590408 เฉลยข้อสอบอัตนัย(เติมคำตอบ) งานปลุกเสกฯครั้งที่ ๔๐.docx

โฟลเดอร์ข้อสอบ
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์763 KB
วันที่แก้ไข22 มกราคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

ข้อสอบอัตนัย(เติมคำตอบ) งานปลุกเสกฯครั้งที่ ๔๐ ชี้แจง : ให้เติมคำตอบในช่องว่างอย่างสั้นกระชับได้ใจความมาพอสังเขป ๑. ทำไมนักปฏิบัติธรรมที่หวังนิพพานจึงต้องเรียนรู้ กาย …. .(เป็นข้อแรกในโลกุตรธรรม ๔๖ คือ กายในกาย หากไม่รู้จักกาย ก็ปฏิบัติกายในกายไม่ถูก ไปนิพพานไม่ได้) ๒. ท่านมีวิธีนำ มูลกรรมฐาน ๕ คือ ผมขนเล็บฟันหนัง มาใช้อย่างไรในการปฏิบัติธรรมของท่านให้เกิดการลดละกิเลสได้อย่างไร….. (ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เป็นส่วนรอยต่อของร่างกายเรา ในอาการ ๓๒ ว่าส่วนไหนคือกาย ส่วนไหนไม่ใช่กาย ที่เราจะต้องเอามาใส่ใจพิจารณา กายในกาย ถ้าไม่รู้ว่า ผม ขน ฯ นี้ส่วนไหนคือกาย ส่วนไหนไม่ใช่กายก็ปฏิบัติกายในกายไม่ได้ ไม่รู้จักสักกายะ) ๓. เมื่อแม่ครัวปรุงอาหารใดๆออกมาจะเป็นศิลปะโลกุตระได้อย่างไร? เป็นอนาจารได้อย่างไร จงอธิบายมาอย่างสั้นกระชับได้ใจความ... ศิลปะ (๑.ต้องมีธาตุรู้ของแม่ครัวหรือว่าของคนกินมาสัมผัสอาหารนั้น ๒.ต้องประกอบอาหารนั้นเพื่อให้คนได้รับอาหารเกิดการลดละกิเลส) อนาจาร(๑.แม่ครัวมีเจตนาปรุงให้คนติดใจรสอร่อยกิเลสเพิ่มจัดจ้านเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หรือให้คนกินเกิดโทษภัยหรือ เกิดโมโหขึ้น ๒.คนเห็นหรือกินแล้วเกิดกิเลสติดใจในรสอร่อยเพิ่มขึ้น หรือคนกินแล้วโมโหกิเลสโทสะขึ้นเลย) ๔. จงอธิบายองค์ประกอบสองอย่างของงานนิทรรศการศิลปะโลกุตระที่ได้จัดแสดงที่ชั้น ๒ พระวิหารพันปีฯสันติอโศกว่าเป็นศิลปะโลกุตระอย่างไร … (๑.คุณแสงศิลป์โดยดำริพ่อครู มีเจตนาสร้างให้คนเห็นแล้วเกิดความอยากลดละกิเลส หรือกิเลสลดเลย ๒.มีคนที่มีความสนใจได้สัมผัสงานนั้นแล้วเกิดความอยากละกิเลสหรือกิเลสลดเลย) ๕. ศิลป์ต้องมีศาสตร์ ศาสตร์อาจไม่มีศิลป์ก็ได้ ท่านเข้าใจเรื่องนี้อย่างไร (ศิลป์ มีความฉลาด มีฝีมือ มีผลงาน มีความจริง ที่เป็นกุศล

อ่านต่อ

เป็นความเจริญยิ่งๆขึ้น) ศาสตร์ มีความรู้ มีฝีมือ มีผลงาน ก็ใช้ได้แล้ว) ๖. ศิลปะเป็นมงคลอันอุดม ท่านได้สัมผัสจริงกับมงคล อะไรบ้าง ยกตัวอย่างมา ๒ เรื่อง (ตัวอย่างที่เท่าทันกิเลสตน และขวนขวายลดละเลิกสิ่งที่ตนติด เสียสละเป็นนิสัย อ่านใจและทำใจในใจเป็น) ๗. ทานที่มีผล ท่านเข้าใจอย่างไร ท่านปฏิบัติจิตในจิต ตอนทำทาน เกิดผลอย่างไร (ผลของทาน คือ ละความโลภ การให้ที่ดีที่สุด คือให้โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆเลย) ๘. การก่อสร้างวัตถุ ของพระโพธิสัตว์ กับผู้ไม่ใช่โพธิสัตว์ ต่างกันอย่างไร (โพธิสัตว์สร้างใหญ่โต แต่เข้าหาธรรมะ , ผู้ไม่ใช่โพธิสัตว์สร้างใหญ่โต แต่เข้าหาโลกีย์) ๙. สัปปายะ ๔ ที่ท่านปฏิบัติเป็นอย่างไร อธิบายให้เข้าใจพอสังเขป ๑๐. คำกล่าวที่ว่า ชาวอโศกเป็นคนจนที่อุดมสมบูรณ์ ท่านเข้าใจอย่างไร อธิบายให้เข้าใจพอสังเขป

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน