220211-A มาฆบูชาปี22-วช-พ่อท่าน-สันติอโศก-R999.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันที่ 11 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2522 วันนี้พ่อท่านแสดงธรรมพิเศษเนื่องในวันมาฆบูชาที่พุทธสถานสันติอโศกเป็นวันสำคัญทางศาสนาที่เป็นวันมาฆฤกษ์เพราะฉะนั้นพวกเราก็ควรจะได้อย่างน้อยที่สุดก็ควรจะได้ตั้งใจควรจะได้กระทำความเป็นคนที่จะเป็นคนมีสติสัมปชัญญะอันดี ต้นตั้งแต่วันทั้งวันไปจนกระทั่งคืนอย่างน้อยได้ฝึกกันอย่างมีความตั้งใจส่งสติทรงสมาธิทรงปัญญาให้เป็นผู้ที่อยู่ในขอบข่ายว่าเป็นผู้ที่กระทำตนเองให้เป็นพระที่สุดเพราะว่าวันใดเวลาใดก็ตามแต่เผื่อว่าเราได้ตั้งใจเราได้สำนึกบอลสมบูรณ์ให้ได้มากที่สุดดีที่สุดมันก็เป็นความดีของผู้กระทำนั้น และมันก็มักจะย่อหย่อนเพราะว่ามันมีมากวันตรงนั้นมันควรจะได้กระชับได้สัมผัสให้แก่ตนเองในคราวในวันมันก็ต้องมีนโยบายหรือมีอุบายที่จะกำชับที่จะสัมผัสตนเพื่อให้เกิดความเพ่งเพียรให้เกิดความตั้งใจอันดีให้เกิดขึ้นทั้งวันที่เป็นวันสำคัญสำคัญต่างๆจึงเกิดขึ้นให้เป็นผู้ชายหรือว่าเป็นความจำเป็นเป็นความสำคัญที่จะต้องกระทำขึ้นเพื่อให้แก่อนุชนทุกคน คนที่จะได้ตั้งตนไว้ชอบตั้งตนให้ดีถ้าเผื่อว่าไม่มีก็มีแต่หลวมด้วยไปขอให้ทุกคนทำความเข้าใจถึงความสำคัญอันนี้ให้มาถ้าไม่เช่นนั้นเราจะกลายเป็นคนปล่อยปละละเลยเป็นคนไม่ได้ขันเกลียวอาจจะคนไม่ได้กระทำตนให้กระทบฐานะขึ้นก็มีแต่วัดจะตกต่ำเพราะคนที่ยังไม่ใช่พระอรหันต์ก็ล้วนแต่เป็นสังขารทั้งนั้นพระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ก่อนจะปรินิพพานว่า ขานทั้งหลายเสื่อมไปเป็นธรรมดาเมื่อเรายังไม่เป็นพระอรหันต์เราจะเป็นแท่งสังขารทั้งกายและจิตจิตของเรายังไม่มั่นคงจิตของเรายังไม่ถึงสมุทรเขตจิตของเรายังไม่ถึงที่ยอดที่ปลายยังจะมีความเสื่อมหรือเป็นธรรมดาเพราะฉะนั้นเราก็จำเป็นที่จะต้องกระทำตนให้สูงสุดจะทำตนให้อยู่ในฐานที่เรียกว่าเสื่อมไม่ได้อีกแล้วหมดสังขารคำว่าหมดสังขาร
อ่านต่อ
ก็จะต้องทำความเข้าใจให้ดีทำให้ถูกสาระทำให้ถูกความหมายที่ชัดเจน วัดสังขารนั้นคือการปนกันปรุงกันระหว่างจิตกับกิเลสนั่นเป็นสำคัญส่วนอื่นเราไปทำให้มันมั่นคงทำให้มันถึงที่สุดนั้นไม่ได้กายเราเป็นกายสังขารปรุงไว้ในดินน้ำไฟลมจะไม่เสื่อมไม่ได้อย่างอื่นใดที่มันจะต้องเข้าร่วมสังเคราะห์กันจนเรียกว่าสังขารสังขารและโลกทั้งหลายทั้งปวงจะไม่เสื่อมไม่ได้จะมีสิ่งที่ไม่เคยมีอย่างเดียวเท่านั้นก็คือ ความบริสุทธิ์บริบูรณ์จิตก็เป็นสิ่งหนึ่งถ้าจิตบริสุทธิ์จากกิเลสทั้งหมดบริสุทธิ์จากอกุศลธรรมทั้งปวงและเรียกว่าบริสุทธิ์แล้วแม้จิตเองก็จะสลายจะเสื่อมจะแตกดับเป็นที่สุดพระอรหันต์เมื่อปรินิพพานหรือว่าเมื่ออนุปาทิเสสนิพพานธาตุแล้วก็สุดไม่มีอะไรเหลือจิตก็ไม่เหลือเพราะฉะนั้นจุดที่เป็นสิ่งที่บริบูรณ์สูงสุดหมายความว่าพ้นสังขารทั้งที่กล่าวนั้นจึงจะต้องเข้าใจความหมายเข้าใจสาระที่แท้ ตราบที่เรายังมีอุปาทิเรายังเหลือเป็นสาวอุบาทที่เสียศักดิ์เรายังมีรูปนามขันธ์ 5 เราต้องมีกายมีจิตวิญญาณกายก็เป็นกายบริสุทธิ์ที่สุดโดยเฉพาะตั้งแต่กรรมเป็นกายกรรมที่บริสุทธิ์เราก็จะอยู่อย่างพอเหมาะไม่เปลืองไม่หนักไม่เป็นภาระทั้งทางแห่งการความมีการเป็นกายที่มีประโยชน์ในการที่จะมีค่าใจหรือจิตวิญญาณทั้งหมด น้ำมะขาม 4 ก็จะบริสุทธิ์เวทนาก็จะอยู่ในฐานที่บริสุทธิ์สัญญาก็จะสูงสุดบริสุทธิ์สังขารก็จะเป็นสังขารบริสุทธิ์สังขารสูงสุดต้องทำความเข้าใจคำว่าสังขารบริสุทธิ์สังขารสูงสุดดังที่อธิบายไปแล้วเมื่อกี้ให้จับเพราะเรายังมีเราจะต้องรู้ความมีที่บริสุทธิ์บริบูรณ์อยู่ในเขตไหนอยู่ในลักษณะอย่างไรวิญญาณแล้วก็ยังมีเราต้องรู้ความมีของความมีอย่าให้เลยเถิดอย่าให้ผิดสัจจะถึงแม้สิ่งนี้จะ เป็นสมมติสัจจะเราเรียกว่าภาษาสมมุติภาษาไทยๆมีความหมายสมมติว่าเหมือนเขาไม่จริงและมันก็จริงว่าของไม่จริงคือไม่เที่ยงแท้นิรันดรแต่สิ่งนี้เป็นสิ่งที่มีอยู่จริงเพราะฉะนั้นมันมีภาพรู้มันก็จะต้องมีรู้แม้จะไม่รู้ชั่วคราวไม่วาระที่พักไปพักสนิทเป็นอสัญญีก็ตามโดยปกติเราไม่ได้อยู่ในอสัญญีเป็นปกตินานมากเราจะมีอสัญญีสักครั้งหนึ่งแม้แต่เราจะหลับจะพักจะพักผ่อนพักทวาร ทักเข้าไปจนกระทั่งเหลืออยู่ในทวารใจแล้วเราพักสนิทลงไปอีกเท่าใดๆก็ตามเราก็ยังไม่ได้ดับสนิทยังไม่ใช่อสัญญีเรายังมีสัญญาเรายังกำหนดหมายเรายังระลึกรู้บางทีก็เป็นสภาพระลึกรู้ที่เรียกว่าชัดเรียกว่าฝันชัดๆบางทีก็มีรูปนิมิตมีการรู้สึกอย่างนั้นอย่างนี้อยู่มีเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่ที่ไม่มีลูกแต่ก็มีความระลึกรู้อยู่บางทีก็เป็นเอวสัญญานะสัญญาคือเป็นสภาพที่มันรู้บ้างไม่รู้บ้างเราไม่มี ปัญญาเข้าไปแทรกซ้อนเข้าไปค้นอ่านแต่มันก็ไม่ได้ดับสนิทมันยังมีทาสรู้ลำเรื่องลำไยอยู่ไม่สนิทเหมือนเรานอนหลับไม่สนิทหรือว่าแม้เรานอนเราก็ยังมีอะไรดำเนินเรื่องไม่ได้ดับปีไปรษณีย์จนกระทั่งไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยสังเกตดูให้ดีจิตของเรามันไม่รู้มันไม่ประสีประสามันไม่มีกรรมวิธีมันไม่มีความคิดค้นมันไม่มีการชำแรกอ่านมันจึงไม่รู้ตัวว่าเราอยู่ในจิตอะไรต้องคอยสังเกตตัวเองให้ดีทุกระยะแม้การยืนเดินนั่งนอนทำงานทำการหรือว่าทำอิริยาบถใดๆอยู่จนกระทั่งถึงนอนหลับ ก้อยตั้งสติรู้จนกระทั่งนอนหลับก็จะรู้เข้าใจออกเรานอนหลับนี้ด้วยสติตกมากนอนหลับอย่างคนละเมอเพ้อพกนอนหลับอย่างคนเสพติดนอนหลับอย่างคนไม่รู้เรื่องจิตของเราเป็นยังไงอยู่ก็ไม่เข้าใจมาทบทวนดูอีกทีตื่นเช้าขึ้นมาแต่เช้าทบทวนดูจิตของเราแม้ในขณะหลับเราเป็นชาวสยามโยคะหรือเปล่าเราเป็นผู้ที่มีสติแต่พยายามกำกับและพยายามระลึกว่าเรารู้อะไรหรือเปล่ามันนอนไปแล้วไม่รู้เรื่องตอนหลับนั่นเราไม่รู้เรื่องอะไรเลยเราอยู่ในบาปหรืออยู่ในบุญก็ไม่รู้จิตของเราเป็นเทวดาหรือเป็นผีนรกเราก็ไม่รู้เคยทบทวนดูบ้างไหมล่ะ แต่ถ้าเราไม่ได้ทบทวนก็คือเราไม่รู้เรื่องปล่อยปละละเลยไปหมดอ่ะทำให้ได้ทบทวนก็ต้องพยายามระลึกรู้ทบทวนแล้วก็ปรับปรุงแม้จะเจ็บเราก็ตั้งให้อยู่ในฐานะที่เป็นกุศลและจะหลับนอนก็อยากให้เป็นอกุศลตั้งอกตั้งใจฝึกเพียรกระทำเข้าจริงๆแล้วเราจะได้ความระลึกเราจะได้ความลึกซึ้งเราจะได้ความสูงความประเสริฐที่แนบเนียนที่แข็งแรงเข้าไปอีกไม่เช่นนั้นเราก็ไม่ได้มีอะไรก็ขึ้นเพราะฉะนั้นในวาระมาฆฤกษ์อย่างนี้แล้วก็ควรจะได้ขัน เปรี้ยวขันชะเนาะของความเป็นคนของเราให้เป็นผู้มีกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมอันดียกกายกรรมยกเว้นกรรมยกมโนกรรมของเราขึ้นเองสู่สภาพดีขึ้นเรื่อยๆต้องตั้งขึ้นเสมอจึงจะเป็นผู้ที่จะเกิดการสูงขึ้นประเสริฐขึ้นเราต้องการอะไรเราต้องการความสูงต้องการความประเสริฐเราไม่ได้ต้องการฉะนั้นเราก็ต้องทำให้มันเป็นจะต้องการโดยอยากจะปรารถนาแต่ไม่มีความสมพร้อมไม่มีการประกอบพร้อมไม่มีการ ทำขึ้นให้มันพักพร้อมให้มันเป็นไปจริงให้มันโน้มน้อมมีองค์ประกอบมีส่วนสัตว์ที่จะก่อที่จะเกิดมีฐานมีส่วนที่เอามากระทําจะเสริมก็เสริมให้มันได้สัดส่วนที่ดีที่เจริญถ้าเราไม่กระทำขึ้นมันเกิดเองไม่ได้ตัวเองไม่ได้เราจะต้องทำขึ้นมีทุนที่เราเท่านั้นแหละเป็นตัวที่เราไม่รู้แต่ถ้าผู้ที่รู้แล้วก็รู้ว่าตัวเรามีทุนที่มันช่วยกระตุ้นช่วยนำช่วยกันช่วยพาเขาเรียกว่าบารมีมันจะพาไปคาดว่าเรามีของเราถึงที่มันก็จะนำของเราไปสู่ สูงได้มากมากหน่อยและจะมากยิ่งขึ้นถ้าเรายิ่งช่วยวิริยะอุตสาหะและสติสัมปชัญญะประกอบพร้อมรุนดันหรือว่าเสริมให้มันอีกมันก็ยิ่งจะเร็วมันก็ยิ่งจะก้าวหน้ามันก็ยิ่งจะไหวถ้าเราปล่อยปละละเลยไม่เสริมให้มันใครจะเสริมให้มันคนอื่นจะมีหน้าที่ช่วยแต่เพียงบอกแต่เพียงชี้แนะแต่เพียงส่วนตัวจริงเข้าไปเท่านั้นเองเราจะทำหรือไม่ทำมันก็ตัวเราทุกคนของแต่ละตัวของแต่ละคนใครจะไปทำแทนกันได้ไม่มีนะขอให้ทุกคนตั้งใจตั้งตน ตั้งใจไว้ชอบตั้งตนไว้ชอบให้พร้อมฟังให้หมดก็ทำขึ้นเสมอไม่ใช่ตะวันมาฆฤกษ์วันใดที่เรานึกสำคัญถ้าเราจะได้ใช้เป็นเครื่องหมายในการที่จะกระทำให้แก่ตนจงทำเครื่องหมายนั้นให้แก่ตนตั้งผู้ตั้งไม่มาสำเนียงตนมากสังวรตนมากกระทำได้มากเองมันก็ได้เองใครไม่ทำเองแม้คนอื่นจะช่วยเตือนช่วยบอกช่วยสะกิดด้วยซ้ำไปแต่เราก็ไม่ทำมันก็คือความสูญเปล่าคือความไม่มีไม่ได้นี่เป็นสัตว์จะเป็นธรรมดาอ้าวเรามาพร้อมกันวันนี้ จะต้องจะพาเปล่าจะพาก็ทำมีรูปมีแบบมีอะไรไปพร้อมทั้งกายกรรมวจีกรรมแล้วก็ขอให้ทุกคนทำมโนกรรมขอให้เป็นดั่งที่เราได้จะได้กระทำไปทั้งกายทั้งวจีทั้งหมดปลา กราบหรือว่าตามไปด้วยกันพร้อมๆกันทั้งหมด นะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะนะโมมหาสารคามภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะนะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะพุทธังสะระณังคัจฉามิสังฆังสะระณังคัจฉามิสังฆังสะระณังคัจฉามิทุติยัมปิ สะระณังคัจฉามิทุติยัมปิธัมมังสะระณังคัจฉามิทุติยัมปิสังฆังสะระณังคัจฉามิตะติยัมปิพุทธังสะระณังคัจฉามิอริยสัจ 4 ธัมมังสะระณังคัจฉามิปาฏิหาริย์สังฆังสะระณังคัจฉามิอิติปิโสภะคะวาอะระหังสัมมาสัมพุทโธวิชชาจะระณะสัมปันโนสุคะโตโลกะวิทูอะนุตตะโรปุริสะทัมมะ หาเทวะมนุสสานังพุทโธภะคะวาติสวากขาโตภะคะวะตาธัมโมสันติติโกอะกาลิโกเอหิปัสสิโกโอปะนะยิโกปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิติสุปะฏิปันโนภะคะวะโตสาวะกะสังโฆสุขปฏิปันโนภะคะวะโตสาวะกะสังโฆยะปะฏิปัญโญภะคะวะโตสาวะกะสังโฆสามีจิปะฏิปันโนภะคะวะโต ระยะทางจากปาริภูริสายุคานิหาสัปปุริสสังเสวะโลกัสสาติประวัติตามข้าพเจ้าทั้งหลายนับบัดนี้นะ ได้ตั้งจิตรรำลึกนายพลในวาระอันควรรำลึกในพระอภัยมณีและจะขอตั้งใจและร่างกายในวาระอันควรจะตั้งใจในบ้านควรจะตั้งใจและจะกตัญญูกตเวทีในวาระที่ควรกตัญญูกตเวทีการรำลึกคือ จะรำลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นบุรุษเอกมหาบุรุษอันไม่มีใครเปรียบเสมือนการได้ยินเสียงเป็นผู้มีคุณอันล้นเกล้าล้นเสียงเป็นเสียงเป็นผู้นำทางมนุษย์ไปสู่จุดประเสริฐสูงสุดข้าพเจ้าทั้งหลายได้กระทำตามไอ้เรียนรู้ตาม แต่พยายามตามหาได้รับทำได้รับประโยชน์ได้รับคำแนะนำประโยชน์ตามแต่ผู้ที่จะสามารถสมควรแก่ธรรมพระสงฆ์ควรแก่ธรรมอันเป็นประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านและตามสมควรอยู่อาศัยอยู่ข้าพเจ้าทั้งหลายขอรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันนี้อย่างล้นเกล้าล้นเศียรโตนี้เป็นความลับ และจะรำลึกสูงยิ่งกว่านี้ไปอีก 2 ยิ่งกว่านี้ไปอีกความตั้งใจว่าอะไรคือข้าพเจ้าทั้งหลายจะตั้งใจปฏิบัติดีปฏิบัติชอบปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจัดตั้งใจศึกษาจะจัดตั้งใจกระทำให้เป็นที่สุดถึงที่สุดที่สุดถึงที่สุดตามที่ได้จะได้ศึกษาอย่างที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้พึงสอนไว้ทุกประการใด พระพุทธเจ้าตรัสประกาศการข้าพเจ้าจะตั้งใจให้ชอบอยู่เสมอๆให้ทราบอยู่เสมอเสมอจะมีสติสัมปชัญญะคือปัญญาปัญญากระทำความประพฤติปฏิบัติให้เป็นทางตรงให้เป็นที่ถูกต้องไปได้ถึงที่สุดเป็นที่สุดให้ได้กตัญญูกตเวทีคือ ข้าพเจ้าทั้งหลายข้าพเจ้าทั้งหลายจะเป็นทายาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขณะนี้หายากของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะกระทำกรรมทุกข์กรรมให้เป็นกรรมที่ตอบแทนสนองพระพุทธประสงค์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประสงค์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าใด ตรวจหวยรัฐบาล 2562 ตั้งจิตสำนึกดีๆในระหว่างนี้หยุดชั่วครู่นึงขอให้ตั้งจิตหรือตั้งใจที่เราเรียกว่าอธิษฐานเพื่อจะตั้งจิตไว้ชอบตั้งผิดวิธีทุกคนพูดได้ตั้งเองผู้นั้นมีกรรมเองผู้ได้ทำถูกตรงผู้ได้ทำได้ดีผู้นั้นก็ได้ดีเองกราบ หากตั้งใจดีๆเดี๋ยวลองฟังพระพุทธพจน์หรือว่าคำกล่าวคำสอนว่าไอ้ศีลว่าได้เรื่องที่ท่านตรัสอะไรต่ออะไรที่เราน่าจะได้รำลึกถึงคำสอนชัดๆฟังคำสอนพระพุทธเจ้ามากกว่าคำสอนของผมที่จะพูดฟังคำตอบที่จะไม่แปลเป็นภาษาไทยแล้วก็ตามก็มีคำที่เป็นความหมายเป็นคำที่แปลออกมาจากภาษาที่ตรัสมาจากพระพุทธเป็นธรรมบทต่างๆก็ฟัง ไม่ได้มากคุณจะขยายอะไรบ้างเล็กๆน้อยๆสำหรับจุดที่สำคัญที่จะเน้นให้ไม่มากมายนะเราจะฟังพระพุทธพจน์ให้มากสำหรับวันนี้เขาตั้งใจดีๆก็ว่าด้วยการมีศีลหลักสูตรที่ 1 ที่จะอ่านสู่ฟังคือภาพสรุปภาพเทียบเคียงผ้ากับสีภิกษุทั้งหลายผ้าราศีแม้ยังใหม่อยู่สีก็งามนุ่งห่มเข้า ก็สบายเนื้อราคาก็แพงแม้จะกลางใหม่กลางเก่าแล้วสีก็ยังงามนุ่งห่มข้าวก็ยังสบายเรื่องราคาก็แพงแม้จะกล่าวคำแล้วสีก็ยังงามนุ่งห่มข้าวก็ยังสบายเนื้อราคาก็แพงอยู่นั่นเองถ้าราศีแม้ที่เก่าถ้ำแล้วคนทั้งหลายก็ยังใช้เป็นผ้าห่อรัตน รื้อเก็บไว้ในหีบปกตั้งใจฟังดีๆแล้วก็จับคำจับความให้ชัดมีรายละเอียดอยู่ในนั้นเยอะมากมายท่านตรัสว่าผ้าสีมีจุดวัดหนึ่งใหม่แม่ยังใหม่ 2 แม่กลางใหม่ 3 แม้เก่าคลั่งก็ยังคงอยู่เป็นเหมือนเดิมคือสีก็ยังงามราคาก็ยังแพงเพราะฉะนั้นแม่เก่าครับเป็นที่สุดคนก็ยังจะเก็บไว้เป็นผ้าห่อรัตน ไว้ในหีบอกนี่เป็นคำสรุปคำเน้นขยายให้ฟังภิกษุทั้งหลายชั้นใดก็ฉันนั้นภิกษุแม้พึ่งบวชใหม่ถ้าเป็นผู้มีศีลมีความเป็นอยู่งดงามเราก็กล่าวว่ามีผิวพรรณงามเหมือนภาพการสีที่แม้ยังใหม่อยู่ก็ดูสีงามฉะนั้นเรากล่าวภิกษุนี้ว่ามีภาคกลางสีเป็นคู่เปรียบ ชนเหล่าใดคบหาสมาคมเข้าใกล้ทำตามอย่างเยี่ยงอย่างของภิกษุนั้นข้อนั้นจะเป็นทางให้เกิดสิ่งอันเป็นประโยชน์สิ่งอันเป็นความสุขแก่ชนเหล่านั้นเองตลอดกาลนานเราจึงกล่าวภิกษุนี้ว่าใครใกล้ชิดเข้าก็สบายตัวเหมือนผ้ากาสีนุ่มห่มข้าวก็สบายเนื้อฉะนั้นเรากล่าวภิกษุนี้ว่ามีภาพราศีเป็นคู่เปรียบอันหนึ่งภิกษุนั้นรับ บิณฑบาตเสนาสนะและกีฬาและปัจจัยเภสัชบริขารของชนเหล่าใดทานนั้นย่อมมีผลมากมีอานิสงส์ใหญ่แก่ชนเหล่านั้นเราจึงกล่าวภิกษุนี้ว่ามีค่ามากเหมือนผ้าสีมีราคาแพงฉะนั้นเรากล่าวภิกษุนี้ว่ามีผ้ากาสีเป็นคู่เปลี่ยนภิกษุทั้งหลายภิกษุแม้ผู้มีอายุปูนกลางถ้าเป็นผู้มีศีล มีความเป็นอยู่งดงามเราก็กล่าวว่ามีผิวพรรณงามเหมือนผ้ากาสีที่แม้ยังใหม่อยู่ก็ดูสีงามฉะนั้นเรากล่าวภิกษุนี้ว่ามีภาพราศีเป็นคู่เปรียบอันหนึ่งชนเหล่าใดคบหาสมาคมเข้าใกล้ทำตามเยี่ยงอย่างของภิกษุนั้นข้อนั้นจะเป็นทางให้เกิดสิ่งอันเป็นประโยชน์สิ่งอันเป็นความสุขแก่ชนเหล่านั้นเองตลอดกาลนานเราจึงกล่าว นี่หว่าใครใกล้ชิดเข้าก็สบายตัวเหมือนผ้ากาสีนุ่งห่มเข้าก็สบายเนื้อฉะนั้นเรากล่าวภิกษุนี้ว่ามีผ้ากาสีเป็นคู่เปรียบอันหนึ่งภิกษุนั้นรับจีวรบิณฑบาตเสนาสนะและคิลานปัจจัยเภสัชบริขารของชนเหล่าใดทานนั้นย่อมมีผลใหญ่มีอานิสงส์ใหญ่แก่ชนเหล่านั้นเราจึงกล่าวภิกษุนี้ว่ามีค่ามากเหมือนภาคเกษตรมีราคา เพลงฉันนั้นเรากล่าวภิกษุนี้ว่ามีผ้ากาสีเป็นคู่เปรียบที่สุดทั้งหลายภิกษุแม้ผู้เป็นเถระถ้าเป็นผู้มีศีลมีความเป็นอยู่งดงามเราก็กล่าวว่ามีผิวพรรณงามเหมือนภาพการสีที่แม้ยังใหม่อยู่ก็ดูสีงานฉะนั้นเรากล่าวภิกษุนี้ว่ามีภาพราศีเป็นคู่เปรียบอันหนึ่งชนเหล่าใดคบหาสมาคม เข้าใกล้ทำตามเยี่ยงอย่างของภิกษุนั้นข้อนั้นจะเป็นทางให้เกิดสิ่งอันเป็นประโยชน์สิ่งอันเป็นความสุขแก่ชนเหล่านั้นตลอดกาลนานเราจึงกล่าวภิกษุไม่ว่าใครใกล้ชิดเข้าก็สบายตัวเหมือนภาพราศีนุ่มของข้าวก็สบายเนื้อฉะนั้นเรากล่าวภิกษุนี้ว่ามีภาพราศีเป็นคู่เปรียบอันหนึ่งภิกษุนั้นรับจีวรบิณฑบาตเสนาสนะและ กีฬาและปัจจัยเภสัชบริขารของชนเหล่าใดทานนั้นย่อมมีผลใหญ่มีอานิสงส์ใหญ่แก่ชนเหล่านั้นเราจึงกล่าวภิกษุนี้ว่ามีค่าเหมือนภาพราศีมีราคาแพงฉะนั้นเรากล่าวภิกษุนี้ว่ามีภาคฤาษีเป็นผู้ผลิตภิกษุผู้เถระเช่นนี้กล่าวอะไรขึ้นในถ้ำกลางสงฆ์ภิกษุทั้งหลายก็ช่วยกันบอกกล่าวว่าขอท่านทั้งหลายจงเงียบ ภิกษุผู้เฒ่าจะกล่าวธรรมะและวินัยแบบนี้ดังนี้ภิกษุทั้งหลายเพราะฉะนั้นในเรื่องนี้พวกเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้ว่าเราทั้งหลายจะเป็นให้เหมือนอย่างผ้าป่าสีไม่เป็นอย่างภาพเปลือกปักดังนี้ภิกษุทั้งหลายพวกเธอทั้งหลายพึงสำเนียงใจไว้อย่างนี้แหละนี่ก็เป็นรายละเอียดเพิ่มเติมขยายความสุข 3 ระดับแม้จะเป็นผู้ใหม่ ผู้ปรางหรือผู้เป็นเถระคือผู้ที่บวชนานแล้วเลย 10 ปีขึ้นไปก็ตามถ้าเป็นผู้มีศีลมีความเป็นอยู่งดงาม 2 จุดนี้เท่านี้ท่านเน้นไว้ 2 จุดเป็นผู้มีศีลมีความเป็นอยู่งดงามคำว่าความเป็นอยู่บริบูรณ์พร้อมเราเป็นอยู่ก็คือเรามีลมหายใจอยู่ตลอดเวลาทั้งวันหนึ่ง 24 ชั่วโมงเพราะเป็นอยู่อย่างไรก็เป็นอย่างไรเราอยู่อย่างไรเดี๋ยวท้ายก็จะมี ปัจจะเวกหรือว่ามีบทนี้จะพยายามอ่านให้ถึงบทนั้นสู่กันฟังแล้วก็จะอ่านบทปัจจะเวกให้ฟังด้วยว่าเราควรจะปัจจะเวกอะไรอย่างไรสิ่งใดอาศัยไว้ในบันทึกให้เราได้เปิดดูอยู่ใกล้ชิดเพื่อที่จะได้เตือนปัจจะเวกให้แก่ตนไม่เช่นนั้นเราไม่ได้ขาดฉันเนาะหรือไม่ได้ขันเกลียวให้แก่ตนแล้วก็ตกต่ำและเป็นธรรมดาแต่ถ้าเราได้ขันชนะได้ขันเกลียวให้แก่ตนเองอยู่เสมอเราก็จะเจริญขยายความก็คงไม่มีใครจะเข้าใจไม่ได้เพราะว่าเรื่องก็พอสมควรขยาย เกลียดก็ได้แต่ว่าวันนี้ไม่ตั้งใจจะขยายละเอียดให้ฟังเองให้ใช้ปัญญาเองให้มากทดสอบทำให้ดีเสร็จแล้วท่านก็สรุปเตือนไว้ว่าเมื่อภิกษุผู้เถระเช่นนี้คือเป็นผู้ที่มีศีลเป็นผู้ที่เป็นอยู่งดงามท่านกล่าวอะไรขึ้นท่ามกลางสงฆ์ไม่ว่าวาระใดภิกษุทั้งหลายต้องช่วยกันบอกกล่าวว่าขอท่านทั้งหลายจงเงียบเสียงเถิดภิกษุผู้เฒ่าจะกล่าวธรรมและวินัยอันนี้เราก็คงเข้าใจกันดีและคงมีสำเนียงคงมีความตระหนักอยู่ในตัวเองทุกคนแล้วสำหรับพุทธศาสนิกชน หรือแม้แต่สากลทั่วไปถ้ามีท่านผู้ใหญ่หรือผู้ที่สำคัญกล่าวอะไรขึ้นหรือทำอะไรขึ้นโดยเฉพาะกล่าวโดยเฉพาะที่จะแสดงภาษาแสดงคำกล่าวคำสอนอะไรขึ้นหรือคำควรฟังทุกคนก็จะต้องเงียบทุกคนจะต้องใส่ใจทุกคนจะต้องเพ่งมาที่จุดนั้นเป็นสำคัญเพื่อที่จะรับเพราะผู้เป็นเถระเป็นผู้ที่จะรู้จักสาระของชีวิตแล้วเมื่อมีโอกาสอยู่ในจังหวะที่ควรจะกระทำสิ่งที่เป็นคำ เพื่อนแสดงเทศนาหรือแสดงวาทะเพื่อเป็นการแสดงธรรมแสดงวินัยออกให้แก่คนในกลุ่มในชุมนุมนั้นได้ยินได้ฟังสิ่งนั้นต้องเป็นประโยชน์สิ่งนั้นต้องเป็นข้าสิ่งนั้นก็จะต้องควรใส่ใจฟังอย่างยิ่งอันนี้ท่านก็ทำอย่างนี้นะแล้วท่านก็สรุปให้เราทำตนเป็นภาคีมารักษาพรหมจรรย์ไว้ด้วยน้ำตาภิกษุทั้งหลายมันไปคิดรูปใดจะเป็นภิกษุหรือภิกษุณีก็ตาม แม้จะทุกข์กายทุกข์ใจถึงน้ำตาโหน่งหน้าร้องไห้อยู่ก็ยังสู้ประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์อยู่ได้ก็มีข้อที่น่าสรรเสริญเธอให้เหมาะสมแก่ธรรมที่เธอมีในบัดนี้ 5 อย่าง 5 อย่างอะไรบ้างเล่า 5 อย่างคือ 1 ธรรมะที่ชื่อว่าศรัทธาในกุศลธรรมทั้งหลายก็ได้มีแล้วแก่เธอ 2 ธรรมะที่ชื่อว่า Siri ในกุศลธรรมทั้งหลายก็มีแล้วแก่เธอ 3 ธรรมะที่ชื่อว่าโอตัปปะในกุศลธรรมทั้งหลายก็ได้มีแล้วแก่เธอ 4 ธรรมะที่ชื่อว่าวิริยะในกุศลธรรมทั้งหลายก็ได้มีแล้วแก่เธอ 5 ธรรมะที่ชื่อว่าปัญญาในกุศลธรรมทั้งหลายก็ได้มีแล้วแก่เธอภิกษุทั้งหลาย บรรพชิตรูปใดจะเป็นภิกษุหรือภิกษุณีก็ตามแม้จะทุกข์กายทุกข์ใจถึงนักน้ำตานองหน้าร้องไห้อยู่ก็ยังสู้ประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์อยู่ได้ก็มีข้อที่น่าสรรเสริญเธอให้เหมาะสมกว่าแก่ธรรมที่เธอมีในบัดนี้ 5 อย่างเหล่านี้แหละแล้วก็ขอขยายสักนิดนึงสำหรับฆราวาสบางคนธรรมะ 5 ข้อ 1 ศรัทธาหมายความว่าเชื่อมั่น เชื่อมั่นเชื่อแน่เชื่อจริงเรียกว่าศรัทธาเชื่อในกุศลธรรมทั้งหลายเชื่อในความเข้าใจที่เราเข้าใจว่าอันนี้เป็นกุศลแท้อันนี้เป็นคุณงามความดีแท้มันเชื่อจริงๆไม่เกิดแล้วแก่บุคคลที่พิจารณาเห็นจริงแล้วก็เชื่อในสิ่งที่แต่พิจารณาแล้วได้เห็นจริงแล้วว่ากุศลแท้ไม่ผิดไม่มิจฉาทิฏฐิเพราะฉะนั้นต้องพิจารณาให้ดีว่าสิ่งที่เราจะเชื่อมั่นที่เราจะปักใจไปนี้เป็นกุศลแท้หรือกุศลเทียมดีจริงหรือเปล่าสูงจริงหรือเปล่า ถ้าสูงก็ถึงหมายถึงปรมัตถ์หมายถึงเป็นไปเพื่อความละอายคลายและนิพพานถ้าเป็นไปเพื่อโลกกระทำเป็นไปเพื่อได้ลาภได้ยศได้สรรเสริญได้โลกียสุขอย่างนั้นอยู่ก็ยังไม่ใช่สิ่งสูงส่งอะไรแต่ก็เป็นเพียงสิ่งที่มนุษย์เข้าป่ากันน้ำมนุษย์เขาคนธรรมดาปุถุชนอย่างหลงใหลอยู่ทางนั้นอาจจะพูดที่เป็นพระเป็นอริยะเป็นผู้เข้าใจโลกุตระแล้วไม่ได้หลงไหลและไม่ได้ยินดีอะไรก็ยิ่งไปกว่าความละอายความเข้าใจจิตใจ 70 ความประพฤติเพื่อนิพพานข้อ 2 คือ Siri Siri ในกุศลธรรมทั้งหลายหิริหมายความว่าละอายต่อบาปละอายต่ออกุศลละอายต่อสิ่งไม่ดีไม่งามตั้งแต่กายไม่งามก็ดีไม่งามมโนไม่งามงามคำนี้ไม่ใช่งามอย่างตกแต่งงามคำนี้ภาษาบาลีว่ากัลยาณมิตรกัลยาณังฤทธิ์กัลยาณีหมายความว่างามสมบูรณ์พอเหมาะพอสมควรไม่ใช่ตกแต่งไม่ใช่ลิเกไม่ใช่งิ้วไม่ใช่แต่งให้เฟ้อให้หลานเรื่องอะไรไม่ใช่ได้สัดส่วนสมค่าสมเหตุสมผลสมประโยชน์ ไม่เกินมากไม่ขาดไม่เกินมากไปไม่ขาดพอดีพอดีเรียกว่างามเพราะงั้นพูดได้มีความละอายต่อสิ่งที่พอดีผมเหมาะในกุศลในสิ่งที่สมส่วนเราก็จะต้องเรียนรู้แล้วก็เขาทำให้ลงตัวสิ่งใดน้อยไปไม่ว่ากายกรรมไม่ว่าวันนี้กรรมไม่ว่ามะโนกัมมังไปเราก็ตัดจึงจะเรียกว่างามสุจริตมีประโยชน์แต่ต้องละอายต่อสิ่งที่ไม่ถูกต้องนั้นโอนครับในกุศลธรรมทั้งหลายก็หมายความว่าต้องเกรงกลัวเลยยิ่งกว่า เราเองเราไม่ไม่เป็นอย่างนั้นเราก็ละอายเกิดความสะเทือนสะท้านในใจส่วนโอตัปปะนั้นไม่ใช่สะเทินสถานะนี่รู้ว่าบาปไม่รู้ว่าไม่งามไม่รู้ว่าเป็นอกุศลไม่รู้ว่าสิ่งไม่ดีพยายามขาดเลิกเกรงกลัวให้เป็นจริงถ้าผู้ใดมีจิตนี้เป็นจริงเกรงกลัวต่อบาปไม่กล้าล่วงล้ำบาปนั้นผู้นั้นก็เป็นผู้นั้นก็ได้ดีเพราะฉะนั้นก็มีดีถ้าผู้ใดไม่มีจิตหมดสภาพไม่เกรงกลัวต่อบาปไม่เกรงกลัวต่อสิ่งชั่วชีวิตเลวคนนั้นไม่ดี ไม่มีดีเสมอเมื่อไหร่ก็ไม่มีดีเราจะต้องเป็นผู้ที่มีโอตัปปะเกรงกลัวต่อภัยต่อบาปทั้งหลายให้ได้นะต่อมาวิริยะในกุศลธรรมทั้งหลายไม่เอาหมายความว่าพากเพียรอุตสาหะพยายามฉันเกลียดหรือขันชะเนาะที่ว่าเมื่อกี้นี้เป็นภาษาไทยชั้นเดียวจนอยู่เสมอเพียรอุตสาหกรรมจะพยายามจะเป็นความหมายง่ายๆซึ่งเราก็คงเข้าใจความหมายได้แล้วนะไม่ได้ยากต้องให้มีเตือนตนอยู่เสมอว่าเราจะมีวิริยารัมภะวิทยารำผ้าหมายความว่า ต้นปรารภเทียนอยู่เสมอว่าเราควรเพียรเพียรอะไรที่เป็นหน้าที่เพียรอะไรที่เป็นสิ่งสำคัญที่ควรจะเกิดประโยชน์บัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่เราควรเพียรยังไงบางครั้งเราก็ควรจะอุตสาหะพอควรพักฟังดูนะเพียงในพระเพราะเราวุ่นเหลือเกินเรายุ่งเหลือเกินเราทุกข์เหลือเกินเราลำบากเหลือเกินทุกพลภาพแล้วทางกายทุกข์กายและทางใจน่ะมันบอกแต่อ่อนแอมันปากภาพเราก็พักหรือไม่อาจพลาดแต่อยู่ในฐานะที่รู้แล้วว่าควรพักต้องพักแม้มันพักไม่ได้ก็ต้อง ยามพักไม่ได้ว่าเพียรในพรรคจะต้องรู้ว่าบางครั้งต้องพักจิตใจมันโน้มไปในทางใดฝึกฝนไปทางใดมันจะเคยเคยเพียงจับมันก็จะเปลี่ยนจากเพียรจัดเกินไปก็ไม่ดีบกพร่องทำอะไรก็เครื่องมันร้อนจัดเกินไปนี่มันทำส่วนที่ดีที่สุดไม่ได้หรอกมันละลายมันพังมันทำลายมันเมื่อใดที่มันถึงขีดทำลายไปแล้วทำบกพร่องมากก็ดีหยุดทำอย่าดันทุรังถ้าทำยังได้ดีอยู่ก็จงทำอยากแกล้งถ้าทำได้ดีแล้วก็แกล้งทำไม่ได้ดีเพื่อจะทำเพื่อจะพักไอ้นั่นมันก็รู้ตัวเองให้ได้ว่าเราแกล้ง เราทำให้ถูกตรงถ้าสิ่งที่ควรเพียรอันนั้นไม่มีลิมิตไม่มีที่กำหนดไม่มีที่จำกัดคุณจะเพี้ยนได้ดีเท่าไหร่เป็นอุฏฐานะสัมปทาหรือเป็นวิริยารัมภะปรารภความเพียรถามตนเองเสมอตอนนี้เรากำลังทำอะไรเราควรจะเปลี่ยนอะไรอะไรดีกว่านี้ที่เราควรจะทำไม่คิดจะจัดหาท่าพักไม่ใช่เพราะในฐานจิตของคนที่เป็นผู้ที่รู้ปลอดภัยก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ดีและผู้ที่รู้ว่าเพี้ยนก็เป็นสิ่งที่ดีก็จะทำความเพียรและทำความพักที่เหมาะสมกับการและโอกาสหรือสัดส่วน มีสัดส่วนที่ผมเหมาะซึ่งก็ได้อธิบายกันมามากเพราะงั้นก็ขอให้ผสมส่วนหรือประมาณส่วนทำอัตราส่วนให้แก่ชีวิตที่เจริญแข็งแรงไม่ทุกข์พลภาและไม่บกพร่องเป็นผู้ที่มีค่ามีประโยชน์มากอยู่เสมอให้ได้เห็นวิริยะปัญญาในกุศลธรรมทั้งหลายปัญญานั้นจะต้องเข้าใจคำว่าปัญญาให้ชัดว่าไม่ใช่ปัญญาฉลาดที่เอาเปรียบความฉลาดนี้ยิ่งไปเป็นเพื่อความฉลาดที่ละหน่ายคลายจางสลัดออกเสียหรือตลาดที่ ปัญญาที่เจริญฉลาดเป็นปัญญาที่เลิศปัญญาที่จะเอาเปรียบจะสะสมจะกอบโกยเอาชนะขึ้นมาให้แก่ตนเป็นผู้ที่ใหญ่ยิ่งกว่าโดยแบบรกๆแล้วก็ภาคภูมินั้นไม่ใช่ปัญญาที่ดีปัญญาโลกุตระนั้นมันย้อนแย้งอยู่ยิ่งเป็นผู้ที่ชาญฉลาดรู้สัจจะแล้วจะเป็นผู้สร้างสรรค์เพื่อให้จะเป็นผู้ที่เป็นประโยชน์ตนจะเป็นผู้ที่อุทิศประโยชน์ในโลกจะเป็นผู้เสียสละไม่เห็นแก่ตัวไม่เหลือแม้แต่อารมณ์ตัวมันเป็นความหมายเป็น ทางที่เราจะต้องเข้าใจชัดระลึกรู้ตัวเสมอเพราะ Message ติดผู้ที่เสพติดความสงบหยุดอยู่โดยไม่เบื่อไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรไม่มีการศึกษาไม่มีการงานไม่มีสิ่งที่เป็นประโยชน์แท้ก็ไม่รู้เรื่องเพราะท่านนั่งอยู่เฉยๆทำไมพยายามพิจารณาธรรมทบทวนสอดส่องทำความเข้าใจเพื่อตัดสินเรียนรู้ความจริงให้แจ้งชัดให้ปลอดโปร่งเราอยากไปนั่งไม่เบื่ออยู่กลายเป็นคนฟุ้งซ่านคิดมากแล้วก็ไม่ได้เรื่องได้ราวไม่รู้อะไรสาระอะไรเพราะท่านนั่งหรือว่าอยู่คนเดียวอยู่นิ่งเมื่อใดถ้าเราไม่ได้มีกรรมอันเจริญ อย่างน้อยเรานั่งอยู่เฉยๆเราก็จะต้องมีวิปัสสนามีการเรียนรู้มีการทบทวนมีการสอดส่องระลึกทบทวนนักเรียนรู้ลึกเข้าใจว่าจิตของเราหรือว่าเห็นจิตของเราอยู่ว่าเรากำลังมีงานอะไรที่เป็นงานดีเรามีสติเรามีความควบ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive