621021_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 76.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2562
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์26 KB
วันที่แก้ไข25 ตุลาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

621021_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 76 อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1rFsOvL5dsrMTgD6IT_338IGG0hZyNpbzthQIzqFGTOw/edit?usp=sharing

ดาวโหลดเสียงที่ https://drive.google.com/open?id=10dQ2A7neMkidrQ2V9xIw8gTcCOQtbQzJ

พ่อครูว่า…วันนี้วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2562 ที่บวรราชธานีอโศก

สื่อธรรมะพ่อครู(โลกุตระ) ตอน เกิดเป็นมนุษย์โลกุตระนี้แสนยาก SMS วันที่ 19-20 ต.ค. 2562 _1614เฉลิมชัย ล้อลีลา ยังจำได้ไหมว่าการได้เกิดเป็นมนุษย์แสนยาก ครับ พ่อครูว่า...มีความหมายนะ รู้แต่ว่าเราเป็นคนเกิดมาพ่อแม่ให้เกิดมา ก็ไม่เห็นจะยากเลย แต่นัยที่เล็กและละเอียดนั่นก็คือความเกิดทั้งหลาย ตั้งแต่เกิดเป็นอุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม มีองค์ประกอบตั้งแต่ธาตุของดินน้ำไฟลมวัตถุ แต่มันมีพลังงานที่พัฒนาขึ้นเป็นชีวะ กว่าจะพัฒนาจากอุตุมาเป็นพีชะ ที่เป็นชีวในระดับแรกก็แสนยาก ทุกวันนี้มนุษย์พยายามจะสร้างหุ่นยนต์แล้วให้หุ่นยนต์มันมีชีวเองเหมือนพืช พืชมันกำหนดธาตุกำหนดพลังงาน มาปรุงแต่งตัวมันเอง ให้เป็นพืชชนิดต่างๆ ซึ่งก็เกิดจากตัวธาตุละเอียดตั้งแต่วัตถุ ดินน้ำไฟลมที่เป็นอุตุมาผสมส่วนกันได้ที่ ได้เหตุปัจจัยแล้วก็จะเกิดเป็นพลังงานชีวขึ้นมาระดับหนึ่ง ทางวิทยาศาสตร์ก็พยายามศึกษาตั้งแต่ protoplasm cytoplasm แตกตัวออกมาเป็นสัตว์ เป็นต้น ซึ่งในความรู้เหล่านี้คนก็ศึกษาจนรู้ดีกันได้เยอะขึ้นมาเรื่อยๆ กว่าจะพัฒนาระดับพืชมาเป็นระดับจิตตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียวสัตว์เดรัจฉาน พืชนี้สังเกตได้มันจะเกาะอยู่กับที่กับพื้นดินหรือตรงนั้นตรงนี้ พอหลุดจากที่เคลื่อนย้ายได้เป็นสัตว์ ตั้งแต่สัตว์เล็กจนเป็นสัตว์ใหญ่เคลื่อนที่ไปเองไม่อยู่กับที่ จากน้ำไปบกแล้วก็สามารถบินไปในอากาศ

อ่านต่อ

ก็ได้ กว่าจะมาเป็นจิตนิยามที่เป็นสัตว์ที่เรียกว่าเป็นมนุษย์ มันหลายเชิงขั้นปรุงแต่งจนกว่าจะมาเป็นมนุษย์ การได้เกิดมาเป็นมนุษย์จึงยากแสนยาก เป็นมนุษย์แล้วจะมีอัตภาพมีกรรมเข้าร่วม สัตว์ก็เริ่มมีกรรมเข้าร่วมแล้วจิตนิยามมีกรรมเข้าร่วมแล้วแต่มันไม่รู้เรื่องมันเป็นเดรัจฉาน มันไม่สามารถควบคุมให้กรรมเป็นกุศลอกุศลมันก็ไม่รู้เป็นไปตามวิบากของมัน นานกว่าจะพัฒนาจากสัตว์เดรัจฉานมาเป็นสัตว์มนุษย์ แม้เป็นมนุษย์ก็อีกนานกว่าจะรู้โลกุตรธรรม สามารถที่จะควบคุมพลังงานเหล่านี้ แยกแยะพลังงานเหล่านี้ได้ว่าเป็นอุตุ พีชะ หรือจิต ซึ่งเกิดจากกรรมทำให้เกิดได้แล้วให้ตั้งอยู่เป็นธรรมะ ทรงไว้ผนึกไว้รวมไว้ กรรมเป็น dynamic ธรรมะเป็น static กว่าจะทำได้เป็นโลกุตระเป็นมนุษย์ที่ สามารถจัดการจิตนิยามของตัวเอง จึงได้ชื่อว่าเกิดมาเป็นมนุษย์นี้ยากแล้วจะเป็นมนุษย์ที่เป็นโลกุตระก็นานมากแสนยาก ต้องวนเวียนอยู่ในโลกโลกียะ เก่งสุดก็เป็นพระศาสดาทางโลกียะ ก็ตกต่ำลงไปได้วนเวียนสูงขึ้นมาอีก ก็ได้ กว่าจะมารู้โลกุตระเที่ยงแท้แล้วก็สามารถสลายธาตุได้เลย สลายอัตภาพ หรือสลายธาตุชีวะมาเป็นอุตุเลย เลิกเลย อัตภาพก็หายไป ปรินิพพานเป็นปริโยสานเลย นี่เป็นความรู้ของศาสนาพุทธที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ตรัสรู้ อาตมาเป็นพระโพธิสัตว์ระดับ 7 ทำได้มาตามลำดับ แล้วก็จะพัฒนาต่อไปจะมีความรู้ที่ละเอียดละออประเสริฐสุดเท่าที่เป็นจิตนิยามที่จะสูงสุดได้ ก็คือระดับพระพุทธเจ้าทุกพระองค์

_เชวง กิจจะบรรณ์ : ธรรมพ่อครูยากอุปมาเหมือนพีชคณิต ตอนผมเรียนมีเด็ก30คน สอบใด้คนเดียว

_ทองมี ศรีภักดิ์ : ท่านโพธิรักใช้ปัญญาตนเองมากใป..จนคนฟังงง.

_สตาร์แอร์ ทุ่งคอก ผมว่าท่านถ่อมตนที่สุดแล้วนะครับ ท่านมีปัญญามากกว่าตรงนี้อีกมาก แต่คนฟัง รับตามได้น้อยครับ ภูมิต่างกัน

_ทองมี ศรีภักดิ์ : ตอบสตาแอ.เราว่าไม่นะ เขาตั้งใจให้คนฟังสับสนต่างหาก. พ่อครูว่า...อาตมาไม่เอาด้วยกับวิธีนั้น ที่จะเป็นคนทำเองเลย ทำเพื่อให้คนฟังสับสน เสียเวลาไปทำทำไม ? คิดอย่างนี้ก็คิดได้นะ

_view6 view6 : เป้นอรหันแล้ว จะมีแต่สร้างกุศล /หรือ อนิสงส์ อานิสงส์นี้เพื่อนำพาไปเกิดเป็นพระโพธิสัตว์ อีกครั้ง จะรู้ว่าทุกข์เป็นเช่นไร อยากรู้ ก็ห้ามเยี่ยวห้ามขี้ เกิดเป็นสัตว์ มีศีล1ข้อเป็นคน มีศีล5เป็นมนุษย์ ตรงข้ามคือ อวตารต่างๆ (ในจิต) พ่อครูว่า...ขี้เยี่ยวไปอั้นมันก็ทุกข์สิ ก็ไปปลดทุกข์เสียก็หาย เป็นทุกข์ที่เลี่ยงไม่ได้

_สมชาย ใจโต ผมเคยไปประท้วงปี49ท่านโพธิรักไม่จัดอีกหรือครับ คนคงเยอะกินข้าวฟรีใครๆก็ชอบ เพราะตอนนี้คนอดอยากเยอะกว่าปี49 พ่อครูว่า...เหตุผลที่เราออกไปประท้วงมันต้องครบพร้อม ถ้าไม่ครบพร้อมมันก็คงไม่เกิด แต่หากเหตุปัจจัยครบก็ไม่แน่ก็อาจจะไปได้ ก็บอกไว้ อย่าทำให้เหตุปัจจัยครบละกัน อย่านึกว่าอาตมาหมดน้ำยานะ แม้ว่าจะห้ามสามน้ำยานั้นไม่ให้เข้าประเทศ มี พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส สู่แดนธรรมว่า...เราไม่ได้อดยาก แต่อดกิเลส ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรอดไว้ พ่อครูว่า...จะตีความอย่างนั้นก็ได้เป็นสภาพสภาวะ 2 ใครตีความได้ตรงอันนั้นเป็นผู้รู้ทันสิริมหามายา ว่าจะเอาหน้าไหนตามเหตุปัจจัย ใช้อันใด คนไหนจับได้ทันคนนั้นเป็นคนฉลาดที่เป็นจอมสิริมหามายา เหมือนนักมายากลที่รู้ทันความเร็วที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจะเอาหน้าไหนก็ได้ จนคนอื่นจับไม่ติด คนไหนจับได้คนนั้นเป็นสิริมหามายา มุนนี้อาตมาเอามาเปิดเผย ซึ่งเป็นความลึกซึ้งมาก คนที่เกิดภูมิปัญญาถึงขั้นมีสิริมหามายา จิตในแต่ละคู่ มากคู่เข้า คนนั้นเป็นสิริมหามายายอดขึ้นเรื่อยๆ ต้องรู้ทันความเร็วความคิดของจิตที่มันเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา มี 2 แบบ 1. เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแบบคนขี้โกงเป็นนักมายากลเหมือนกัน 2. แบบสิริมหามายารู้ทันนักเล่นกลและเป็นคนจริงที่จะมาปราบนักมายากล

_ทองมี ศรีภักดิ์ : วิธีบรรลุธรรมง่ายที่สุด.แค่คุณคิดชั่วอย่างเดียว : ภัทรกัป.เราแปลว่ากลับด้าน ยุคนี้ต้องสอนกลับด้านกัน.ถ้าคุณสอนคนให้เป็นคนดีเขาจะเป็นคนชั่ว พ่อครูว่า…คนนี้เป็นนักเล่นกลได้เลยคิดอย่างนี้ไม่น่าเชื่อ สังคมมันกลับกัน เช่นรถคันนี้สีขาว แต่แท้จริงสีดำ เจตนาเล่นก็มี แต่เจตนาที่ต้องการให้คนอื่นรู้ไม่ทันตัวเองเพื่อให้ตัวเองที่จะมีอำนาจใช้เป็นประโยชน์แก่ตัวเองเอามาเป็นบริวารเอามาเป็นลูกน้องเป็นลูกไล่อย่างนี้เป็นต้น นี่คือกลเม็ดกลยุทธ์ธรรมดาสามัญของชาวโลก แต่พวกเราไม่เอา ไม่ไปทำให้คนอื่นลำบาก เราจะเป็นคนทำเองถ้าใครจะสมัครใจช่วยก็ได้ เราจะเป็นแบบนั้นจิตใจแบบนั้นจึงเป็นคนที่มีคุณลักษณะที่ดี พลังงานรวมสังคมมนุษย์มีพฤติกรรมที่ประเสริฐ

_โค่ยไท ติ๊ก : ใจผมอยู่ที่บ้านราชตั้งแต่งานพุทธาปีนี้แล้วครับ แต่สังขารผมยังโดนถูกโลกๆดึงอยู่ครับ อย่างท่านเดินดินตั้งชื่อผม คอยใคร ถ้าไปตอนนี้เหมือนคนหนีคุกเข้าวัดสักวันก็ต้องถูกจับออกมา ให้ผมหมดโทษทางโลกก่อนผมเข้าวัดแน่ครับ พ่อครูว่า...ก็ยินดีต้อนรับ ผู้จะมาควรมีศีล 5

_หินทอง...เล่าเรื่องที่ได้มาเป็นสมาชิกบ้านราชฯได้ 4 วัน และได้ร้องเพลง 1 เพลงที่แต่งมา เพื่อชวนคนมาอยู่บ้านราชฯ

สื่อธรรมะพ่อครู(อวดอุตริมนุสธรรม) ตอน อิทธิปาฏิหาริย์เป็นเรื่องน่ารังเกียจเหมือนขี้ _ดุลเพชร...อยากถามพ่อท่านว่า อาเทสนาปาฏิหาริย์ กับวาสนาบารมีเกี่ยวข้องกันไหม ได้เจอพ่อท่านก็ตั้งใจว่าพ่อท่านเป็นพ่อเรา พ่อครูว่า...มันเป็นใครก็แล้วแต่ถ้าเจตนาสะสมพลังงานที่มันจะเป็นอิทธิฤทธิ์แบบไหนก็แล้วแต่ เป็นอิทธิปาฏิหาริย์ อาเทสนาปาฏิหาริย์ หรือว่าอนุสาสนีปาฏิหาริย์ก็ตาม มันชอบแบบไหนก็พากเพียรสะสมพลังงานที่ให้มันเกิดตามลักษณะอย่างนั้นๆ หยั่งรู้ใจคน หรือของหายก็หาได้เป็นต้น สะสมอย่างไรก็ได้อย่างนั้น แต่อิทธิปาฏิหาริย์ กับอาเทสนาปาฏิหาริย์นั้นพระพุทธเจ้าท่านรังเกียจเหมือนขี้ ดูกร เกวัฏฏะ เราทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองแล้ว จึงได้ประกาศให้รู้ ปาฏิหาริย์ 3 อย่าง เป็นไฉน ? คือ อิทธิปาฏิหาริย์ (แสดงฤทธิ์ทางใจ ไปซ้ำกับพวกคันธารี) อาเทสนาปาฏิหาริย์ (หยั่งรู้จิตคนอื่น ไปซ้ำกับมณิกา) อนุสาสนีปาฏิหาริย์ (สอนวิชชา๘ เป็นปัญญาสัมปทา) พระองค์ทรงเห็นโทษภัยจึง อึดอัด(อัฏฏิยามิ) ระอา(หรายามิ) เกลียดชัง(ชิคุจฉามิ) ในอิทธิปาฏิหาริย์และอาเทสนาปาฏิหาริย์ แต่ทรงยกย่องให้สอน ให้ทำใจ ให้เข้าถึงอนุสาสนีปาฏิหาริย์ . (เกวัฏฏสูตร พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 339-341) มันอาศัยได้แต่ไม่ต้องไปใช้มัน มาเรียน อนุสาสนีปาฏิหาริย์คือคำสอนของพระศาสดาเอาคำสอนมาทำความเข้าใจให้ดีให้ถูกต้องชัดเจน และปฏิบัติให้ได้ตามนั้น เมื่อปฏิบัติได้ท่านก็รับว่าเป็นปาฏิหาริย์เพราะมันเป็นเรื่องแสนวิเศษ ปฏิบัติได้ตามคำสอนพระพุทธเจ้า เช่น เป็นคนมีศีลได้ไม่ฆ่าสัตว์ มีใจที่ไม่ฆ่าสัตว์ทั้งกายวาจาใจก็ไม่ฆ่าสัตว์ พยายามไม่ฆ่าจริงๆ คนที่มีจิตแบบนี้เรียกว่ามีปาฏิหาริย์ที่เรียกว่าอนุสาสนีปาฏิหาริย์ ปาฏิหาริย์อย่างนี้เป็นเรื่องสุดยอด การเหาะได้ก็เป็นเรื่องปาฏิหาริย์แต่พระพุทธเจ้าบอกว่าเป็นเรื่องไร้สาระ การเหาะได้ คุณประโยชน์ก็คือหมากัดก้นไม่ถึงเท่านั้นเอง เหาะได้ จะได้เรื่องอะไร แต่ถ้ามารู้จักคำสอนพระพุทธเจ้าเรียนตามคำสอนพระพุทธเจ้า มันจะไปหานิพพานพ้นทุกข์ได้ และเป็นประโยชน์คุณค่าเป็นคนประเสริฐสุดเลย อันนี้ต่างหากประเสริฐสุดกว่าการเหาะได้ เหาะได้แค่หมากัดก้นไม่ถึง

_หนูอยากได้วิธีปฏิบัติเพื่อประหยัดเงินค่ะ เพราะหนูเป็นคนที่มีเงินติดตัวได้ต้องใช้ตลอด มันทำให้หนูเป็นกลุ้มและของแต่ละอย่างที่ได้มาก็น้อยนิดแต่เงินหมดไปเยอะ หนูควรจะทำอย่างไรดีคะ พ่อครูว่า...ก็น่าจะมีปฏิภาณรู้จักวิธีการใช้เงิน ยังคิดรายละเอียดที่จะตอบไม่ได้ มันไม่น่ายาก แต่มันก็ไม่ง่าย สู่แดนธรรม...มีวิธีใช้เงินให้ยาก ถ้าหากจะใช้เงินให้ไปออกกำลังกายให้มีเหงื่อก่อนถึงจะได้ใช้ พ่อครูว่า...ดีหาเงื่อนไขให้อาจใช้ได้นะ

สื่อธรรมะพ่อครู(ป่ากับศาสนาพุทธ) ตอน ออกป่าหลับตาอยู่แต่ผู้เดียวนั้นไกลจากวิเวก _น้อมยอดธรรม...วิเวก 3 อย่างกายวิเวก ดิฉันคิดว่าของดิฉันเวลาทำงานก็อดทนมีขันติ เวลาเจอผัสสะ ณ ปัจจุบัน ก็คิดว่ามันก็เห็นเป็นทุกข์แต่ดิฉันคิดว่ามันอยู่ในถ้ำ ดิฉันก็จิตวิเวก อารมณ์ลดละจางคลายจากกิเลส พ่อครูว่า...ก็ใช้ได้ประมาณหนึ่ง ก็ขอสรุปวิเวก 3 กายวิเวก หมายถึงระดับภายนอกระดับหยาบ จิตวิเวก ก็หมายถึงเข้าไปหาจิต วิเวกคือสงัดสงบ สงบปัสสัทธิ หากปฏิบัติผิดทางก็ไกลจากวิเวก คนที่มิจฉาทิฏฐิปฏิบัติไกลจากวิเวกไม่มีสิทธิ์ที่จะเกิดปัสสัทธิ ไม่มีสิทธิ์ที่จะบรรลุผลเลย จะไปด้วยความสงบแบบสมถะ เป็นโลกียะหยุดนิ่งไม่ได้อุปธิวิเวก คือ คุณต้องมีปัญญา 1.รู้จักตัวกิเลส 2. รู้จักความเป็นขันธ์ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ต้องแยกแยะสภาวะเมื่อไหร่เป็นรูป เวทนา สัญญา สังขาร ขันธ์ ต้องเข้าใจจริงๆ มีสภาวะรู้ของตน ขณะนี้เรียกว่าเวทนา อย่างนี้เป็น สัญญา สังขาร วิญญาณ เราก็จัดการมันได้อย่างถูกหน้าที่ ยิ่งอภิสังขาร เป็นได้ทั้งความผิดเป็นได้ทั้งความถูก เป็นทั้งโลกีย์เป็นทั้งโลกุตระ เป็นการสังขารอย่างยิ่ง แต่เป็นอภิสังขารอย่างโลกียะเละดึงไปหาทางต่ำ ปรุงแต่งเก่งสร้างเก่งเหมือนโจร ธัมมชโยทักษิณเป็นอภิสังขารไปทางชั่วเละ แต่อภิสังขารที่เป็นโลกุตระ รู้ว่าอาการอย่างนี้รู้จักเหตุดับเหตุได้ คือกายกลิ เหตุปัจจัยที่เกิดรูปนามของกิเลส แล้วก็กำจัดกิเลสทำให้เกิดพลังงาน ฌาน มาสลายกิเลสนั้นได้ ก็เรียกว่าเกิดปุญญาภิสังขาร ฌานคือพลังงานไปเผา มีอำนาจมีฤทธิ์เหนือกว่ากิเลสที่เป็น ราคะ โทสะ โมหะ คนนั้นก็มีความสามารถที่จะทำการอภิสังขารที่เป็นบุญญาภิสังขาร ความเป็นอุปธิ ผู้ใดทำให้สามอย่างนี้เป็นผลสำเร็จฆ่ากิเลสได้ด้วยอภิสังขาร ฆ่ากิเลสในรูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณ ให้เป็นขันธ์ที่สะอาดปราศจากกิเลสคุณก็เป็นอุปธิวิเวกเป็นผู้สะอาดปราศจากกิเลส เป็นจอมยุทธ์ทำให้กิเลสตายได้จริงเกิดนิพพานที่เป็นอมตะ อุปธิวิเวกคือนิพพานหรืออมตะ ทีนี้ คนมาปฏิบัติจิตสังขาร จะเกิดอุปธิวิเวกก็ทำที่จิต คนที่มิจฉาทิฏฐิปฏิบัติหลับตาไกลจากวิเวก นั่งหลับตาไม่มีภายนอกเท่านั้นแหละไกลจากวิเวกแล้ว ไม่สำเร็จ หรือกายวิเวกก็ออกมาเอาตัวเองมานอกเรียกว่าวิเวก สงัด เอาแต่ร่างแต่รูปนำตัวเองไปอยู่ป่าเขาถ้ำ ป่าช้าที่ห่างจากโลกีย์หนีสัมผัส แล้วดันไปอยู่แต่ผู้เดียวอีก เดินผู้เดียวไปผู้เดียวนั่งผู้เดียวอยู่แต่ผู้เดียวอีกไม่มีมิตรดีสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดี ไม่มีผู้ช่วยเลยอวดเก่ง คนนี้ยิ่งไกลจากวิเวกไกลลิบเลย เขาเป็นมิจฉาทิฐิแล้วออกจากป่า ไปเข้าถ้ำ จิตวิเวกมิจฉาทิฏฐิก็ไปไกลเลย การพิจารณากิเลสในขันธ์ทั้ง 5 ทิ้งไปหมดเลย ทางตาหูจมูกลิ้นกายใจก็ทิ้งหมดเลย มันจะไปรู้ขันธ์ได้อย่างไร รู้แต่ขันใส่น้ำ เรื่องผู้ที่ไกลวิเวกที่อาตมาอธิบายวนไปวนมา ผู้เอาร่างตัวเองออกป่าเขาถ้ำไม่มีมิตรดีแล้วไปสะกดจิตตัวเองให้ไม่มีสัมผัสภายนอก ขาดจากภายนอกก็เป็นปัจจุบันแบบมิจฉาทิฏฐิเป็นเดียรถีย์ แม้แต่อานาปานสติ พระพุทธเจ้าก็เตือนว่าให้เหลือลมหายใจอยู่เป็นสิ่งสุดท้ายอย่าให้ขาด พระพุทธเจ้าตรัสว่าจะต้องสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย การไม่มีกายก็เป็นมิจฉาทิฐิไม่มีสิทธิ์ที่จะบรรลุธรรมของพระพุทธเจ้าเลยอย่างนี้เป็นต้น สรุปแล้วคนที่เอาตัวเองออกจากหมู่ ไม่มีผัสสะ โดยไม่ได้แบ่งทำตามลำดับ ศีลสมาธิปัญญาเป็นหมวดหมู่เป็นปริเฉทไป ก็เข้าใจกันศึกษาปฏิบัติธรรมไม่ได้ก็เลยเป็นมิจฉาทิฐิเละเทะไปหมดเลย ผู้ที่ออกป่าโดยไปเข้าใจผิด ตั้งจิตทำจิตวิเวกอย่างมิจฉาทิฐิไม่มีภายนอก ก็ปิดประตู อุปธิวิเวก ไม่มีทางรู้จักกิเลส ไม่มีทางจะทำอภิสังขารได้ ก็ปิดประตูอมตะปิดประตูนิพพานเลย นี่แหละคือคนที่ไกลแสนไกลจากวิเวก ฟังดีๆท่านผู้ที่หลับตาที่หลงผิดมาเป็นล้านชาติทั้งหลาย ฟังให้ดีแล้วเอาไปพิจารณาเป็นแปลงแก้ไขเสีย อาตมาเปิดดูช่องธรรมดาต่างๆมีแต่สอนนั่งหลับตานี้ไปเข้าป่ามีแต่พระป่าทั้งนั้น พระบ้านสอนกันก็มีบ้าง แต่อย่าพูดถึงเลยพระบ้านประเดี๋ยวก็ไปเถียงกันอีกเพราะเขามีพยัญชนะภาษา พระป่าไม่มีพยัญชนะภาษาเถียงไม่ค่อยเก่งแต่พระบ้านเถียงเก่งจริงๆอาตมาสู้ไม่ค่อยไหว มันจะพาเราเข้าป่าเข้ารกด้วย อาตมาไม่เสี่ยงถูกดึงเข้าป่า

_น้อมยอดธรรม...มีวันหนึ่งลูกสาวโทรมาว่า แม่เป็นไงบ้าง ดิฉันถามว่าศีล 5 เป็นไงบ้าง แล้วเขาก็ว่าลูกเขารับปริญญา ได้เรียนเก่ง ดิฉันบอกเขาว่าเราตัดโคตรแล้ว แต่เขาว่าจะไปหาแม่ ดิฉันเกิดจิตดวงใหม่ พ่อครูว่า...มีปัญญาตัดโคตรตระกูลโลกีย์ ญาณตัดโคตร แล้วทำให้จิตมันตัดจริงๆนะ ตัวความรู้หรือว่าจะตัด แต่ใจมันไม่ตัดมันก็ไม่ตัดนะจ๊ะ

สื่อธรรมะพ่อครู(โลกุตระ) ตอน ยินดีแบบโลกุตระเป็นอย่างไร _ศิษย์หลวงปู่เค็ม..ผมขอโอกาสเรียนถามดังนี้ ความยินดีแบบโลกุตระนี่มันเป็นอย่างไรหรือครับ ท่านสมณะเมตตาสอนผมว่า เราต้องมีอิทธิบาท 4 ข้อแรกเลยคือฉันทะ เรียกว่าความยินดีหรือพอใจ ผมก็เลยย้อนถามท่านสมณะว่า แล้วที่ท่านทำงานอยู่ตอนนี้ท่านมีความยินดีไหม ท่านเมตตาตอบว่า...ดี เช่น ดูหนังหนุกๆได้ทำงานดีหนุกๆ ได้ทำอะไรตามใจชอบอะไรประมาณนี้ ท่านสมณะบอกว่าไอ้นี่มันแบบโลกียะ มันมีกาม มีราคะ เข้ามาเกี่ยวข้องมันไม่ใช่แบบโลกุตระ ผมฟังผมคิดว่ามันสูงเกินไปหรือเปล่า ท่านจะให้เราไปบวชเป็นสมณะเลยหรือไง ผมยังมีกิเลสอยู่เลยนะ คงจะเข้าใจยากเลยกราบขอโอกาสหลวงปู่เมตตาช่วยขยายความต่อจากท่านสมณะให้กระจ่างแจ้ง แบบว่า(เด็กฟังง่ายผู้ใหญ่ฟังเพลิน) ผมว่าท่านสมณะคงเมื่อยกับผมแล้วล่ะ 555+ พ่อครูว่า...ยินดีโลกุตระต่างจากยินดีแบบโลกๆทั่วไปอย่างไร ก็ต้องมานิยามจำกัดความ ยินดีอย่างโลกุตระเป็นอย่างไร ยินดีอย่างโลกุตระ คือยินดีที่จะเลิกจากโลกีย์ ยินดีในหนังละครเป็นอบายมุข ยินดีออก เรียกว่าเนกขัมมะ อย่าไปติดอร่อยมันเลย พอทีเถอะ เลิก คุณมีสติสัมปชัญญะปัญญา หรือว่าอันนี้ควรหยุดได้แล้วนะ ไปยินดี ไปเกี่ยวข้องไปคลุกคลีเกี่ยวข้องสัมผัสสัมพันธ์มีชีวิตร่วมกับมันอยู่ในนี้ ถ้าไม่มีมันแล้วจะโหยหาดิ้นรนเดือดร้อน มันไม่ขาดไม่หลุดจากโลกีย์เสียที หากมีปัญญาอย่างนี้แล้วยับยั้งหยุดไม่ต่อ อาการไปติดยึดรสโลกีย์ไปสัมผัสคลุกคลีเกี่ยวข้องสนุกสนานเกี่ยวข้องสัมผัสสัมพันธ์เกี่ยวข้อง เลิกมาตัดขาดหยุด คุณเข้าใจอย่างนี้แล้วมีความคิดอย่างนี้ คือคุณจะเริ่มมายินดีโลกุตระ มาพอใจทางนี้ดีกว่าพอใจโลกีย์อย่างนั้น จิตคุณมีอาการอย่างนั้นจริงคือความจริง แต่คุณเข้าใจภาษาอย่างที่อาตมาเทศน์ แต่จิตคุณยังไม่ทำจริง ต้องพยายามให้รู้ว่าไอ้นั่นมันไม่น่ามี ไม่น่าเป็น ไม่น่าไปเกี่ยวข้องมัน น่าจะเลิกละ ทำจิตให้มันหยุดมันขาดมันหลุดจางคลายหยุดความดูดดึง โดยร่างโดยการเกี่ยวข้องสัมผัสทางภายนอก ตา หู จมูก ลิ้น กายสัมผัสเกี่ยวข้อง มีชีวิตมีงานการมีการสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันอยู่ ไม่ต้องตัดก็ได้ ข้างนอกก็สัมผัสอยู่ แต่ทำแต่ใจเรา ให้ใจเราห่างร้างลาเลิก ไม่เกิดรส ไม่เกิดความยินดี อยากจะไปทำมัน เห็นว่าควรเลิกควรตัดควรปล่อยมันไป เราอย่าไปเกี่ยวข้องกับมัน มันเป็นสิ่งไร้สาระ มันไม่มีประโยชน์คุณค่า มันไม่ใช่ความเจริญอะไร คุณจะต้องใช้ความรู้ปฏิภาณปัญญา รู้ปัจจัยความหมายต่างๆเหล่านี้ มาแย้งมาต้านมาเห็นความหมายว่ามันเลิกได้แล้วนะ มันเป็นสิ่งไร้สาระไม่คุ้มค่าแก่ชีวิตที่จะไปเสียเวลา แรงงาน ทุนรอน ขาดมาได้ นั่นแหละคือความหลุดพ้น ขาดมาได้นั่นแหละคือความสบาย ครบแล้วนะ อย่างนี้คือความยินดีโลกุตระ ยินดีออกจากความทุกข์เกี่ยวข้องที่จะเห็นว่าเราจะต้องไปแย่งเงินอยู่ เราไม่พอใช้หรือเราใช้น้อยเท่าที่เราใช้ก็มีเหลืออยู่แล้วนะ ไม่พอหรือ ทำไมต้องมาทำอย่างนั้น มาอยู่กับหมู่ก็น้อยลงไปได้เรื่อยๆ มันดีกว่าไหม ก็พิจารณาจากความเป็นจริงของตัวเอง เราจะมาอยู่ได้ไหม ขนาดอาตมา ขอพูดตรงๆ พวกชาวอโศกมาอยู่ในนี้ก็ยังมีกระเป๋านอกกระเป๋าในอยู่ในนี้หลายชั้นกันอยู่ทั้งนั้น น้อยนักที่จะไม่มีจริงๆของตนเอง มีใช่ก็ตอนปัจจุบันถ้ามีเหลือก็คืนเขาไม่คืนก็เอาไปใช้ต่อบ้างก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรดิ้นรนอะไร ถ้าจะเอาไปต่อก็ต่อหมดก็ไม่เป็นไรมั่นใจในกองกลาง มั่นใจในความเกื้อกูลช่วยเหลือกัน ถ้ามันเดือดร้อนที่จำเป็นจะต้องใช้เงินของส่วนกลาง เราก็เกื้อกูลกันเรามีความมั่นใจในสาธารณโภคีเป็นของส่วนกลางที่เราจะร่วมกันกินกันใช้อยู่ได้ เราคงไม่ใช่หมาหัวเน่า หากเป็นหมาหัวเน่าไปเบิกใช้ไม่ได้ก็อยู่ไม่ได้หรอกแต่ถ้าเขายังเกื้อกูลช่วยเหลือ ก็ยังพออยู่ได้ ให้กันได้ คุณก็สามารถอยู่ได้ มันอยู่ที่ฐานจิตของคุณภูมิธรรมของคุณ ที่มาร่วมมาอยู่ได้ หรือไม่ได้คนที่จิตใจยังไม่ยินดีจะเข้ามาจริงๆมาอยู่จะยาก ถ้าหากมีจิตยินดี มาอดทนฝืนได้นะ มาเร็วได้ก็ยิ่งดี ไม่ต้องประมาทว่าเรายังสาวยังหนุ่มอยู่ มาได้ตอนหนุ่มสาวก็ยิ่งดี แก่แล้วอายุ 101 มาแล้วมันจะเกินไป หากหามกันมา ช่วยกันดูแลภายนอกก่อนก็น่าจะดีกว่า ทางไปไหนก็ยังมีภาระ ถ้าหากมีคนเหลือเพียงพอ มีชราภิบาล พิการภิบาล มีสถานที่ช่วยดูแลคนชราคนพิการได้เราก็ค่อยรับมาได้ ตอนนี้เรายังไม่พร้อมเท่าไหร่

_นักรบธรรม..ก็เมื่อเป็นลูกทางจิตวิญญาณของพระโพธิสัตว์ระดับ 7 แม้จะโดนว่าที่พูดแล้วไม่ดีอย่างไรก็ตาม ก็เอามาเป็นประโยชน์แต่ก็อาจหาญแกล้วกล้า พ่อท่านเคยประกาศพระอรหันต์ วันนี้วันพระ มีคนประกาศอรหันต์ แต่ที่คบคุ้นมา ผมก็ว่าน่าจะมีสิทธิ์แต่การจ้อการจี้รู้สึกจะมากไปหน่อย คนนั้น ก็ประกาศที่ทำวัตรเช้า คนนั้นคือคุณงามดีมาก พ่อครูว่า...ก็ศึกษาไป คนที่หลงตัวเองว่าเป็นพระอรหันต์จริงๆพระพุทธเจ้าไม่ปรับอาบัติ แต่ถ้าคนนั้นรู้ทั้งรู้อยู่ว่าตัวเองไม่ใช่หรอก แต่เรานี่หน้าด้านหลอกคนอื่นว่าฉันเป็นพระอรหันต์ สม.กล้าข้ามฝัน..คุณงามดีมากตอนเช้าเขาว่า เมื่อก่อนเขาอยากพูดแต่เขาก็พูด แต่ตอนนี้เขาไม่ค่อยพูดและตั้งใจทำ ก็เลยทำได้หลายอย่างมากขึ้น ก็เลยมั่นใจไม่เหมือนคุณอู๊ด และเขาเริ่มมั่นใจว่าเขาจะเป็น 1 ใน 9 ได้ พ่อครูว่า...เขาไม่ได้บอกทีเดียวแต่คุณอู๊ดไปสรุปว่าเขาประกาศพระอรหันต์แล้ว สม.กล้าข้ามฝันสรุปได้ว่าเขาไม่ได้ประกาศ แต่เขาว่าเขามั่นใจว่าจะเป็นได้ เขาเรียกว่าสองคนยลตามช่องคนหนึ่งมองเห็นโคลนตมอีกคนตาแหลมคมมองเห็นดาวอยู่พราวพราย

_ลูกสงสัยว่าคนที่อยู่วัดมานานๆมากมันจะเกี่ยวกันไหมกับการปฏิบัติลดละกิเลสได้ บางครั้งลูกรู้สึกว่าคนเฒ่าคนแก่ผู้ใหญ่บางคนเห็นแก่ตัวมากเลย(ขออภัยนะคะ หากพาดพิงถึงผู้ใหญ่มากไป) เหตุการณ์ที่รุมโต๊ะอาหารศาลาอย่างนี้ ลูกมองไปทีไรรุมกันเต็มยิ่งกว่าเด็กๆอีก ToT บางครั้งลูกก็อยากกินเมล่อนในนั้นบ้าง รุมกินโต๊ะกัน แต่ก็ไม่เคยได้กินให้ป้าๆยายๆเขา พ่อครูว่า...ฟังไว้ หากใครรู้สึกว่าจะเป็นอย่างนี้ก็ระมัดระวัง ผู้ที่ถูกท้วงคือผู้ใหญ่ ก็มีคำพังเพยของไทยว่า อย่าขี้กองใหญ่ให้เด็กเห็น น่าเกลียด ทำไมก็คนเขาขี้มากขี้กองใหญ่ เด็กจะเห็นก็ไม่เป็นไร ขี้โดยสุจริตน่ะ

_สม.เป็นหญิง...เรื่องดอกไม้บูชาพระ ดิฉันสงสัยว่าโบราณเขาประสงค์อะไร เมื่อปฏิบัติธรรมไปนานๆเข้าจึงรู้ว่า การเด็ดดอกไม้มาบูชาพระ ดอกไม้ที่ถูกเด็ดไม่สามารถสืบพันธุ์ได้เพราะว่าเมล็ดมันฝ่อไป ดอกไม้ที่นำมาบูชาพระก็เป็นการประพฤติพรหมจรรย์ ประเพณีที่พระเดินจูงนำศพนั้นก็เหมือนกับให้พระจูงคนตายไปสู่สุคติ แต่ดิฉันเห็นว่าควรจะให้ตอนเป็นๆนี่แหละให้พระจูงไปสู่นิพพาน พ่อครูว่า...มันเป็นพีชะไม่ได้เป็นจิตนิยามหรอก ก็ดีที่คิดได้ แต่ถ้าไม่ให้คนมีสิ่งเหล่านี้เลยก็จะไม่มีฐานให้เขาพักอาศัย ก็เหมือนกับจิ๊กซอว์โดมิโนให้ต่อกันไปบ้าง มันเป็นธรรมชาติต้องมีเป็นลำดับเป็นขั้นตอนต่อไป ใครที่รู้ว่าเราอยู่ในขั้นที่สุด เจริญเข้าเขตว่าพ้นจากสิ่งไร้สาระมาได้ คนนั้นก็มีปฏิภาณปัญญาฉลาดรู้จักสิ่งมีสาระเอาสาระได้ ผู้ที่รู้จักสาระว่าเป็นสาระคือผู้ที่มีสาระ ผู้ที่ไม่เห็นสิ่งสาระว่าเป็นสิ่งมีสาระผู้นั้นไม่รู้จักสาระ คนทุกวันนี้จะเข้าใจสาระ ตรงกับความเป็นสาระจริงๆมันยาก สาระแปลว่าเนื้อแท้ของมันเข้าเกณฑ์สัจจะ ไม่ใช่เข้าใจผิดเอาเปลือกกระพี้มาเป็นแก่น ก็ต้องเข้าใจให้ตรง

_วันหนึ่งหนูเดินไปเล่นน้ำกับเพื่อนขณะที่เดินไปนั้นก็มีลุงคนหนึ่งถามหนูว่า หนูรู้ไหมว่าชุดนี้มันคือชุดอะไร แล้วหนูก็บอกลุงเพิ่น(เขา)ไปว่าชุดสัมมาค่ะ แล้วลุงก็ตอบมาว่า ไม่ใช่ ชุดสัมมาฯคือชุดพระราชทาน แล้วหนูก็ได้ยินเพื่อนบอกว่าไปถามลุงเขาดิ ว่ารู้จักลุงจำลองไหม? แต่จริงๆแล้วเพื่อนหนูบอกว่า หนูอ่ะ รู้จักลุงจำลองไหม แล้วหนูก็ไปถามลุงว่า ลุงคะลุงขารู้จักลุงจำลองไหม แล้วลุงก็บอกว่าลุงนี่แหละคือลุงจำลอง เพื่อนหนูหัวเราะใหญ่เลย อยากถามว่าหนูพอจะไปแสดงตลกได้ไหม? พ่อครูว่า...อาตมาก็ตามเรื่องมาเดาไม่ออกเหมือนกัน มาถึง climax ถึงลุงจำลอง ได้เอาลูกเซ่อไปเล่นตลกได้ ไม่ได้เจตนานี่ตลกยิ่งกว่าตลกนะ อย่าไปแย่งอาชีพเขาเลย มาเรียนสัมมาสิกขาดีกว่า

_จิตนิเวศน์ พ่อครูว่า..นิเวศน์แปลว่าการกลับมาหรือที่อยู่อาศัย บ้านเรือนการตั้งภูมิลำเนา อาตมาก็ไม่เคยรู้เรื่องจิตนิเวศน์ จิตที่เป็นอยู่อย่างนั้นทั้ง 31 ภูมิ

สื่อธรรมะพ่อครู(วิเวก 3) ตอน วิเวก 3 เป็นไฉน สมณะมือมั่นว่า..สายหลับตาจะเห็นว่าจิตวิเวกสำคัญกว่ากายวิเวก อุปธิวิเวก เขาเลยอยากรู้ว่าสภาพจิตวิเวกเป็นอย่างไร พ่อครูว่า...จิตวิเวก พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 29 หากไม่รู้จักวิเวก 3 นี้ไม่มีทางไปถึงนิพพาน

ผู้ที่ข้องในถ้ำ ถ้ำคือมิจฉาทิฏฐิที่ปฏิบัติวิเวก จิตตวิเวกเป็นไฉน? ภิกษุผู้บรรลุปฐมฌาน มีจิตสงัดจากนิวรณ์ บรรลุทุติยฌาน มีจิตสงัดจากวิตกและวิจาร บรรลุตติยฌาน มีจิตสงัดจากปีติ บรรลุจตุตถฌาน มีจิตสงัดจากสุขและทุกข์ บรรลุอากาสานัญจายตนฌาน มีจิตสงัดจากรูปสัญญา ปฏิฆสัญญา นานัตตสัญญา บรรลุวิญญาณัญจายตนฌาน มีจิตสงัดจากอากาสานัญจายตนสัญญา บรรลุอากิญจัญญายตนฌาน มีจิตสงัดจากวิญญาณัญจายตนสัญญา บรรลุเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน มีจิตสงัดจากอากิญจัญญายตนสัญญา (เมื่อภิกษุนั้น) เป็นโสดาบันบุคคล มีจิตสงัดจากสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพัตตปรามาสทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และจากกิเลสที่ตั้งอยู่ในเหล่าเดียวกันกับสักกายทิฏฐิ เป็นต้นเป็นสกทาคามีบุคคล มีจิตสงัดจากกามราคสังโยชน์ ปฏิฆสังโยชน์ อย่างหยาบ กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย อย่างหยาบ และจากกิเลสที่ตั้งอยู่ในเหล่าเดียวกันกันกามราคสังโยชน์อย่างหยาบเป็นต้นนั้น เป็นอนาคามีบุคคล มีจิตสงัดจากกามราคสังโยชน์ ปฏิฆสังโยชน์อย่างละเอียดกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย อย่างละเอียด และจากกิเลสที่ตั้งอยู่ในเหล่าเดียวกันกับกามราคสังโยชน์อย่างละเอียดเป็นต้นนั้น เป็นอรหันตบุคคลมีจิตสงัดจากรูปราคะ อรูปราคะ มานะอุทธัจจะ อวิชชา มานานุสัย ภวราคานุสัย อวิชชานุสัย กิเลสที่ตั้งอยู่ในเหล่าเดียวกันกับรูปราคะเป็นต้นนั้น แ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน