150305-A สามัญญผลสูตร ตอน1-พ่อท่าน-วัดธาตุทอง.txt

โฟลเดอร์2515 TXT สามัญญผลสูตร (มี 3 ตอน) ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์139 KB
วันที่แก้ไข19 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

อ้าววันนี้เราก็มาเริ่มเรียนธรรมะด้วยพระไตรปิฎกกันเป็นสูตรที่ 2 เราจบพรหมราชสูตรไปแล้วเพราะเมื่อเช้าและสูตรมันไม่ได้หมายความว่าชื่อพรหมมิชาละสูตรอันเดียวนะถ้าใครไปเรียกทำเมื่อเช้าธรรมะชาละสูตรก็ได้จะเรียกอย่างอื่นอีกทั้งมีทั้ง 5 ชื่อเพราะงั้นสูตรเหล่านั้นเราก็จบลงไปแต่ก็นิยมเรียกพรหมชาติละสูตรก็เรียกกันพรหมประสิทธิ์สูตรที่ 2 นี้ชื่อว่าสามัญญผลสูตรสามัญญผลสูตรก็หมายความว่าผลอันเกิดเป็นธรรมดาธรรมดาถ้าเราเอามือตบน้ำน้ำมันก็กระเซ็นไม่เรียกว่าผลธรรมดาธรรมดาถ้าเราเอามือ ไปตีที่หนังที่ขึงไว้ที่กองมันก็ดังตึงตึงตึงตึงเรียกว่าผลธรรมดาธรรมดาเรียกว่าสามัญญาผลหมายถึงความหมายของชื่อศุภกรอาตมาอธิบายถึงความหมายของชื่อศูนย์ให้ฟังเพราะสูตรนี้พระพุทธเจ้าท่านตั้งชื่อเอาไว้ก็หมายความว่าสิ่งที่ท่านสอนนั้นก็สอนเรื่องธรรมดาธรรมดาแต่ความที่ไม่มีธรรมดาความคิดเห็นไม่ได้รู้ไม่ได้ยากแก่การรู้เหล่านั้นพระพุทธเจ้าท่านไม่สอนเรื่องพิลึกกึกกือเหล่านั้นถ้าบอกทุกอย่างมันไม่พิลึกกึกกือทุกอย่างมันเป็นไปตามเหตุตามผลมันเป็นสามัญมันเป็นธรรมดาธรรมดาเอามือตีหนังกลองมันก็ดังตึงเอามือตบน้ำมันก็กระเด็นออกมาเป็นธรรมดาธรรมดาอย่างนั้นจึงเรียกว่าสามัญญาขนส่ง เริ่มต้นเลยข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคประทับและสวนอัมพวันของหมอชีวกโกมารภัจจ์ในใกล้พระนครราชคฤห์พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ 1,250 รูปวันนั้นเป็นวันอุโบสถ 15 ค่ำเป็นวันครบ 4 เดือนฤดูดอกโกมุทบานครบ 4 เดือนครบ 4 เดือนก็หมายความว่าครบที่ฤดูฝนฤดูดอกโกมุทบานคือฤดูฝนเป็นวันเพ็ญเดือน 12 วันเพ็ญเดือน 12 ในราตรีเพ็ญพระจันทร์เต็มดวงพระเจ้าแผ่นดินมดพระนามว่ากาชาดศัตรูเวทีบุตร แวดล้อมด้วยราชอำนาจประทับนั่งณพระมหาปราสาทชั้นบนที่นั่งกันอยู่ชั้นบนตอนนี้กำลังเล่

อ่านต่อ

าท้าวความถึงเรื่องที่ว่าสูตรนี้เกิดขึ้นเพราะอะไรพระเจ้าอชาตศัตรูนั่นเป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์หนึ่งพระเจ้าแผ่นดินพระโค้ตซึ่งท่านเองท่านเป็นลูกของพระเจ้าพิมพิสารแล้วก็ได้คบคิดกับพระเจ้าเขาคิดกับเจ้าเทวทัตข้าพระเจ้าพิมพิสารตายแล้วตัวเองก็ขึ้นครองราชย์พระเจ้าชาติศัตรูเป็นลูกชายของเจ้าพิมพิสารขึ้นครองราชย์โดยการฆ่าพ่อมีรัฐบาลลาวแล้วก็ฆ่าให้ฟังนิดนึงตอนนี้ท่านกำลังนั่งอยู่แวด เวลาจะมาอยู่บนชั้นบนของมหากษัตริย์ขณะนั้นเท้าเธอทรงเปล่งพระอุทานว่าดูก็ได้อำมาตย์ราตรีมีดวงเดือนแจ่มกระจ่างหน้ารื่นรมย์หนอราตรีนี้มีดวงเดือนแจ่มกระจ่างช่างงามจริงหนอราตรีมีดวงเดือนแจ่มกระจ่างน่าชมจริงหนอราตรีมีดวงเดือนแจ่มกระจ่างหน้าเบิกบานจริงหนอราตรีมีดวงเดือนแจ่มกระจ่างเข้าลักษณะจริงหนอวันนี้เราควรจะเข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์ผู้ใดดีหนอซึ่งจิตของเราผู้เข้าไปหาพึงเลื่อมใสได้พระเจ้าอชาตศัตรูพอนั่งนั่งอยู่ ได้ทอดพระเนตรดวงจันทร์แจ่มกระจ่างก็เลยรู้สึกคือแท้ที่จริงน่ะนะตัวเองเนี่ยพอเวลามันคลายอารมณ์มันสบายสบายใจมันก็นึกถึงสิ่งที่ดีโดยเฉพาะคนที่ทำชั่วคนที่ทำชั่วแล้วที่มักจะนานๆเราก็กลับมาแวะนึกถึงความชั่วของตัวถ้าเผื่อว่าเราเองเราไม่มีโมหะในใจนะมันรู้โทษรู้ภัยของตัวเองรู้รู้ความผิดของตัวเองพอนั่งเพลินชมพระจันทร์แจ่มกระจ่างแม่ดีจริงหนอมันสุขสบายจริงหนอมันก็ฟ้องไอ้ความสดใสนี่มันฟ้องกับไอ้ความที่เคยอยู่ในใจของตัวเองมันๆมองมันไม่ใสเหมือนอย่างกับพระจันทร์ใจตัวเองมันบ่นหมองมันพระจันทร์มัน ไปจริงหรอแต่ตัวเองมันยังมีอะไรๆนิดนึงมันยังไม่สบายใจมันขัดกันจึงได้ถ้าเผื่อว่าเราทำความคลายอันนี้จากใจของเราให้ได้แล้วสดใสเหมือนอย่างพระจันทร์เนี่ยมันจะดีจึงนึกหาเราจะเข้าไปหาสมณพราหมณ์องค์ไหนดีหนอจึงนึกว่าเองพระเจ้าชาติศัตรูเนี่ยพอท่านเห็นอย่างนั้นแล้วอารมณ์มันจะฟ้องกันแบบนี้ท่านถึงได้นึกถึงว่าน่าจะได้ไปสำรอกไอ้ความชั่วหรือว่าทำทำยังไงจะล้างความผิดอันนี้ออกจากใจหรือให้เรามีความสดใสมันเบิกบานไปตามกลับไปท้องฟ้าเห็นท้องฟ้าแจ่มใสก็เบิกบานตามอดีตท้องฟ้าแจ่มใสจริงเบิกบานจริงหนอ ความจริงหนอแต่ใจมันไม่เบิกใจมันยังหม่นหมองจริงหนออยู่มันถึงบอกว่าจะต้องไปหาอะไรอันนึงที่ก็ขจัดอันนี้ออกไปให้มันเบิกบานเหมือนกับโลกที่สดใสอันนี้ให้ได้จึงได้ปรารภขึ้นว่าเราควรจะไปหาสมณพราหมณ์ผู้ใดดีน้อซึ่งพอเราเข้าไปหาแล้วจะพึงเลื่อมใสได้ซึ่งจะหมายความว่าช่วยท่านได้ท่านเท้าเธอดำรัสอย่างนี้แล้วอำมาตย์ผู้หนึ่งจึงกราบทูลว่าขอเดชะท่านบูรณะกัสสปะปรากฏว่าเป็นเจ้าหมู่เจ้าคณะเป็นคณาจารย์มีชื่อเสียงมีเกียรติยศเป็นเจ้าลัทธิชนส่วนมากยกย่องว่าดีเป็นคนเก่าแก่บวชมานานมีอายุล่วงการผ่านวัยมาโดยลำดับเชิญพระองค์เสด็จเข้าไปหาท่านบูรณะ กระบะนั้นเถิดอันนี้ก็มีอำมาตย์อำมาตย์คนหนึ่งเสนอขึ้นท่านบูรณะกัสสปะซึ่งเสนอก็เสนอได้ทุกอย่างล่ะพร้อมสรรพเลยเอาเครื่องแสดงถึงความดีงามของบูรณะกัสสปะขึ้นมาพร้อมเลยว่า 1 เป็นคณะอาจารย์มีชื่อเสียง 2 มีเกียรติยศ 3 เป็นเจ้าลัทธิ 4 ชนส่วนมากยกย่อง 5 เป็นคนเก่าคนแก่ออกบวชมานาน 7 อายุก็มากแล้วผ่านวัยมาโดยลำดับแล้วเชิญเข้าไปหาท่านผู้นี้เถอะเห็นด้วยกล้าว่าเมื่อพระองค์เสด็จเข้าไปหาท่านบูรณะกัสสปะพระฤทัยพระหฤทัยพึงเลื่อมใสเมื่ออำมาตย์ทุนอย่างนี้แล้วท้าวเธอก็ทรงนี้อยู่นะเดี๋ยวจะรู้ว่าทำไมพระเจ้าอชาตศัตรูถึงได้นิ่งอยากจะรู้ ตอนนี้ยังไม่ยังไม่ว่าอะไรนะอีกคนหนึ่งเสนอแต่ประชาชนนิ่งเสียอำมาตย์อีกคนนึงจึงกราบทูลว่าขอเดชะท่านมักคาริโอศาลหรือมรรคคณิตโทสะสาระปรากฏว่าเป็นเจ้าหมู่เจ้าคณะเป็นคณาจารย์มีชื่อเสียงมีเกียรติยศเป็นเจ้าลัทธิชนส่วนมากยกย่องว่าดีเป็นคนเก่าแก่เหมือนกันแหละเหมือนกันกับเมื่อกี้นี้เขายกคุณคุณสมบัติเข้ามาเท่าเทียมกันบวชมานานอายุร่วมกันผ่านวัยมาโดยลำดับอะไรพวกนี้เขายกเหมือนกันและเขาก็เชิญทูลเชิญพระเจ้าอชาตศัตรูให้ไปเข้าเฝ้าองค์นี้ซึ่งพระเจ้าอชาตศัตรูได้ฟังแล้วท้าวเธอก็ทรงนิ่งอยู่อีกแหละเอามาอีกคนนึงก็กล่าวทูลขอเดชะท่านอชิตะเกรดกำพลหรือแก่กำพลปรากฏว่าเป็นเจ้าหมู่เจ้าคณะเหมือนกันอีกยก คุณสมบัติแบบเดียวกันขึ้นมาอีกแล้วก็ทูลเชิญบอกว่าขอให้ไปเฝ้าหรือขอให้ไปเข้าไปหาท่านคนนี้เถอะแล้วก็จะเป็นผู้ทำให้พระหฤทัยของพระเจ้าอชาตศัตรูนั้นพึงเลื่อมใสได้แต่ถ้าเธอก็ยังทรงนิ่งอยู่อีกคนนึงก็เสนอท่านปรากฏกายนะขึ้นมาอีกยกย่องคุณสมบัติเช่นเดียวกันอาตมาไม่อ่านซ้ำอีกคนหนึ่งก็ยกท่านสนใจเวรรัฐบุตรขึ้นมาแล้วก็ยกย่องคุณสมบัติเหมือนกันน่ะซ้ำๆซ้ำๆเหมือนกันเมื่อกี้นี้ท่านก็นิ่งทั้งนั้นจนคนสุดท้ายอีกก็มาอีกคนนึงก็เสนอท่าน นิพนธ์นาคบุตรเสนอท่านนิคมราชบุตรเสนอแล้วก็ยกย่องคุณภาพเหมือนกันและกันทุกๆคนที่เสนอแม้คนที่ 6 นี้พระเจ้าอชาตศัตรูก็ยังคงทรงนิ่งอยู่อีกละทำไมถึงนิ่งประเดี๋ยวจะรู้เพราะเสนอมาหมดทุกคน 6 คนแล้วนะตั้งแต่บูรณะกัสสปะมัคคะริโคซานอธิตาแก่กัมพลปรากฏธาตุกระจายนะสัญชัยไวรัสบุตรนิคมราชบุตรพบทันสมัยนั้นหมอชีวกโกมารภัจจ์นั่งนิ่งอยู่ในที่ไม่ไกลพระเจ้าแผ่นดินมงคลพระนามว่าอาชีพญี่ปุ่นเท้าเธอจึงมีพระราชดำรัสกับหมอชีวกโกมารภัจจ์ว่าชีวก เธอทำไมจึงนิ่งเสียเหล้าหมอชีวกโกมารภัจจ์กราบทูลว่าขอเดชะพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ณสวนอัมพวันของข้าพระพุทธเจ้าตอนนี้ก็เลยเหลือไปเห็นชีวกโกมารภัจจ์ซึ่งเป็นหมอเป็นหมอชื่อดังตอนนั้นเป็นหมอชื่อดังถ้าเทียบกับสมัยนี้ก็ไม่รู้จะเทียบใครดีเป็นหมอมือหนึ่งทีเดียวในสมัยโน้นแล้วก็หมอชีวกแสดงไม่ใช่แสดงแล้วก็ทุนบอกว่าที่สวนอัมพวันของข้าวพระพุทธเจ้าที่ได้เสนอหรือว่าได้ทุนแก่พระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าถวายไปแล้วให้เป็นที่พำนักของสงฆ์นั่นน่ะ ขณะนี้พระพุทธเจ้าก็ประทับอยู่ที่นั่นพร้อมกับหมู่สงฆ์ถึงพัน 250 รูปพระเกียรติที่สักอันงามของพระองค์ขจรไปแล้วอย่างนี้ว่าแล้วก็เลยหมอถือโอกาสก็เสนอคุณภาพของพระพุทธองค์บ้างแม้เพราะเหตุนี้เหตุนี้พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นพระอรหันต์เพราะเหตุนี้เหตุนี้ก็หมายความว่ามีเหตุด้วยหลายประการที่เป็นคุณธรรมของพระอรหันต์ที่มีในพระพุทธเจ้าองค์นี้เรียกว่าหมอคิดว่ากล้าบอกคือสมัยนั้นก็รู้ว่าคุณธรรมที่จะทำให้คนเป็นอรหันต์มีอะไรบ้างก็หมอชีวกอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นเป็นเพราะอรหันต์ตรัสรู้เองโดยชอบถึงพร้อม ช่วยวิชาและจรณะเสด็จไปดีแล้วทรงรู้แจ้งโลกเป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึกไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่าฟังให้ดีนะคำตรัสของพระพุทธเจ้าเอามาพูดเนี่ยเป็นคำพูดของพระพุทธเจ้าที่ท่านตรัสมาก่อนว่าเราเป็นสัมมาสัมพุทธะเป็นผู้ตรัสรู้ชอบเป็นผู้ตรัสรู้เองโดยชอบนี่เป็นคำพูดของพระพุทธองค์เป็นคำสั่งของพระพุทธองค์ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะตรัสรู้เองโดยชอบมากก็ว่าถ้าไม่ได้พึ่งใครท่านรู้เองเห็นเองถึงพร้อมด้วยวิชชาจะระณะมีวิชาแท้ๆที่เป็นวิชาเรียกว่ายอดวิชามีพิจารณาหมายความว่ามีความเป็นอยู่ด้วยจรณะสิ่งที่ เป็นไปในขอบเขตในขอบข่ายอันดีงามอันนี้โดยจรณะจรณะคือการเป็นไปอยู่เดินอยู่ด้วยเส้นทางอันนี้จะระณะเดินอยู่ในเส้นทางนี้วิชาของท่านก็หมายความว่าเป็นวิชาที่สูงรวมแล้วเรามี 8 8 ประการวิชา 8 ประการอยู่ในอันนี้เดี๋ยวตอนสุดท้ายจะรู้เดี๋ยวอาตมาจะอธิบายต่อส่วนจรณะมีในสูตรต่อไปจะระณะอธิบายในส่วนต่อไปเสด็จไปดีแล้วทำไมว่าเสด็จไปดีแล้วเสด็จไปดีแล้วก็เพราะว่าท่านเองไม่ได้วกเวียนวกวนแบบวัฏฏะเสด็จไปดีแล้วทำตั้งแต่คำว่าเสด็จไปดีแล้วถ้าไม่ได้ไปเพื่อที่จะกลับมาวกวนวกเวียนเหมือนอย่างมนุษย์ทั้ง เรียกว่าวนอยู่ในสังสารวัฏถึงเรียกว่าเสด็จไปดีแล้วพ้นไปแล้วเสด็จไปดีแล้วพ้นไปแล้วตถาคตพ้นไปแล้วเสด็จไปดีแล้วตถาคตกันเองตถาคตก็โตทรงรู้แจ้งโลกนะคำว่าทรงรู้แจ้งโลกนี้รู้แจ้งโรคท่วมทั่วทั้งโลกกายาคือกว้างศอกนี้ด้วยทั้งโลกอื่นๆใดๆทั้งหมดด้วยคำว่าโลกนี้โลกก็ไม่ถูกเพราะฉะนั้นคำว่าโลกนั้นไม่ได้มาเอากว้างยาวว่ากว้างคืบหน้าศอกเอ้ยหนาคือกว้างศอกนี้เท่านั้นแต่คนที่จะพึงพ้นทุกข์ได้นั้นพ้นทุกข์ได้เพราะรู้แจ้งโลกแค่นี้ก็พอ แกะกายยาววาหนาคือกว้าง 2 นิ้วก็พอพ้นทุกข์ได้แล้วเรียกว่าอรหันต์แต่ถ้าคนอย่างพระพุทธเจ้านั้นท่านไม่ได้รู้แค่นี้โลกของท่านท่านรู้รอบยิ่งกว่าโรคอันนี้ถ้ารู้โลกอื่นๆโลกแห่งโลกกลมๆที่เราอาศัยอยู่นี่ก็รู้โลกของใบไม้โรคของต้นไม้ภูเขาจักรวาลท่านรู้นะนี่มีคนเข้าใจผิดอยู่เหมือนกันว่าโลกก็ไปดูของพระพุทธเจ้านั้นท่านรู้แค่นี้อันนี้ก็อาตมาก็ขอคำศัพท์คำถามไว้ด้วยเดี๋ยวไปอ่านเจอในหนังสือมีเมื่อวานนี้อาตมาก็อาจพบมาแล้วก็มาคลานกันมาเถียงกันว่าโลกก็ไม่ถูกของพระพุทธเจ้านี่ท่านรู้แค่นี้ไม่จริงหรอกพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้รู้แค่นี้ท่านรู้ยิ่ง แต่คนธรรมดาทุกคนนี่รู้แค่นี้รู้โลกแค่ตัวเองกายอย่าว่าหนาคือกว้าง 2 นี้ทำความพ้นทุกข์ให้ตัวเองก็ได้แล้วพอเป็นอรหันต์ธรรมดาแต่จะเป็นพระอรหันต์ตัดสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ใช่มีแค่นี้นะในโลกแล้วก็รู้ว่าทรงรู้แจ้งโลกเป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึกไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่าคำพูดคำนี้กินความในตัวเป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึกบุรุษที่ควรฝึกเท่านั้นพระพุทธเจ้าจะฝึกบุรุษที่หัวดื้อหัวรั้นไม่ให้ฝึกพระพุทธเจ้าปล่อยไม่เอาไม่เอาด้วยดอกพระพุทธเจ้าท่านไม่เอาด้วยหรอกนะเพราะฉะนั้นคำพูดนี้กินความในตัวนะเป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึก บุรุษที่ไม่ควรฝึกปล่อยเขาไปเลยไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่าอันนี้ก็เรียกว่าไม่มีใครเทียบเป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายเป็นผู้เบิกบานแล้วเบิกบานแล้วก็อย่างเมื่อกี้นี้เหมือนพระเจ้าไม่เบิกบานเปิดไม่ได้เป็นผู้จำแนกพระธรรมดังนี้เชิญพระองค์เสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเถิดเห็นด้วยกล้าว่าเมื่อพระองค์เสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคพระหฤทัยพึงเรื่องสายท้าวเธอจึงมีพระราชดำรัสว่าชีวกสหายถ้าอย่างนั้นท่านจงสั่งให้เตรียมหัดหียานไว้หัตถียานก็คือญาณที่จะพาพวกหมู่ข้าราชบริพารที่จะไปตามควรน่ะหัตถยาหมอชีวก วัดพลับสนองพระราชโองการแล้วก็สั่งให้เตรียมช้างพังประมาณ 500 เชือกสมัยก่อนนี้จะเดินกันไปแค่สวนแค่นี้นะช้างถัง 500 เชือกและช้างพระที่นั่งเสร็จแล้วก็กราบทูลว่าขอเดชะข้าพระพุทธเจ้าสั่งให้เตรียมหัตถียานพร้อมแล้วเชิญใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทเสด็จได้พระเจ้าข้าลำดับนั้นถ้าเธอโปรดให้พวกสตรีขึ้นช้างพัง 500 เชือกและนางเชือกและนางไม่มีสตรีประทับเอ้ยมีลักษณะสตรีประดับไปด้วยนะแล้วจึงทรงช้างพระที่นั่งมีผู้ถือคบเพลิงเสด็จออกจากพระนครราชคฤห์เป็นเวลากลางคืนก็เลยถือว่าครบเพลินกันออกไปด้วยด้วยพระว่าด้วยพระราชารูปภาพอย่างยิ่งใหญ่ก็น่าจะยิ่งใหญ่ออกไปแค่สวนนี้ก็จัดช้างซะ เสด็จไปสวนอัมพวันของหมอชีวกโกมารภัจจ์เพราะใกล้จะถึงเท้าเธอเกิดทรงหวาดหวั่นครั่นคร้ามฟังให้ดีนะตอนนี้พอใกล้จะถึงจวนจะถึงแล้วท้าวเธอเกิดทรงหวาดหวั่นครั่นคร้ามทำไมว่ะคนเราเป็นแบบนี้ถ้ามีแผลในใจหรือวัวสันหลังหวะต้องกลัวภัยถ้าคนไหนที่ปลอดภัยแล้วไม่มีแผลในตัวเลยไม่ใช่วัวสันหลังหวะจะไม่กลัวภายใดๆไปในที่ใดๆก็ไม่ค่ำแต่พระเจ้าอชาตศัตรูนี่เป็นผู้เหมือนวัวสันหลังหวะเพราะว่าเพิ่งจะฆ่าพ่อมาหยกๆขึ้นครองราชย์ถ้าเธอเกิดทรงหวาดหวั่นคลั่งและทรงมีความสยดสยองขึ้น รองเท้าเธอทรงกลัวทรงหวาดหวั่นมีพระบรมธาตุชูชันแล้วกลัวจนขนชันขนลุกขนพองจึงตรัสกับหมอชีวกโกมารภัจจ์ว่ากลัวด้วยเรื่องอะไรเดี๋ยวก็รู้คิดว่าการพูดสหายท่านไม่ได้ลวงเราหรือชีวกผู้สหายท่านไม่ได้หลอกเราหรือชีวกผู้สหายท่านไม่ได้รอเรามาให้ศัตรูหรือกลัวว่าหมอคิดว่าจะหลอกเอามาให้ศัตรูข้าเพราะตัวเองเคยฆ่าคนมาแล้วโดยเฉพาะค่าพ่อมาจึงหวาดหวั่นท่านครับกลัวกรรมมันจะสนองหรือกลัวภัยเหตุไฉนเหล้าภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ตั้ง 1,250 รูปจึงไม่มีเสียงจามเสียงกระแอมเสียงพึมพำเลยเพราะว่ามาใกล้ที่แล้วจนถึงแล้วไม่ได้ยินเสียงเลยนี่แหละ หลักธรรมของพระพุทธเจ้าทรงตั้งพัน 250 รูปคิดดูคนน้อยอยู่เมื่อไหร่ไม่ได้มีเสียงพึมพำเสียงกระแอมเสียงจามเสียงเอะอะเฮฮาถ้าคน 1,200 คนอยู่ในวัดนี้นุ่นเดินมาตั้งแต่อยู่พระโขนงได้ยินเสียงแล้วได้ยินเสียงแล้วอยู่กับพระกับน้องรับรองคน 1,250 คนอยู่ในวัดนี้รับรอง 1,250 เลยได้ยินเสียงนะมีคนตั้งฟัน 250 รูปทำให้พระเจ้าอชาตศัตรูแปลกใจเลยเพราะว่าดูแลหมอเขียวกล้าบอกเอาไว้บอกว่ามีพระตั้ง 2,250 รูปประธรรมเออเพราะว่าชุมนุมอยู่ที่สวนอัมพวันนี้ขนาดเข้าไปใกล้แล้วก็ยังทักไม่เข้าท่านี้โมซะแล้วล่ะมั้งไม่ได้ยินเสียงอะไรเป็นสัญญาณแห่งความเป็นธรรมดาคือคนธรรมดา แหล่พระ 2562 ช้างพระที่นั่งไปจนสุดทางเสด็จลงทรงพระดำเนินเข้าประตูโรงกลมก็เข้าไปในประตูโรงกลมจริงๆแหละโรงที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่แล้วจึงรับสั่งหมอกับหมอชีวกโกมารภัจว่าชีวกผู้สหายในพระผู้มีพระภาคพระพุทธเจ้าประทับนั่งอยู่รวมกับหมู่สาวกเพราะฉะนั้นถ้าเดี๋ยวนี้นะสมัยนี้นะถ้าเราเดินเข้าไปในวิหารหรือเข้าไปในหมู่สงฆ์โบสถ์ไหนเนี่ยนะถ้าเป็นการนั่งหรือว่าถือยศถือศักดิ์หรือแสดงสถานที่หรืออะไรต่ออะไรแล้วเนี่ยหมู่ 2 ที่นั่งรวมกันอยู่เนี่ยเราจะต้องถามไหมว่าใครใครสังฆราชต้องถามมั้ยไม่ต้องถามหรอกรับรอง ไอ้ที่นั่งก็จะบอกนะไอ้หัวแถวหางแถวไอ้ที่ข้างหน้าข้างหลังอะไรจะบอกหมดแหละรู้ว่าเลยทีเดียวว่าใครเป็นหัวหน้าส่งในหมู่ที่นั่งอยู่นี้สมัยนี้นะแสดงเดชถึงขนาดนั้นนี่พระสัมมาสัมพุทธเจ้านะเจ้าแห่งประชาธิปไตยนะนั่งรวมอยู่กับ 2,250 รูปขนาดคนขนาดชั้นพระเจ้าแผ่นดินพระเจ้าอชาตศัตรูเนี่ยคนชั้นพระเจ้าแผ่นดินจะสังเกตไม่ออกเลยว่าใครเป็นพระพุทธเจ้าเป็นหัวหน้า 2 ที่นั่งอยู่ในหมู่พระสงฆ์ 1,250 รูปพระพุทธเจ้ามีฐานะอะไรมีศักดิ์อะไรเพราะฉะนั้นที่อาตมาพูดวันนี้อย่าเอาไอ้นี่มาให้อาตมาสูงนะอาตมาที่พูดเนี่ยมันจะพูดไปโดยอะไรหรอกพูดไปด้วยความรู้สึกจริงๆแล้วเป็นอย่างนั้นจริงๆด้วยพระพุทธเจ้าไม่ได้บำรุงก็ต้องมียกขาหางสิงห์อะไร นั่งอยู่บนชั้นอันนั้นให้คนรู้ว่าดิฉันน่ะนะเป็นเจ้าสงฆ์หรือเป็นหัวหน้าประธานอะไรท่านไม่ได้ยกตัวตนด้วยรูปแบบทั้งนั้นเลยแต่ท่านใหญ่ด้วยธรรมาภิบาลไม่ใช่ยายด้วยไอ้แสดงด้วยฤทธิ์ข้างนอกวัตถุอภินิหารไม่ใช่ไม่มีท่านใหญ่ด้วยทำมาเป็นนิทานเองซึ่งคนยังไม่มีธรรมะก็รู้ไม่ได้และอีกอันนึงอาตมาจะบรรยายให้ฟังว่านี่แหละแสดงว่าถ้าเราเข้าใจว่าพระสงฆ์ทุกๆองค์โกนหัวโล้นคุมจีวรพระพุทธเจ้าของเราอ่ะก็โกนหัวโล้นคุณจีวรนั่งไม่ได้แปลกก็ทรงอื่นพระเจ้าอชาตศัตรูถึงรู้ไม่ได้ว่าองค์ไหนเป็นพระพุทธเจ้า ภาพพระพุทธเจ้าหัวแบบนี้ส่วนสูงอื่นหัวโล้นเพราะจะเอาออกจากศัตรูจะไปถามให้เสียเหลี่ยมทำไมใช่ไหมประชาชนจะไม่ตอบไม่ถามเลยเพราะมองเข้าไปก็รู้แล้วอ่อนี่ประหลาดกับเขาอยู่คนนึงมีช่อฉันชอบเธองามแงะกับเขาใช่ไหมก็ต้องรู้ได้ผิดอยู่คนเดียวก็คนนี้แหละถึงจะซื้ออยากถามก็จะต้องถามอย่างที่เรียกว่าคนหวงไอ้งานนี้กับเพื่อนเข้าใจมั้ยพระเจ้าว่าพระพุทธเจ้าก็น่าจะถามอย่างนั้นด้วยซ้ำไปแต่นี่ไม่เลยถือโอกาสสหายหลายองค์ไหนพระพุทธเจ้าสัมมาสัมพุทธเจ้าและนาคปรกๆอยู่กับหมู่ด้วยนี่แหละพอใจปิฎกมันบอกเราภาษามันบอกเราบอกเราถึงสภาวะทุกอย่างที่ไหนนะไอ้นี่จะบวชของพระอรหันต์ทุก สภาพอากาศพระพุทธเจ้าก็เหมือนกันด้วยนอกจากอริยบทแล้วรูปกายที่อาตมาอธิบายอธิบายรูปกายใช่ไหมอธิบายว่าถ้านั่งแทนพิเศษกับเขามันก็ต้องรู้นี่ท่านก็ไม่ได้นั่งแทนแสดงว่าไม่ได้นั่งแทนพิเศษและรูปกายที่ว่านี่มันต้องหัวงามแงะแบบนี้มีขมวดขมวดมีปมอย่างที่เขาทำเป็นพระพุทธรูปสมัยนี้ก็ไม่ใช่ด้วยเหมือนกันหมดทั้งรูปกายทั้งสถานที่จัดเอาไว้ด้วยฉันด้วยยศอะไรต่างๆนานาก็ไม่มีอะไรพิเศษอยู่ในโรงเรียนเดี๋ยวๆจะรู้ว่าพระพุทธเจ้านั่งอยู่ตรงไหนเดี๋ยวจะรู้ที่บอกได้ชัดเหมือนกันน่ะในนี้ท่านก็บอกว่าชัดไหนพระผู้มีพระภาคหมอชีวกโกมารภัจจ์ก็กราบทูลว่าขอเดชะนั้นพระผู้มีพระภาคประทับนั่งพิงเสากลางแสดงว่าพระพุทธเจ้านั่งอยู่เฉยๆธรรมดาไม่ได้แอ๊ดท่าอะไรอยู่เลยนั่งพิง ลาวอยู่ธรรมดาพิมพ์พระพักตร์ไปทางทิศบูรพามันหมูกลมใช่ไหมก็นั่งกันนั่งอยู่กลางก็ไม่ได้แสดงว่านั่งอยู่กลางโดยประเภทที่เรียกว่ามีอะไรเป็นที่เครื่องหมายกันอย่างชัดนักเพราะงั้นพระเจ้าชาติศัตรูถึงลูกไม่ได้ง่ายๆพิมพ์พระพักตร์ไปทางทิศบูรพาภิกษุสงฆ์แวดล้อมอยู่ลำดับนั้นท้าวเธอเสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคประทับยืนณที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้วทรงจำลองเห็นภิกษุสงฆ์นิ่งสงบเหมือนห้วงน้ำใสพอเข้าไปบังคับแล้วขนาดพระเจ้าอชาตศัตรูไปด้วยมาด้วยช้างถึง 500 เชือกมีกองทัพญาติตราเข้าไปถึงขนาดนั้นภิกษุสงฆ์ยังนิ่งสงบเหมือนห้วง น้ำใสฟังดูนะคนเรามันจะไม่ประหลาดได้อย่างไรขนาดไปกันอึกกระทึกขนาดช้าง 500 เชือกนี่มันไม่ใช่เบาเบาแล้วขนาดนั้นเพราะที่สุดของเหล่านี้ยังไม่ได้มีกระดิกกระเดี้ยไม่ได้ไม่ได้จะไปดูช้างน่าจะไอ้ห่าอะไรเปล่าเลยพริกสด 2 ท่านก็สงบเหมือนพวกน้ำใสจนพระเจ้าอชาตศัตรูทรงเปล่งพระอุทานว่าขอให้อุทยานพัฒน์กุมารของเราจงมีความสงบอย่างภิกษุสงฆ์เดี๋ยวนี้ครับขนาดนี้คือขนาดที่เรียกว่าพระเจ้าชาติศัตรูเนี่ยเห็นความสงบเห็นความเรียกว่ามันไม่มีปฏิกะมันไม่มีความขัดเคืองใจมันนี่ไม่มีกูจะมันไม่มีความรำคาญใจ ไม่มีอะไรเลยในใจเนี่ยเหมือนความสงบสนิทนิ่งของหมู่พระสงฆ์ตั้ง 1,250 องค์นี้ท่านไม่มีการระแคะระคายและเคืองอะไรเลยสงบได้อย่างนั้นมันทำให้ฟ้องใจของท่านเหลือเกินใจของท่านมันไม่สงบมันระคายเคืองอยู่ขนาดใจของท่านเล็กนิดเดียวทรง 1,250 องค์หมู่ใหญ่ท่านยังไม่มีอะไรฟุ้งกระเพื่อมเป็นอุทธัจจะเป็นอุปสรรคเป็นปฏิกะอะไรเลยจึงทำให้ท่านนี้มันยิ่งแหมทราบซึ่งเหลือเกินนอกจากจะทราบถึงว่าแค่นี้ท่านทำอย่างนี้ยังทำได้ของยากถึงขนาดและหมู่สงฆ์ตั้ง 1,250 องค์เนี่ยมันทำให้สงบได้ยากถ้ายังทำได้หัวใจของเราน้อยๆแค่นี้อยู่ในใจนี่มันทำไมมันยังทำไม่ได้ ท่านถึงเห็นคุณของมันมากเห็นคุณของความเก่งนี่เรียกว่าประทับใจแล้วนะคุณความเก่งของพระพุทธเจ้าว่าสามารถทำให้สงฆ์ทั้ง 1,250 องค์นี้สงบเหมือนพวกน้ำใสได้จนกระทั่งท่านระลึกไปถึงลูกชายที่ชื่ออุทยานกุมารเรานึกถึงว่าแหมขอให้ลูกชายของเราสงบจากนี้เถิดอย่าได้มีเหมือนพ่อเลยพ่อมันไม่สงบซะแล้วล่ะเข้าใจไหมเนี่ยท่านให้หัวระลึกไปถึงลูกชายขอให้ลูกชายมีความสุขอย่างนี้เถิดอย่าได้มาเดือดร้อนและขายแล้วเคืองในใจรำคาญใจทุกข์ใจอยู่อย่างข้าข้าน้อยที่มันทุกข์อยู่อย่างนี้เลยนี่อาตมาอ่านใจท่านให้ฟังนะขาดใจพระเจ้าประชาศัตรูให้ฟังพระเจ้าอชาตศัตรูมีความคิดถึงอย่างนี้ พอเห็นแล้วเปล่งอุทานเป็นอย่างนี้ถ้าผู้มีพระภาคก็ตรัสว่าดูกรมหาบพิตรพระองค์เสด็จมาทั้งความรักแล้วทูลรับว่าพระเจ้าค่ะมีคำย่อพอพระพุทธเจ้าตรัสว่าดูกะลามหาบพิตรพระองค์มีเสด็จมาทั้งความรักเจ้าหนอคือเสด็จมาแล้วก็ยังมีความรักไปนึกถึงลูกแต่ท่านที่มาสู่ที่นี้ก็ยังนึกถึงลูกรักลูกอยากให้ลูกมีความสุขเหมือนอย่างเหมือนอย่างความสงบทั้งหลายแหล่ไม่อยากให้มันทุกข์เหมือนกับตัวเองที่มันยังร้อนเหมือนไฟอยู่ข้างในใจของพระพุทธเจ้าท่านมีเจโตปริยญาณพระองค์มีเสด็จมาทั้งความรักเกี่ยวกับพระเจ้าชาติศัตรูก็ทูลรับว่าพระเจ้าข้าอุ สะพัดกุมารเป็นที่รักของหม่อมฉันขอให้อุทยานพระกุมารของหม่อมฉันจงมีความสงบอย่างภิกษุสงฆ์เดี๋ยวนี้เถิดเด็กฟ้องที่จริงถ้าพูดกันตรงๆแล้วรู้เลยว่าทำไมให้ลูกมีความสงบอย่างนั้นทำไมไม่ขอตัวเองซะก่อนแสดงว่าตัวเองมันไม่สงบจึงขอมันไม่ลงขอยังไงมันก็ไม่ลงถึงได้ขอเพื่อนไปหาในความรักครั้งที่ 2 คือความรักของลูกความรักตนมันลงไม่ได้แล้วมันระงับไม่ได้แล้วถึงบอกว่าไอ้ลูกเอ๊ยอย่าเป็นเหมือนพ่อเลยนะลูกนะนี่แหละความหมายของมันนะลำดับนั้นท้าวเธอก็ทรงอภิวาทพระผู้มีพระภาคแล้วทรงประนมอัญชุลีแก่ภิกษุสงฆ์ประทับนั่งณที่ควรส่วนข้างหนึ่งครั้นแล้วได้จัดอันดับนี้กับพระผู้มีพระภาคว่าข้าแต่พระองค์ผู้ หม่อมฉันจะขอทูลถามปัญหาบางเรื่องสักเล็กน้อยถ้าพระองค์จะประทานพระวโรกาสพยากรณ์ปัญหาแก่หม่อมฉันบอกว่าถ้าเกิดว่าจะตอบปัญหานี้ก็ขอทูลถามปัญหาสักหน่อยเถอะเพราะมาทำพระพุทธเจ้าก็ตรัสว่าเชิญเถิดเทิงถามเถิดมหาบพิตรถ้าทรงพระประสงค์พระเจ้าชาติศัตรูก็ว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญศิลปะอันเป็นอันมากมายเหล่านี้คือศิลปศาสตร์นี่หมายความว่านานาชนิดใดที่คนเอามาใช้ทำมาหากินเรียกว่าศิลปะทั้งนั้นน่ะคนละทางผลไม้คนละรสคนธนูพนักงานเชิญธงพนักงานจัด รับพนักงานจัดส่งเสบียงพวกอุกราชบุตรพลอาสาขุนพลพลพลพลพลกล้าพลสวมเกราะหนังพวกบุตรธาตุช่างทำขนมช่างกลระบบพนักงานเครื่องสงฆ์พวกพ่อครัวช่างดอกไม้ช่างย้อมช่างผูกช่างจักสานช่างหม้อนักคำนวณนัดรับคำนวณคะแนนนักการบัญชีหรือศิลปศาสตร์เป็นอันมากนี่หมายความว่ายกตัวอย่างออกมาเฉยๆผู้ที่ทำมาหากินด้วยความรู้ของตัวเองอันใดก็ตามแต่จะเป็นแม้กระทั่งเป็นพ่อครัวช่างดอกไม้ช่างย้อมช่างผมช่างรถช่างธนูช่างอาสาช่างพลอากาศช่างเกาะหนังช่างอะไรก็ตามแต่เป็นคนที่มีความรู้ในกระแสหนังก็ตามเรียกว่าวิชา โลกนี้ทุกชนิดแม้อย่างอื่นใดที่มีคติเหมือนอย่างนี้หมายความว่าผู้ที่มีความรู้อย่างไรก็ตามแต่ที่ที่กล่าวถึงนี้คนเหล่านั้นเขาย่อมอาศัยผลแห่งศิลปศาสตร์เขาย่อมอาศัยความรู้ของเขาคนทุกๆคนเหล่านั้นคนไหนก็ตามแต่ที่มีความรู้อะไรของเขาเขายอมอาศัยความรู้ของเขาที่เห็นประจักษ์ที่เขาทำได้จริงๆแท้ๆเลี้ยงชีพในปัจจุบันใช้ความรู้อันนั้นเลี้ยงที่ทำงานทำมาหาเลี้ยงชีพตนด้วยผลแห่งศิลปศาสตร์นั้นด้วยผลของการทำงานนั้นผลกระทบธนูถนัดธนูไปอยู่กับข้าเป็นข้าราชการก็ได้รับเงินเดือนเบี้ยเลี้ยงจากการเป็นคนธนูพ่อ ไปทำงานครอบครัวก็ได้รับเบี้ยเลี้ยงหากินด้วยพอกลัวช่างดอกไม้ช่างย้อมช่างถูกช่างจักสานหรือแม้แต่เพราะนัดผลไม้คนละช้างคนเชิญธงอะไรก็ตามแต่เขาก็ได้รับผลจากการเลี้ยงชีพด้วยความรู้ความสามารถของเขาอันนั้นทั้งนั้นแล้วเขาย่อมบำรุงบำรุงตนบำรุงมารดาบิดาบุตรภริยามิตรอำมาตย์ให้เป็นสุขอิ่มหนำสำราญเสร็จแล้วเขาก็อาศัยสิ่งเหล่านี้แล้วมาเลี้ยงมาบำรุงพวกคนที่ควรบำรุงบำเพ็ญทักษิณาทานแล้วก็มาบำเพ็ญทานด้วยอันมีผลอย่างสูงเป็นไปเพื่อให้ได้อารมณ์ดีถ้าทำทานก็เป็นไปเพื่อที่จะให้ได้อารมณ์ดีมีสุขเป็นผลให้เกิดในสวรรค์ทำทางก็จะได้มีผลเกิดในสวรรค์ในสม ลามทั้งหลายเคยทำกับสมณะพราหมณ์ทั้งหลายฉันใดข้าแต่พระองค์ผู้เจริญพระองค์อาจบัญญัติสามัญญผลที่เห็นประจักษ์ในปัจจุบันเหมือนอย่างนั้นได้บ้างหรือไม่หมายความว่าเมื่อคนทุกๆคนเนี่ยเขามีความรู้อะไรหรือเขาประพฤติเป็นอยู่ด้วยสิ่งใดเขาก็จะได้รับผลสิ่งนั้นตอบแทนมาแล้วผลสิ่งนั้นแหละแล้วเขาก็ทำให้เขาเป็นอยู่สุขได้หรือแม้แต่เอาไปเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่คนอื่นก็ได้ด้วยแล้วพระเจ้าอชาตศัตรูก็ทรงทูลถามต่อไปว่าแล้วพระองค์ล่ะอาจจะบัญญัติสามัญญผลหมายความว่าอาจจะชี้กำหนดชี้แจงหรือว่าขยาย ความให้รู้สามัญญผลหรือว่าผลที่จะเกิดเป็นธรรมดาธรรมดาเหมือนอย่างเหมือนอย่างพวกนี้เขาให้เห็นประจักษ์ในปัจจุบันเหมือนอย่างนั้นได้บ้างหรือไม่ที่พระเจ้าศัตรูถามอย่างนี้ก็เพราะเหตุว่าการทำบุญเนี่ยบำเพ็ญทักษิณาทานอันมีผลอย่างสูงเป็นไปเพื่อให้ได้อารมณ์ดีมีสุ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน