610815_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เทวนิยมคือมีเวทนาสองอเทวนิยมคือมีเวทนาเดียว.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2561
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์28 KB
วันที่แก้ไข27 สิงหาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

610815_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เทวนิยมคือมีเวทนาสองอเทวนิยมคือมีเวทนาเดียว อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1BshxQOovr8TV5buhLlH9AuRsPQJQVmcSMPpj7Kk5Nm4/edit?usp=sharing ดาวโหลดเสียงที่.. https://drive.google.com/open?id=1sZB2TY2za444CmLdzfWVO3OMNcXllc6U สมณะเดินดินว่า…วันนี้วันพุธที่ 15 สิงหาคม 2561 พ่อครูเพิ่งกลับมาจาก สัตตาหะไปที่สันติอโศกและปฐมอโศก และได้ไปตรวจสุขภาพด้วย ดูเหมือนต้องใช้คำว่าเฝ้าระวัง สำหรับสุขภาพของพ่อครู เฝ้าระวังเรื่องตา เรื่องของตายังปกติ แต่มีข้อแม้ให้ใช้แสงสว่างอย่างพอเพียง ในการทำหนังสือกับคอมพิวเตอร์ และใช้วิธีพักสายตาทุก 15 นาที เป็นการมองไปไกลๆ สบายๆ เท่าที่พวกเราเวลาไปหาหมอตาก็บอกว่าตาแห้ง เพราะว่าอาจจะไม่ค่อยได้กระพริบตา ดูอะไรยาวๆ ส่วนที่ได้เพิ่มเติมมาคือทางด้านกล่องสายเสียง พบว่า เส้นเสียงทั้งสองข้างมีความหนาตัวขึ้นกว่าเดิม ดูเหมือนท่านปัญญานี่ถึงกับต้องผ่าตัดเลย แสดงว่ามีการใช้เสียงมากเกินไป แนะนำให้จิบน้ำมากขึ้นเวลาเทศน์ เป็นระยะทุก 15 นาที ถ้าเป็นไปได้ควรลดระยะเวลา และความถี่ของการเทศน์ลง ควรจะเทศน์ด้วยเสียงที่ไม่ต้องตะเบ็งหรือหนักเกินไป รูปแบบของการจัดสำมะปี๋ซี่วิตดีมาก เป็นที่พอใจของหมอ ว่าพ่อครูได้พักเป็นระยะๆ ผลการ x-ray คอมพิวเตอร์ สิ่งที่หมอเฝ้าระวังอีกตัวคือกระเปาะที่มันโตขึ้น มีเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับหลอดลมใหญ่ และเบียดหลอดลมมากขึ้น หมอว่าเป็นต้นเหตุแห่งการไอ แนะนำให้ดื่มน้ำเพิ่มขึ้น ใช้เครื่องพ่นละอองน้ำวันละ 2 ครั้ง งดอาหารชิ้นใหญ่ระคายเคือง ลดการพูดคุยเวลาฉันอาหาร ก็กรุณาห้ามมาเป็นมารคอ...ของพระโพธิสัตว์ ถ้าหากพูดคุยไปด้วยจะมีปัญหาทำให้อาหารตกลงไปในหลอดลมจะอันตราย เคยได้ฟังข่าวค

อ่านต่อ

นดังๆเคี้ยวอาหารแล้วพูดไปก็อาหารตกไปในหลอดลมหายใจไม่ออก เป็นเรื่องที่เฝ้าระวัง เพื่อให้ความถี่ในการไอลดลง เอาเสมหะออกง่ายขึ้น อย่างพ่อครูนี้ไอไม่ใช่น้อย แต่พ่อครูไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้าเป็นคนธรรมดาๆอย่างนี้คงไม่ไหว เสียพลังงานมาก แต่พลังงานพ่อครูไม่อยู่กับการไอเท่าไหร่ แต่อยู่ที่ทำอย่างไรสิ่งที่ท่านรู้เยอะแยะจะมาบอกกับพวกเราให้รู้ได้มากขึ้น พอไออย่างไรก็ไอไป แต่ก็อย่างไรก็เสียพลังงาน แล้วก็ต้องกระทบกระเทือนร่างกายส่วนอื่น จะมีวิธีอย่างไรทำให้ไอน้อยลง นี่ก็คือข้อเสนอของหมอ ส่วนการไปตรวจหัวใจเป็นปกติดี หมอให้ทดลองวิ่งสายพานดู หัวใจปกติ ส่วนอายุร่างกายเท่ากับคนอายุ 50 ปีเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นอายุไปอีก 100 ปีคงเป็นไปได้ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเสนอของหมอ ที่จะให้ดูแลเรื่องสายเสียงและกระเปาะ ก็อยากให้พ่อครูพักเป็นช่วงๆ ก็อยากจะแบ่งเวลาเทศน์ของพ่อครูออกเป็นสามช่วง ช่วงละ 30 นาที จะมีสมณะสิกขมาตุมาช่วยย่อยให้ผู้ฟัง นิมนต์พ่อครูดื่มน้ำสัก 10 นาที พักเส้นเสียง ก็เรียนพ่อครูว่า ตอนนี้เทศน์อย่างไร ผู้ฟังก็มีเท่านี้ แต่ถ้าเทศน์ตอน 90 ปี ผู้ฟังก็จะมีมากกว่านี้ พ่อครูว่าอีกแค่ 6 ปีเอง หนังจีนว่า 10 ปีไม่สาย พ่อครูว่า...SMS วันที่ 13-14 สค. 2561

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ศิลปินคือมายา แล้วสิริมหามายาคืออะไร _1614 ศิลปิน คือมายา /สิริมหามายา คือ อะไรคะ พ่อครูว่า...อาตมาเขียนในหนังสือ คนจนที่มีแบบนี้มีเรื่องใหม่ๆเยอะ ไขเรื่องราวประเด็นต่างๆที่ชาวพุทธหรือนักศึกษาติดข้องไม่ทะลุ คิดว่าจะได้ไขอีกเยอะ เล่ม 1 พิมพ์ออกมาแล้ว 100 กว่าหน้า ตอนนี้มาแก้ไขใหม่ ตอนนี้ 500 กว่าหน้าแล้ว เล่ม 2 อาจถึง 2000 หน้า ศิลปินคือมายา อาตมาไม่อยากจะไปวิจารณ์ศิลปินเขา เพราะเป็นพวกคนฟุ้งซ่านคนไม่รู้เรื่องคนเพ้อเจ้อ ขออภัยที่พูดความจริง ศิลปะเป็นมงคลอันอุดม นี่คือนิยามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ศิลปินก็มีความสำคัญมากที่จะสร้างศิลปะ งานศิลปะนั้นพระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นมงคลอันอุดม เป็นสิ่งที่จะนำพาไปสู่อรหันต์ เป็นคุณค่า ศิลปะเป็นคุณค่าไม่ใช่เรื่องมอมเมา ถ้ามอมเมาให้หลงในภพชาติ อัตตาฟุ้งซ่าน วิมานสวยหรูแปลก ความคิดแตกกระจายไม่ใช่ ต้องรวมความคิดให้คมแม่น แตกฉานทะลุจบ นี่คือศิลปะ ทุกวันนี้เพ้อเจ้อกัน โดยเฉพาะตักกสิลามหาวิทยาลัยใหญ่ในยุโรป มีแต่ความเพ้อฝันสร้างวิมานเป็นศิลปะบ้าบอ อะไรก็ศิลปะหมด เขาหลงเอาเองเป็น นิรมาณกาย สัมโภคกาย อาทิสมานกาย เป็นเรื่องการที่เขาไม่รู้เรื่อง แล้วก็นิรมานกายมา ใครหัวไม่ถึงไม่รู้ บอกว่าเป็นศิลปะชั้นสูง Abstract เขียนเอาไว้เยอะ ก็สารพัดจะคิดอ่านอะไรก็ได้ เพื่อมายืนยันว่าเป็นศิลปะตลอดทั้งโลก แล้วหลอกขายกัน มีอุปาทานว่าสุดยอดๆ พวกเมาๆ ไม่มีเงินก็ไปหาเงินมาซื้อ มันเหลงเลอะเทอะ ถ้าเข้าใจคำว่าศิลปะคือมงคลอันอุดม คือนำไปสู่อรหันต์ คือสิ่งสูงสุด ศิลปะไม่ใช่เรื่องความเพ้อเจ้อ สร้างอัตตา สร้างวิมาน ภพชาติ นามธรรม อรูปธรรมอะไร ก็แล้วแต่สัมโภคกายคืออะไร บอกว่าใช่ๆๆ ต่างคนต่างนิรมาณกายไป พูดกันเป็นตุเป็นตะด้วย แต่ต่างคนต่างไม่รู้ว่าคืออะไรเป็นอาทิสมานกาย นิรมาณคือสิ่งที่เนรมิต แล้วบริโภคร่วมกัน สัมโภคกาย แต่ทั้งสองคนคือคนตาบอดกับคนหูหนวกจูงมือกันไปดูหนังใบ้ เหมือนกับชาวเทวนิยม ไม่เคยเห็นพระเจ้าเลย สักคนเดียว ก็หลงว่าเป็นสิ่งงามที่ดีที่สุด คือพระเจ้า ทีนี้สิ่งที่งามที่ดีของแต่ละคนก็ตรงกันบ้างไม่ตรงกันบ้าง ความคิดของใครก็ของใคร ศาสนาพุทธนั้นพระพุทธเจ้าไม่เอาแล้ว นิรมาณกาย สัมโภคกาย อาทิสมานกาย ก็มาเอาที่รู้ร่วมกันได้ ตาเปิดๆ สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้คือสิ่งที่มี จักษุ ปัญญา ญาณ วิชชา แสงสว่าง (อาโลกสัญญา) แจ้งๆ มีพระอาทิตย์มีแสงสว่างกระทบสิ่งนั้นสิ่งนี้รู้ พูดกันรู้เรื่อง เราเห็นคนอื่นก็สัมผัสเห็นร่วมกันได้ อันนี้ดีหรือไม่ดี จริงหรือไม่จริงใช้ได้หรือไม่ได้ อันนี้ควรมีหรือไม่ควรมี ก็รู้แล้วใช้ประโยชน์กันได้ ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน เป็นอรูปธรรมนามธรรมวิมานเพ้อเจ้อ ซึ่งอันนี้ไม่ได้เรื่องได้ราวอะไร อาตมาเรียนศิลปะมา อาตมาก็ยังงงว่า ทำไมต้องไปเรียนศิลปะ เราน่าจะไปเรียนธรรมะ แต่ก็เป็นศิลปะตั้ง 5 ปี แล้วก็จบออกมา เรียนแล้วไม่ได้ใช้ แต่มาศึกษาธรรมะก็ได้ใช้ ศิลปะเป็นมงคลอันอุดม ทุกวันนี้อาตมาทำงานเป็นศิลปิน อาตมาไม่มีสิทธิ์เป็นศิลปินแห่งชาติ เพราะเขาไม่รู้ว่าอาตมาเป็นศิลปิน ไม่ใช่เป็น นิรมาณกาย สัมโภคกาย อาทิสมานกาย เดียวกันกับเขา ขออภัยที่พูดไปเป็นวิชาการไม่ได้ด่าใครพูดสัจจะให้ฟัง

แล้วสิริมหามายาคืออะไร เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก สรุปสั้นๆว่า มายาคือ ความหลอกลวง สิริคือดี มหาคือยิ่งใหญ่ โดยพยัญชนะสิริมหามายาแปลว่าความหลอกลวงที่ดี ยิ่งใหญ่มาก แล้วสิริมหามายาคือใคร คือผู้ให้กำเนิด ให้กำเนิดอะไร ให้กำเนิดสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในความเป็นมนุษย์ ถ้าเป็นมนุษย์ก็คือพระพุทธเจ้า เป็นตัวตนบุคคล ถ้าเป็นนามธรรมคือเป็นสิ่งที่ให้กำเนิดสิ่งที่ยิ่งใหญ่ดีมากที่สุด ศาสนา เทวนิยมเรียกว่าพระเจ้า แต่ว่าพระเจ้าเป็นความลึกลับ พระเจ้าไม่มีใครสัมผัสเห็น พระเจ้าจึงเป็น รโห รหัสสะ คือ เป็นความลึกลับ เดี๋ยวนี้ก็ยังลึกลับไม่มีใครรู้จักพระเจ้า ถ้าสมมุติตรงกันว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด สิ่งที่สูงสุดประเสริฐสุด คือพระเจ้า เพราะฉะนั้นก็มีหลักการโดยมีคนจริงๆคือ ปกาศก หรือ ผู้เป็นพระบุตร ให้พระบุตรมานำคำสอนนำความรู้และความจริง ของพระเจ้ามาประกาศ โดยคนก็ไม่กล้าพูดว่า นี่เป็นความรู้ของเรา บอกได้แค่ว่าเป็นความรู้ลึกลับของพระเจ้า พระเจ้าให้ประกาศก็ต้องประกาศตามนี้ ศาสนาพระพุทธเจ้าให้กำเนิดคนที่มีสูงสุดประเสริฐสูงสุดที่คนเป็นได้ จึงเป็นเรื่องไม่ลึกลับเป็นตัวตนจริงๆ ทีนี้คำว่า สิริมหามายา ตัวตนบุคคลคือผู้ให้กำเนิดคือแม่ เป็นมารดาของสิ่งที่ดีที่สุดคือคนประเสริฐสุด ถ้าเป็นนามธรรม ก็คือสิ่งที่ให้กำเนิดสิ่งที่ดีที่สุดประเสริฐสุด ไม่มีอะไรยอดสุด ผู้ที่จะทำให้เกิดสิ่งที่ดีที่สุดสูงที่สุด ให้เกิดคือให้เกิดได้ แล้วก็ให้ดับได้ ตกลง สิริมหามายาคือนิพพาน นิพพานก็คือความดับ ดับแล้วก็เกิดอีก ก็ไหนว่าดับแล้วทำไมยังอยู่อีก? มันก็เลยกลายเป็นคน เหมือนตลบแตลงกลับกลอกหรือเปล่าก็เหมือนคนเล่นมายากล ปั๊บไม่มี ควักนกพิราบมาแล้วหายไป วับไข่มา วับไข่หายไป ทำให้เกิดก็ได้ทำให้หายไปก็ได้ ในอิทธิวิธีมโนมยิทธิก็มี พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าทำให้มีก็ได้ทำให้หายไปก็ได้ เหมือนนักมายากลที่เก่ง ทำให้เกิดและดับก็ได้ เร็วไว เป็นมุทุภูตธาตุ คนที่เก่งที่สุดคือคนที่สามารถทำให้ดับได้และเกิดอยู่ ซึ่งเป็นนัยสำคัญของความเกิดดับ ศาสนาพุทธมีความสำคัญอยู่ที่การเกิดดับ ผู้ที่ดับได้เป็นนิพพานเป็นนิโรธ ผู้ที่บรรลุนิพพานนิโรธคือผู้ที่เป็นอรหันต์ คือผู้หมดความลึกลับสูงสุด อรหะคือไม่ลึกลับ อันตะคือถึงขั้นที่สุด เป็นผู้ทำความไม่ลึกลับได้สูงสุด ความไม่ลึกลับอันนั้นก็คือความเกิดความตาย ทำได้อย่างพิสดาร เป็นอมตบุคคล จะให้เกิดก็ได้ดับก็ได้ ที่สุดแห่งที่สุด ให้ดับจนกระทั่งสูญไปตลอดกาลเลยไม่มีอย่างนิรันดร ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ 1.ไม่มีนิรันดร 2.ไม่มีอัตตา 3.อิสระที่สุด ศาสนาเทวนิยมมีพระเจ้า ยังไม่อิสระยังเป็นทาสของพระเจ้า พระเจ้ายิ่งเป็นใหญ่กว่าคน เพราะฉะนั้นคนทุกคนยังไม่อิสระสมบูรณ์ ยังตกอยู่ในอำนาจของพระเจ้าอยู่ ศาสนาเทวนิยมไม่มีสิทธิ์เป็นอิสระ และไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นศูนย์ เพราะว่า นิรันดรไม่มีสิทธิ์จะรู้จักอัตตา แม้ที่สุดปรมาตมันหรือปรมอัตตา ศาสนาพุทธทั้งหมดและทำให้หายไปนิรันดรได้ สุญญตา สลายทุกสิ่งทุกอย่างอัตภาพไม่เหลือ ทำได้เองอิสระเสรี นี่คือศาสนาพุทธ เลิกอัตตาเป็นอิสระสมบูรณ์ ขออภัยที่พูดนี้ไม่ได้ข่มดูถูกศาสนาใดๆ สาธยายธรรมวิชาการด้วยความจริงใจ ขออภัยจริงๆ ถ้ามีผู้ฟังแล้วรู้สึกไม่ดี โดยเฉพาะผู้นับถือศาสนาอื่นอยู่ อาตมาก็เคารพ เพราะสิ่งที่เป็นอาตมัน ปรมาตมัน หมายถึงสิ่งที่ดีที่สุด คุณก็เป็นได้ตามคำสอนของพระเจ้าก็แล้วกัน ก็จะมีอยู่อย่างนั้นนิรันดร แน่นอนคุณก็ต้องเป็นอย่างนั้น อย่างน้อยตายแล้วก็ไปอยู่สวรรค์กับพระเจ้า ก็ไปอย่างนั้น ปรมาตมันก็ยังอยู่

สิริมหามายา คือผู้ที่รู้ความเกิดความดับแล้วทำความเกิดความดับได้ ลึกซึ้งมาก อาตมาเป็นพระอรหันต์เป็นพระโพธิสัตว์ เปิดเผยจนไม่เหลืออะไรแล้ว อาตมาเป็นโพธิสัตว์ได้ดับแล้วแต่ยังเกิดอยู่ คือสิริมหามายายังไม่ยอมตาย ยังจะเกิดอีก เพื่อไปศึกษาสิ่งที่สูงที่สุดในการเกิดมาเป็นคน หรือเป็นสัตว์โลกที่ชื่อว่ามนุษย์สูงได้ ก็คือพระพุทธเจ้าได้สูงสุด พากเพียรศึกษามีความรู้ในเรื่องของมนุษย์และสังคมจนเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 แล้ว ความรู้ที่เอามาศึกษาเป็นความรู้ของโพธิสัตว์ทั้งนั้น ถ้าไม่มีก็โมเม แต่ที่กล่าวนี้มันเป็นความจริงมันเป็นความรู้ของมนุษยชาติ เป็นประโยชน์หรือเปล่า ผู้ที่ปฏิเสธไม่ศรัทธา แน่นอนเขาก็ไม่เชื่อ แต่คนที่ไม่ถึงขนาดนั้น ก็จะรู้ว่าอาตมาพอมีความจริงอะไรบ้าง อาตมาอธิบาย เดี๋ยวก็เกิดเดี๋ยวก็ดับ เดี๋ยวก็มีเดี๋ยวก็ไม่มี เดี๋ยวว่าตัวเองสูงเดี๋ยวว่าตัวเองต่ำ ก็คล้ายๆกัน จริงแล้ว ผู้ติดตามตั้งใจจับพยัญชนะและสภาวะ ถ้าเราศึกษา ให้ดี แล้วจับสภาวะธรรม จับพยัญชนะตามก็จะไม่สับสน พยัญชนะก็บ่งถึงสภาวะก็อย่างหนึ่ง ถามว่าสิริมหามายาหมายถึงอะไร คือผู้รู้จักความเกิดความดับได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเป็นผู้สามารถทำความเกิดความดับได้ ถ้าเป็นความเกิดความดับสูงสุดที่เป็นแม่ ก็เป็นผู้ที่ให้กำเนิดพระพุทธเจ้า ถ้าเป็นนามธรรมก็เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดอรหันต์ ทำให้เกิดนิพพานเป็นความจริงความรู้สูงสุดได้ นั่นแหละคือสิริมหามายา

สิกขมาตุกล้าข้ามฝันช่วยสรุป...ย่อยว่า ให้อยู่กับคนที่เป็นสิริมหามายา คือคนสุดยอด แต่เราเองก็อย่าเชื่อตัวเองมาก เพราะเรายังไม่ใช่คนสุดยอด (คนที่ยังไม่ดับได้สนิท ก็ต้องระวัง ว่าจะหลอกตัวเองว่า ไม่มีแล้ว จึงอนุโลม… สมณะฟ้าไทว่า...ได้ฟังเรื่องศิลปะ... พ่อครูว่า...เหมือนนิทานเรื่องพระสองรูปเดินไปเจอผู้หญิงจมน้ำ พระรูปหนึ่งไปอุ้มผู้หญิงข้ามน้ำแล้วก็วางลงพระอีกรูปถือสา แต่พระรูปนั้นบอกว่า ผมวางผู้หญิงไปตั้งนานแล้ว แต่ท่านยังไม่วางอีกหรือ?เป็นต้น สมณะแสนดินสรุป...พ่อครูสายปรุงไม่ปรี๊ด

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน พระสมณโคดมไม่นิยมเลี้ยงสัตว์ _มนูญ ณ นคร : ฟังพ่อท่านเรื่องเลี้ยงสัตว์แล้วสะท้อนใจจริง ผมเองก็ติดอยู่กับเรื่องแมวหมา จนไม่สามารถเข้าวัดไปพบปะหมู่กลุ่มได้ แต่ถึงยังไงก็พยายามแก้ไขอยู่ครับ พ่อครูว่า…สัตว์ที่ไม่น่าเอามาเลี้ยงในจุลศีล 18. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับแพะและแกะ. เลี้ยงเพื่อใช้ส่วนของมัน 19. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับไก่และสุกร. เลี้ยงมันเพื่อกินเนื้อ 20. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับช้าง โค ม้า และลา เลี้ยงเพื่อใช้แรงงานของมัน พระพุทธเจ้าเอาตัวอย่างมาให้ศึกษา 3 ชนิดนี้ อยากจะเอามันมาใช้เพื่อใช้ขนมันใช้ส่วนของมันใช้เนื้อของมันใช้แรงงานของมัน ถึงอย่างนี้ท่านก็บอกว่าอย่าทำ ท่านแบ่งไว้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ การเอาประโยชน์จากสัตว์มี 3 อย่างใหญ่ๆ ส่วนสัตว์อื่นๆไม่มีประโยชน์ก็ยิ่งอย่าไปเอามันมา ท่านห้ามเฉพาะภิกษุ แต่ไม่ได้ห้ามฆราวาสนะ นัยละเอียดต่างๆพวกนี้ พระพุทธเจ้าบัญญัติเพื่อให้คนปลอดภัย จากวิบาก ยิ่งถ้าไปเอาสัตว์ที่ไม่เป็นประโยชน์อย่างที่ว่านี้ จะเป็นภาระหนักหนาสาหัส ก็ยิ่งแย่ อาตมาอธิบายมามากมาย ว่าเรื่องสัตว์ต่างๆนี้ปล่อยไปเถิดปล่อยมันไปตามวิบาก แม้ถ้าเป็นสัตว์เซลล์เดียวก็ตาม กับคนก็เป็นวิบาก ต้องปฏิบัติร่วมกันทำงานร่วมกันกับคน มันก็หนักหนาสาหัส แค่นี้ก็เหลือแล้ว สัตว์ก็ปล่อยมันไปอยู่ตามสัตว์ อย่าเอามาใช้งาน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการฆ่าการกิน แม้แค่อาศัยแรงงานให้มันมารับใช้เรา มีม้าที่ลากรถ ม้าลำปาง ใส่ที่บังตามัน เอามันมายืนตากแดด จนกระทั่งมีคนมาขึ้นรถก็ขับ แล้วปล่อยให้ยืนตากแดดไป ทรมานทรกรรม คนเอาประโยชน์ใส่ตัวเอง และไม่สงสารสัตว์ ตัวเองเห็นแก่ได้กินแรงงานสัตว์อาศัยสัตว์ เห็นแล้วสงสาร แต่ก่อนอาตมาที่วารินฯ แม่ก็มีรถม้า อาตมาเคยขับรถม้ารับจ้าง ขึ้นสะพานสูง บางทีมันเดินไม่ไหวต้องช่วยดันมัน แต่ยิ่งพูดอาตมายิ่งเห็นภาพม้าลำปาง ที่อื่นก็มีบ้าง ก็สงสารม้า ปล่อยให้มันยืนทั้งวัน สรุปแล้วเรื่องสัตว์ เป็นคนก็เป็นสัตว์ วิบากร่วมกับคนนี้มากมายยิ่งนักหนักหนาสาหัส สัตว์อื่นใดๆก็อย่าเอาไปเพิ่มมาให้แก่ตนอีกเลย เขาก็อยู่ของเขา ปล่อยเขาเลย แม้แต่ที่สุด เขียดมันจะถูกงูกินคุณก็อย่าไปยุ่งกับมัน หากไปสงสารเขียดจับออกจากงู ดีไม่ดีฆ่างูเลยแล้วก็ให้เขียดรอด คิดดูสิ แล้วจะให้งูมันกินขี้หรืออย่างไร งูมันก็ต้องกินสัตว์ งูมันไม่กินพืชพรรณธัญญาหารอื่น ดีไม่ดีมันกินสัตว์ใหญ่เลยนะ มันไม่กินท่อนไม้หรอก เป็นเรื่องที่อจินไตย อย่าไปยุ่งเลยแม้แต่ฆราวาสก็ตาม แม้จุลศีลก็ตาม ฆราวาสก็ควรถือศีล 5 คือ อย่าฆ่าสัตว์ ส่วนศีลข้ออื่นๆก็ปฏิบัติไปตามลำดับ เพราะฉะนั้นแม้แต่ให้ฆราวาสที่ไม่ใช่นักบวช ก็ปฏิบัติศีลข้อที่ 1 หวังประโยชน์ต่อสัตว์ทั้งปวงอยู่ ให้มีจิต ปรารถนาประโยชน์ต่อสัตว์ทั้งปวงอยู่ ซึ่งเป็นความหมายที่ลึกซึ้งมาก เอามันไปปล่อยเสีย อย่าไปเผลอเอามาเลี้ยง อย่าไปต่อ ให้จบ รู้แล้วว่าเป็นภาระเป็นวิบาก พยายามแก้ไขอยู่ก็ขอให้สิ้นสุดได้ง่าย

_สุนงค์ อิทธิไพบูลย์ · กราบนมัสการพ่อครูค่ะ ใฝ่ฝัน อยากจะมาสัมผัส ต่อสถานที่ปฐมอโศกสักครั้งหากยังมีกุศลดี หลงเหลืออยู่บ้าง คงได้มา ในฐานะญาติธรรมค่ะ พ่อครูว่า…เชิญพยายามหาโอกาสเวลามา

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน เศรษฐศาสตร์บทใหญ่ที่ช่วยโลกได้ _พรชัย จันทรสอน · ชอบใจพ่อท่านถามคนว่าทำไมไม่มาวัด เพราะติดที่เลี้ยงหมา เจ้าสัวที่รวยอันดับหนึ่งใต้หล้าฟ้าไทยก็มิจฉาวณิชชาอย่างน้อย 3ข้อ แล้ว ขายยาพิษ,เนื้อสัตว์และสัตว์เป็น(ยังไม่นับพืชจีเอ็มโอ) นโยบาย 0 บาท ชมร.เขียงใหม่มีมานานแล้ว เจตนาสร้างบุญเต็มๆแต่ยังไม่กล้าใช้บริการ พ่อครูว่า…ที่อาตมาพาทำให้รู้ว่าเสียสละได้ แบ่งกันกินใช้ได้ มีคนตักพูนๆ ก็เป็นเรื่องของคนมีจิตขี้โลภเป็นไปได้ก็เป็นตัวอย่างให้คนอื่นเห็น ว่าคนนี้ทำน่าเกลียด ก็ว่ากันไป เขาเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีก็เป็นประโยชน์อีกอย่างหนึ่งเหมือนกันไม่เสียหายอะไรหรอก หากมองดีๆ ที่ทำ 0 บาทก็ตาม แม้ที่สุดอาตมาพามาเสียสละ ทุกวันนี้ก็มีความชัดเจนที่ทำได้ มีหน้าที่ผลิตก็ทำมีหน้าที่แจกจ่ายก็ทำตามควร อาตมาว่า ชาวอโศกลงตัวแล้ว เป็นตัวอย่างของผู้ที่ทำเศรษฐกิจ เป็นความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ของพุทธเจ้า อาตมาทำได้สมบูรณ์แบบแล้วขนาดนี้ ใครเก่งกว่าอาตมาก็ทำเลย อนุโมทนาถ้าทำได้ ดีกว่าอาตมาได้มากดีกว่าอาตมาได้ เพราะว่ามันเป็นเศรษฐศาสตร์ยิ่งใหญ่บทใหญ่ของโลกเลย เป็นเรื่องยากแต่ทำได้ในประเทศไทยนี้สุดยอด แต่คนไทยอาภัพ ผู้บริหารเศรษฐกิจของประเทศ ก็น่าจะมายกตัวอย่างพวกเรา จะได้ไปเป็นน้ำหนักตัวอย่าง พูดไป ใครก็พูดได้ว่าทำงานฟรี ไม่เอา ลาภแลกลาภ ลาเภนลาภังนิชิคิงสนตา ก็สุดยอดแล้ว เป็นเรื่องสูงสุดเป็นมิจฉาชีพข้อที่ 5 ของพระพุทธเจ้า ทำงานอย่างไม่เอาสิ่งแลกเปลี่ยนทำงานฟรีก็ทำได้ ยืนยันได้ และทำงานอย่างสบาย ไม่ได้เดือดร้อนวุ่นวาย มีอยู่มีกิน แม้ไม่เอารายได้ก็มีอยู่มีกินไม่ได้งอมืองอเท้าสร้างสรรให้เหลือใช้ แล้วเอาไปแจกจ่าย เป็นการพิสูจน์ความจริงเศรษฐศาสตร์สุดยอดว่าให้มาเป็นคนจน การจะพัฒนาเศรษฐกิจแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การจะแก้ปัญหาด้วยการพาให้คนมารวย กันทั้งประเทศนี้ พูดโกหก พูดสิ่งที่เป็นไปไม่ได้พูดสิ่งที่ไม่จริง ขนาดให้มาจนทั้งประเทศยังไม่ได้เลย จนทำง่ายจะตายยังพาให้จนทั้งประเทศไม่ได้ จะพาไปรวยทั้งประเทศ จะไปหอบเอาเงินที่ไหนมาให้คนรวยทั้งประเทศ พูดแล้วเป็นเรื่องสุดยอดอีเดียด เมืองไทยเป็นเมืองพุทธมีพระเจ้าแผ่นดินเป็นโพธิสัตว์ ท่านตรัสชัดว่า ให้มาขาดทุนให้มาแบบคนจน มันน่าจะเป็นตัวอย่างของโลกเลยนะประเทศไทย ถ้ามาถามผู้บริหารเศรษฐกิจของประเทศ ก็บอกว่าเราพาให้ประเทศจน เท่เสียไม่มีเลยนะ เชื่อไหม ในหลวงท่านตรัส เท่มากเลยนะ แต่ไม่มีคนกล้าวิจารณ์ท่านเท่านั้นแหละ แต่ผู้ที่มองเห็นความสุดยอด อาตมานี้มองเห็นความสุดยอดของในหลวง คนถามก็ไม่ใช่คนธรรมดาเป็นรัฐมนตรีเกาหลี เพื่อนที่เป็นประธานาธิบดีฝากมาถาม ว่าจะบริหารเศรษฐกิจแบบไหนดี ในหลวงท่านก็ตรัสว่าบริหารแบบคนจน ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ท่านอธิบายไปแบบพระองค์ พูดไปแล้วเขาก็เฉยต้องการคำอธิบาย เราก็พูดอีก เขาก็ต้องการฟังอีก ก็อธิบาย สุดท้ายว่าเราเสียคือเราได้ จบอย่างนี้ อาตมาว่า รัฐมนตรีเกาหลีคงเกาหัว ขออภัยไม่ได้ลบหลู่ ไม่ได้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เขาคงนึกอยู่ในใจว่าในหลวงพูดอะไรมันเป็นไปได้อย่างไร เพราะคนเราจะคิดได้อย่างไร การบริหารเศรษฐกิจให้พาคนมาจน เขาจะคิดออกหรือ พาคนมาขาดทุน แล้วให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ขาดทุนแก่ผู้อื่นได้ นี่คือเศรษฐกิจสุดยอด อย่างเช่นชาวอโศกขาดทุนให้แก่คนอื่นได้แล้วเราอยู่ได้ ไม่ใช่พูดเพ้อเจ้อ ลอยลม เป็นไปไม่ได้ แต่เราเป็นได้ เป็นอย่างสุขสำราญ เพราะเราไม่ได้เบียดเบียนใคร เราเป็นไปได้เรามีแรงงานมีความรู้ กินน้อยใช้น้อยไม่ถูกหลอก ที่จะต้องให้ไปซื้อกินใช้เลอะเทอะ ไปกินสิ่งฟุ่มเฟือยที่เขาเรียกว่าอร่อยหรูหราเท่ เรากินเท่านี้ก็ได้วิตามินได้สารอาหารไปเลี้ยงร่างกายแล้ว ถูกต้องตามโภชนาการไม่ต้องถูกหลอกเลย อย่างนี้ต่างหากคือคนเจริญ คนมีปัญญาจริงๆ ไม่ต้องตกอยู่ใต้อำนาจของคนที่มาหลอกเราเลย ไปเห่อตามแฟชั่นเขาก็ถูกหลอกหมด อย่างนี้ต่างหากคือสุดยอดคน แล้วก็เป็นคนที่ช่วยเศรษฐกิจประเทศชาติ พวกเรานี้ช่วยเศรษฐกิจประเทศ ไม่ไปถูกหลอก แม้แต่ต่างประเทศจะหลอกในประเทศจะหลอกเราก็ไม่ถูกหลอก เรารู้จักสาระ แน่นอนคนเราก็ต้องกิน เรื่องกินเรื่องใช้ที่ฟุ่มเฟือย พวกเรามีประโยชน์สูงประหยัดสุด มัธยัสถ์ ไม่เปลืองผลาญนี่คือเศรษฐกิจสุดยอด ประเทศไทยนั้นอาภัพ อาตมาถูก กาหัวกระโหลกไขว้ไว้แล้ว โดยเถรสมาคม เขาก็ต้องเกรงใจมหาเถรสมาคม แต่แม้บัดนี้เขาก็ไม่กล้ามา ก็เลยซวยประเทศไทย ถ้าหากนักบริหารนักเศรษฐกิจมาเอาตามอโศกเรา ในประเทศไทยทำได้ มีหมู่บ้านแบบนี้เกิดขึ้นอีกในประเทศไทยนะ เป็นหมู่บ้านคนจนที่สุขสำราญเบิกบานใจแล้ว เป็นหมู่บ้านคนจนที่อุดมสมบูรณ์เป็นคนจนที่มหัศจรรย์ ที่เรียกว่าหมดปัญหาเรื่อง เศรษฐกิจแล้วอย่างนี้ เพิ่มขึ้นอีกกี่หมู่บ้านในประเทศไทย จะทำให้ประเทศไทยแก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจออก มันเกิดได้ที่ไหนต้องมีจิตใจที่มีปัญญา ว่าคนเราจะจบภาระ ที่เราจะต้องไปยื้อแย่งแข่งขัน กอบโกยเอาเปรียบเอารัดไม่เอาแล้ว มาอยู่อย่างนี้เป็นคนเลี้ยงง่ายบำรุงง่าย วรรณะ 9 เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ 9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) เป็นคนอย่างนี้ได้จริง พระพุทธเจ้าสอนไว้หมดแล้ววิชาการเหล่านี้ เอาหลักวิชาของพุทธเจ้าไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจการเมือง ไปแก้ปัญหาสังคม ของพระพุทธเจ้าสุดยอดแล้ว แต่ไม่เข้าใจความรู้ของพระพุทธเจ้า ไม่เข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้า เพราะเถรสมาคมไม่รู้คำสอนพระพุทธเจ้า คนอื่นก็เลยพลอยไม่รู้ไปด้วย ซวยจริงประเทศไทย อาตมาพาทำสำเร็จได้ผลตามคําสอนพระพุทธเจ้า ที่สร้างวัตถุต่างๆเช่นพระพุทธรูปใหญ่ก็ไม่ได้อยากจะสร้างแต่เป็นความเหมาะสมที่จะต้องมี อาตมาสร้างพระพุทธรูปองค์นี้สำเร็จ ตรงที่ไม่มีใครมากราบพระพุทธรูปอย่างเดรัจฉานวิชา ไม่มีเลย ไม่มีดอกไม้ธูปเทียนมาบูชาไม่มีการขอหวย แล้วพระพุทธรูปองค์มีพรมน้ำมนต์ตลอดเวลา น้ำมนต์เยอะมาก แต่ไม่มีใครหลงน้ำมนต์บ้าบอแบบนั้น นี่สุดยอดเลย เพราะฉะนั้นพระพุทธรูปของเรา ไม่พาใครงมงาย สำเร็จอย่างนี้เป็นต้น สุดยอดจริงๆ

_ รายการสำมะปี๋ซี่วิตค่ำนี่รัศมีเมตตาของพ่อท่านแผ่ไปโดยรอบ ดูอบอุ่นและเป็นกันเองกับลูกๆ ดูจากจอทางบ้านยังปลาบปลื้มตาม สาธุ

_วันชัย สหมโนธรรม · คุณผู้ชายที่ใส่หมวก..ทำไมไม่ถอดหมวกออกก่อนถามคำถามครับ..ดูแล้วไม่สุภาพเลยครับ พ่อครูว่า…ผ่านไปแล้วไม่ใช่กาละแล้วตอนนี้ สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน ศาสนาพุทธเป็นอเทวนิยมทำเวทนาให้เป็นหนึ่งได้ _พิศมัย ชำนาญคิด · โยมจะเอาหลักคิดที่ท่านพูดวันนี้ไปปรับใช้กับเรื่องราวของตนเอง โดยเฉพาะเรื่องการอ่านเวทนา อ่านจิต อ่านใจตนเอง ล่าสุด อาหารที่เคยชอบโยมก็ไม่ตามใจกิเลสนะ โยมรับแจกตามที่เขาแจกให้ มีขัดเคืองใจนิดๆ และไม่ขอเพิ่ม ได้แค่ไหนก็พอใจแค่นั้นนะคะ และจะพยายามทำนะคะ กราบนมัสการค่ะ พ่อครูว่า…สาธุ อนุโมทนา ฟังธรรมะเข้าใจแล้วเอาไปทำ อ่านเวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม จิตก็คือ ที่พระพุทธเจ้าสอนในสติปัฏฐาน 4 กายในกายเวทนาในเวทนาจิตในจิต ธรรมในธรรม จบแล้วศึกษาธรรมะพุทธเจ้า 4 อันนี้แหละ กายคือรูปนามคือธรรมะ 2 ธรรมะหนึ่งคือจิตของคนคือปัญญาคือสัญญา เป็นต้น สองสิ่งที่ถูกรู้คือรูป คุณก็เรียนรู้ธรรมะ 2 แล้วทำให้ธรรมะ 2 นี้เป็นหนึ่งหรือเป็น 0 นี่คือ อเทวะ Adheism ศาสนาอเทวนิยมทำให้ 2 กลายเป็น 1 หรือ 0 ได้ แต่ศาสนาเทวนิยมทำความเป็นหนึ่งไม่ได้ ยังเป็น 2 เสมอ เป็นความมีปรมาตมันเป็นพระเจ้าตลอดนิรันดร แต่ศาสนาพุทธนั้นทำให้วิญญาณหายไปได้ ทำให้ไม่ต้องทุกข์ เมื่อมีหนึ่งแล้วก็ไม่ทุกข์ไม่เป็นคู่ไม่มีเมถุน ไม่ปรุงไม่สังขาร มีเดี่ยวก็ไม่สังขาร เพราะมีหนึ่งเดียวไม่ต้องสังขารกับอะไร ไม่ต้องสัมผัสสัมพันธ์ปรุงแต่งกับอะไร 1 แล้วยิ่งถ้าทำ 0 ได้ก็คือปรินิพพานเป็นปริโยสาน นี่คืออเทวนิยม แม้แต่คำว่าเทวก็ไม่เข้าใจแล้วไปเข้าใจเป็นเทวดา ที่ปั้นเป็นวิมาน เนรมิตเป็นวิมาน เทวดาของไทยก็ เหาะลอยยกขาสองขาลอย ใส่สังวาลย์ ทั้งผู้ชายผู้หญิงเทวดาไทย เทวดาฝรั่งก็มีไม้ กายสิทธิ์ เทวะ อเทวะ เป็นธรรมะ ไม่ใช่ตัวตนบุคคลเราเขา ศาสนาพุทธที่จะเข้าใจเทวดา เทวดาคือรู้จักธรรมะ 2 ทเวธัมมา แล้วทำให้ธรรมะ 2 โดยเฉพาะทำให้ธรรมะ 2 ให้เป็นหนึ่งเสมอได้สำเร็จ นี่คือเป้าหมายของศาสนาพุทธ หมดทุกข์ ศาสนาพุทธคืออะไร คือหมดทุกข์ หมดความเป็นพิษภัยแก่อะไรทุกอย่างจะมีแต่ประโยชน์อย่างเดียว เมื่อเกิดมาเป็นคนได้อัตภาพเป็นคน แล้วเป็นคนที่ไม่มีพิษภัยแก่อะไรเลยนั่นคือสุดยอดแล้ว มีแต่ประโยชน์ให้แก่โลก จะอยู่ไปอีกนานเท่าไหร่ก็มีสิทธิ์ แล้วสามารถที่จะเป็น 0 ได้ ปรินิพพานเป็นปริโยสานได้ด้วย นี่คือสุดยอด เพราะฉะนั้นคุณจะสูญ ไม่มีนิรันดร ไม่มี อัตตา แล้วสูงสุดไม่มีพระเจ้าอยู่เหนือเราเลยเราเป็นศาสนาที่อิสระเสรีภาพที่สุด ศาสนาเทวนิยมไม่มีอิสระเสรีภาพสูงสุ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน