610816_รายการสำมะปี๋ซี่วิต ครั้งที่ 6 บ้านราชฯ.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2561
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์30 KB
วันที่แก้ไข27 สิงหาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

610816_รายการสำมะปี๋ซี่วิต ครั้งที่ 6 บ้านราชฯ อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1XfAeyhiiKtL_9sTECb-MrfWCJG4UTnHKjyPMdXN0lyw/edit?usp=sharing ดาวโหลดเสียงที่.. https://drive.google.com/open?id=1aVBK921Am8x_t6sQloQez40QmtnbSWEk พ่อครูว่า…วันนี้วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม 2561 ที่บวรราชธานีอโศก มีอะไรก็ว่ากันมาได้เลย _คุณใจแก้ว...วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ดิฉันแขนหัก ก็เลยไม่ได้มาที่ห้องปอกผลไม้ ก่อนนั้นดิฉันไปเหยียบหอย ก็นึกถึงคำพ่อครูว่า แม้แต่สัตว์เซลล์เดียวก็อย่าไปทำร้าย ใจก็ตกวูบเลย แต่ต่อมาก็ เหยียบอีก เป็นสองตัว นึกในใจว่า ขอโทษจริงๆแล้วไม่อยากเหยียบเลย แต่เมื่อมาทำงาน มันมีสละ 2 ลัง เทลังสุดท้ายออกมา มีตะขาบตัวใหญ่สีเลือดหมูยาว 5 เซนติเมตร เราหนี เราก็เลยสะดุดล้ม เอามือยันพื้นมีเสียงดังแป๊ก แล้วมือห้อยเลย ออกมาเห็นบอกมือพี่เข่งหักแล้ว ต่อไปจะไม่ได้ทำงานอีก ก็นึกเสียดาย ติ๋วบอกว่า ไปโฮ่งปัว ให้พยาบาลดู มันหลุดไม่ได้หัก มันไม่เคยเป็นมาเลย ตอนแรกไม่ปวดเลย เข่งก็ดึงไว้ พอสักพักมันดังกรึ๊บเลย ไม่ห้อยเหมือนเมื่อกี้แล้ว ไปโฮ่งปัว สุลี คุณนิตก็ช่วยกันดูแล มีน้ำใจมาก จากนั้นไปโรงพยาบาล หมอเอ๊กซเรย์ดูบอกว่าหลุดแล้ว แล้วทำไมมันเข้าไปได้แต่มันเบี้ยวหน่อย บอกว่าดึงเอง หมอก็บอกว่าเก่งจัง มันเข้าแต่เบี้ยวไปหน่อย หมอก็ช่วยต่อ จากนั้นก็ใส่เฝือก แต่ก็ทำงานได้อยู่ หมอว่าถ้าหัก 6 เดือน แต่ถ้าหลุดจัดเข้าที่ก็ 6 อาทิตย์ ตอนนี้ได้ 5 อาทิตย์แล้ว แต่ก่อนอยู่สันติฯ พ่อท่านบอกว่าพึ่งเกิดแก่เจ็บตายได้ ดิฉันก็ไม่ได้ซาบซึ้งเท่าไหร่ พึ่งตายได้ แต่พึ่งเจ็บพึ่งแก่ไม่แน่ใจ แต่พ่อท่านหมอว่า อายุรวมแล้วตอนนี้ 50 ปี พ่อครูว่า...เครื่องมันรู้ได้ไงนะ เขาคงวัดองค์

อ่านต่อ

รวมของร่างกาย เดี๋ยวนี้การแพทย์เขาเก่งก็รวมค่าเฉลี่ยมา อายุเท่าไหร่ เหมือนกับ การวัดฟอสซิล หาค่าของมันได้ ว่าอันนี้อายุกี่ปีๆ ล้านปีเขาวัดได้ คนนี้อายุแค่ 100-200 ปีก็วัดได้ _คุณใจแก้วว่า..แต่ก่อนอยู่สันติฯก็ยังไม่ได้รู้สึกซาบซึ้ง เขาบอกว่าอยู่สันติฯก็ดูแลกันดี ศีลสนิทก็ว่า จะมาช่วยดูแลจะช่วยซักผ้าให้นะ เห็นน้ำใจการพึ่งแก่เจ็บตายกันได้แน่นอน เราพิสูจน์แล้วพึ่งได้แน่นอนที่พ่อท่านพูดไม่เสียเวลาเปล่า จิตวิญญาณคนถึงเวลาแสดงออกได้ ล้มครั้งนี้ แขนมันห้อยแต่ใจมันปกติ รู้อย่างเดียวว่าอย่าหักก็แล้วกันงานรออีกเยอะแยะ ใจมันก็ไม่ทุกข์เบิกบานตลอด พี่สาวก็รู้แล้วว่าเดี๋ยวก็ล้มจักรยานเดี๋ยวก็แขนหัก เดี๋ยวก็ตะขาบไล่กัด เขาบอกว่าอยู่ไม่ได้ถ้าเจ้าที่ที่นี่แรงแล้ว เขาบอกว่า ให้ไปซื้อของไปเซ่นไหว้เสียบ้าง ดิฉันว่า เจ้าที่ที่นี่แรงอยู่แล้ว คือพ่อท่านพระโพธิรักษ์ แต่เขาคงคิดว่าเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น ก็รู้ว่าพี่สาวเป็นเทวนิยมเชื่อทางเจ้าแม่กวนอิม เราก็คิดว่าเป็นวิบากของเรา กรรมของเราอาจถึงเจ็บ แม้ไม่ถูกตะขาบกัด ก็แขนหลุด เคราะห์นี้ดี ทำให้เราได้ตรวจสภาวะว่าเราแยกกายแยกร่างแยกจิตได้ แล้วเราได้ทบทวนที่เราปฏิบัติ 7 วันนี้ มันทำไม่ได้แล้ว ต้องมาหัดกินข้าวมือข้างที่ไม่ถนัดคือด้านซ้าย มันก็ทำงานได้เหมือนกัน คิดว่าที่พ่อท่านสอน แม้ไม่ถึงเวลาอย่านึกว่าไม่มี พอถึงเวลาจะได้รับสิ่งที่เราทำ พ่อท่านสอนถูกทางทุกอย่าง เกิดเรื่องนี้ทำให้เราเห็นอสุภะในตัวเอง แขนเราข้างนี้ดำข้างนี้ขาว เราต้องดูอสุภะก่อนที่เราจะตาย เนื้อนี้ก็เหมือนเราตอนตายนี่แหละ ประทับใจคุณหมูและอีกหลายคนที่ช่วยดูแล

_คุณน้อมยอดธรรม..ในอดีตที่ผ่านมา ความทุกข์ความสุขไม่รู้เรื่องไปตามเขา ก็ไปแสวงหาหลายสำนัก มีเยอะแยะที่จะบอก แต่กลับมาก็เหมือนเดิม ชอบกินอะไรก็ตามใจ แต่นี่ถามดีกว่าว่า..จิต กายของเราที่เราไปดังนั้น มันเหมือนเด็กอนุบาลไปเรียนอนุบาลใช่ไหมคะ พ่อครูว่า...ใช่ ก็แสวงหา ความรู้ไม่พอ ตัดสินไม่ได้ก็แกว่งหาไป จนกระทั่งค่อยๆปฏิบัติมาค่อยๆสะสมสิ่งที่เป็นปฏิภาณปัญญาฉลาดขึ้น แล้วก็รู้จักเลือกตัดสิน รู้จักสรุปข้อมูล ก็ค่อยๆเข้าร่องเข้ารอย

สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน อินทรีย์กับพละต่างกันอย่างไร _น้อมยอดธรรม ปัจจุบันนี้มาโรงเรียนแห่งนี้ การศึกษาในโรงเรียนนี้ได้ 16 ปีแล้ว ยังไม่มีความลังเลสงสัย 10 ปีแล้วยังไม่เคยกลับบ้าน ลูกตามมาก็ไปสบายแล้ว ที่เหลือก็อิสระแก่เขา เราก็มาเรียนศึกษาในคำสอนแล้วก็ศึกษา รูปนาม ก็เข้าใจพอไปได้ ถามว่า อินทรีย์ 5 เรากินอะไรเราก็ผ่านได้ แล้วพละ 5 นี้มันมากกว่ามันเข้าไปถึงจิต พ่อครูว่า... พละเป็นพลังงานที่สูงกว่าอินทรีย์ จบเรียกว่า พละ หรือผลสุดท้าย แต่ละคนมีประสบการณ์ของตัวเองก็มีเรื่องเยอะ เหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัย นิทานคือเรื่องราว Story มันมีเยอะ สะสมมาแล้ว จึงพิจารณาเห็นข้อด้อยข้อดีของชีวิต กรรมกิริยาของเรา แค่ของเรามันก็เหลือที่จะศึกษาแล้ว ของคนอื่นอีกเราก็เห็นคนนั้นคนนี้ มันก็ยิ่งมีข้อมูลต่างๆทำให้เราได้เปรียบเทียบศึกษา แล้วก็มันสำคัญอยู่ที่สลับไปสลับมา เราคิดว่าอันนี้มันดี อันนั้นมันด้อยแล้ว แต่เมื่อผ่านไปมันก็อาจจะมีดีอีกมุมเหลี่ยม มันเป็นสภาพเชิงซ้อน หมุนรอบเชิงซ้อน ทำไมวนกลับไปมา ซ้ายขวาเหมือนเดิม แต่มันไม่เหมือนเดิมที่มันสูงขึ้นเหมือนก้นหอยที่วนสูงขึ้น นี่แค่ไม่มากมิติเท่าไร มันมีความซับซ้อน มีความวนอยู่ สอดในอีก เรายิ่งรู้เป็นรอบๆอีก ที่เรารู้เป็นรอบๆจะเป็นแกนหลักให้แก่เราเป็นตัวตั้ง แล้วจะมีความเจริญที่เป็นความเคลื่อนที่ ที่พูดนี้อาตมาก็ยังไม่เก่งใช้ภาษาสู่ฟัง แต่พวกเราพอใช้ได้ อธิบายให้ฟังก็พอรู้เรื่อง แต่ถ้าอธิบายเก่งกว่านี้ คนที่ฟังไม่รู้เรื่องก็อ๋อเลย แต่พวกเราสะสมความเก่งในการฟังนำหน้าอาตมาก็เลยค่อยยังชั่ว

_ด.ญ.น้ำมนต์...โลกีย์กับโลกุตระแตกต่างกันตรงไหนคะ พ่อครูว่า..น้ำมนต์ต้องฟังอย่างนี้ก่อน แต่ก่อนนี้สอนดูดี ระหว่างโลกียะกับโลกุตระ ยายก็สอนมา ขั้นแรกโลกีย์กับโลกุตระคือ ดื้อซนกับไม่ดื้อไม่ซน โลกียะก็เถียงผู้ใหญ่ไม่เคารพผู้ใหญ่ โลกุตระก็เคารพผู้ใหญ่ไม่เถียงผู้ใหญ่ เข้าใจไหม แล้วต่อมาใจเรานี่ เราก็จะเอาดั่งใจเรา ใจเราก็จะเอาให้ได้ดังใจเราอย่างนี้เป็นโลกีย์ เราก็อย่าไปเอาตามใจเรา ใจเราต้องการทำใจให้ได้ดั่งใจมันเห็นแก่ตัว มันจะเอาแต่ใจตัว ความรู้นี้เป็นโลกุตระ ความเข้าใจนี้เป็นโลกุตระ เอาแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน

พ่อครูว่า… SMS วันที่ 15 สค. 2561 (พุทธศาสนาตามภูมิ)

_8498..25นาทีตีระฆัง1ทีอีก5นาทีตี2ทีให้พ่อได้พักครับ

_3867 ถึงข้อความประจำของคนโลกเงียบจะหายไป!แต่ตัว ยังทำงานศิลป์หน้าจอบุญนิยมฟังธ.พ่อครูทุกวัน!เก็บเงินซื้อเครื่องช่วยฟังฯใหม่ได้เมื่อไร?จะกลับมาส่งคำ ธ.เช่นเดิม!มนุษย์หูเทียมน้ำพักน้ำแรงตัวเอง!

_แหม่ม สวิส · ติดตามผ่านมือถือก็ฟังผ่านบราวส์เซอร์ และสามารถฟังแบบพื้นหลัง ไม่ต้องแสดงบนหน้าจอให้เปลืองแบต เสียงชัดเจนดีค่ะ http://54.169.159.131:8000/;?type=http&nocache=75

_ฝากฟ้า นาวาบุญนิยม · จัดรายการแบบนี้สุดยอดเลยค่ะ

_สีดิน ลี· กราบนมัสการพ่อครูค่ะ ชอบรายการแบบนี้มากๆ ขอให้มีรายการแบบนี้นานๆ คิดถึงสิกขมาตุกล้าข้ามฝัน วันนี้ท่านมาแล้วมาร่วมรายการด้วย ดีใจจังวันนี้พ่อครู ท่านสมณะ ท่านสิกขมาตุได้ร่วมรายการ ยอดเยี่ยมมากๆ ดับสักกายะออก คือดับกิเลส ฆ่าสัตว์โอปาปาติกะ(การเกิดกิเลส)ออก ท่านติกขวีโรท่านสรุปได้ถูกใจมากๆ ดิฉันสรุปว่าเมืองไทยคือมหาอำนาจทางอาหารค่ะ พ่อครูว่า…ลึกไปกว่านั้นอาหารมี 4 อย่าง กวฬิงการาหาร อาหารคือคำข้าว คนต้องกินตลอดชีวิต มีกิเลสผสมอยู่ในนั้นเยอะ พระพุทธเจ้าตรัสไว้การปฏิบัติที่ไม่ผิด อปัณกปฏิปทา เป็นข้อกลางเลย โภชเนมัตตัญญุตา มีทั้งอุปโภคและบริโภค การบริโภคถาวรเพื่อต้องอาศัยมากกว่าอุปโภค เรื่องกินนี้ตัวการใหญ่ที่จะปฏิบัติธรรมจนบรรลุอรหันต์ จนเป็นพระโพธิสัตว์จนเป็นพระพุทธเจ้าก็ต้องกิน เป็นผัสสะ คนที่ไม่มีผัสสะไม่มาพิจารณาอาหารตามที่ท่านสอน จะเป็นอุปโภคหรือบริโภคก็ตามโดยเฉพาะการบริโภค ผู้ใดเข้าใจได้ ปฏิบัติการสภาวะเกิดจากตาหูจมูกลิ้นกาย ใจเองก็ตาม แยกได้ชัดเจน แล้วลดกิเลสที่มันมาทาง ตาหูจมูกลิ้นกายใจ รู้กิเลสมันเกิดอาการ หยาบ กลาง ละเอียด ลดละด้วยวิปัสสนาญาณอย่างไม่กดข่ม กิเลสจะลดหรือดับได้ ยิ่งทำได้สมบูรณ์แบบก็ดับสนิท คนปฏิบัติได้ผลจะมีสภาวะในตัวเอง เป็นนามธรรม ไม่มีรูปร่างสีสันแต่เป็นอาการที่เราจับได้รู้ชัด จะรู้ว่าอาการอย่างนี้คืออันนี้

_สุนงค์ อิทธิไพบูลย์ · ดีใจที่ได้รับทราบ พ่อครูพูดถึงข้อความที่ได้กล่าวในทำนองรำพึงกับตัวเอง เมื่อวันที่ได้รับฟังคำเทศนาในวันที่พ่อครูเทศน์ที่ปฐมอโศกค่ะ เป็นปลื้มสุดๆที่พ่อครูเห็นและกล่าวถึง สาธุ ๆ ๆ

_เล็ก มณีรัตน์ · ถ้าประเทศชาติ มีผู้บริหารที่มีใจพอ เอาอย่างอโศก ประชาชนคงสุขสำราญถ้วนหน้าเหมือนกันนะเจ้าคะ

_บุญชัย ตั้งสำราญจิต · ติดตามเสมอๆทุกโอกาสครับ

_ນາງ ເກດມະນີ ສຸກສະຫວັນ · ກາບນະມັດສະກາບພໍ່ທ່ານຂ້ານອ້ຍສັດທາພໍ່ທ່ານຢ່າງສູງ (นางเกจมณี สุขสวรรค์ กราบนมัสการพ่อท่าน ข้าน้อยศรัทธาพ่อท่านอย่างสูง)

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ทำไมคนเราต้องทะเลาะกันด้วย _ด.ญ.น้ำมนต์ ทำไมคนต้องทะเลาะกันคะ พ่อครูว่า...ก็เพราะว่าคนก็ยังฉลาดไม่พอ ยังโง่อยู่ ไม่รู้ว่าการทะเลาะกันมันไม่ดี น้ำมนต์ว่าการทะเลาะกันมันดีไหม ...ไม่ดีค่ะ พ่อครูว่า ที่เขายังทะเลาะกันอยู่เพราะ 1. เขายังไม่ฉลาด 2. เขารู้แล้วว่าการทะเลาะกันไม่ดี แต่กิเลสเขามี จึงห้ามไม่ได้กิเลสมันแรง เราก็เรียนรู้ว่ากิเลสมันเป็นตัวชั่ว มันมีเนื้อเราก็ยังชั่ว มันพาให้เราทำไม่ดี ต้องมาเรียนรู้ทำให้เกิดพลังงานเป็นยาพลังงานสะอาด พลังงานจิตจะมีปัญญา พลังงานที่มันเกิดสิ่งนี้ พยายามฝึก ศึกษาปฏิบัติ พลังงานฉลาดเป็นปัญญาที่เกิดจริงมีอำนาจทำให้พลังงานกิเลส กิเลสก็เป็นพลังงาน กิเลสก็สู้ไม่ได้พลังงานปัญญามันเหนือกว่า เราจะรู้ว่าเรามีพลังงานปัญญา จำไว้เลย พลังงานปัญญาเกิด ปั๊บ พลังงานกิเลสตัวนั้นมันลดเลยทันที ไม่ต้องไปทำอะไร อย่างรู้ๆไม่ได้กดข่มนะ มันเห็นอาการกิเลสลดเลย อ่านให้ดี พลังปัญญาเป็นเช่นนี้ พลังกิเลสจะลดถอยเลยไม่ต้องกดข่ม ต้องแยกกดข่มกับรู้ด้วยปัญญาด้วยความรู้ จะมีฤทธิ์ต่างกัน กดข่มทำให้มันลดได้แต่มันไม่สู้ปัญญา ปัญญาฉลาดอันนี้มันดับหายไปเลย พยายาม นี่ใช้ภาษาไทยอธิบายง่ายๆละเอียดๆนะ เราจะได้ฉลาดว่านี่พลังปัญญานี่พลังเจโตกดข่มไว้ พลังสะกดจิต พลังที่ใช้แรงดันไว้เฉยๆ ไม่ใช่พลังที่เฉลียวฉลาดรู้ทัน พลังงานชั่วพลังงานกิเลส แล้วพลังงานกิเลสมันก็ลดทันทีเลยไม่ต้องทำอะไรมันกลัว หงอ จางคลายไปเลย ยิ่งพลังปัญญาเรายังมีฤทธิ์แรง กิเลสยิ่งหายไปเลย ปัญญาท่านใช้คำว่าอุตระ มันเหนือโลกีย์เหนือความชั่วเลย ปัญญาจะคู่กับสติ สติปัญญา คู่กันเหมือนคู่หู สติ คือความตื่นรู้สัมผัสตาหูจมูกลิ้นกายรู้ สติแค่ภายในก็แคบ แต่สติตื่นรู้ทั้งทวารนอกทวารในก็ครบกว่า คนเก่งสติแต่หลับตาภายใน แต่พลังสติ ออกมารับสัมผัสภายนอกรู้ๆอย่างลืมตาเหมือนพระพุทธเจ้า อาตมาก็พอมีบ้าง เรียกว่า ชาคริยะ แปลว่าตื่น ในอปัณกปกิปทา 3 สํารวมอินทรีย์ 6 โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ เป็นสามเส้า ของการปฏิบัติที่ไม่ผิด ต้องมีสัมผัสทางทวารทั้ง 6 ถ้าไม่มีสัมผัสก็ผิด ก็มีสัมผัสหกแล้วก็เกิดการปรุงแต่งในเครื่องอุปโภคบริโภค ก็แยกแยะธรรมะวิจัยให้ออก แล้วก็ทำให้จิตตื่นขึ้นเรื่อยๆ หมายความว่ามีพลังงานที่ทำให้กิเลสมันลดลงแล้วก็รู้ตื่น แทนที่จะดับหรือจม ดิ่งไม่รู้ แต่เป็นผู้รู้ตื่นเบิกบาน ชาคริยะ เป็นตัวกิริยาของพุทธ ชาคริยะคือมรรค พุทธะ คือผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นผล เกร็ดดินว่า...เขาใช้คำว่าสติสัมปชัญญะปัญญา พ่อครูว่า..ยังมีภาษาอีกเยอะ อาตมาค่อยอธิบายแทรกค่อยๆไป ตัวเองมีปฏิภาณของจริงมีธาตุรู้ที่เจริญ เข้าใจแล้วเหมือนเรามีเนื้อยา เมื่อเอาชื่อยามา แปะ ก็รู้เลยไม่ต้องท่อง มันจะจำได้ทันที _ปลา...เห็นเด็กๆวิ่งเล่นไปมา พ่อท่านว่า ให้เขามาเถอะมันจะได้ติดชิปไว้ มันอยู่ในสัญญาใช่ไหมคะ จะถามว่าวันแม่ก็ผ่านมาแล้ว ก็ระลึกถึงพระคุณของแม่ที่เป็นผู้ที่ชี้นำทางให้เข้ามา อยู่ในหมู่กลุ่มของชาวอโศก ตัวเราเองไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกทางวัตถุทำให้แม่ ถามว่าเราจะมีวิธีกตัญญูกตเวทีต่อแม่อย่างไร พ่ อครูว่า...เราไม่มีสมบัติวัตถุก็ให้ความรู้ความถูกต้องทางทิฏฐิ ความเห็นเข้าใจทุกทางสัมมาทิฏฐิแล้วก็จนกระทั่งที่สามารถปฏิบัติตนให้มีสมาธิสัมมาปฏิเวธ นี่คือทรัพย์ที่แท้ เราจะไปบังคับไม่ได้ 1 เรื่องของบารมีของคน ศาสนาพุทธไม่บังคับมีอิสระเสรีภาพ ถ้าไม่ดีไม่พอใจก็ปล่อยไปก่อน ถ้าผู้ที่เราเป็นพ่อแม่ ต้องสัมพันธ์ให้ดีก็ต้องพยายามบ้าง เป็นธรรมชาติ แต่ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเลยจะไปพยายามเข็นเขาอย่างไร คนบางคนไม่มีประโยชน์ต่อกันหรือบางทีเป็นโทษด้วยไปเข็นก็เสีย ต้องคนที่มีความสัมพันธ์กันที่พอจะศรัทธาต่อกัน ให้กันได้ เรื่องสามัญสำนึกเป็นสามัญ ง่ายๆจะโน้มไปทางเจริญดีอยู่พอสมควร จึงต้องส่งเสริมให้ลดละให้ทวนกระแส น้อมไปในทางที่ดีก็ดีอยู่แล้ว ให้ทวนกลับ ให้ความรู้ที่บางทีมันมีมุมไม่ดีนะ แต่ไม่ดีนี้สูงกว่าเก่านะ จะมีลักษณะอย่างนี้ _คุณสาธิตว่า...แต่เดิมเราถูกกิเลสขี่ แต่ต่อมาเรามาขี่กิเลส ก็ไม่ไปทำร้ายมัน มันก็อยู่ของมันไป พ่อครูว่า...เข้าใจสภาวะก็สื่อความชัดเจน ผู้รู้จะเห็นว่ามีสภาวะชั้นนั้นชั้นนี้

_ใบฟ้าฝากถาม..มวลพุทธบริษัท 4 สมัยพระพุทธเจ้า กับสมัยของพระโพธิสัตว์ ทำอย่างไร ที่จะกู้ศาสนาให้ถึงห้าพันปีได้ มีความแตกต่างกันอย่างไร พ่อครูว่า...คำถามนี้ก็ถามย้อนกลับไปว่า ใครที่รู้ว่าจะทำอย่างไรก็บอกอาตมา อาตมาจะได้ทำอย่างนั้นให้สำเร็จ อาตมาพยายามใช้ความรู้ของตัวเองอย่างสุดไม่ออมมือ ให้ศาสนาพระพุทธเจ้าสมณโคดมไปถึง 5,000 ไม่ได้ออมมือ เท่าที่มีภูมิปัญญาปฏิภาณ ก็ตอบเข้าเป้าว่าทำอย่างอาตมา ทำเต็มที่เป็นแต่เพียงว่าอย่าให้มันเสีย จนเราทรุดเสื่อมตายก่อนควร หรือว่าเจ็บป่วย ทำงานไม่ได้ เป็นปฏิปักษ์ต่อการทำงานหรือตายเร็ว อาตมาดูว่าอาตมายังไม่ควรตาย ร่างกายยังแข็งแรง ยังไม่ถึงกับเป็นภาระใคร ช่วยตัวเองได้ดีมากแล้วก็ยังไม่ควรตาย เมื่อใดที่อาตมารู้ว่าตอนนี้ไม่ไหวแล้วมันไม่คุ้มกัน เราอยู่ก็เป็นภาระคนอื่นมากเกินไป ไม่ว่าจะต้องทำต่อก็ต้องมาเกิดใหม่ ตายก่อนแล้วมาเกิดใหม่ จะต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นก็ไม่เป็นไร แต่ทำไมต้องตายก่อนมาเกิดใหม่ เกิดใหม่ต้องใช้เวลามาก จนกระทั่งอวัยวะอาการ 32 เราโตพอจะใช้ได้ มันก็เสียเวลา ต้องคิดครม.หรน.ให้ดีที่สุด ไม่ได้แกล้งไม่ได้ออมมือในความเก่งและไม่ได้ทำเกินเลย ก็ให้ไม่ over ให้พอเหมาะพอดี

_คุณต้องตาย...ตอนเด็กๆดิฉันมีความกลัวในใจ คิดว่าผีไม่มีความกลัวก็หายไป แต่พออายุมากขึ้นอายุ 50 กว่า ความกลัวมันมาอีก แล้วมันก็นอนไม่ได้มา 5-6 คืนเป็นสัปดาห์กว่าจะนอนหลับ ร่างกายเรามันอ่อนแอ เมื่อไม่สบายก็คิดถึงผีอีก แต่พอฟังธรรมะพ่อครูบอกว่าผีไม่มีความกลัวนั้นก็หายไป พ่อครูว่า...ผีอย่างที่ว่ามีคืออะไร ผีที่ว่าไม่มีคืออะไร _ต้องตาย...เมื่อความกลัวหายไปดิฉันเห็นคนที่แก่มากเขาจะกลัวลูกหลานทิ้ง กลัวโน่นนี่ ถามว่า ดิฉันแก่ไปจะเป็นอย่างนี้ พ่อครูว่า...รับรองแทนคุณไม่ได้หรอกจะต้องชัดเจนในปัญญาความรู้ความเข้าใจของตัวเอง ให้อาตมาตอบแทนไม่ได้หรอก ตราบใดที่คุณยังเรียนอยู่ในหมู่ พวกเราให้สัมมาทิฏฐิที่ถูกต้องอยู่อย่างนี้ คุณไม่ต้องกังวลหรอก แม้คุณจะกลัวผีอีกพวกเราก็จะรุมบอกคุณ การกลัวผีมันชัดเจนในพวกเรา แม้แต่พวกเด็กเล็กก็ไม่กลัวศพกลัวผีอะไร ศพในศาลาตั้งไว้พวกเราก็ไปมาๆ ไม่มีกลัว ไม่เกิดมโนมยอัตตาเห็นผีหลอก ชัดเจนว่าพวกเราไม่มีใครเห็นผี ไม่เกิดปรากฏการณ์นั้นเลยแสดงว่า อุปาทานมันไม่มีจริงๆ คนที่มีที่เห็นก็คืออุปาทานมันยังมี คือมโนมยอัตตา มันยังมีตัวมีตนยังมีจริงๆ คนที่เห็นว่าผีมันไม่มีจริงๆ ชัดเจนจริงๆ หมดแล้วเพราะว่าผีแบบนั้น จริงๆแล้วมันไม่มี มันมีแต่สภาพกิเลสของเรานี่แหละคือผี หยาบ กลาง ละเอียดนี่มีแน่ ชัดเจน คุณต้องตายว่า...มีคนบอกว่าแก่แล้วจะกลับมาเป็นอีก ตอนนี้ดิฉันชัดเจนว่าไม่กลัว พ่อครูว่า..หลงอย่างไร อยู่ในหมู่อโศกก็ไม่ต้องกลัวหรอก

_แก้วบุญ...ถ้าเกิดว่าทำงานแล้วแลกกับของจะได้กุศลไหมคะ พ่อครูว่า...ทำงานแลกเอาของไม่ได้กุศลหรอก สั้นๆชัดๆ เพราะฉะนั้นทำงานแล้วอย่าไปอยากได้อะไรตอบแทน

_คุณเทียนดิน...เมื่อวันแม่ บ้านโยมมีต่อรังใหญ่ แต่ไม่รู้มีใครมาบอกให้มีคนมาเอาไป โยมก็ห้ามไม่ให้เขาเอา แต่เขาว่าไม่ได้ มันจะไปต่อยเด็ก โยมก็ว่า มันอยู่มาตั้งนานไม่เห็นมีอะไรเลย เขาก็ว่าปิดไฟๆ แล้วต่อมามันก็ตายทั้งรังเลย โยมทำใจไม่ได้โยมจะมีส่วนบาปกับเขาไหม ที่ไม่ช่วยปกป้องเขา โยมกลัวบาป พ่อครูว่า...อย่าไปทะเลาะกันจะเป็นวิบากทั่วไป เหมือนงูกินเขียด เราเอาเขียดออกจากปากมัน วิบากงูมันซัดมันอีก เขาจะปองร้าย เราก็อย่าไปเพิ่มวิบาก

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ความหลากหลายของเจโตกับปัญญา _หนึ่งฟ้า..ดิฉันมีคำถามสองข้อ ว่าจะเกี่ยวพันกันหรือไม่ 1 คำว่าเจโตกับปัญญา ความเข้าใจของคนมีหลากหลาย ดิฉันเข้าใจคำว่าเจโต แปลว่าความสามารถในการรับมือกับ ผัสสะได้ดี ไม่เกี่ยวกับร่างกายทำงานแข็งแรงดีหรือไม่ เข้าใจถูกหรือไม่ พ่อครูว่า...ได้ พลังงานจิตเหนือกว่า รูป _คุณหนึ่งฟ้า..ที่ใดมีปัญญาที่นั่นมีศีล ที่ใดมีศีลที่นั่นมีปัญญา ที่ใดมีศรัทธาที่นั่นมีปัญญา ที่ใดมีปัญญาที่นั่นมีศีล แล้วที่ใดมีฌานที่นั่นมีปัญญา พ่อครูว่า… ศรัทธามีลักษณะ สเตตัส ส่วนปัญญามีลักษณะ static เป็นพลังงานบวกกับลบ _คุณหนึ่งฟ้า..การฟังพ่อครูพูด ความเข้าใจในการรับรู้ก็จะแตกต่างกัน นี่คือความปกติ แต่คือความปกติที่เกิดขึ้นที่ตามมา คนที่เป็นสายเจโต หรือสายปัญญา ส่วนใหญ่จริงๆเขาแยกแยะไม่ออกว่าตัวเองใช่หรือไม่ใช่ บางคนมีปัญญาเยอะ ก็นึกว่าตัวเองเป็นสายปัญญา ดิฉัน เข้าใจว่ามันเป็นความเข้าใจผิด ปัญญาที่จะมีได้คือปัญญาในทางธรรมะที่เป็นสัมมาทิฏฐิ จนสามารถเข้าใจเรื่องราวชัดเจนว่า ตัวปัญญาเกิดอย่างไร เช่นสัมมาทิฏฐิใน อนาสวะ 6 เกิดจาก ปัญญา ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ องค์แห่งมรรค สัมมาทิฏฐิ ไม่ใช่ปัญญาที่เกิดจากการฟุ้งซ่าน ดีแต่หาเรื่อง ทำให้เกิดการวินิจฉัยผู้คนที่เกี่ยวข้องเป็นคนละแบบ พ่อครูว่า..เอาลักษณะตัวเองที่สมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นเจโตหรือปัญญา คือมันมีอยู่ รู้ด้วยปัญญาก็หยุด รู้ด้วยเจโตก็หยุด ดูนัยยะที่หยุดว่าเราหยุดอย่างนิ่งหรือรู้ครบทั้งตาหูจมูกลิ้นกายรู้รอบถ้วน ส่วนเจโตหยุดแต่ไม่กว้างขวางไม่ออก มีแต่เข้า แต่ปัญญาจะมีกว้างออก มากขึ้น _คุณหนึ่งฟ้า...การฟังธรรมพ่อครูไม่ได้เหมือนกัน ก็เลยทำให้เกิดการไม่เข้าใจกัน ดิฉัน เข้าใจถือว่า สัจจะ 3 อย่าง คนส่วนน้อยที่ เข้าใจไม่ตรงกับหมู่ใหญ่ก็ไม่จำเป็นที่เขาจะเป็นผู้ผิด หากเข้าใจสัจจะ 3 อย่างก็น่าจะไม่เพ่งโทษกัน กลุ่มใหญ่เห็นเป็นส่วนใหญ่ ก็ถือว่าเป็นสมมติสัจจะที่ร่วมรับรู้กัน แต่ส่วนน้อยก็ไม่ได้ถือว่าเป็นสิ่งที่ผิด พ่อครูว่า..เจโตกับศรัทธามันอยู่ในกลุ่มเดียวกันแต่มีสองหน่วย ปัญญา=เจโต+ศรัทธา สองต่อหนึ่งปัญญาสู้ได้ ปัญญาเป็นอุตระ ปัญญากับเจโต เป็นสภาวะคู่ คู่นี้ยังอ่อนแอ หากเดี่ยวจะแข็งแรงกว่า เจโตกับศรัทธาต้องกอดคอกันถึงดี แต่ปัญญาเดี่ยวถึงอยู่ได้ ชัดเจนไหม

_คุณฝากฝัง...เราก็มีศรัทธามาก่อน ฟังธรรมแล้วใช้พลังเจโต ฝึกฟังธรรมบ่อยๆ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็พยายามระลึกสิ่งที่ทำมา ทำให้เห็นว่า ใครมองเราว่าสายเจโต ตัวเองไม่ค่อยพูดและทำอย่างเดียวก็เห็นพลังที่เราสะสมมาก็พลัง เราไม่ทิ้งสิ่งที่เราฟังธรรมะแล้วเอามาปฏิบัติ ฟังบ่อยๆแล้วจะเกิดปัญญาใช่ไหม พ่อครูว่า...ใช่ ก็จะสะสมข้อมูลเพิ่มขึ้นและมีพลังงานในจิต เพ่งหลุดได้เร็ว เจโตต้องใช้พลังงานในการหยุด ปัญญานี้ไม่ต้องออกแรง แต่มีพลังงานที่จะหยุดได้

_คุณฝากฝัง...เรื่องผีดิฉันก็พิสูจน์มานานแล้วว่าไม่มี ฝึกตื่นเช้าก่อนเพื่อนก็มาศาลาแต่เช้ามืด บางทีก็มีโลงตั้งอยู่ ไม่เคยเห็นผีเลย พ่ อครูว่า...อุปาทานที่ยึดว่าเห็นผีมันมีจริง แม้เราไม่เชื่อแต่จิตใจลึกๆที่เป็นอนุสัยมันออกมาทำงาน เรานึกว่าข้างนอกเราไม่กลัวแต่มันเห็นได้ ก็แปลว่าปัญญายังไม่ถึง สายศรัทธาข่มเก่งก็ไม่เห็น แต่สายปัญญาชัดเจนก็ไม่มีไม่เห็นได้ รู้ว่า มันเป็นอุปาทานเป็นมโนมยอัตตา ด้วยจิตใจที่มันปรุงแต่งขึ้นมาเองซึ่งแท้ๆมันไม่มี อาตมาเรียนทางสะกดจิตมา สั่งว่าไม่ให้เห็นมันก็ไม่เห็น แต่สั่งให้เห็นทั้งที่ไม่มีมันก็เห็น เราก็เลยรู้ว่าอุปาทาน ที่มีให้ไม่เห็น ที่ไม่มีให้เห็นได้ก็ทำได้ จิตมันสร้างนิรมาณกาย ปรุงแต่งระหว่างธาตุรู้กับอีกสภาวะหนึ่ง เกิดมาเป็น 2 ปั้นในจิตเป็นตัวตนรูปร่าง นางพรายสมสู่กับผีนางพราย มีจริงๆเลย อย่างอาตมารักษา เด็กผู้หญิงคนหนึ่งสมสู่อยู่กับพรหมก็รักษาได้

คุณสาธิตว่า...การอ่านอาการสภาวะปัจจุบันนั้นสำคัญมาก พ่อครูว่า....ใช่ _คุณฝากฝัง...เมื่อก่อน เห็นกามพยาบาทเรามาก แต่ตอนนี้มันเฉยๆ ทุกวันนี้จะใช้ การทำงานในการเพิ่มสัมประสิทธิ์ตัวเอง ใช้นาม 5 เวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ พ่อครูว่า...หากชัดเจนในนาม 5 นี้ ต้องมีผัสสะ แล้วทำ เวทนา สัญญา เจตนา _คุณฝากฝังว่า...เรามุ่งหมายทำงานให้สำเร็จก็สำเร็จ รู้ความเป็นจริง

_คุณสุวิดา … วันนี้ อยากจะบอกพ่อครูว่าหนูชอบรายการสำมะปี๋ซี่วิต เพราะว่าปกติฟังรายการปกติ ถีนมิทธะจะแรงมาก พ่อครูว่า….มันไม่มุ่งหมายอยู่ตรงนั้นแรง มันมีชีวิตชีวา _คุณสุวิดา...เห็นเด็กจับไมค์แล้วพูดได้ คำถามมีเยอะ วันนี้ถามว่า...เวลาเจอปัญหาแม่ก็จะบอกว่าช่างมันเถอะลูก พอเราอยู่ไปเหมือนแม่ฝังชิปให้เรา เมื่อเกิดอะไรก็ช่างหัวมัน พอหนูเข้ามาอยู่ที่บ้านราชฯ ก็บังเอิญว่าไปทำงานกับสิกขมาตุเป็นหญิง แตนมันต่อยหนู คำแรกที่หนูอุทานคือ ยอมแล่ว… โดนสามจุด คงทำให้หนูจะมาอยู่บ้านราชฯต้องยอม

_คุณรุ้งเริงธรรม... จะเป็นคนหนึ่งที่จะย้อนไปฟังธรรมะพ่อท่านเทปเก่าๆ พบว่าเมื่อปี 2535 พ่อท่านได้กล่าวถึงเห็นกายในกายธรรมะ 2 แล้ว แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดลึกขนาดนี้ จะได้กล่าวอย่างกระชับตรงนั้นไปแล้ว _คุณรุ้งเริงธรรม เป็นคนหนึ่งที่ดูหนังมหาภารตะ ไม่นับตอน พอๆกับฟังธรรมะของพ่อท่านเลย เหตุที่ดู เพราะจะเก็บเกี่ยวศิลปะจากเรื่องนี้ เป็นเรื่องลึกซึ้งละเอียดอ่อนหลายชั้น ที่เป็นหัวใจสำคัญก็คือ มหาภารตยุทธ มีพระกฤษณะ ดูเมื่อไหร่ก็จะเห็นหน้าพ่อท่านลอยมาทุกครั้ง พระกฤษณะบอกว่าหากจะลงโทษคนชั่วต้องให้อภัยเขาก่อนต้องเสียสละให้ได้เพื่อให้โลกกลับมาอยู่อย่างสมดุล ดูเรื่องนี้เหมือนฟังเทศน์ของพ่อท่าน พระกฤษณะจะมีการชี้นิ้วตลอด จะมีจักษุราจันทร์มาจากฟากฟ้าอาวุธใดในโลกนี้ก็สู้ไม่ได้จะมาเพื่อลงโทษเพื่อฆ่าคนชั่ว แต่อีกนัยหนึ่งเพื่อไม่ให้เขาทำบาป ถ้าปล่อยให้เขาพูดและทำในพฤติกรรมนั้นต่อไป ได้เตือนแล้วให้สำนึกแล้ว รุ้งฟังเทศน์พ่อท่านได้ฟังคำว่า บรรลัยจักร รู้สึกว่าคำนี้เป็นคำพูด อยากให้พ่อท่านอธิบายคำนี้ว่ามีความหมาย ที่แตกต่างหรือเหมือนจักษุราจันทร์ พ่อครูว่า..ที่พูดมานี้อาตมาไม่เคยดูเป็นเรื่องเป็นราวเลยสักตอนเดียว บรรลัยจักร ความหมายที่ชัดง่ายๆก็คือ มันฉิบหายใหญ่ อาตมากำหนดหมายคำว่าบรรลัยจักร บรรลัยคือมันแหลกราญ จักรคือพลังงานที่ทำให้มันแหลกลาญ บรรลัยแล้วจักรยังอยู่ย้ำซ้ำไม่เหลือซากเป็นเรื่องหนักหนาสาหัส อาตมาใช้คำว่า บรรลัยจักรนี้กับใครคนนั้นหนักมาก

_คุณไม้ร่มว่า...มีคืนหนึ่งมีญาติธรรม มาจากที่อื่นขับรถมากัน 2 คน เมื่อถึงหน้าบ้านก็โวยวายร้องไห้ให้ผมออกมารับหน้าบ้าน ผมก็เอาไปใช้ออกมารับ เขาตัวสั่นงันงกบอกว่าเดินไม่ไหว บอกว่าเขาเจอผี ตอนขับรถผ่านเฮือนสุดชีวิต เขาบอกว่าเจอผีจริงๆ เดินเปลือยกายอยู่กลางถนนแล้วไม่หนีรถด้วย ...ผมก็ปลอบ และวันรุ่งขึ้นก็พาไปบอกคนนี้ที่เขาว่าเป็นผี คือลุงเอี๋ยว ว่าใช่ นี่ก็ผีตัวจริง เขาไม่กล้าลงจากรถเลย พ่อครูว่า..เจ็กเอี๋ยว เขาก็นอนอยู่ป่าช้าที่เมรุนั่นแหละ แก้ผ้าด้วย ก็เห็นจริง เขานึกว่าคนจริงๆไม่เป็นอย่างนี้หรอกแต่เป็นของจริง

สื่อธรรมะพ่อครู(วิปลาส) ตอน ผีถ้วยแก้วคืออะไร _ปรีชา..เมื่อสมัยตอนนายเบ็นอยู่ปีหนึ่ง มีเด็กมาล้อมรอบผมและขอให้ทำกับผีถ้วยแก้วให้ดู ผมว่าผมเขียนหนังสือไม่ได้ เขาก็ว่าจะเขียนให้ ผมก็ไม่รู้จะไปปรึกษาใคร ที่ห้องสมุดนั้น ตกลงเขาก็เดินผีถ้วยแก้วกัน เด็กม. 1 ผู้ชายประมาณ 10 กว่าคนได้ แล้วมีคนหนึ่งที่เป็น ม. 3 อยู่ในเหตุการณ์ด้วยคนเดียว ก็เดิน

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน