610830_สำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 10.docx
เนื้อหาในไฟล์
610830_สำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 10 อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1PvpKHfy6WFB0d4qw9KW0FXZZy9UenGjy21P14MTOQvk/edit?usp=sharing ดาวโหลดเสียงที่.. https://drive.google.com/open?id=1PMSs0Ox_oAhECe_ROLKWbZGm_waZBL-L พ่อครูว่า...วันนี้วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม 2561 ที่บวรราชธานีอโศก SMS 29 สิงหาคม 2561
_3867พ่อครูป่วยอาหารเป็นพิษมีหมอสมณะฯพยาบาลกทธ.ดูแลฯวิบากเหมือนพระพุทธเจ้าตอนเจ็บป่วยด้วยพระโรคโหิตปักขันทิกาพาสจากอาหารสุกรมัทวะเป็นพิษ มีหมอชีวกโกมารภัจจ์ดูแลฯ ทำให้เห็นสัจธ.โรคภัยเวร กรรมวิบากเก่าฯไม่ว่าจะเป็นปุถุชน,สามัญชน,อาริยชนฤาอรหันต์ทุกระดับก็ไม่มีใครหลีกเลี่ยงหนีพ้นไปได้เลย!กบปลงตก! พ่อครูว่า…คนที่แสดงความเห็นใจที่อาตมาล้มครั้งนี้ก็เยอะก็ขอบคุณทุกคน แต่เขาไม่เอามาหมดมันเยอะ ก็ขอบคุณไปพร้อมๆกันก็แล้วกัน
_4208ดาวพิมพ์ฟ้า ขอให้พ่อครูมีสุขภาพที่แข็งแรงอยู่กับลูกๆไปนานๆค่ะ
_3867ตอนพ่อครูป่วยตนสวดโพชฌังคปริตรบท 3 แปลว่า ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าทรงประชวรเป็นไข้หนัก!รับสั่งให้พระจุนทะเถระกล่าวโพชฌงค์นั้นนั่นแลถวายโดยเคารพฯ ก็ทรงบันเทิงพระหฤทัยหายจากพระประชวรนั้นได้โดยพลัน!ด้วยการกล่าวคำสัตย์ฯนี้ขอความสวัสดีมีชัยจงมีแด่พ่อครูฯสาธุ!กบสิ้นโศก
_เอื้อมเอื้อ · ท่านแสนดินให้ข้อมูลเรื่องอาหารดีค่ะ เพราะโยเกริต์ไม่ควรกินท้องว่างหรือก่อนอาหารเช่นเดียวกับน้ำมะพร้าว กินตอนท้องว่างยิ่งก่อนอาหารเช้าจู๊ดๆแน่นอน ต่อไปก็ต้องระวังเรื่องการกินให้มากขึ้นค่ะ
_มาลินี จุ๋ม · ดีใจ มากที่เห็นพ่อครูดูแข็งแรงสดชื่นมากจริงๆค่ะ ขออาราธนาให้พ่อครูมีอายุที่ยืนยาวต่อๆไปค่ะ
_กิ่งฟ้า ขันหล้า · ดีใจมากวันนี้เห็นพ่อท่านค่ะ..เมื่อวานต้อง
อ่านต่อ
อ่านตัววิ่งใต้จอค่ะด้วยใจเศร้าค่ะ
_อำภา รื่นใจดี · ดีใจและหายกังวลที่เห็นท่านพ่อครูกลับมามีสุขภาพแข็งแรงโดยเร็ว แต่ขอนิมนต์ให้พักผ่อนมากขึ้นอีกนิดนะเจ้าคะ เพื่อความสบายใจของลูก ๆ
_พรชัย จันทรศร · พ่อท่านยังดูสดใสแข็งแรงตามปรกติ ไม่มีอ่อนระโหยโรยแรงปรากฎให้เห็น คงเป็นเพราะพลังงานสัมประสิทธิ์มีเหลือล้น กราบนมัสการด้วยปิติครับ สาธุ
_บุญเลียบ · เห็นข่าวพ่อคูรเข้ารพ.ให้รู้สึกเศร้าๆใจยิ่งนักแต่ได้เห็นพ่อมาเทศน์ยิ้มได้หน้าสดชื่นเสียงใสก็ให้รู้สึกดีใจค่ะ
_อำภา รื่นใจดี .อีกเรื่องที่จะขอนิมนต์ท่านพ่อครู ตอนเข้าห้องน้ำพ่อครูอย่าล๊อคกลอนประตู เพราะท่านปัจฉาคอยดูแลอยู่ใกล้ ๆ แล้วเจ้าค่ะ พ่อครูว่า…ธรรมดาไม่ได้ล็อคนะ แต่มีบ้าง ประตูไม่ล็อคไม่ได้มันเปิดเอง บานพับไม่อยู่จะโป๊ไปก็เลยต้องล็อคบ้าง ธรรมดาจะไม่ล็อค
_พิศมัย ชำนาญคิด · ขอให้พ่อครูแข็งแรงอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกๆทุกคนตราบนานเท่านานนะคะ กราบนมัสการสูงสุดคะ สัญญานชัดเจนทั้งภาพและเสียงนะคะ จากคลองหลวง ปทุมธานีคะ ขอบคุณค่ะ
_สรายุทธ บุญญโก · ฟังธรรมพ่อครูมา 7-8 ปีแล้ว จะติดตามฟังต่อไป
_น้ำมนต์..หนูชอบรายการสำมะปี๋ซี่วิต หนูอยากให้มันมีสี่วันค่ะ พ่อครูว่า...แล้วคนอื่นเขาจะมีรายการไหมนี่ คนอื่นๆมันน้อยไปนี่ ทุกวันนี้สองวันต่อสัปดาห์เอาน่า เดี๋ยวถ้ามันดีจะเพิ่ม
_หนูตั้งตบะอะไร สิ่งนั้นก็มา พ่อครูว่า...ดีจัง การตั้งตบะ เท่ากับเรามาโฟกัสตรงนี้ ธรรมดาเราไม่ตั้งใจจะทำ มันผ่านมาแล้วก็ไม่สนใจ เมื่อเราตั้งตบะเราจะเล่นงานมัน เราจะทำกับมันให้ดีที่สุด พอตั้งใจแล้วมันจะยากทุกคน ก็จะทำให้มันดีสำเร็จ พอตั้งตบะแล้ว แต่ก่อนเผินๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไรมัน แต่ตอนตั้งตบะแล้วมันจะมา ใช่ เจอเข้าให้แล้ว ตั้งตบะอะไรบ้างล่ะน้ำมนต์ น้ำมนต์ว่า...จะไม่กินขนมกับไม่แกล้งเพื่อน พ่อครูว่า..เก่งจัง ดีมาก ตั้งตบะอย่างนี้
_แม่เพิ่มพร...ดิฉันเป็นโรคกลัวไมค์ จับไมค์จะลืมหมดตอนนี้พยายามสู้สักกายะ จะพยายามไม่ลืม มีเหตุการณ์แปลกมาเล่าค่ะ ที่ขอนแก่นช่วงนั้นฤดูหนาว มีวันหนึ่งแมวก็เข้ามา มาคลอดลูกใส่ข้างๆ คลอดได้ สิบกว่าวัน มีแมวตัวดำวิ่งออกมา ไปดูลูกแมวตายเรียบสามตัว ก็นอนไมหลับทั้งคืน เศร้าใจ พอดึๆ แม่มันมา ก็มานอน พอสว่างก็เอาลูกมันไปทิ้ง มันคาบไปไหนก็ไม่รู้ แม่มันร้องอยู่สามวัน เมื่อฤดูฝน มันก็ตั้งท้องอีก แต่ไปคลอดอีกที่หนึ่ง ดิฉันไปเห็นแมวคลอดลูกอยู่ในลิ้นชัก ไม่ได้นับว่ามีกี่ตัว คิดว่ามันคงปลอดภัย ทีนี้ พอได้สองสามวันก็ไปเดินดูอีก ไปเห็นแม่แมวตายอยู่ข้างนอก ไปดูลูกก็ตายเรียบ คล้ายๆมันต่อสู้กับแมวตัวที่มันมาฆ่า ดิฉันก็เศร้าใจและสงสาร ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เลยถามว่า สมัยเป็นคนมันคงจะฆ่ากันมาแล้ว แต่พอมาเป็นแมวคงจะอาฆาตพยาบาทกัน พ่อครูว่า...คิดไปได้ อาตมาจะไปพยากรณ์ได้อย่างไร อาตมาไม่สามารถระลึกหยั่งรู้ได้ เหมือนพระพุทธเจ้า อาตมาไม่ถึงขั้นนั้น ตอบไม่ได้ ไม่รู้จริงๆ แต่ก็พอรู้ว่ามันจะมีการแก้แค้นกันไป มีรักมีชัง มาร่วมกันกับทำร้ายกัน นัยใหญ่ๆสัตว์ทั้งหลาย แม้แต่คนก็เช่นกัน มาร่วมสร้างสิ่งที่ดีหรือไม่ดีกัน แม่เพิ่มพร ...ตัวที่ฆ่าคือตัวลายๆดำๆมันคงอาฆาตพยาบาทหลายชาติ ไม่ใช่พ่อมันมาฆ่านะ พ่อครูว่า...มันก็ทำอย่างนี้แหละ
_สุวิดา...อยากแสดงความรู้สึกว่า ท่านฟ้าไท เคยเทศน์กับพ่อครูว่า พ่อครูลองตายดูไหม พ่อครูอย่าทำนะคะลูกตกใจ สมณะฟ้าไทว่า พ่อครูพูดเองว่าลองตายดูไหม อาตมาก็ว่าหากตายแล้วฟื้นก็ลองได้ หากไม่ได้ก็ไม่ทำ สุวิดา...เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ไม่ประมาท ใครจะรีบมาก็รีบมานะ
พ่อครูว่า...อาตมาตั้งใจจะอยู่ไปอีก แต่มันก็ไม่แน่ไม่เที่ยง มันยาก แต่ได้เท่าไหร่ก็เอา
_บุญยิ่งแก้ว...วันที่พ่อครูไม่สบาย หนูไปงานที่กทม. ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงจะรีบกลับมาแล้ว แต่งงานข้างหน้าก็มี แต่วางใจอีกใจก็เป็นห่วง เชื่อมือปัจฉาฯ นอนก็ไม่ค่อยหลับ เมื่อเสร็จงานก็รีบกลับมา
สื่อธรรมะพ่อครู(จิตว่าง) ตอน ความมีกับความไม่มี _1025ที่พ่อครูบอกว่า ให้มีก็ได้ไม่ให้มีก็ได้ ให้มีหรือไม่ให้มีอะไรค่ะ ขอความชัดเจนด้วยค่ะ พ่อครูว่า..สิ่งที่จะอนุโลมมา เหมือนสิ่งนั้นเป็นสิ่งต่ำ อาตมาผ่านมาแล้วแต่ต้องอนุโลมให้กับผู้ที่อาตมาต้องโอภาปราศรัยด้วย เหมือนกับพ่อแม่เล่นหม้อข้าวหม้อแกงไปกับลูก ทั้งที่เป็นของเล่นแต่ก็ทำเป็นสนุกสนานไปกับลูก จริงจังเต็มที่ แต่ใจจริงลึกๆมันหลุดพ้นไม่ได้ติดหรอก แต่เวลาที่เราอนุโลมกับเขา เราก็ต้องจริงใจจริงจัง แต่เราหลุดพ้นเราไม่ติดเหมือนกับแม่ครัว เขาก็รู้รส ทำให้คนนี้คนนั้นกิน ทำให้เขาติดฝีมือเลย จริงใจจริงจังแต่ตัวเองไม่ได้ติดเลย รสตรงนั้นอย่างนี้เป็นต้น ก็เปรียบเทียบได้แค่นี้ คุณสู่แดนธรรมว่า...ของจริงก็เหมือนกับพ่อท่านแต่งเพลงหรือไม่ครับ พ่อครูว่า...ก็ใช่อันนั้นก็ได้ ใช้อารมณ์อันนี้อร่อยอันนี้สนุกแต่อาตมาไม่ได้ติด แต่ก่อนที่ยังติดคือ เรื่องเพลงอาตมาทิ้งเป็นอันสุดท้ายเลย ที่จริงทิ้งจนคิดว่าเพลงนี้เราติดเยอะ เราจะไม่กลับไปอีกแล้ว พยายามทิ้งจนกระทั่ง จำโน้ตก็เขียนไม่ได้ กว่าจะกลับมาอีกที ยาก ตอนมาบวชแล้ว ก็โอ้โห ต้องฟื้น โน้ตเกือบจำไม่ได้เลย ต้องค่อยๆฟื้นคืนใหม่ ลืมไปเยอะเลย ต่อไม่ติด แต่ก็ฟื้นมาได้พอสมควรก็ทำไปบ้าง เพราะเห็นประโยชน์ เดี๋ยวนี้ทำไม่ได้แล้ว มันไม่ขั้นปรุงไม่ขึ้นแล้ว ทำมาได้ตั้ง 9-10 อัลบัม เยอะพอได้ ก็ เห็นว่าเป็นประโยชน์เป็นเพลงหรือศิลปะขั้นโลกุตระ ทั้งเนื้อหาและทำนอง ทำนองของอาตมาก็จะยากหน่อย ตามตัวเองทำได้ ก็ได้อย่างนี้แหละ ก็ผ่านไป จะตอบที่มีก็ได้ไม่มีก็ได้ ก็คืออนุโลมตนเองจะมีก็ได้ไม่มีก็ได้
_1057ปักเพาะชำถึงแล้วครับ กราบนมัสการพ่อครูโพธิรักษ์ ครับ พ่อครูว่า…
_พ่อครูตอนวูบไปในห้องน้ำ มีนิมิตอะไรไหม? พ่อครูว่า...ก็ฟื้นขึ้นมาก็ไม่ถึงขั้นจะไปเลย ไม่ถึงขั้นขาด คือพลังงานจิตวิญญาณไม่ได้ขาดตอนเลยทีเดียว ถ้าเผื่อว่าพลังงานมันเป็นอย่างที่ฟื้นมาแล้ว เป็นพลังงานที่ไม่เต็ม บางคนฟื้นขึ้นมาก็เป็นพืช ก็มี หรือฟื้นมาแล้วไม่เต็ม อัมพาตบางส่วนได้ การหมุนเวียนของดินน้ำไฟลมไม่สมดุล สะดุด สูบฉีดเลือดไม่ครบ บางทีหัวใจบางส่วนเสียไป สมองบางส่วนเสียก็ได้ มันต้องพึ่งพากันระหว่างอวัยวะกับจิตวิญญาณ แต่อาตมาไม่ถึงขั้นนั้น พอรู้สึกตัว ทำไมมันฟุบอยู่อย่างนี้ได้อย่างไร ก็นั่งโถส้วมอยู่ดีๆ ตัวก็โค้งๆอยู่อย่างนั้น แต่หน้ากับตัวไปติดซอกประตูข้างล่าง ดันก้นติดกับโถนั่งไม่หลุดออกไป พอรู้สึกตัวก็ว่าเราเป็นได้ถึงขนาดนี้หรือมันจะตายแล้วหรือ เราก็บอกกับตัวเองว่ายังตายไม่ได้นะ ก็พยายามมีสติขึ้นมา ก็ดี ข้างนอกได้ยินเข้า อาตมาปิดประตูด้วย ท่านได้ยินก็ปีนมาดู อาตมาก็พยายามถอดกลอน พอถอดกลอนได้ก็หิ้วปีกกันสองคน หิ้วไปสองปีก คือท่านก็ลากกันมาเลย มันไม่มีแรง มีแต่บอกว่าไม่ไหวๆ มันจะขาดใจ ประคองมา ก็มาถึงอาสนะสงฆ์ก็นอนลงไป มันจะไม่ไหวจริงๆ ทางนี้ก็ว่ากันไป นวดนั่นนวดนี่ อาตมาก็จำไม่ได้บ้างหรือจำได้บ้าง ก็เรียก รถ ambulance มา
สื่อธรรมะพ่อครู(ขันธ์ 5) ตอน สัญญา เวทนา สังขาร ต่างกันอย่างไร _น้อมยอดธรรม ...วันอังคาร ที่ดิฉันไปนอนที่อุทยาน เพื่อนเปิดให้ดูว่า พ่อท่านอยู่รพ. พ่อท่านพูดที่รพ. ดิฉันก็อ่านเวทนาว่าไม่ทุกข์ไม่สุข เฉยๆ สัญญาความจำคำสอนที่มีของท่าน ให้เราลดกิเลสมากมาย เจตนาก็ไม่วิตก เสร็จแล้วก็มีผัสสะจิตก็ไม่ฟุ้งซ่านก็มนสิการ คือทำใจในใจ ก็สงบ อุเบกขา ฉันไม่เสียใจ มีเจตนาดี พ่อครูไม่ตายแน่ อาทิตย์ที่แล้ว พ่อครูเทศน์เรื่องอจินไตย พระพุทธเจ้าอายุ 80 ก็ปรินิพพาน จิตท่านจะอยู่ต่อ แต่ปัจฉาฯของท่านไม่ได้นิมนต์ให้อยู่ต่อ ท่านก็เลยต้องไป แต่ดิฉันคิดว่าพ่อท่านมีปัจฉาฯนิมนต์ให้อยู่ต่อ แล้วดิฉันก็นิมนต์ให้อยู่ต่อ ดิฉันยังรู้น้อย ขอถามพ่อครูว่า...ดิฉันเกิดจิตโลกุตระ ตามพ่อสอน มีเวทนาที่เป็นหนึ่งจนเหลือศูนย์ใช่ไหมคะ พ่อครูว่า...คุณก็พัฒนาไปตามลำดับ อาตมาพยายามย้ำ ภาษาก็เป็นความรู้ความเข้าใจ เราเข้าใจความหมายของภาษา เราก็พยายามที่จะเอาภาษานี้ ไปเข้ากันกับสภาวจิต เจตสิก อาการจิตของเรา มันเป็นการเคลื่อนไหวเป็น นามธรรม ลักษณะการเคลื่อนไหวแต่ละอัน เวทนาก็คือความรู้สึก สัญญาก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง มากขึ้น ทำหน้าที่ได้มากขึ้นจากเวทนา เวทนา เป็นความรู้สึกที่เป็นตัวรับ ตัวตั้งตัวเป็น มันทำอะไรไม่ได้มากเป็นตัวรองรับที่จะเป็นเช่นนั้น เมื่อสูงขึ้นมาเป็นสัญญาเป็นตัวที่สองมันทำหน้าที่กำหนดรู้ ซ้อนลงไป กำหนดหมาย เข้าใจอะไร โดยเฉพาะเข้าใจเวทนาด้วยกัน แล้วมันก็ เข้าใจสังขารก็ได้ เข้าใจวิญญาณก็ได้ เข้าใจเจตสิกอื่นอีกได้ มันเป็นตัวกำหนดรู้ได้อีกมากมาย สัญญาก็มีความสามารถมาก สัญญานี้ทำงานหนักทำงานมาก ทำงานเป็นตัวต้นเลย ทำงานในกระบวนการของขันธ์ 5 รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ตัวสัญญาทำงานมากที่สุด ในกระบวนการของนามธรรม มันกำหนดรู้เวทนา กำหนดรู้สังขาร ถ้าสามเส้ามีเวทนา สัญญา สังขาร สังขารคือการปรุงแต่งกัน สสังขาริกัง คือมีตัวอะไรร่วมปรุงเป็นตัวที่ 3 คือกิเลส มันเป็นอะไรขึ้นมาอีกรูปหนึ่งเป็นสังขตธรรม เหมือนกับนิวเคลียส มันก็มีบวกและลบทำงานกัน เรียกว่าพลังงานอะตอม พลังงานของสองสภาพ สสังขารคือมีตัวร่วมอีกอัน คือกิเลส อสังขาร คือไม่มีตัวร่วมปรุง ถ้าเผื่อว่ามีมาร่วมก็เป็นกิเลสไม่มีกิเลสร่วมคืออสังขาร เราจัดการสังขารนี้ได้คืออภิสังขาร ถ้าทำไม่สำเร็จก็เป็นสสังขาร คือปรุงไปเลย แต่ตัวสสังขารนี้มันสสังขารด้วยอวิชชา ถ้าวิชชาก็สังขารกำจัดกิเลสได้เป็นปุญญาภิสังขาร มีตัวกำหนดรู้กิเลสแล้วสร้าง พลังงานบุญขึ้นมาทำลายกิเลส บุญก็คือกำจัดพลังงานกิเลส พลังงานกิเลสก็หมดไป มันได้ไปบางส่วนเรียกว่า ปุญญภาคิยา ได้เป็นส่วนๆเรียกว่า ยังไม่ได้หมดตัวตนของกิเลส ตัวตนมันมีร้อย ก็ทำลายไปได้ 20 30 40 ก็ได้เป็นส่วนๆ ถ้าจะครบก็นึกว่าหมด ถ้าได้บางส่วนก็เรียกว่าเป็น เสขบุคคล ถ้าได้ครบก็เรียกอเสขบุคคล
สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน สายปัญญาจะกล้าขัดใจคน _สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน...อันนี้จะอยู่ในพระไตรปิฎก สาวัตถีนิทาน… อานนท์เธอชอบพระสารีบุตรหรือไม่ อานนท์ว่า ใครเล่าที่ไม่ใช่คนพาลคนมุทะลุคนงมงายคนวิปลาส จะไม่ชอบพระสารีบุตร เพราะท่านเป็นบัณฑิตมีปัญญามาก เป็นเจ้าปัญญา มีปัญญาชนให้ร่าเริง มีปัญญาแล่นมีปัญญาหลักแหลมแทงตลอด มีความปรารถนาน้อยสันโดษ เป็นผู้สงบกายวาจาใจ ไม่คลุกคลีด้วยหมู่ ปรารภความเพียรเป็นผู้เข้าใจพูดอดทนต่อถ้อยคำ เป็นผู้โจษท้วงคนผิด การพูดตำหนิคนผิดคนชั่ว ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แล้วใครเล่าที่ไม่ใช่คนพาล คนมุทะลุ คนงมงาย คนวิปลาส จะไม่ชอบพระสารีบุตร ข้อ 303 พระพุทธเจ้ากล่าวย้ำกับพระอานนท์ทุกคำอย่างนี้อีก คิดว่าในสมัยพุทธกาล พระอานนท์กับพระพุทธเจ้าต้องทำทั้งสองพระองค์แบบนี้ เพราะท่านเป็นผู้มีปัญญามาก เป็นผู้แทงตลอด แต่ถ้าสายสมถะ ก็ไม่ต้องมาทำงานแบบนี้ ไม่ต้องติคนชั่วมาก แต่ผู้มีหลักแล้วท่านต้องทำงานแบบนี้ได้ งานที่พ่อครูทำตอนนี้ถึงไม่มีใครทำได้ พ่อครูว่า...ใช่สายเจโตศรัทธาจะไม่ค่อยทำหน้าที่ที่จะเป็นประโยชน์กับคนอื่นให้มาก เป็นประโยชน์เหมือนกันแต่เป็นประโยชน์อีกอย่าง เป็นคนมักน้อยสันโดษ ผู้สงบมีจิตใจเมตตาดี เป็นกายกรรม ไม่ละเอียดเหมือนวจีกรรม การแสดงออกกายกรรมก็เป็นเรื่องหยาบ วจีกรรมก็เป็นเรื่องละเอียดกว่า พฤติกรรมเป็นเรื่องรู้ภาษาแยกแยะความแตกต่าง ลิงคะ สายเจโต จะแยกแยะความแตกต่างไม่ค่อยได้ เพราะฉะนั้นก็ได้ ได้เต็มรูป แต่ตัวเองแยกไม่ออก ยิ่งไปแยกละเอียดละออ มีภาษามิติมุมเหลี่ยมต่างๆก็ยิ่งน้อยสายเจโตสายศรัทธา เป็นสัจจะอย่างนั้น ท่านเป็นตัวอย่างให้คนสัมผัสเอาเองรู้เอาเอง ท่านจะเป็นได้อย่างแข็งแรงสายศรัทธา เป็นได้เต็ม ถ้าจะอธิบายด้วยภาษาก็ยาก สายเจโต จะเป็นอรหันต์ได้เต็มกว่าสายปัญญา สายปัญญาจะเป็นอรหันต์ได้ไม่เต็มเท่าสายเจโต _สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน...สายปัญญาอย่างพระสารีบุตรจะมีคนไม่ชอบมากพอสมควร พระพุทธเจ้าถึงถามว่าอานนท์เธอชอบพระสารีบุตรหรือไม่ พ่อครูว่า...ปราชญ์จะชอบเพราะได้รับความรู้และประโยชน์ ส่วนเจโตจะได้ประโยชน์น้อยเพราะอ่านเอาเองอ่านไม่ออกมันเป็นก้อน แต่ของสายปัญญานี่ นึกว่าครบแล้ว สายปัญญายังมีแยกแยะให้รู้มุมเหลี่ยมละเอียดอีกเยอะแยะเลย มันต่างกัน เพราะฉะนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สายเจโต จะชอบสายปัญญามาก เพราะเจโตมีสภาวะ แต่ไม่รู้ชื่อ ความจริงนั้นเต็มแต่ความรู้มีไม่มาก สายปัญญาความรู้มาก บางทีความเป็นจริงก็ยังไม่ได้ ยังไม่เต็ม เต็มก็ไม่แน่นเท่าเจโต เด่นกันคนละมุม
_เกร็ดดิน..ดิฉันอยากจะถามถึง 2 ทำให้เป็น 1 หรือ 0 มันต้องรู้ 3 ใช่ไหม ยกตัวอย่างดิฉัน เจอขนมชั้นก็ชอบมาก ก็ลองดู หาอะไรต่ออะไรทำมันก็ไม่ใช่ พ่อครูว่า...ต้องอ่านคนคืออะไรยกตัวอย่างขนมชั้น เกร็ดดินว่า... ต้องพิจารณาลงให้ถึงที่เกิด ต้องไปหาสมุทัย ที่เกิด มันเกิดตั้งแต่เพราะว่า ตอนไม่สบายเป็นเด็ก คุณแม่เอาขนมชั้น เป็นถาดเล็กให้กิน กินก็ติดใจชอบใจ มันไม่ใช่แค่ขนมชั้นแต่เป็นความรักแม่ ความรักแม่ล้างลำบาก ก็ค่อยๆพิจารณาไปเพราะว่ามันยิ่งใหญ่ ก็ค่อยๆทำมาเรื่อยๆ ถึงตอนนี้ก็ยังไม่หมด แม้ความรักคู่ เราเคยทำแบบพระเจ้าก็มีความภาคภูมิใจมีความสำเร็จ แต่อัตตานี่เราล้างกิเลสได้ตัวหนึ่ง แล้วก็จะมีปีติ พ่อท่านเคยบอกว่าถ้าปีติแล้ว หากแช่ในปีติก็กลายเป็นปิตะ เป็นพ่อใหญ่ บรมอัตตา ก็เลยกลายเป็นเปรต ก็เลยว่าตายแล้วใหญ่มาก พระเจ้านี่ พ่อครูว่า...บาลีคือเปตัง เกร็ดดินว่า... ก็ต้องระวังหากจะล้างภายนอกได้ต้องล้างภายในด้วยไม่งั้นมันจะค้าง พ่อครูว่า...จากปิตะมาเป็นปีติ มาเป็นเปโต
ปัญหาแห้งไม่ค่อยมี…
สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน การแก้ปมพลังงานที่ยุ่งยาก _คน คือ สิ่งมีชีวิตที่มีวิวัฒนาการจากอุตุนิยาม พีชนิยาม จนเป็นจิตนิยาม ระหว่างการวนในวัฏฏะต่างๆล้านชาติก็สั่งสมกิเลสมากมาย จนล้นไปด้วยทุกข์ก็ดิ้นรนแสวงหาทางออก เมื่อจะทำการชำระออกทำไมแสนยาก การมีชีวิต เป็นการรวมตัวของมหาภูตรูป 4 และบวกกับวิญญาณ เป็นสิ่งที่ไม่ควรครอบครอง พ่อครูว่า...คนไปสั่งสมมากมาย เรารู้ได้ด้วยภาษาบัญญัติ แล้วเราก็เอาไปแก้ไขว่าอันนี้ควรจะสลายควรจะต้องทำออก คุณจะต้องมีพลังงานแห่งธาติรู้ที่เรียกว่าปัญญา พลังงานอันนี้คุณจะต้องมีการสร้าง สร้างจนกระทั่งพลังงานธาตุรู้นี้มันมีจริงๆ มันมีประสิทธิภาพ มันมีความพร้อมพลังงานที่ได้จนสามารถที่จะมีฤทธิ์มีอำนาจมีพลัง เข้าไปสลายพลังที่ยึดอกุศลจิตอันนั้น พลังเดียวกันแต่มันคนละขั้ว พลังนี้ก็จะไปสลาย พลังงานบวกลบก็จะผนึกกันด้วยการดูดหรือผลัก จะเป็นปฏิกิริยาอีกนานเท่านานเป็นธรรมะ 2 ต้องมี 3 ประธานที่ 3 ขึ้นมาใหม่ มันกับนิวเคลียสมันมีบวกลบจับกันแน่น ไฟฟ้าสามารถแยกพลังงานบวกลบให้มันระเบิดหายไป พลังงานนิวเคลียร์ที่มันเกิดจากนิวเคลียสที่มี 2 ตัว จับตัวกันแน่น ไอน์สไตน์สามารถให้คนเอามาใช้ แตกระเบิดออกไป บวกลบหายไปกระจายกลายเป็นอย่างอื่นหมดเลยจบ มันก็มีเท่านั้น อุตุนิยาม ส่วนจิตนิยามนี่ มันมีประธานที่ถูกอยู่ 2 อย่างคือบวกกับลบ ถ้าเฉพาะลบมันก็เป็นตัวที่จะสลายและแยก ถ้าเฉพาะบวกมันก็จะบวก เข้าหากัน พอมารวมตัวกันเข้ามันก็แตกตัว คู่นี้ก็เป็นแกน บวกลบเป็นตัวแกน เป็น Static เกิด Dynamic เป็นแกนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆควบแน่นเข้าจนเป็นล้านๆชาติ มันจึงคลี่คลายออกได้ยากมาก ฟังก็ดูเข้าใจสองหน่วยสามหน่วย แต่มันซับซ้อนเข้าไปเป็นล้านหน่วย ที่ทำมาก็เข้าใจแต่ทำไมออกยาก เพราะไม่ใช่มีน้อย มันย่อยก็ดูมีน้อย แต่มันมีมากมุมเหลี่ยม อย่างที่มีคนเขียนภาพ หมุนซับซ้อนมากมายจนตามไม่ไหวทำเป็นรูปเห็นไม่ได้ สานกันแน่น ที่จริงมันเป็นระบบนะ แต่เป็นระบบที่แต่ละปมมันเละเทะ แต่พลังงานแต่ละพลังงาน มันจะออกไปเสือกไปเกี่ยวกับอันอื่น ที่จริงไม่มีหน้าที่ของมัน มันก็เป็นตัวเล็กตัวน้อยยุ่งยาก มันก็เลยยากที่จะแก้เป็นเหมือนปมไหมที่พันกัน มุ่นไปหมด แต่ที่จริง มันมี 1 2 3 มันมีเล็กน้อยเยอะอีก ก็เลยดูเหมือนมีอะไรผูกพัน แต่เราไม่รู้ ถ้าเรามีพลังงาน ที่เพียงพอมันจะเป็นพลังงานใหญ่ที่ไปสลายเป็นอัตโนมัติช่วยได้ พลังงานใหญ่จะสลายพลังงานน้อยที่กระปิดกระปอยนี้ได้โดยอัตโนมัติ เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องไปทำหมด ทำให้หมดไม่ได้หรอก ไม่ใช่ไม่หมด มันมีวิธีของพระพุทธเจ้าที่จะสลายตัวตนได้ เพราะฉะนั้นผู้ที่รู้ ลู่ทางและรู้วิธีที่จะทำ ผู้ที่จะเป็นอรหันต์ใช้เวลาน้อยกว่าโพธิสัตว์ต่างๆ ปุถุชนใช้เวลามากกว่าจะมาเป็นอรหันต์
_คุณตามตะวัน...ครั้งก่อนถามพ่อครูเรื่อง ศิลปะในการชี้ขุมทรัพย์ วันพรุ่งนี้วันสุดท้ายของเดือนสิงหาคม นึกถึงตัวเองที่มีความรักแม่มาก เมื่อมาปฏิบัติธรรม ก็เลยรู้ว่าไม่จริงหรอกที่เรารักแม่มากที่สุด เรารักใน อัตตาตัวเองมากกว่า เพราะเหตุการณ์ต่างๆที่ประสบมา ตัวเองก็อยากให้แม่ได้ไม่ผิดศีล ทีนี้ พอเข้ามาอยู่ทางธรรม เราก็มาเจอมิตรดี ที่เหมือนพ่อท่านบอกว่าเป็นสนามแม่เหล็ก มันเป็นเรื่องจริงค่ะ มันเป็นแรงดึงดูด อย่างเช่นแม่ปุยที่อยู่ด้วยกันก็ได้เช็คข้อบกพร่องตัวเองได้ ตัวเองก็อยากจะทำอย่างนั้นด้วย ได้จากแรงกระตุ้นที่พ่อท่านเกิดวิกฤตครั้งนี้ทางสุขภาพ ตัวเองก็เลยจะให้เพื่อนๆที่รู้จักนิสัย รู้จักว่า การใกล้ชิด สามารถชี้ข้อบกพร่องได้ ก็เลยเอาตัวนี้ไปก็แล้วกัน เป็นการตอบแทนหมู่กลุ่ม แล้วก็มาได้ยินที่อาดินดอนบอกวันอาทิตย์ว่า ระหว่างกิเลสกับวิบากอะไรน่ากลัวกว่ากัน ดิฉันบอกว่ากิเลส อาดินดอนว่า กิเลสเรายังได้ผลัดกันแพ้ชนะ แต่ตัวเองได้รับวิบากมาเยอะ มันก็น่ากลัวทั้งคู่ เรามีบาปเราต้องกำจัดกิเลสมันก็น่ากลัวที่เรายังมี จะมีวิบากที่ร้ายมาให้เราอีก ก็พยายามจะสู้ต่อไป กับกิเลส รายงานให้พี่น้องได้รับทราบแค่นี้ค่ะ พ่อครูว่า...ใช้ได้
สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน มหายานเข้าใจเข้าถึงโพธิสัตว์ง่ายกว่าเถรวาท สมณะมือมั่น..คราวก่อนพ่อครูพูดถึงความเป็นพระโพธิสัตว์ ตัวเองจะรู้ได้ยากมากว่าเราเป็นหรือเปล่า อันนี้คงเป็นเพราะว่า สังคมไทยเราเป็นเถรวาท พ่อครูว่า...เพราะทางไทยนี้เป็นเถรวาทมากเป็นหลัก ก็เลยรู้ตัวเองยากมากว่าเป็นโพธิสัตว์ ส่วนมหายานก็รู้ยากเหมือนกันเพราะอะไรก็เป็นโพธิสัตว์หมด มันก็เลยเลอะเทอะไปหมด นึกว่าเป็นแต่ไม่ถูกไม่ตรง แต่รวมแล้ว มหายานจะรู้จักโพธิสัตว์ได้ดีกว่า สมณะมือมั่นว่า..ผมเคยไปดินแดนที่เป็นมหายาน แต่ละตำบลจะมีโพธิสัตว์มากมาย คือเขาเองคิดว่า ตัวเองสามารถมีสัพพัญญูตรัสรู้ได้เหมือนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สังคมมหายานคือมีประวัติของพระโพธิสัตว์มากกว่าพระพุทธเจ้า เขาดูเหมือนว่าเขารู้ตัวเอง สามารถพัฒนาตัวเองเทียบเท่าพระพุทธเจ้าจนเป็นพระพุทธเจ้าได้ แต่ไทยไม่มีแบบนี้คนละอย่าง พ่อครูว่า..เพราะเหตุนี้แหละโพธิรักษ์ถึงได้ยากมาก เพราะเขาไม่มีความรู้เรื่องโพธิสัตว์ อาตมาก็จึงยากมากเลย ที่จะให้เขาเข้าใจเรื่องโพธิสัตว์หรือให้เขาเชื่อว่าอาตมานี้เป็นโพธิสัตว์ แล้วก็อธิบายว่าโพธิสัตว์นั้นจะต้องมีอรหัตตผลก่อน แม้เริ่มต้นเป็นโพธิสัตว์โสดาบันก็ต้องมี อรหัตตผลของโสดาบันก่อน แล้วจึงได้ชื่อว่าเป็นโพธิสัตว์ โพธิสัตว์ไม่ใช่ผู้ที่ต้องคิดว่าจะไปเป็นพระพุทธเจ้าแล้วก็เลยเป็นโพธิสัตว์ได้เลย มันเป็นเพียงความคิดเท่านั้นเลยเป็นความปรารถนาเท่านั้นเอง ถ้ายิ่งตั้งจิตแล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องบรรลุธรรมให้ได้ก่อนตั้งแต่พระโสดาบันถูกต้อง เป็นสัมมาทิฏฐิ สัมมาปฏิบัติ สัมมาปฏิเวธ ถ้าคุณอยากจะเป็นแล้วไม่รู้จักวิธีเลย ขออภัยยกตัวอย่างบุคคล พระพุทธะอิสระ ตั้งจิตจะเป็นพระพุทธเจ้า แต่ยังไม่รู้ระบบความเป็นพระเจ้าเลย เขาใช้คำว่าฉัน เขายึดติดว่าใช้คำว่าอาตมาก็เป็นตัวตนสิ เขาจะไม่ใช้ก็ใช้ศัพท์กลางๆว่าฉัน อย่างนี้ เขาก็เคยพูด อาตมาก็เคยฟัง ทิฏฐิโพธิสัตว์ของพุทธอิสระเป็นอย่างนี้เอง ก็เห็นได้ว่าซวยแล้ว อย่างนี้ได้แต่เป็นผู้ที่สร้างสิ่งที่ดี มันเป็นโลกียะยังไม่เป็นโลกุตระ โลกุตระ ต้องเข้าใจจิตเจตสิกต่างๆ อ่านจิตเจตสิกให้ได้ บอกว่าฉันไม่เรียนธรรมะ ฉันจะทำแต่ความดีเพื่อไปเป็นพระเจ้า ความดีที่เขามุ่งหมายก็คือ จะช่วยคน จะช่วยผิดช่วยถูกก็ไม่ฟังเสียงทั้งนั้น ก็เลยสับสนหน่อย ก็น่าสงสาร แต่ก็มีจิตดี เป็นผู้มีปณิธานสูง สมณะมือมั่น...ผู้ที่ตั้งจิตจะช่วยผู้อื่นย่อมต้องมีคุณธรรมระดับหนึ่งต้องเสียสละพอสมควร ผมว่า มันก็เลยดูเหมือนว่า มหายานจะเจริญกว่า เพราะจิตที่เป็นโพธิสัตว์ต้องลดละความเห็นแก่ตัวระดับหนึ่ง อย่างเช่นฉื่อจี้ ก็จะมีจิตโพธิสัตว์ช่วยเหลือผู้อื่น เขาก็ได้ในระดับของเขา พ่อครูว่า...สรุปตรงแกนเลย การช่วยผู้อื่นคือไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง เป็นตัวจบที่จะทำเพื่อผู้อื่นอย่างเสแสร้ง ที่จริงก็เอามาเพื่อให้แก่ตัวเองมากเลยเช่น ธนินท์ เจียรวนนท์ ทำเพื่อผู้อื่นสังคมประเทศชาติแต่ตัวเองก็ยิ่งรวย นั่นแหละแกหลอกโลก โดยที่ตัวเองไม่รู้ว่าตัวเองหลอก เป็นอวิชชา เพราะฉะนั้นวิบากที่ไปเอาเปรียบเขาก็ยิ่งมากขึ้น ก็ทวียกกำลังหนาขึ้น ก็ไม่รู้ตัวเป็นหนี้ซับซ้อนน่าสงสารมาก โดยที่หลงว่าทำเพื่อช่วยผู้อื่น โดยวิธีการเชิงซับซ้อนฉลาด ให้แกรวยเร็ว ภายในชาตินี้จึงได้มาตรฐาน สมณะฟ้าไทว่า...พ่อครูเป็นพระโพธิสัตว์แต่มาเกิดในเมืองไทยแกนเถรวาท พ่อครูว่า...แกนพุทธแม้มันมากเลยสับสน แต่แกนเถรวาทมีน้อยก็ไม่สับสน จะเข้าใจง่ายสำหรับผู้ที่ได้ แต่คนที่วุ่นวายสับสนอยู่มีเยอะ เพราะฉะนั้น ต้องทำให้ได้สัดส่วนที่เป็นมรรคผลช้ากว่า เถรวาทได้จริง แล้วก็จะได้ไปเรื่อยๆ เป็นแกน
สมณะฟ้าไทว่า...เราไม่คิดจะเป็นโพธิสัตว์อย่างเขา แต่เมื่อเราลดกิเลสก็รู้ว่าจะทำอย่างไร พ่อครูว่า..เถรวาทได้จุดสำคัญเป็นวิธีการสมาธิที่จะไปถึงอรหัตตผล มันก็จะตรง ไม่ต้องไปทำอีกซับซ้อน มหายานจะทำซับซ้อนกว่าเยอะ
สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน ฆ่าตัวตายด้วยสุดวิสัยเป็นบาปหรือไม่ _คุณละอองบุญ..หลายปีได้ฟังสิกขมาตุองค์หนึ่งเล่าให้ฟัง ท่านไปเยี่ยมคนป่วยที่อายุมากแล้ว ถ้าคนป่วยที่อาการหนักมากมีแต่ทรงกับทรุดไม่มีหายทำประโยชน์อะไรไม่ได้ มีแต่เป็นภาระให้คนอื่นก็มีทางออกให้ชีวิตกับผู้ป่วยคนนั้น หาทางออกว่า เมื่อเขาป้อนข้าวป้อนน้ำ ก็จะกินอาหารให้น้อยลง ไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็ไม่กินอาหาร ได้แต่ดื่มน้ำ และดื่มให้น้อยลงไปเรื่อยๆจนหมดก็จะตายอีกไม่นาน ดิฉันก็เห็นคล้อยด้วย มีสติก็จะทำเช่นนี้ แต่เมื่อมาเล่าให้เพื่อนอีกคนฟังก็ถูกเพื่อนบอกว่ามันเป็นบาป ดิฉันก็อยากทราบว่าเป็นอย่างไร พ่อครูว่า...ที่เขาท้วงว่าเป็นวิธีการฆ่าตัวตายอีกอย่างหนึ่งก็ใช่ เวลาละเอียดอย่างนี้มันแยกได้ยากจะเป็นเจตนาดีก็ใช่ จะว่าเป็นเจตนาเสียก็เชิงนั้นอยู่ เพราะฉะนั้นบางทีเราก็จะไปจัดการเจ้ากี้เจ้าการกับเขาไม่ได้หรอกในรายละเอียดม
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive