สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน เอาสัตว์มาเลี้ยงบาปไหม.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน เอาสัตว์มาเลี้ยงบาปไหม _ถ้าเราขังสัตว์ไว้เพื่อความบันเทิง เช่นเลี้ยงปลาสวยงาม เลี้ยงกระต่ายเป็นต้น จะเป็นอย่างไร พ่อครูว่า..ถ้าคนเราเอาไปขังเพื่อความบันเทิงอย่างนั้นเราจะชอบไหม ศาสนาพุทธจึงห้ามเลี้ยงสัตว์อย่าเอาสัตว์มาเลี้ยงมันเป็นวิบากของเขา ปล่อยให้เขาหากินหาอยู่ของมันไป ช่วยมันได้ก็ช่วยบ้าง ไม่จำเป็นต้องเอาเขามาเลี้ยงให้เป็นหน้าที่เป็นภาระไม่เอามันเป็นวิบากแก่กันและกัน ศาสนาพุทธนี้อย่าว่าจะไปทำร้ายกันเลย แม้แต่ไปช่วยเหลือกัน ก็อย่าไปช่วยเกินการ ช่วยเหลือพอสมควรบางครั้งบางคราว มันรับทุกข์หนักก็ช่วยมันไป แต่ถ้าเผื่อว่ามันทุกข์เพราะวิบากของมัน เช่น งูมันกำลังกินเขียด คนสงสารเขียดก็ไปดึงเขียดออกจากปากงู แล้วกัน ก็อาหารของมัน จะไปให้ งูมันกินมังสวิรัติได้อย่างไร มันก็ต้องกินสัตว์ อย่าไปวุ่นวายกับชีวิตของอันอื่นนัก โดยเฉพาะสัตว์ต่างๆมันเป็นวิบากของเขา เป็นเรื่องลึกซึ้งละเอียด เราก็จะช่วยประมาณหนึ่ง ถ้าสัตว์มันจะกินกันก็อย่าไปยุ่งกับมันมาก ปล่อยเขาไปตามวิบากของเขา นอกจากว่าเห็นว่า มันน่าจะช่วยเหลือบ้าง บางครั้งบางคราวมันมีเหตุการณ์หลายอย่างน่าสงสาร แต่จริงๆแล้ว สัตว์เขาไม่รู้เรื่องหรอกเขาจะอยู่กันตามวิบาก คนนี่แหละ เป็นคน พยายามอย่าให้ไปทำร้ายสัตว์ใดใด จงหวัง ปรารถนา ประโยชน์ แก่สัตว์ทั้งปวงอยู่ อะไรจะเป็นประโยชน์ก็ต้องศึกษาที่จะช่วยกันได้ เพราะฉะนั้นการไปเกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องวิบากลึกซึ้งมากเป็นเรื่องอจินไตย เรื่องกรรมวิบากเป็นอจินไตย สรุปแล้วจะเอาสัตว์มาเลี้ยงศาสนาพุทธไม่ส่งเสริมให้เลี้ยงสัตว์เลย อย่า จะทำให้ถูกขังลืมหรือติดเขาติดถ้ำได้หรือไม่ ใช่ ผูกพันเกี่ยวเนื่อง ตอนนี้ไม่อยู่ในกาละที่จะไปซ้ำเติมต้องช่วยให้ออกมากันก่อนม
อ่านต่อ
ันเป็นวิบากอย่างนั้นด้วย เป็นวิบากถูกขัง อย่าไปทำการขังสัตว์ ก็จะมีวิบากไปตกในถ้ำทุกครั้งตัวเอง สรุปว่าอย่าไปเกี่ยวกับสัตว์อย่าไปเอาสัตว์มาขังมาเลี้ยง 610702_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาเมตตาอันไม่มีประมาณ