620902_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 67.docx
เนื้อหาในไฟล์
620902_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 67 อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1uEjg6HKOrrma3veLF6Lgk7ujXmjGeWB9Wp1oHt2XvUg/edit?usp=sharing
ดาวโหลดเสียงที่ https://drive.google.com/open?id=1ZWG5mRxrH5E8rm4HBpe8FchY9-XPDT_T ดูยูทูปที่
สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน รู้ได้อย่างไรว่าตนเป็นอรหันต์ พ่อครูว่า…วันนี้วันจันทร์ที่ 2 กันยายน 2562 ที่บวรราชธานีอโศก รายการนี้พูดคุยตามประสาพ่อๆลูกๆ หลานๆ เหลนๆ หากอาตมามีลูกก็น่าจะอายุ 68 ปีแล้ว เดี๋ยวนี้เขาก็ยังมีชีวิตอยู่นะ เป็นเรื่องของวิบากคน เล่นตลกกับคนเยอะ อาตมาก็เผชิญกับวิบากเป็นไป ก็ได้รู้ความจริงของตัวเองว่าจิตของเรามีจิตที่ดี ดีอยู่ตลอด แต่ว่ารักโลภโกรธหลง ก็เป็นสิ่งที่ได้พิสูจน์ตามวิบากเห็นเลยนะว่าเป็นคนจิตดี นี่ไม่ได้พูดด้วยความหลงตัวเอง แต่เอาความจริงวิชาการมาพูด เพราะว่าทุกวันนี้อาตมาพูดแต่ความจริง แต่คนเขาก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่เชื่อ อาตมาก็ยืนยันว่าพูดแต่ความจริง อย่างอาตมาบอกว่าอาตมาเป็นอรหันต์ เขาก็ไม่เชื่อกัน ซึ่งอาตมาก็ไม่มีปัญหาเขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่มีปัญหา เพราะว่าอาตมาพูดความจริง ก็ยืนยันว่าตัวเองเป็นอะไร อรหันต์ต้องดูตามอย่างที่อาตมาเป็น ดูให้ละเอียด อรหันต์เก๊ นั้นมีลักษณะอย่างไร ทุกวันนี้อาตมาสบายใจเพราะเอาพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ ยังดีเอามายืนยันอ้างอิงได้ชัดเจนเลย ซึ่งมันเป็นเรื่องลึกซึ้งเป็นเรื่อง อย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) คนถามว่าอาตมารู้ได้อย่างไรว
อ่านต่อ
่าตัวเองเป็นอรหันต์ ถ้าหากอาตมาไม่มีความจริงเหล่านี้ในตัวเองแสดงความจริงอรหันต์ แล้วจะบอกความจริงว่าตัวเองเป็นอรหันต์ได้อย่างไร พูดได้อย่างอาจหาญแกล้วกล้าจริงจังคมชัดแข็งแรงไม่มีเหยาะแหยะ ไม่มีโป้งป้างเวอร์ๆเหมือนอย่างมหาบัวว่า ผู้มีปฏิภาณฟังให้ดีๆจะเข้าใจลักษณะ ภาษากับสภาวะ ศึกษาดีๆแล้วจะรู้ ขออธิบายนิดนึง ว่า อาตมารู้ว่าตัวเองเป็นอรหันต์ได้อย่างไร พูดเป็นภาษาธรรมดานะ อาตมารู้ได้ว่าอาตมาเป็นอรหันต์เพราะว่าอาตมาอ่านใจตัวเองเป็น อ่านใจตัวเองออกถึงอาการจิตเจตสิกรูปต่างๆ กามจิต รูปจิต อรูปจิตต่างๆ เข้าใจอ่านออกเลยว่าโลกของกามเป็นอย่างไร รูป อรูปเป็นอย่างไร แล้วชาตินี้มีลิงลมข้าวพอง ก็มีอยู่ชั่วประเดี๋ยวประด๋าว ความโกรธตั้งแต่เป็นฆราวาสนั้นไม่มี แต่มีกามบ้าง ก็เป็นอีกคู่รัก ตัดเสร็จแล้วต้องเผชิญกับวิบาก ก็ยิ่งเห็นเป็นนิทาน เป็นเหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัย ให้เราเห็นชัดเจนจริงๆเลยว่าจิตใจของเราเป็นจิตที่ได้ฝึกมาดีแล้วมันก็ดีต่อไป อาตมาก็ไม่ได้รู้ตัวเองก่อนหรอก แต่มันเป็นอย่างนั้น ยิ่งผ่านมาถึงปัจจุบันนี้ 40 กว่าปีแล้ว จิตใจที่ไม่มีกิเลส กิเลสเป็นอย่างไรก็รู้จักอาการกิเลสหยาบกลางละเอียด รู้จริงๆว่าเราไม่มีอาการอย่างนี้ มันมีนิดๆหน่อยๆเป็นลิงลมอมข้าวพอง แต่เป็นของคนอื่นเขามีอย่างหยาบเรามีเล็กๆน้อยๆอย่างว่า มันจึงไม่มีวิบากในชาตินี้ที่ต้องพัวพันจนไม่มีใครปล่อย ทั้งสายราคะทั้งสายโทสะ อาตมาก็ทำได้โดยไม่ยาก ง่าย แต่ละคนแต่ละคนที่ผ่านมาพัวพันเกี่ยวข้องกัน มันไม่มีอะไรรุนแรงไม่มีอะไรโหดร้าย ไม่มีอะไรที่จะต้องมาไม่ได้ ก็มาได้โดยไม่ยากไม่ลำบาก นอกจากจุดที่มีกิเลสก็รู้แล้วเราก็ทำจิตใจของเราไม่ให้มีกิเลสได้ จิตที่จะแบ่งโลกุตระแบ่งโลกียะ เราก็ชัดเจน ซึ่งทุกวันนี้เขาไม่รู้กัน เขาแบ่งไม่เป็นจิตใจแบบโลกุตระเป็นอย่างไรเขาอธิบายไม่ได้ด้วยโลกียะเป็นอย่างไร แบ่งมโนปวิจาร 18 18 อาตมายิ่งชัด นำมาอธิบายให้พวกเราเข้าใจแล้วปฏิบัติได้ด้วย แล้วความเป็นอุเบกขา 5 ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา อาตมาก็เอามาอธิบายยืนยัน แม้แต่ศึกษารูปนามศึกษาวิชชาจรณะ 15 จรณะ 15 วิชชา 8 แบ่งเป็น ศีล สมาธิ ปัญญาเป็นอย่างไรชัดเจน อาตมาก็เอามาอธิบายตามที่มีความสามารถเก่งเท่านี้ และพยายามจะอธิบายให้ดีขึ้นอีก ในความเป็นปฏิจจสมุปบาทเป็นอย่างไร อวิชชาและมีสังขารเป็นวิญญาณต้องเรียนรู้เรื่องนามรูป นามรูปจะเกิดได้ต้องมีเวทนา ก็ศึกษาขยายเวทนา เป็นเวทนา 108 ก็จะรู้จักกายสังขาร วจีสังขาร มโนสังขารอย่างชัดเจน แล้วเราก็รู้ถึงภพชาติ แม้แต่ชาติ 5 ชาติ สัญชาติ โอกกันตะ นิพพัตติ อภินิพพัตติ อาตมาก็ชัดเจนเอามาขยายให้ฟังแยกโลกียะแยกโลกุตระ ถ้าสามารถจะแยก เคหสิตเวทนากับเนกขัมสิตตเวทนา เราก็จะสามารถทำนิพพัตติ อภินิพพัตติได้ หยั่งลงจนถึงที่สุดเป็นอรหันตผล อาตมาชัดเจนเอามาอธิบายได้ และอธิบายไปยิ่งชัดเจนในตนเอง อธิบายไปก็ไม่ใช่ไม่มีคนรู้เรื่องเลยมึนตื้อ แต่กลับกลายว่ามีคนเข้าใจได้ แม้ในยุคกึ่งพุทธกาลมันเสื่อมไปแล้วอาตมาก็เอามายืนยันได้ อาตมาเป็นสยังอภิญญา เป็นสัตบุรุษผู้นี้ที่เป็นไก่ตัวพี่เจาะกระเปาะไข่ออกมาได้ แล้วเอาธรรมะพระพุทธเจ้ามาประกาศอธิบายได้ อาตมาก็ประกาศว่าโพธิสัตว์ผู้พี่อยู่ที่ไหนมาหาน้องหน่อย ถ้าเป็นโพธิสัตว์ด้วยกันก็จะอธิบายได้เหมือนกัน ถ้าเป็นผู้พี่ในยุคนี้ก็ต้องทำได้ยิ่งกว่าอาตมา มีหมู่กลุ่มมีผู้ที่บรรลุธรรม อธิบายโลกุตระชัดเจนได้เด่นกว่าอาตมาใช่ไหม แต่นี่ก็ไม่เห็นมีใคร อาตมาก็ไม่ได้มาหลงตัวตนอยู่คนเดียว ว่าตัวเองเล่นคนเดียวไม่มีใครเหนือ ก็เหนือได้แต่อยู่ที่ไหนล่ะในยุคนี้ กาละนี้อยู่ที่ไหน ที่พูดไม่ใช่ท้าทายแต่พูดความจริงให้กันฟัง รู้จักจิตเจตสิกต่างๆกิเลสมีหรือไม่มีแล้วมั่นใจว่าจะอยู่ให้นาน ๆ เพื่อให้พวกคุณหรือใครๆก็แล้วแต่พิสูจน์อาตมา พิสูจน์เลย เอาตำรามากาง วัดไปเลย ยืนยันเทียบอาตมากางพระไตรปิฎกใส่เลย อาตมาเพิ่งเห็นจริงว่าสัตบุรุษอธิบายสัจจะพระพุทธเจ้านี้ยังมีอยู่ ตราบใดยังมีผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอยู่ ตราบนั้นโลกไม่ว่างจากพระอรหันต์ ก็เข้าใจเห็นจริงพิสูจน์ดู อรหันต์เป็นอย่างนี้ ไม่ได้ปิดบังไม่ได้อำพราง แต่ก็ค่อย ๆ เปิดเผย ขณะนี้ในพวกเราก็มีอรหันต์เป็น ๆ อนาคามี อรหันต์จริงๆก็มีหลายขั้น อรหันต์ในพระโสดาบันอรหันต์ในพระสกิทาคามี อรหันต์ในพระอนาคามี อรหันต์ในอรหันต์ 5.อนุโพธิสัตว์ 6.อนิยตโพธิสัตว์ 7.นิยตโพธิสัตว์ 8.มหาโพธิสัตว์ 9.พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เกิดมาเป็นคนไม่มีอะไรเจริญสูงสุดเท่ากับทิศทางที่พระพุทธเจ้าค้นพบ เพราะว่าพระพุทธเจ้าศึกษาความเป็นคนกับความเป็นมนุษยชาติ ก็เอามาสอนเรื่องเท่านี้แหละมันครอบคลุมทั้งหมด เป็นคนที่เป็นคนประเสริฐเป็นอริยบุคคล จะเป็นคนที่มีความรู้ของโลกความรู้ของอะไรต่ออะไรที่จะเอามาใช้เป็นประโยชน์ได้ คนไหนถนัดอะไรก็ยังทำอยู่ แม้จะถนัดหลายอย่าง เราก็เลือกเอาอย่างที่คนอื่นเขาไม่ถนัดเท่าเรา หรือไม่เก่งเท่าเราหรือเป็นเรื่องที่จำเป็นในโลกที่เราจะต้องเอาอันนี้มาทำให้แก่โลก เราก็เลือกอันนั้นทำไปแม้จะยากอย่างไรก็ตาม อย่างเช่นอาตมามาเลือกทิศทางในการสอนโลกุตระกอบกู้มนุษยชาติทำได้ยากมากถึงยากที่สุด ถ้าให้อาตมาออกไปหาเงินออกไปสร้างกิจการโดยเฉพาะทางธุรกิจ ทุกวันนี้ชัดเจนโลกทั้งโลกโลกของบันเทิงธุรกิจรวยและ รวยง่าย ได้อาตมาทำได้ แต่ไม่เอา ไม่ใช่ว่าไม่มีฝีมือ แต่มี มีตัวอย่างพอได้ ก่อนอาตมาบวช ได้สั่งตำราทางดนตรี ทางเมืองนอกมา จะเอาถึงวงคลาสสิกเลย เอา pop jazz ไปถึง classic มีทุกขั้น ตั้งใจอย่างนั้นเลย แต่ไปเห็นว่าทางโน้นให้เขาไปกันเถอะเขามีคนทำอยู่ทางโน้นไม่ต้องไปแย่งเขา เขาทำได้ ดีไม่ดีหลายคนเขาทำได้เก่งกว่าอาตมาได้ขนาดนี้แล้วอาตมายังจะต้องไปฟื้น อาตมาก็มาเอาทางนี้ดีกว่าหลายๆอย่าง อาตมาพูดด้วยศัพท์ทางโลกว่าอาตมาถูกหักแข้งหักขาไว้ ไม่ให้ไปแสดงอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชทางด้านอื่น ไม่ใช่ว่าไม่เคยเก่งอย่างนั้นไม่เคยรวยทางนั้น เคยมาแต่ว่าอย่าเลย หยุดแล้ว มาทางนี้ดีกว่าทางนี้ไม่มีใครทำ มาทางนี้เถอะ อาตมาจึงเลือกมาทางนี้ และก็ได้ประโยชน์ได้ผลจริงๆ การที่จะเอาเด็กตัวแค่นี้มาฟังธรรมะ 2 ชั่วโมงแล้วเป็นธรรมะโลกุตระด้วยนะ ใครจะทำได้อย่างนี้ก็เอาลองดูกันบ้าง ไม่ใช่อาตมาเก่งนะ แต่เด็กพวกนี้เขามีบารมี เขามีของเขามา ถ้าไม่เช่นนั้นไม่อยู่อย่างนี้ได้หรอก ป่วน กว่าจะ 2 ชั่วโมงป่วนแน่ แต่นี่ไม่ สงบเรียบร้อย ไม่เหมือนผู้ใหญ่บางที่ ฟังชั่วโมงแรกก็ยังได้ฟัง 2 ชั่วโมงก็ชักจะทยอยออกไป ตอนแรกก็มีสัก100 คนเมื่อบรรยายไปตอนสุดท้ายเหลือ 10 คน แต่ของเราบรรยายไปตอนแรกมีน้อยแต่ตอนหลังก็แน่นขึ้นอันนี้เป็นเรื่องจริง
สื่อธรรมะพ่อครู(ศิลปะโลกุตระ) ตอน ศิลปะ 5 ระดับ _สมณะมือมั่น...พ่อครูได้เล่าถึงการแต่งเพลง เพลงแรกที่พ่อครูแต่ง คือเพลงผู้หลอกลวง ประวัติของเพลงนี้ไม่มี อยากจะทราบความมุ่งหมายในการแต่งเพลงแรก ว่าเพลงผู้หลอกลวงแต่งไปเพื่ออะไรมีเนื้อหาอย่างไร เพราะว่าชีวิตของเราเกิดมาในโลกนี้ทั้งถูกหลอกลวงและหลอกลวงผู้อื่นปนเปกันไปมา แม้จะมาทางธรรมะก็ถูกหลอกลงไปนั่งหลับตาเสีย ตอนนั้นพ่อครูอายุ 14 ปีเอง อยากจะทราบ พ่อครูว่า...อย่าเลย..1. มันเป็นเรื่องโลกีย์เรื่องโลกๆ 2.มันก็ไม่ค่อยเพราะเท่าไหร่ ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย ตอนนั้นก็บันทึกไว้ อาตมาบันทึกไม่เต็มเท่าไหร่ แต่พอจะดึงเอามาได้ แต่ก็ไม่น่าจะเอามาทบทวนอะไร 1 มันยังเด็ก และลีลาของเพลงก็ไม่ได้ไพเราะลึกซึ้งอะไรเท่าไหร่ เป็นเรื่องของโลกีย์ ผู้หลอกลวงก็เป็นเรื่องของคนโลกๆ ตอนนั้นยังเด็กอยู่อายุ 14 ตอนนั้นอาตมามีแฟนตอนอายุ 14 ตอนนั้นเรียนม. 6 เรียนอยู่ 2 ปี มันจะโตเกินวัยหรือเปล่าก็ไม่รู้ มีความคะนอง ขี่จักรยานผ่านหน้าโรงเรียนนารีวันละ 5 รอบ เป็นไก่แจ้ เป็นอารมณ์ของเชิงนักประพันธ์นักฝันเฟื่อง คนเราก็มีความทุกข์ความสุขความจริงความหลอกอะไรกัน ก็จึงมีไอเดียมีความคิดแต่งเพลงผู้หลอกลวง ก็มีเนื้อหาอย่างนี้ เพลงที่จะเป็นเชิงเนื้อหารักใคร่ก็ที่เอามาใช้ก็มีเพลงธารสวาท นอกนั้นก็เป็นเชิงโลกุตตระ อาตมาก็ไม่ได้ทำมากมายแต่งเพลงก็ประมาณ 100 กว่าเพลง เขาแต่งกันเป็นพันเพลง มีนักประพันธ์ศิลปินแห่งชาติ บางคนแต่งไม่ถึงร้อยเพลง แต่มีฝีมือก็ได้เป็นศิลปินแห่งชาติก็มี ก็เป็นศิลปะชนิดหนึ่งใน 5 แขนงของศิลปะ วรรณกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม และวรรณกรรมดนตรีและเพลง มี 5 แขนงที่เป็นราก นอกนั้นก็ขยายออกไปมากมายหลายสาขา และมีลักษณะมอมเมาทางความคิดเยอะแยะมากมายหลอกลวงกันขายในราคาเป็นพันล้านก็มีดูแล้วไร้สาระจริงๆเลย คนเรายิ่งโง่ยิ่งดักดานเข้าไปพูดแล้วก็เหมือนกับไปหาศัตรูไปว่าเขาข่มเขา ถึงต้องปล่อยไปตามยถากรรมก็แล้วกัน เราก็ทำหน้าที่ของเราไป เพื่อนๆที่อยู่ในวงการของศิลปะแล้วมันไม่เป็นศิลปะอาตมาก็ว่า ระดับที่มันยังใช้ประโยชน์ได้อยู่ก็ว่าดี แต่ที่มันใช้ประโยชน์ไม่ได้ เป็นความมอมเมาอาตมาก็ว่าเขา ผู้ที่โด่งดังได้เงินได้ทองหากินอยู่ด้วยสิ่งเหล่านี้เขาก็รู้สึกไม่ชอบอาตมาไปทำลายสิ่งที่เขายึดถือเขาร่ำรวยเขาเด่นดังกันทั้งนั้น แล้วอาตมาไปทุบหม้อข้าวหม้อแกงไปฉีกหน้าเขา เขาก็ไม่ชอบ ในพวกโลกียะ แต่พวกที่มีปฏิภาณปัญญาก็จะรู้ว่าอาตมาไม่ได้เป็นคนเลวร้ายไปทำร้ายเขา มันมีเรื่องธรรมะของชีวิต ก็มีคนที่พอเข้าใจได้เป็นศิลปินเป็นผู้ที่หากินทางร้องทางรำทางศิลปะ อาตมาก็แบ่งลักษณะของศิลปะเป็น 5 ประเด็น ลามก ราคะ สาระ ธรรมะ โลกุตระ ลามก เป็นกามจัดจ้าน เป็นโทสะจัดจ้าน แบบโลกียะ โมหะก็ซับซ้อนวุ่นวาย จนรู้ไม่ทันได้ ถูกหลอกซ้ำซ้อน จัดไปต่ำที่สุดคือ อบายมุข ราคะ คือ ก็ระดับการละเล่นและการบันเทิง ทุกวันนี้ก็ยังเด่นดังอยู่ในโลก ยังมีตุ๊กตาทองยังมีเหรียญทองอะไรต่ออะไรกันอยู่ บำเรออารมณ์กิเลสซึ่งเป็นอุปาทานทั้งสิ้น เป็นความสุขเป็นทุกข์เป็นความเอร็ดอร่อยเป็นโลกียะจัดจ้านจึงเรียกว่าราคะ ไม่ดูถึงขั้นขีดที่อย่างนี้เรียกว่าลามก แต่ที่เรียกว่าลามกกึ่งราคะว่าศิลปะ ซึ่งมันไม่ใช่ศิลปะเลยทั้งลามกและราคะไม่ใช่ศิลปะไม่ใช่สาระเลย แต่เขาก็บอกว่ากึ่ง ลามกกับราคะนี่แหละคือศิลปะ นี่แหละเป็นการหลอกคน แม้แต่สายทางซาดิสซึ่ม ชกต่อยรุนแรงเอาชนะคะคานกันด้วยเล่ห์เหลี่ยม ทั้งๆด้านการชกมวย สมัยโบราณมีศิลปะการต่อสู้ สู้กันแทบตายข้างหนึ่งเลยแล้วโชว์ว่าเป็นพระเอก แต่เดี๋ยวนี้เข้าใจกันได้บ้างแล้ว ทุกวันนี้โลกทั้งโลกแสวงหาโลกุตระ แต่เขาไม่รู้ว่าอยู่ในเมืองไทย ชมพูทวีปตอนนี้อยู่ในเมืองไทยแล้ว อินเดียเป็นสายเทวนิยมที่อยู่ในสายศรัทธาลึกมาก จึงนิ่งและสงบ เรียบร้อยได้ทั้งๆที่มีพลเมืองมาก เดี๋ยวนี้ระหว่างจีนกับอินเดียไม่รู้ใครมากกว่ากัน อินเดียทางสงบ ในจีนนั้นเป็นเชิงฉลาดแต่เป็นแบบโลกีย์ จีนเป็นต้นฐานของปราชญ์ทางเฉลียวฉลาดแต่ยังไม่ใช่โลกุตระ แต่ก็ยังเป็นโลกีย์ไม่หมดกิเลส เป็นแต่เพียงว่าพักกิเลสไว้ใต้ก้นบึ้งของอนุสัย เสร็จแล้วก็เอาจิตดี จิตที่เป็นกุศล จิตใจที่เฉลียวฉลาดทางโลกียะ มาใช้ ซึ่งก็เป็นประโยชน์ในโลก มันไม่ได้เลวร้ายรุนแรง แต่มันไม่มีทางออกทำให้จิตที่มีกิเลสนี้ตาย ดับ จนกระทั่งกิเลสหมดไปจากจิตจริงๆ เป็นโลกุตระ ยังไม่มีทฤษฎีโลกุตระ พูดไปนี้ฟังพอเข้าใจแต่ยังไม่รู้สภาวะจริงจะเข้าใจรู้สภาวะจริงไม่ง่าย ให้ไปทำอีกยังไม่ง่าย แต่ทำได้ ถ้าเป็นทฤษฎีที่เป็นสัจธรรมพระพุทธเจ้าตรัสรู้ อาตมาก็เอามาใช้แล้วเอามาให้ศึกษาเอาของพระพุทธเจ้ามา อาตมาเป็นผู้ที่สืบทอดธรรมะพระพุทธเจ้าตัวจริง ก็ยืนยันเปิดเผยหมดทุกอย่างแล้ว ใครไม่เชื่อไม่มีปัญหาแต่อาตมาทำหน้าที่บอกความจริงไป มีหน้าที่รักษาขันธ์ให้ยืนนานเท่านั้น ใครติดตามได้ก็ตามไป มันไม่ได้ทุกข์ 2. มันไม่ได้ชั่วแล้ว 3.มันเป็นไปได้จริง 4. เป็นประโยชน์ต่อ มนุษยชาติ และมีข้ออื่นอีก สถิติพ. ศ. 2560 ประชากรประเทศอินเดีย มี 1,339 ล้านคน ประเทศจีน มีประชากร 1,386 ล้านคน ประเทศจีนมีมากกว่านิดหน่อย ตอนนี้บัญชีของโลก พวกเรานี่แทบจะมีชื่อในบัญชีของโลกทุกคน ใครที่มีความดีความเด่นอะไรเขาก็บันทึกเอาไว้กันหมด เดี๋ยวนี้มีเครื่องไม้เครื่องมือดีค้นหาได้ จึงเป็นเรื่องที่จะเจริญขึ้นไปอีกอาตมายังเดาไม่ออกว่าอีก 30 40 ปี ข้างหน้าต่อไปเทคโนโลยีจะทำให้เรารวดเร็วง่ายสะดวกกว่านี้เท่าไหร่ ซึ่งมันจะทำให้คนมักง่ายและเป็นคนใจเร็ว เป็นคนที่ไม่ละเอียดลออ
_สิกขมาตุเป็นหญิง...ตอนต้นรายการพ่อครูพูดถึงความเป็นอรหันต์ แล้วใครเข้ามาถามเช่นนี้ ดิฉันหัวเราะพ่อครู ขณะนี้มีผู้สงสัย ในความเป็นพระอรหันต์ของพ่อครูมาอยู่ที่บ้านราชฯ แล้วพ่อครูก็ตอบไปในรายการเป็นเหตุบังเอิญด้วย พ่อครูว่า...ก็พยายามไขความข้องใจของเขาให้ชัดเจนว่าอรหันต์นั้นมีเหตุปัจจัยอย่างไร ทุกอย่างไม่มีอะไรบังเอิญหรอกแต่ไม่ต้องไปพูดหรอก ไม่เข้าท่า ก็มันมีคนเยอะก็ต้องเจอเข้าสักคนจะได้ ความเป็นอรหันต์ไม่ได้อยู่ในวงกว้างเป็นวงแคบ แต่พวกที่ไม่เป็นอะไรมันอยู่ในวงกว้างเรื่องโลกียะมันกว้าง เรื่องที่เป็นโลกจินตาบ้าบอคิดไปกันได้ แต่ละคนๆ เอาแต่ละคนเรื่องเลอะเทอะ คนคิดฟุ้งซ่านเยอะแยะแต่ไม่ได้พูดออกมามีคนละเท่าไหร่กัน เหมือนกันบ้าง ไม่เหมือนกันบ้าง แตกต่างกันบ้างจะมีคนละเท่าไหร่ เอาไปถมทะเล ทะเลตื้นหมดทุกทะเลเลย มันมากมาย
_น้ำธารธรรม... ข้ออาบัติมีข้ออะไรบ้าง วินัยช่วยให้เกิดการขัดเกลาจิตหรือไม่ พ่อครูว่า...หลวงปู่จำไม่ได้มีเยอะ ต้องไปเรียนรู้ในพระวินัย ที่เขารวม ไว้เป็น 227 ข้อ วินัยมีโทษ ทุกฏ ทุภาษิต ปาจิตตีย์ สังฆาทิเสส ปาราชิกเป็นต้น ศีลไม่มีบทลงโทษ วินัย ไม่ใช่ข้อปฏิบัติเพื่อจะบรรลุเป็นอรหันต์ แต่ปฏิบัติเพื่อเป็นอุปการะ ทำให้คุณดีขึ้นและกิเลสลดลงได้บ้าง แต่มันเหมือนมีจิ๊กซอ ปนกันเต็มไปหมด ไม่เป็นระบบไม่เป็นลำดับ ธรรมะพระพุทธเจ้านั้นมีลำดับอันน่าอัศจรรย์ ต้องปฏิบัติศีลสมาธิปัญญาอย่างเป็นลำดับ อาตมาอธิบายถึงความเป็นลำดับ เบื้องต้น ท่ามกลาง บั้นปลาย อยู่ตอนนี้พยายามติดตามให้ดีๆ เอาสามัญผลสูตรอธิบาย พระพุทธเจ้าจับความเป็นอาริยะสี่ระดับที่จะชี้บ่งให้เห็นความเจริญเข้าไปสู่อริยะ เข้าไปสู่โลกุตระ ศีล สำรวมอินทรีย์ สติสัมปชัญญะ สันโดษ 4 สภาพนี้ ถ้าไม่มีศีลไม่ใช่ศาสนาพุทธเลย ต้องเอาศีลมาเป็นหลักเกณฑ์ในการจะปฏิบัติไปตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งสุดท้าย พระอรหันต์เรียกว่า ศีลบุคคล เป็นบุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยศีล โดยที่ไม่ต้องปฏิบัติอีกมีศีลเป็นของตนเอง ไม่ใช่ไปนั่งหลับตาทำให้จิตว่างแล้วศีล 5 บริสุทธิ์เอง อย่างนั้นเป็นการขี้ตู่เอาเอง มันไม่มีเหตุปัจจัยสัมพันธ์กันเลยขยายความไม่ได้ ไปนั่งหลับตาแล้วบอกว่าศีลบริสุทธิ์ แล้วศีลข้อไหน ก็บอกว่าหมดเลย มันขี้ตู่จริงๆ แล้วมันเกี่ยวกันอย่างไร แยกไม่ได้ อธิบายไม่ได้
สื่อธรรมะพ่อครู(โลกุตระ) ตอน ชีวิตเกิดมาต้องทวนกระแส _น้ำธารธรรม แปลว่าอะไร? พ่อครูว่า...แปลว่า ธรรมะมันไหลรินอยู่ตลอดเวลาเหมือนกับน้ำธาร หรือธารน้ำ น้ำจะไหลจากที่สูงไปสู่ที่ต่ำตลอดเวลาไม่หยุดนิ่ง นอกจากจะมีอะไรมาคั่นมันก็หาทางไหลไป เพราะฉะนั้นถ้ามีธรรมะที่ไหลเหมือนกับน้ำธาร แล้วก็รู้ที่ต่ำที่สูง ธรรมะพระพุทธเจ้าโลกุตระเป็นธรรมะทวนฤกระแส ทวนกระแสน้ำ ทวนกระแสโลกียะ เราเข้าใจเราชื่อน้ำธารธรรมเราก็ทำให้เกิดธรรมะโลกุตระทวนน้ำอยู่เสมอ น้ำธารธรรม แล้วน้ำไหลโลกียะมันจะไหลลงอยู่ตลอดเวลา แต่เราต้องไหลทวน เหมือนกับปลาแซลม่อน ที่ว่ายทวนน้ำไปไข่ที่ต้นน้ำ ปลาแซลมอนอันนี้เป็นอจินไตยอย่างหนึ่ง เป็นจุดที่สัตว์โลกจะต้องรู้ความสูงความเจริญจะต้องต่อสู้ ต้องผ่านอุปสรรคสูงสุด ผึ้ง นี่ แย่กว่าปลาแซลม่อน ผึ้งตัวผู้ต้องได้ผสมพันธ์ เสร็จแล้วมันก็จะตาย แต่ว่าปลาแซลมอนเจริญกว่า อันนี้มันจะต้องไปไข่ ไข่เสร็จจบตาย นี่คือโลกจินไตยของสัตว์โลกที่ต้องพัฒนาการ ตั้งแต่เป็นจิตนิยามตั้งแต่สัตว์เดรัจฉาน สัตว์เซลล์เดียว พัฒนามาให้สูงขึ้น แล้วมันก็จะมีหมีเป็นคู่วิบากอีกเยอะเลย คอยจับกินตอนมันจะตาย มันตายแล้วเอามากินก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่หมีนี้จะไปกินตัวที่มันเป็นๆฆ่าให้ตายแล้วก็เอามาฉีกกิน โลกนี้มีคู่วิบาก แม้มันเจอกันก็เป็นวิบากกรรมที่เป็นอจินไตยใน 4 ข้อของอจินไตย เล่าให้ฟัง คุณไม่ต้องไปทำอะไรกับสัตว์ เราก็คือเรา หลุดพ้นความเกี่ยวพันกับสัตว์มาให้มาก ชาตินี้อาตมาเด็ดขาดไม่ต้องไปเกี่ยวกันหรอก วิบากเก่ายังมีนะอย่านึกว่าชาตินี้แล้วไม่มีชาติหน้าจะไม่เกิด สัมพันธ์กับสัตว์อะไรอีก ชาติต่อไปมันก็จะมีอีกแต่ก็จะหลุดไปตามที่อาตมาพาทำ แม้แต่คนด้วยกันนี้ก็จะมีวิบากด้วยกัน จะไปเอาสัตว์เดรัจฉานมาอีกทำไม แค่คนอย่างเดียวก็พัฒนากันไปให้เป็นอรหันต์กันให้ได้เถิด ไม่ใช่เรื่องสามัญ
สื่อธรรมะพ่อครู(ความรัก 10 มิติ) ตอน กล้าแสดงออกถึงความรักแม่อย่างไร _ถ้าลูกอยากกล้าแสดงออกกับแม่ ลูกต้องทำอย่างไรเหรอคะหลวงปู่ ดูเหมือนว่าลูกกับแม่ไม่เหมือนแม่ลูกกันเท่าไหร่ หนูเขียนถามหลวงปู่มาหลายครั้งแล้วแต่หลวงปู่จับไม่โดนสักที สาธุขอให้จับได้เถิด พ่อครูว่า...เราก็อะไรที่เป็นความดีงาม อะไรที่เป็นความบริสุทธิ์ใจ ที่จะมีต่อแม่มีต่อพ่อแม่ เราก็ดูการแสดงออก 1 ความจริงใจ 2 เป็นความดีงาม ถ้ายิ่งเป็นเรื่องโลกุตตระด้วย เราจะแสดงออกในเรื่องโลกุตระ แล้วเราจะอธิบายกับพ่อแม่อย่างไร เราก็แสดงออกสิ เราต้องดูให้ได้ว่านี่เป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งไม่ดีอย่าไปแสดงออกกับพ่อแม่จะเป็นความโกรธจะตีจะทำร้ายที่ไปทำชั่วกับพ่อแม่อย่าไปทำ จะไปแสดงออกทำไม ต้องแสดงออกความดีงาม ความชั่วร้ายเลวร้ายรุนแรงที่ไม่มีประโยชน์ เราพยายามเรียนรู้ตัวเหตุของมัน แล้วจัดการฆ่ากิเลสนั้นเสีย มันจะได้ไม่ต้องแสดงออกไม่ว่ากับใคร กับพ่อกับแม่ยิ่งไม่ควรทำ กับคนอื่นก็ยังไม่ควรทำทั้งนั้นสิ่งที่ไม่ดี ต้องทำลายเหตุมันเสียให้ได้ที่อยู่ในตัวเรา สิ่งไม่ดีเรียนรู้เหตุมัน แล้วกำจัดเหตุมันให้ได้ในตัวเรา ไม่ต้องไปแสดงออกกับใคร สงวนไว้ความชั่วความเลวความไม่ดีความเลวร้าย ต้องฆ่ากิเลสเป็นเหตุให้หมดหมดแล้วมันก็ไม่เป็นแสดงออกกับใคร เราจะแสดงอย่างไร สิ่งที่จะแสดงออกถ้าเป็นความดีงามจริงใจบริสุทธิ์ ยิ่งถ้าเป็นโลกุตระแสดงออกเถอะ กับพ่อแม่ อย่าไปกลัว กล้าแสดงออก อย่างหลวงปู่นี้กล้าแสดงออกถึงเรื่องโลกุตรธรรม แม้มันจะไปกระทบใจใคร มันจะไปดูถูก คำว่าดูถูกนี้คือดูถูกจริงๆไปดูถูกเขา ก็ต้องจำนน หลวงปู่ก็ต้องจำนน ก็ต้องกระทบกับเขาเพราะพูดสิ่งนี้แสดงสิ่งนี้ออกไปมันก็โดนเขาเต็มๆ ก็ไม่รู้จะเลี่ยงอย่างไร ก็ต้องทำอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งแน่นอน เราไปกระทบเขา เขาก็ไม่ชอบใจ จิตวิญญาณเขาก็ถือสาพยาบาท เราก็ไม่สามารถรู้กับเขาได้ ว่าเขาพยาบาทมากหรือน้อยหรือไม่พยาบาทเลยก็ยิ่งดี แต่เราก็บังคับเขาไม่ได้ มันก็มี Action Reaction ในโลกเป็นธรรมชาติ หากเราจะพูดแล้วไม่กระทบกับใครเลย แล้วจะพูดหาอะไรที่ด้ามยาวไปทำไม แม้แต่พูดการชมก็กระทบกันอยู่ดี แล้วคนที่เขามีอุปกิเลสดื้อดึงดัน ก็คือกิเลสตั้งแต่ระดับถัมภะ สารัมภะ มานะ อติมานะ มทะ ปมาทะ นี่คืออุปกิเลสตัวปลาย คนหยาบจะมาเป็นตัวต้น ดื้อดึงดัน คนว่ายากสอนยากนี่แหละสุดยอดเลย ยึดมั่นถือมั่นในตัวกูเอง ดันทุรังไม่ใช่ดันสุรัง ถัมภะ คือ ดื้อดึงดัน, สารัมภะ หยิ่งผยองในตนว่าข้ารู้ก่อน สิ่งเหล่านี้ก็เป็นมานะ เป็นการถือดีเป็นการถือตัว อติมานะ หนักเข้าไปอีกเลย คนนี้ก็เลย มทะ อยู่กับโลกที่เมามาย สุราเมรยมัชชะ นี่ก็เมา จบด้วยปมาทะ คนเหล่านี้จึงอยู่ด้วยความประมาททั้งสิ้น ความประมาทเป็นสุดยอดของอุปกิเลส 16 เลย ข้อสุดท้ายของอุปกิเลส เลวร้ายรายละเอียดที่สุด ปมาทะ เป็นกิเลสที่หยาบที่สุด และละเอียดที่สุด
_เกื้อกูล...พ่อกับลูกมีเรื่องขัดใจกันแล้วไม่พูดกัน คนที่ควรจะพูดก่อนนี่คือพ่อหรือลูก ลูกบอกว่าจบก่อนแล้วค่อยพูดกับพ่อ พ่อครูว่า...ใครพูดก่อนคนนั้นชนะ พ่อพูดกับลูกก่อนพ่อชนะ ลูกพูดกับพ่อก่อนลูกชนะ นี่คือคำตอบ เราต้องพูดดีๆด้วยนะ มีเงื่อนไขต้องพูดดีๆ
_ด.ญ.ใสกลางเพ็ญ...หลวงปู่ร้องเพลงชาติตั้งแต่เด็กอันเก่าได้ พ่อครูว่า...ไปรู้มาจากไหนว่าหลวงปู่ร้องเพลงชาติสมัยเก่าได้ ... ประเทศสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง ใครเข้าครองตั้ง ประเทศเขตแดนสง่า นี่คือเพลงชาติสมัยเก่า ก็จำเนื้อไม่ได้หมดเอาแค่นี้ก่อนก็แล้วกันน่าเป็นตัวอย่างนิดหน่อยนะ
_ฟ้าสดใส... ความซื่อมันแปลว่าอะไรหรือคะหลวงปู่? พ่อครูว่า...ความซื่อ แปลว่า สิ่งที่ไม่โกง ไม่โกหก ไม่หลอกลวง มีแต่ความจริง ความถูกต้อง ความตรง เรียกว่าความซื่อสัตย์ เรียกให้เต็มๆ มันไม่มีอะไรที่แฝงความไม่ถูกต้องเข้าไปด้วย มันมีแต่ความตรง ความสะอาดบริสุทธิ์ เรียกว่าความซื่อสัตย์
_แก้วน้ำเพชร......เคยมีเพื่อนบอกไว้ว่า ถ้าหากว่าบรรลุธรรมแล้วมาบอกกันด้วย หนูจะไปบอกเขาอย่างไร ก็เลยคิดว่า หนูขอบอกผ่านเวทีนี้ว่าพ่อครูทำให้คนเป็นพระอาริยะได้จริงๆ ก็เอาหนังสือคนคืออะไร?ทำไมสำคัญนัก มาบอก อ่านเล่มนี้หนูใช้เวลา 1 ปี 4 เดือน เคยอ่านหนังสือปฏิจจสมุปบาทของหลวงปู่พุทธทาส ก็เลยอ่านหนังสือคนคืออะไรไม่เข้าหัว เพราะว่ามันขัดแย้งกัน กว่าจะต้องเทของเก่าออกก็ต้องใช้เวลา ก็เลยเข้าใจว่าทำไมคนนี้เขาบอกว่าไม่ใช่ พ่อครูไม่ใช่ ทุกวันนี้ หนูก็ผิดถูกอย่างไรรับรองตัวเองว่าเป็นพระอริยะระดับต้น พ่อครูว่า...มันจะมีความมั่นใจ จริงๆทางโลกียะเขาก็มั่นใจของเขานะ แต่ว่าเรามีหลักฐานมีพระไตรปิฎก มีหมู่กลุ่ม ซึ่งหมู่กลุ่มโลกียะเขามีเยอะ แต่หมู่โลกุตระมีไม่มาก แต่มีหลักฐานยืนยันตรวจสอบตามพระไตรปิฎกได้ ขยายความได้ หลวงปู่กำลังขยายความต่างๆนานา ตั้งแต่ศีล จรณะ 15 อปัณกปฏิปทา 3 ถ้ามีหลัก 3 นี้แล้วไม่ผิด แต่ถ้าปฏิบัติธรรมมาแล้วไม่มีหลัก 3 ในการประพฤติปฏิบัติ เช่น มีศีลแล้วแต่ไม่สำรวมอินทรีย์ ไม่ศึกษาโภชเนมัตตัญญุตา ไม่ศึกษาให้เกิดชาคริยานุโยคะ ตื่นมาให้ครบทวารทั้ง 6 ไม่ใช่ไปหลับอยู่ในทวารในใจ ปฏิบัตินั่งหลับตาไม่ได้เปิดทวารทั้ง 6 มันก็ไม่ถูกแล้ว ศีล สำรวมอินทรีย์ สติสัมปชัญญะ สันโดษ ภูมิพุทธนี้เขาสนิท การแสดงออกอย่างนี้ หากเรากล้าแสดงออกบอกเขาได้ก็บอก _แก้วน้ำเพชร...หนังสือเล่มนี้ทำให้หนูพบคำตอบในชีวิตหลายอย่างเช่นคำว่าสุขกับทุกข์มันเหมือนกัน พ่อครูว่า...ความสุขความทุกข์ไม่เหมือนกันหรอก แต่มันอยู่เป็นคู่หูกันอย่างเอาออกจากกันไม่ได้เลย
_แก้วน้ำเพชร...เคยสงสัยว่าหลวงปู่พุทธทาสไม่ใช่พระอรหันต์วันหนึ่งมันก็รู้ว่าธรรมะไม่ใช่ธรรมชาติ ธรรมะต้องอยู่เหนือธรรมชาติ หนังสือเล่มนี้ก็มีคำตอบ
สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา) ตอน คนเรารักตัวเองที่สุด _แพรวชมภู...ถ้าลูกเบื่อโลกนี้แล้วผิดไหมคะ แล้วลูกควรทำยังไงดีคะ ? พ่อครูว่า...ต้องเข้าใจให้ลึกซึ้ง คำว่าโลก นี้ลึกซึ้งมาก คนที่ตื้นๆบอกว่าเบื่อโลกนี้แล้วก็
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive