620424 ช่วงธรรมะปฏิสันถาร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน : เราได้ฟังพ่อครูแล้วก็รู้สึกว่าธรรมะสัปปายะ เสนาสนะสัปปายะ อาหารก็รู้สึกว่าจะสัปปายะมากเลยนะ ที่นี้เราก็จะต้องเป็นคนที่มีสัปปายะในตัวเรานะ เพราะว่า หลายอย่างเนี้ยมันก็อุดมสมบูรณ์พรักพร้อม เหลือแต่ใจเราที่ยัง จะต้องทำให้สะอาดบริสุทธิ์ ดิฉันได้ลองฝึกดูนะ ฝึกปฏิสันถารที่พ่อท่านแม้มันทำไมเหมือนอยากให้พวกเราเป็นนะ ก็ลองฝึก ก็ยังไม่ถึงขั้นไปตามกระตืบกระต้อบนั้นหรอกนะถ้าเวลาขีจักรยานไปโรงปุ๋ย ไปไหนฉันจะทำหน้ายิ้มไว้นะ เมื่อก่อนหน้าเฉย จองไปโรงปุ๋ยอย่างเดียว หรือจ่องไป วบบ.อย่างเดียวจะไม่ทำหน้ายิ้มเลยนะ หน้าจะเฉย มันได้สัมผัสความแปลกนะ คือถ้าเจอคนงานเขาก็จะไหว้ เมื่อก่อนเขาก็ว่าจะไหว้คนที่รู้จัก นี่คนรู้จักไม่รู้จักถ้าเป็นคนงานรับเหมาเข้าก็จะไหว้ อยู่ในรถเขาก็จะไหว้ อ๋อเพราะว่าเรายืมให้เขานะ มันยิ้มจะยิ้มยังไงไม่ให้มันเกินไปเหมือนคนบ้าๆก็พอแล้ว ยิ้มกลางๆ แต่ก็ตอนร้อนๆก็ขี่จักรยานไปโรงปุ๋ยอีกรอบหนึ่ง เอ๋อรถเขาก็ชะลอ แล้วก็ยิ้มกับเรานะ เอ๋อเมื่อก่อนเราไม่เคยยิ้มไม่เคยมองคนในรถเลยนะ ไม่ได้สนใจคนในกระต๊อบ ก็ไม่ได้ทำหน้ายิ้มๆเลยนะ ผ่านหลังองค์พระเลยนะ รีบผ่านไปให้มีนไปหวิวเลยนะ จะได้ไปถึงเป้าหมาย
พ่อครู : เขาเรียก กระต๊อบ เหมือนกับที่บ้ามอซอๆ กระต๊อบๆ กระท่อมๆ กระท่อมมังสาวิรัติ
สิขมาตุกล้าข้ามฝัน : กระท่อม เขาก็นอนบ้างนั่งบ้างนะ เราก็ถ้าเป็นใจเมื่อก่อนแล้วก็จะผ่านไปเร็วที่สุดแล้วก็ไปสู่เป้าหมายของเรานะ เรามีภพไว้ข้างหน้าในอนาคต ตอนนี้ก็พยายามที่จะฝึกนะมันก็มีความสุขแบบ จะว่าเคหะสิตตะ หรือเนกขัมมะสัปปายะ มันก็ไม่ได้ติดใจตัวนี้เท่าไรนะ แต่ที่มาเล่าก็รู้สึกว่า เสนาสนะสัปปายะ ทำไมเราไม่เป็นบุคคลที่สัปปายะ เราน่าจะเป็นบุคคลสัปปายะกับสิ่งที่เราเจอ มันมีที่ไหนที่จะม
อ่านต่อ
ีน้ำตกรอบที่พัก มีคนเดินไปเดินมา เราวก็แค่ทำหน้าอมยิ้มนิดๆแล้วก็ใส่ใจในในปัจจุบันปัจจุบัน ปัจจุบันใส่ใจกับคน ที่ผ่านไปผ่านไปผ่านไป นี่มันก็เรียกว่าปฏิสันถารได้แล้วนี่นา ไม่ต้องทำอะไรมากนะ
พ่อครู : พูดอย่างนี้อาตมามาตรวจตัวเอง เอ๋ออาตมาทำถูกตามที่คุณว่่านี่ เดินๆไปก็อมยิ้ม อมยิ้มไป
สิขมาตุกล้าฝัน : ขนาดคนขายของก็ยังบอกว่าหลวงพ่อใหญ่มาทีไรยิ้มให้ทุกวันเลยว่างั้นนะ เขาพูดอย่างนี้จริงๆอ่ะแสดงว่าพ่อท่านทำหน้าแล้วเขารับได้ไหมเนี่ยหลวงพ่อใหญ่ยังยิ้มให้เขาเขาก็เลยเขาก็มีกำลังใจ เราก็ทำมันต่อไป ชาวอโศกก็มีบุคคลสัปปายะ ผ่านไปก็ยิ้มกัน ช่วยกันนะ ถ้าไม่มีคนอื่นกินเราจะลืมนะ ถ้าเราเจอคนยิ้มเราก็จะไม่ลืม เราช่วยกันนะ
พ่อครู : ต้องให้ท่านเพาะพุทธ จันทะเสฐโฑ ให้ท่านจันทร์มาบอกยิ้มอะไรของท่าน ในกลอนยิ้มของท่าน
สมณะเดินดิน : ก็แสดงว่า ในการได้อยู่ปัจจุบันทำให้ ยิ้มได้มากขึ้น ถ้าฟังสิกขมาตุพูด ถ้าใจคิดจะไปแต่โรงปุ๋ย อย่างเดียว ก็ลืมยิ้มให้อะไรแล้ว แต่เพราะว่าเราอยู่กับปัจจุบันนี่ ก็ยิ้มได้มากขึ้น ออกจากทิฏฐิ 62 ได้มากขึ้น เพราะทิฏฐิ 62 ก็คือพวกที่จมอยู่กับอดีตไปกับอนาคต เลยไม่ได้อยู่กับปัจจุบัน งั้นกว่าจะไปถึงโรงปุ๋ย ยิ้มได้หลายตลบเลย เพราะได้ผ่านกระท่อม ผ่านคน ผ่านอะไรต่างๆได้มากมาย
พ่อครู : คือใจคนที่หมดโศก โศกปริเทวะทุขโทรมนัสอุปปายาสะจริง ใจมันหมดอาการหมดอารมณ์นั้นจริงๆเลยงานจริงๆเลย มันไม่มีจริงๆ โศกเล็กโศกน้อยเศร้าเล็กเศร้าน้อยซึมเล็กซึมน้อย มันไม่มี อุปปายาสะ มันไม่มีอาการพวกนี้เลย มันมีแต่ความสดชื่น เบิกบาน มันมีแต่ความเบิกบาน อาตมาพูดความจริงจากใจตัวเองนะ อาตมาไม่เห็นมีอะไร มันมีแต่ความเบิกบานตลอดเวลา เมื่อไหร่ก็เบิกบาน นอนก็เบิกบาน หลับไปก็เบิกบาน ตื่นขึ้นมาก็เบิกบาน เจออะไรต่างๆนานา บางทีเจออะไรหนักๆหนาๆเหมือนกัน เราก็เบิกบานของเราเพราะ เขายิ่งหนัก เขายิ่งแย่ เขายิ่งโศก เรายิ่งจะไปสอบกับเขาอีก แล้วจะช่วยกันยังไง เราก็ต้องยิ่งแข็งแรง หญิงเอาสิ่งตรงกันข้ามกับเขา ช่วยเขาขึ้นมา
สมณะแสนดิน : ก็เห็นพ่อครูทำอย่างนี้แม้กระทั่งกับเด็กๆ เด็กที่กำลังร้องไห้นะครับ ร้องให้พระครูก็จะเข้าไปแล้วบอกว่านั้นเพลงเก่าแล้ว เพลงโบราณแล้ว ต้องมาร้องเพลงใหม่ ก็หัวเราะให้ฟังแฮ่ๆๆๆๆๆๆ พ่อครู : ไ่ม่ใช่หัวเราะแฮ่ๆๆๆๆ หัวเราะอย่างฮ่าๆๆๆๆ อย่างนี้ แฮ่ๆๆๆๆ เด็กจะไม่ใช่หรอก ทำเป็นหัวเราะให้มันเพราะๆหน่อย บอกเพลงร้องไห้นั่นมันเพลงเก่าแล้ว เขาไม่นิยมหรอก เขานิยมฮ่าๆๆๆๆๆ อย่างนี้ สมณะแสนดิน : เด็กได้เห็นก็จะทำหน้างงๆก่อน หยุดไปสักพักหนึ่ง พอพ่อครูเดินไปก็ร้องต่อ เป็นอย่างนี้แทบทุกคน แต่ก็เห็นถึงปฏิสันถารเนี่ยก็มีผลนะครับ ผมเองเมื่อเช้าก็กะว่าจะไปทำธุระนั่นแหละไปโรงปุ๋ยเสร็จแล้วก็กลับมาก็จะไปทำธุระแล้วมาเจอพระอาคันตุกะมา ถ้าปกติเราก็จะเจอก็ทักทายถ้านิดนึงแล้วก็รีบส่งต่อให้รูปอื่นทันที ส่งไปทันทีอะไรเงี้ย แค่นี้เราก็ส่งต่อ เห็นหลวงพ่อด่วนดีมาพอดี หลวงพ่อด่วนดีครับ หลวงพ่อฟ้าไทอยู่ไหม ก็รีบส่งให้หลวงพ่อด่วนดีแต่ก็คิดในใจอยู่ว่า อันนี้มันยังปฏิสันถารไม่ถึงที่สุดนะเนี่ย ก็เลยต้องพาเดินไปส่งต่อถึงหลวงพ่อฟ้าไทอะไรเนี่ยก็คุยกับท่านต่อ รอหลวงพ่อ ฟ้าไทส่รงน้ำเสร็จอะไรเงี้ย ก็คุยต่ออีกก็รู้สึกว่าเออเพราะเรามีจุดที่เราจะต้องทำตัวเองให้มันออกจากภพเนี่ยมันก็จะเจอ คนข้างหน้าเราเป็นคนที่สำคัญที่สุดนะ งานที่เราทำที่ดีที่สุดคืองานที่ทำให้คนข้างหน้าเราเนี่ยได้รับประโยชน์นะอะไรเงี้ย มันก็ จะต่อเนื่องไป เกือบๆไปละเกือบๆจะปัดทิ้ง สุดท้ายหลวงพ่อฟ้าไทก็บอกว่าพระรูปนี้ที่มาในเชิงอยู่กับเราก็อยู่ไม่ได้ เพราะว่าท่านอาบัติ ท่านก็ต้องออกไป ออกไปปลงอาบัติอะไรให้เรียบร้อยก่อนเข้ามา ทำให้รู้ว่าโอ่โฮพระข้างนอกไม่ง่ายเลยนะเขาอยู่กันอย่างเรียกว่าไม่ปลงอาบัติ มีเงินมีอะไรอยู่เรียกว่าเป็นปกติของเขาเลย
พ่อครู : ไม่ใช่มีเงินเท่านั้น สังฆาทิเสสด้วย
สมณะแสนดิน : มีอย่างอื่นอีก มีสังฆาทิเสสอย่างอื่นด้วย อีกประเด็นหนึ่งวันนี้พ่อครูขยายเรื่องประเทศคือ เหมือนกับพูดว่าโมเดลชาวอโศกเนี่ยช่วยสังคมคือ ดูแล้วเหมือนจะคุยตัวแต่ว่าจริงๆแล้วเป็นอย่างนั้นเพราะว่าวันนี้พ่อครูขยายชัดเจนว่า ถ้าประเทศจนจะไปช่วยประเทศรวยยังไง ก็คือเราหมู่บ้านจนเนี่ยนะ แต่ช่วยชาวบ้านได้นะ เราก็สร้างส่วนกลางที่อุดมสมบูรณ์และส่วนกลางของเราไม่ได้เอาให้เฉพาะชาวอโศกเล่นด้วย น้ำตกก็ไม่ได้สร้างให้พวกเราเล่่นอย่างเดียว แต่พวกเราก็จะไปเล่นก็ได้ แต่ไม่มีใครไปเล่นเท่าไหร่นะ สไลเดอร์ก็ไม่เห็นมีใครไปเล่นเท่าไหร่ แต่ทำแล้วเนี่ยเผื่อแผ่ให้กับคนข้างนอกที่เข้ามาเขารวยๆทั้งนั้นเลยนะแต่ละคน รถมาเนี่ยคันใหญ่ๆทั้งนั้นเลยมาเป็นครอบครัว เอาเตาแก๊สปิคนิคมาทอดไข่อะไรเนี่ย เห็นจ๊ะจ๊ะเลย ทอดไข่จริงๆนะ เจียวไข่เลย แต่เราก็ให้ความรู้ความเข้าใจเขาไปอะไรเนี่ย ปฏิสันถารคืออาจจะไม่ต้องเป็นทางการหรือจะตั้งเป็นทางการก็ได้ แต่เราเห็นแล้วก็ไปคุยกับเขา ให้ความรู้กับเขาว่าที่นี่เป็นยังไงอะไรเงี้ยมันก็จะเป็นคนจนที่ให้คนรวยได้มาพึ่งพาอาศัย โดยเฉพาะเรื่องของสัมมาทิฏฐิ แบบที่เราเป็น ทำไมเราเป็นแบบนี้เราเราสามารถช่วยประชาชนได้ครับก็ประมาณนี้ครับ
สมณะเดินดิน : จริงๆ หมู่บ้านเราเปิดเปิดออกมาเน่ี่ย คิดว่าจริงๆมีคำถามมากมายโดยที่เราไม่ต้องไปอยากจะบอกเขา แต่ก็อยากจะถาม อย่างเห็นมาถามพวกเราว่า เอ่อยากจะรู้จริงๆเลยนะเนี่ย พวกคุณได้รับเงินมาจากต่างประเทศ มาจากประเทศไหน กัน ถึงมาจัดงานตลาดอาริยะ มาทำอะไรอย่างนี้ได้เนี่ย ต้องมีเงินทุนจากต่างประเทศเข้ามาเลย อยากจะรู้จริงๆว่าประเทศไหนเขาให้ ไม่รู้ว่าประเทศยากจนี่แหละเขาให้
สมณะเดินดิน : สรุป สรุปนิดนึงก็ได้ จะเห็นได้ว่า จริงๆ ก็ยังสงสัยอยู่ว่าในพระไตรปิฎกคนน่าจะเข้าใจนะ แต่ว่าสูตรแรกพรหม ชาติลสูตร ที่พูดถึงเรื่องการไปนั่งหลับตา แต่ว่าคนทั้งโลกไปนั่งหลับตากันหมดเลย แล้วสูตรที่ 2 อภัตตสูตร การเข้าป่าเนี่ย ก็คน ส่วนใหญ่คิดว่าการเข้าป่านี้คือสุดยอดของการปฏิบัติธรรม แต่พระไตรปิฏกที่อ่านกันทั้งโลกนี้นะ คนทั้งโลกกลับไม่มีใครจับประเด็นได้ว่าไอ้สิ่งนี้คือความผิด แต่คนทั้งโลก สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสว่าผิดเนี่ยไปกันทั้งโลกเลยนี้นะ และสูตรที่ 3 ตั้งคำถามว่าพระเจ้าอาชาตศัตรูเนี่ย น่าจะเป็นกษัตริย์ หรือว่าทำปิตุฆาตไว้เนี่ย ถามคำถามที่คิดว่า ยากที่จะตอบได้ พวกลัทธิเจ้าอาจารย์ทั้งหลายถามมะม่วงไปตอบขนุน ขนุนสำมะลอ คืออยากจะถามว่า เอ๊ความรู้ของพระพุทธเจ้าเนี่ยปฏิบัติแล้วได้ผลอะไรที่เป็นสามัญญผลที่เป็นประจักษ์ คืดว่าจริงๆนะพวกหลับตาหรือพวกเข้าป่าคงตอบไม่ได้หรอกว่าจะได้อะไร ได้ผลอะไร แต่คิดว่าชาวอโศกจะตอบได้ เดี๋ยวฟังเฉลยว่าสามัญผล คืออะไร เมื่อปฏิบัติแล้วสิ่งที่สามารถพูดให้รู้ให้เห็นได้เนี่ยปฏิบัติแล้วได้ผลอะไร เหมือนกับคนที่เขาเคยทำเพียงเลี้ยงช้างเลี้ยงม้าแล้ว ก็เข้ามาสามารถเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงบุตรภรรยา ทำอย่างไงให้มีความสุข และปฏิบัติธรรมได้ผลคืออะไร ชาวอโศกจะมีสามัญผล อย่างที่พระเจ้าตอบได้ไหม เดี๋ยวติดตามตอนต่อไปนะ
ถอดความโดย อุท่ัย