล่นไพ่ที่จะไปกินเหล้าต้องมีปฏิกิริยาต้องไปทำออกแรงออกอะไรต่ออะไรต่างๆนานาอีกตั้งหลายอย่าง มันไม่ต้องนะถ้าจริงแล้วมันจะสุขแต่ที่มันสุกไม่ได้ก็เพราะไอ้ตัวมือไม่ทำจริงกายไม่ทำจริงแต่ไอ้ใจนี่มันทำใจมันต้องการมันดิ้นรนหรือมองว่ามันทำแล้วมันต้องเอาต้องเอาต้องเอาไอ้เคยยังไงมันก็มาฟ้องอยู่นี่แหละเคยเล่นเคยสนุกเคยสนิทมันไม่ครบส่วนมันไม่ได้กระทำถึงบทบาทเต็มที่ไม่ได้สัมผัสไม่ได้เสียดสีไม่ได้เกี่ยวข้องไม่ได้ทุกทีมันก็ทุกข์เพราะเราก็จะต้องจัดการหยุดเจ้าหนี้ตัวร้ายหยุดเจอกระทั่งมันบริสุทธิ์มันหมดปฏิกิริยามันดับได้การทำให้มันลดละหน่อย เบาบางลงไปได้เรื่อยๆนั่นแหละเรียกว่าเรากำลังทำความบริสุทธิ์หรือทำความสงบหรือทำความหลุดพ้นทำความชนะในการปฏิบัติธรรมที่แท้จริงจะทำได้โดยวิธีกดข่มมันเข้าไปดื้อๆอดทนฝืนทนไม่ให้มันดิ้นมากมันพยายามจะทำยังไงก็แล้วแต่ใช้ภาษายังไงก็ตามใจเถอะขอให้อาการที่มันดิ้นรนมันอยากใคร่ปรารถนาพวกนี้ให้มันเบาแรงให้มันมีกิริยาอ่อนลงสงบลงนั่นเองให้ได้เพราะฉะนั้นจะได้โดยการข่มจะได้โดยการหลอกล่อจะได้ในวิธีการทำลืมจะได้ด้วยวิธีการอะไรก็ตามใจเป็นหลักของสมถะ ก็เอาด้วยแล้วเราจะต้องทำวิปัสสนาคือพิจารณาให้เกิดปัญญาให้เรืองปัญญาให้รู้ถึงโทษภัยให้รู้ถึงความที่ไม่ต้องก็ได้สิ่งอย่างนี้ละเว้นได้เลิกได้มันไม่ใช่เรื่องจริงจังไม่ใช่เรื่องสำคัญมันเป็นมายามันเป็นเศษรถมันมีรถของโลกมันมีอะไรต่ออะไรต่างๆนานาที่มันเป็นเรื่องที่โลกเขาพาเป็นพาไปแล้วเราก็โง่มีอวิชชาตามจนไปติดเข้าให้จะไปยึดเขาให้จำเป็นต้องไปเป็นไปมีไปก่ออะไรต่ออะไรขึ้นจนกระทั่งจิตมันต้องทุกข์ร้อนอยู่อย่างนี้แหละมันดิ้นรนมันทรมานเพราะไอ้คำว่าทุกข์นี้ต้องพยายามฟังดูดีๆ 2 ลักษณะทุก 1 ไปทำได้ทำแล้วที่ ทุกข์แต่เขากลับไม่เห็นว่าทุกข์แท้จริงเวลาห้ามเนี่ยเวลาหยุดไม่ได้ไปทำนี่ถ้าจิตตัวนี้มันไม่บ้าดิ้นอยู่ตัวเดียวเท่านั้นแหละมันสบายมันเบามันง่ายมันไม่มีภาระมันไม่มีเรื่องอะไรมันว่างพยายามฟังดูดีๆปรมัตถ์แต่มันมาหาตัวว่างตัวละนายคลายจางตัวสงบลงมันสงบนะมันว่างมันสบายมันนิ่งมันหยุดน่ะอันนี้เป็นความหมายเพราะว่าเราจะใช้วิปัสสนาก็คือจะต้องเห็นเหตุปัจจัยเห็นเหตุผลเห็นความจริงให้ได้ว่าเรามีกิเลสเรามีตัวที่ไปโง่ไปติดไปยึดไปล้มตามโลกก็มองไปหาพระพุทธเจ้ามองไปหาพระอริยสาวกมองไปหาผู้คนที่เขาไม่ติดคนเขาไม่ยึดคนเขาไม่ลงงั้นเขาก็ไม่เป็นเขาก็ไม่ดิ้น โดนก็กดสุขดีก็กดสบายดีเขาก็เงียบๆเฉยๆว่างๆทำไมล่ะบ้าเต้นอยู่ได้ตอนนั้นเราก็จะต้องหาพักหาพวกหาเพื่อนแล้วก็หาเหตุผลที่ว่าถ้าเราว่างไปแล้วมันดีถ้าเราไม่ต้องไปจ่ายแรงงานไม่ต้องไปจ่ายเวลาไม่ต้องไปเสียเวลาไม่ต้องไปที่อื่นลงทุนลงรอนแรงงานทางกาแรงงานทางสมองทางปัญญาของเราไม่ต้องไปกระทำมันดีนะดีกว่าเพราะว่าเราเองเราไม่ต้องไปสูญเปล่ามันได้อะไรแก่เรานะไม่สาระมาให้คุณค่าอะไรต่ออะไรแค่ได้เห็นลองหาประโยชน์ของมันดูหาโทษก็มาอีกทีนี้มันเทียบเคียงกันโดยจริงถ้าเราได้ โทษมากมากยิ่งกว่าประโยชน์สักจานไหมไม่โกงหรอกที่จริงสัจจะน่ะไม่โกงประโยชน์เนี่ยมันเป็นประโยชน์แท้ประโยชน์จริงไอ้นั่นมันเป็นโทษเพราะฉะนั้นเราแปลกเปลี่ยนแรงงานแปรเปลี่ยนทุนร้อนหรือเวลานี้ไปทำอื่นดีกว่าไหมสร้างสรรค์กว่าไหมสังคมนิยมประชาชนนิยมสากลนิยมคนส่วนใหญ่ทั้งหลายแหล่ถ้าพูดกันดีๆแล้วอธิบายกันดีๆแล้วเราไปทำอย่างนั้นก็มาทำอย่างที่อันอื่นเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่าไหมเอาอย่างที่ดีกว่าเจ็บขาจะเป็นเราเห็นเหตุผลจริงๆเลยชัดแจ้งมันเกิดปัญญาเกิดปัญญาจากวิปัสสนาหรือวิเคราะห์วิจารณ์วิจัย และรู้ว่าถ้าเผื่อว่าเราจะเหนื่อยก็มาเหนื่อยทำการงานพรุ่งนี้เกิดประโยชน์กว่าที่เราเห็นว่ามีค่าสูงกว่าถ้าไม่เหนื่อยก็เห็นแล้วง่ายๆว่าเออก็เราไม่ทำเราไม่ต้องไปเสียเวลาเสียแรงทำไม่ต้องไปกินเหล้าก็เสียแรงก็ต้องไปเล่นไพ่ก็เสียแรงอะไรอย่างนี้เป็นต้นถ้าเราไม่ทำไม่ดีกว่าหรือไม่เบาก็หรือไม่สบายก็หรืออะไรอย่างนี้พยายามเห็นน่ะไปกันง่ายๆเพราะงั้นแทนที่จะเอาแรงนั้นไม่ไปทำทางโน้นถ้าเรายังจะออกแรงอยู่ก็เอาแรงมาทำอื่นที่มีค่ากว่ามันได้ประโยชน์ทับทวีเห็นความหยุดก็หยุดจะเหนื่อยก็เหนื่อยเหนื่อยรู้แต่ว่าออกแรงจะออกทุนอะไรก็รู้ว่ามันเป็นประโยชน์กว่านี้มาเอามาเป็นประโยชน์ถ้าอยากระบายมุกจะยกตัวอย่างนี้มันก็รู้ง่าย เข้าใจง่ายเห็นได้ง่ายเราก็เลิกชั่วประพฤติว่าส่วนดีทำจนจิตของเราอ่อนแรงจงจิตของเราสงบไม่ต้องไปฝืนกฎข่มวางปล่อยจางคล้ายจิตหยุดดิ้นเห็นจริงสบายเลยว่างจนจิตเป็นปกติหยุดสิ่งนี้ได้มาอย่างปกติเลยจิตอันนี้ก็บริบูรณ์หลักการที่เราปฏิบัติจะเรียกว่าศีลศีลก็แปลว่าปกติก็คือมันปกติเลยจริงๆจิตมันสบายแล้วมันไม่ดีดดิ้นแล้วมันสงบแล้วมันสามัญแล้วมันเป็นจิตธาตุรู้ธรรมดาแล้วเฉยๆเป็นจิตธรรมดาเป็นจิตปกติเป็นจิตคนไม่ติดไม่ยึดเราไม่ติดอะไรในโลกที่เคยไม่ติดเราไม่ติดอะไรในโลกที่เราเคย สิ่งนี้ปัจจัยนี้ที่เรากำลังยกตัวอย่างแค่อบายมุขง่ายๆของต้นๆแค่นี้เราก็เป็นผู้ที่ปกติเหมือนอย่างที่สิ่งอื่นที่เราไม่เคยติดมันเฉยๆมันเรียบร้อยมันเป็นธรรมดามันไม่มีทุกข์มันไม่มีร้อนและมันก็ไม่มีสุขด้วยไม่ได้สุขเพราะปัจจัยนี้ไม่มีทุกข์เพราะปัจจัยนี้เพราะจิตเราไม่สุขไม่ทุกข์กับอะไรสิ่งอย่างนี้ถ้าใครไม่ติดจริงๆก็จะเห็นว่ามันไม่สุขไม่ทุกข์การพนันเราไม่ติดเลยเห็นก็เฉยๆสัมผัสก็เฉยๆจึงเรียกว่าเหนือโลกโลกโลกโลกอันนี้ที่เราสมมุติคือความเวียนวนถ้าเราติดเราก็เวียนวนไปหามันถ้าเราติดเราก็เวียนวนไปเสพมัน พยายามฟังเนื้อหาสาระให้ชัดเจนว่าที่โอวาทพระปาฏิโมกข์ที่พระพุทธเจ้าท่านสอนว่าละชั่วประพฤติดีจนจิตบริสุทธิ์อาตมานี่แหละเติมคำว่าจนลงไปด้วยจนจิตบริสุทธิ์ผ่องใสเนี่ยมันเป็นโลกุตระกันอย่างไรมันเกี่ยวข้องกันอย่างไรมันมีองค์ประกอบองค์ประพฤติองค์ปฏิบัติอย่างไรเข้าใจให้จริงบางคนไปตัดตอนอธิบายแยกธาตุพระพุทธเจ้าคำสอนเป็นการปฏิบัติดีก็อย่างหนึ่งอุจจาระชั่วอย่างหนึ่งอันนี้ถือว่ามันไม่ใช่โลกุตระมันเป็นธรรมดาสามัญของโลกปฏิบัติดีละชั่วแต่ตัวที่จะเป็นปรมัตถ์ตัวที่จะเป็นโลกุตระนั้นเอาที่ตนจิตต้องเป็น จิตต้องบริสุทธิ์ผ่องใสจิตต้องสงบระงับจิตต้องเป็นอย่างตัวโน้นได้อันนี้เอาตัวนี้ไปปรมัตถ์เพราะว่าเอาแต่ตัวนี้เขาไปตัดกันออกเสียงเพราะฉะนั้นพ่อตัดออกอย่างนี้กลายเป็นทำจิตให้สงบระงับให้จิตใจเขาก็เลยไปหากรรมวิธีอื่นแล้วเอาไปนั่งหลับตาเอาไปทำกรรมวิธีอื่นเอาก็เลยเกิดทำจิตบริสุทธิ์ผ่องใสที่ตัดรอนออกไปจากละชั่วประพฤติดีที่เป็นโอวาทปาติโมกข์ของพระพุทธเจ้าศาสนาเลยแยกศีลก็อย่างหนึ่งสมาธิก็อย่างหนึ่งปฏิบัติดีปฏิบัติชั่วก็เป็นโลกิยะซะว่างั้นแยกไปถ้าจะไปทำโลกุตระก็ไม่ต้องไปนั่งหลับตา คิดให้เกิดปัญญาพวกไปหลงปัญญาไม่หลงสมาธิก็ไปคิดเอาที่ปัญญาอ๋อเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้เหตุผลอย่างนั้นอย่างนี้ก็ได้แต่หลักของตรรกะวิทยากลายเป็นว่าจิตบริสุทธิ์แต่แค่คิดมีเหตุมีผลในความคิดเพราะฉะนั้นบางคนจึงมีจิตว่างแต่ความคิดเขาก็ได้ไปอย่างนั้นแท้จริงแล้วมันสำคัญกันหมดเลยมีภาพประพฤติปฏิบัติมีเหตุมีปัจจัยสมส่วนอันที่ยกตัวอย่างให้ฟังนี้อาจจะอธิบายให้ฟังถ้าใครฟังดินดีเข้าใจยิ่งมีสิ่งที่เราได้ประพฤติปฏิบัติมาจริงจนกระทั่งมีสภาวะทำรองรับจริงเราจะขอยิ่งกว่าหอคำว่าอ๋อนี่มันคือมันแจ้งใจมันชัดเจน มีจริงเหลือเกินแล้วเราจะรู้จักวิมุติเราจะรู้จักนิพพานเราจะรู้จักนิโรธหรือว่าจิตที่เหนือโลกโลกุตตรจิตที่แท้จริงผู้ใดเคยติดมาก่อนแล้วยิ่งมาประพฤติแล้วก็ได้ละจึงได้สะอาดจริงบริสุทธิ์จริงมันยิ่งจะอ๋อที่สุดเลยหรือแม้ผู้ใดไม่ติดจะยึดได้ปัจจัยที่ยกตัวอย่างนี้ก็ตามเราได้ฟรีถือว่าเราได้นิพพานฟรีก็จะเข้าใ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน