650707 ทำบุญ 9 วัด ไถ่ชีวิตโคกระบือ ได้บุญจริงหรือไม่_.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2565
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข12 สิงหาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

🔥 ทำบุญ 9 วัด ไถ่ชีวิตโคกระบือ ได้บุญจริงหรือไม่ 🔥

_*คุณอัมพร กุลศักดิ์ศิริ* ถามพ่อครูว่า.... คนไทยส่วนมากมักจะทำบุญกับพระ 9 วัด ทำบุญโลงศพ ไถ่ชีวิตโค กระบือ แต่จะไม่ทำบุญกับคนยากไร้และคนพิการ คนรวยมักจะไปทำบุญที่วัด เพราะจะได้ไปสวรรค์ แต่คนยากไร้และคนพิการเขาไม่สนใจช่วยเหลือ เรียนถามพ่อครู ทำไมเป็นเช่นนั้นครับ

พ่อครูว่า...สำคัญมากเหมือนกันอันนี้ ทำบุญ 9 วัด เอาเลข 9 มาใช้เสียด้วย มันเป็นเลขที่สูง เป็นเลขก่อนจะเป็นเลข 0 เลข 9 เป็นตัวมี ที่สูงสุด เลข 0 เป็นตัวที่หมดแล้ว เขาก็มาเอาตัวนี้กันทั้งโลก เอาเลข 9 กันทั้งนั้นเป็นสูงสุด ไม่มีอะไรเหนือกว่า 9 ก็เอาเลข 9 มาทำบุญ 9 วัด เป็นต้น เขาคิดว่าได้ทำบุญ แต่มันเป็นความเข้าใจผิด เป็นมิจฉาทิฏฐิของชาวพุทธส่วนใหญ่เลย เพราะได้รับการศึกษาการสั่งสอนที่ผิด และปฏิบัติตามๆกันมาผิด แทนที่จะลดละอัตตา กลับไปได้“อัตตา”เพิ่มขึ้นมาใส่ใจตนเองยิ่งขึ้นเสียนี่

🔥 นิยามของคำว่า “บุญ” ต่างจาก “กุศล” 🔥 “บุญ” มีความหมายที่ถูกต้องตามสัมมาทิฏฐิว่า “การชำระกิเลสออกจากจิตสันดานให้สะอาดหมดจด”(สันตานนัง ปุนาติ วิโสเธติ) ตามหลักฐานเดิมของพุทธ ที่ชาวพุทธได้หลงผิดจนเลอะเทอะในคำว่า“บุญ” (ตามพจนานุกรม บาลี ไทย อังกฤษ ฉบับภูมิพโลภิกขุ) เมื่อเข้าใจคำว่า “บุญ” แบบมิจฉาทิฏฐิ ผลที่ได้จึงมิใช่“บุญ”

ซึ่ง“กุศล”แปลว่า คุณงามความดี คือเครื่องอาศัยสำหรับชีวิต-เครื่องอาศัยของความมีชีวะ-เครื่องอาศัยของอัตภาพซึ่งแตกต่างกับ“บุญ”อย่างมีนัยสำคัญมาก

และเพราะไปเข้าใจว่า“บุญ”หมายเอาอย่างเดียวกันกับ“กุศล” คือไปเห็นว่า “บุญ”นั้นเป็นเครื่องอาศัยอย่างหนึ่งอันเป็นเหมือน“ยานพาหนะ”แบบเดียวกันเลยกับ“กุศล”เข้าใจว่า เหมือนเครื่องอาศัยช่วยให้อัตภาพได้อะไรขึ้นมามีอาศัย ขึ้นม

อ่านต่อ

าได้เสพ ขึ้นมาเป็นของตัวของตนอย่างนั้นอย่างนี้ ได้อันนั้นขึ้นมาเป็นรสสุข เป็นความเพลินใจ ได้รูปได้เสียงได้กลิ่นได้รสได้สัมผัสเสียดสีมาเป็นรส“โลกียารมณ์”

🔥 ขออธิบายชัดๆว่า บุญเหมือนเครื่องประหารหัวสุนัขของท่านเปา 🔥 “บุญ”แท้ๆคือ อะไร? ชาวพุทธเข้าใจกันไม่ได้แล้ว ที่ถูกที่แท้นั้น“บุญ”คือ “เครื่องฆ่า เป็นอาวุธประหารกิเลส เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ชำระกิเลสให้สะอาด(ปุนาติ)แท้ๆ ถ้าไม่มีความรู้ยิ่งสัมมาทิฏฐิ ไม่สามารถ“ทำบุญ”มีผล หรือ“ทำบุญ”มีบุญ

“บุญ”เป็นอุปกรณ์ที่ไม่มีใครจะมีได้ง่ายๆ เพราะไม่มีความจำเป็นก็ไม่มีใครอยากใกล้อุปกรณ์นี้ ไม่มีใครอยากมี“บุญ”ไว้ที่ตนเลย เพราะมันเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับชีวะ ชีวะทั้งหลายพึงไกลห่างต่างหาก เพราะมันเป็นเครื่องฆ่าที่น่ากลัวจริงๆ ไม่ใช่สิ่งที่น่าอยากได้ อยากเป็น อยากมี

ดังนั้น คนผู้ใดที่ใช้ความเป็น“บุญ”ที่เป็นเครื่องฆ่านี้เสร็จ ก็“จบ”ความเป็น“บุญ”ลงไปทันที เป็น“อรหันต์” เป็นผู้“หมดสิ้นบุญ” “บุญ”หมดสิ้นไปจากตัวอรหันต์ “ผู้หมดสิ้นบุญ”ภาษาบาลีคือ “ปุญญปริกฺขีโณ”

🔥 พระอรหันต์จึงเป็น“ผู้สิ้นบุญสิ้นบาป”(ปุญญปาปปริกฺขีโณ) 🔥 ส่วน“กุศล”นั้นคนยิ่งมียิ่งได้อาศัยในชีวิต ช่วยเสริมส่งให้อะไรต่ออะไรเจริญมากมี ช่วยได้-ช่วยเป็น-ช่วยมี ถ้าไม่มี“กุศล”อาศัย ก็ไม่มีคุณค่าประโยชน์ใดเลยเพราะ“กุศล”คือความดีงาม คือเครื่องสร้างสรร “กุศล”ช่วยประโยชน์ ช่วยสร้างสรร ช่วยเพิ่มเติมอะไรต่ออะไรให้สังคมเป็นอยู่ ช่วยสังคมเป็นสุขเจริญงอกเงยมากมี ช่วยอะไรต่ออะไร ที่สังคมพึงได้พึงมีนานาสารพัดคุณค่า และประโยชน์“กุศล”เป็นเครื่องอาศัยในความเป็น“ตน”(อัตตา)ของความมีชีวิต “กุศล”นั้นคนมีอัตภาพต้องอาศัยทั้งตนทั้งผู้อื่น

“บุญ”นั้นมิใช่เครื่องอาศัยในความเป็น“ตน”ในความมีชีวิตดังว่านี้เลย แต่“บุญ”เป็นเครื่องฆ่า ใช้สำหรับกำจัดความเป็น“ตน”(อัตตา)ที่เป็นกิเลส “บุญ”เป็นอาวุธสำหรับประหาร กำจัด“อัตภาพ”บางส่วนในตน เป็นเครื่องชำระส่วนที่ชื่อว่า“อกุศล” ชื่อว่า“บาป”ให้สิ้นไปหมดเกลี้ยง “บุญ”เป็นเครื่องอาศัยเฉพาะกิจเท่านั้น คือ อาศัยใช้ฆ่า“กิเลส”

คำตรัสของพระพุทธเจ้าใน“โคปาลสูตร”(พระไตรปิฎกเล่ม 25 ข้อ 92 นั้นมีว่า “โจรหัวโจกเห็นโจรหัวโจกแล้ว พึงทำความฉิบหายหรือความทุกข์ให้กัน ก็หรือคนมีเวรเห็นคนมีเวรแล้ว พึงทำความฉิบหายหรือความทุกข์ให้กัน คนหนึ่งหัวโจกทางโง่ อีกคนหัวโจกทางฉลาดเฉกา ไม่ได้เรียนรู้ ฉฬายตนะ(ความฉลาดทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) มันจึงเกิดความฉิบหายซ้ำซ้อนยิ่งกว่า

🔥ทำบุญ 9 วัด ไถ่ชีวิตโคกระบือ เป็นกุศล แต่ไม่เป็นบุญ 🔥 ดังนั้นที่ว่า ทำบุญ 9 วัด ไถ่ชีวิตโคกระบือ นั้น มาทำบุญมันก็ไม่ได้บุญหรอก มันมีแต่กุศล คุณไม่มีความรู้ทางปรมัตถ์ โลกุตระ ที่จะรู้ว่าทำทาน ทำกุศลหรือทำบุญ บุญกับทาน บุญกับกุศลมันต่างกัน คุณไปให้ทานไปทำกุศลแต่ใจยังมีภพมีชาติ มีสาเปกโข(หวังว่าจะได้อะไรกลับคืนมา) ทานแล้วก็มีภพชาติต่อ ก็ไม่ได้ทำบุญหรอก

เพราะฉะนั้น ทานกับบุญต่างกัน กุศลกับบุญต่างกัน คนจะเข้าใจคำว่า บุญได้อย่างสัมมาทิฏฐินี้ ติดตามได้แห่งเดียว ที่ชาวอโศกนี้

🔥บุญมีแต่ขาไปไม่มีขากลับ ตรงไม่มีโค้ง🔥 คำว่า บุญ จะรู้ปรมัตถ์ของมัน จะรู้ความจริงของมันได้ว่า มันเป็นคำที่ยิ่งใหญ่มาก เป็นคำ One way ถ่ายเดียวขาเดียว ไม่มี 2 ไม่มีโค้งไม่มีงอน ตรงท่าเดียว บุญทำงานเสร็จก็หายไป เป็น นิวเคลียร์ฟิชชันไปตรงอย่างเดียวไม่มีรวมตัวใหม่ ไม่เป็นนิวเคลียร์ฟิวชั่น

ถ้าบุญไม่เป็นขาเดียว ทำแล้วหายเลย ปรินิพพานก็ไม่มี ปรินิพพานเป็นปริโยสานก็ไม่มี นิพพานไม่เกิดอีกก็ไม่มี มีไม่ได้ เพราะมันยังโค้งอยู่ มันไม่โค้งแล้วไม่โค้งเลย บุญ ผลตอบแทนอะไรเลย บุญนี่ อำมหิตมาก ฆ่าลูกเดียวแล้วหายจ้อย เป็นนักประหาร เพชฌฆาตมือที่ 7

🔥บุญ คือ เพชรฆาตมือสุดท้ายต่อจากฌาน🔥 หลังจากฌาน ตบท้ายฌาน 4 จบสุดเลย มือประหาร ฟัน ตั้งแต่มือที่ 1 2 3 ยังไม่พอ มือที่ 4 กระหน่ำ นี่ตบท้ายให้มือที่ 4 ฟันแหลกเลย เพื่อความแน่นอนสุดท้าย ไม่มีอะไรมากกว่านี้อีกแล้ว ถ้าเป็นฌาน ก็ เป็นมือที่ 4 หรือเป็นมือที่ 5 ที่ประหารซ้ำ ฌาน 4 เพราะฉะนั้นบางคนเข้าใจไม่ได้ ถือว่าบุญเป็น ฌานที่ 4 ก็มีเนื้อของอุเบกขาขึ้นมาบ้าง แต่นี่ลอยเลย มือที่ 5 เป็นมือของบุญ มือที่ 5 คือเด็ดขาดจาก 9 9 มี 4 ล่าง 4 บน มือที่ 5 คือผู้ตัดสิน 4 ล่าง 4 บนจบ เอา สังขยาเลขมาอธิบายเป็นสภาวธรรมให้ฟัง

🔥เพราะอวิชชาจึงทำทานอย่างไม่เป็นบุญ🔥 ในเรื่องทำบุญแล้วเอาคำว่าบุญไปแทนคำว่า ทาน มันได้แต่กุศล กุศลไม่มีที่สิ้นสุด เพราะฉะนั้นจะไปทำบุญโลงศพ จะไปไถ่ชีวิตโคกระบือ ก็เป็นกุศลทั้งนั้น แต่จะไม่ทำบุญกับคนยากไร้ คุณคนนี้ตั้งข้อสังเกตดีเหมือนกัน ไม่ทำบุญกับคนยากไร้และคนพิการ คนรวยมักจะไปทำบุญที่วัดเพราะว่าจะได้ไปสวรรค์ ก็เขารวยเขาถือว่าเป็นสวรรค์ แต่ที่จริงมันเป็นนรก ซึ่งเขารู้ไม่ได้

เขาไม่สนใจช่วยเหลือคนยากไร้ ทำไม ตอบสั้นๆเพราะเขายังโง่อยู่ เขายังมีอวิชชา เขายังไม่รู้ความจริง เข้าใจเรื่องกุศลกับบุญไม่ได้ จะทำบุญที่วัดหรือจะทำบุญกับคนยากไร้ คนพิการ จิตคุณสะอาด ไม่ใช่ทำบุญหรอกทำทาน นี่ไปบริจาคไปเสียสละ เป็นวัตถุ จะช่วยคนยากไร้ ช่วยคนพิการก็เป็นการช่วยคน ไปบอกว่าทำบุญ 9 วัด ทำบุญกับพระ โอ้ย ถูกพระหลอกกินเงิน เอาเงินไปปู้ยี่ปู้ยำ เละเทะ ทำให้เสียศาสนาพุทธ

🔥พระมีเงินปลงอาบัติก็ปลงไม่ตก🔥 พระรับเงิน มันก็ไม่ถูกแล้ว รับนะรับได้ แต่คุณอย่าไปยึดถือเป็นของตัวของตน แม้คุณจะรับเงินมาแล้ว พระรับเงินมาแล้ว ไม่เอาไว้ที่ตัวจะไปฝากธนาคาร คุณก็ยังเป็นตัวเจ้าของอยู่นั่นแหละ คุณก็ยังไม่ขาดหรอก นิสสัคคิยปาจิตตีย์คุณก็ไม่ขาด คุณจะปลงอาบัติอย่างไรก็ไม่ตก เพราะตราบใดที่คุณยังมีเงินอยู่ในบัญชีของคุณ ยังถือเป็นของคุณอยู่ ไม่เอาเข้ากองกลาง คุณก็ยังเป็นเจ้าของอยู่นั่นแหละ ปลงอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ให้ตายอย่างไร มันก็ไม่หมด ไม่หลุดพ้น

ความลึกซึ้งของพระพุทธเจ้าเป็นอริยวินัย มันไม่ใช่เรื่องตื้น เพราะมันได้ผิดเพี้ยน เพราะเขาปู้ยีปู้ยำ ศาสนาแทบแย่แล้ว แล้วยิ่งไปเข้าใจว่า ไปทำทานนี่แหละแล้วไปหลงว่าเป็นการทำบุญจะได้ไปสวรรค์ ก็ไปทำบุญก็ว่าไปทำกับพระไปทำกับวัด ถ้าทำกับคนยากไร้พิการมันทำกับคนบุญมันไม่สูงเขาเข้าใจว่าอย่างนั้น มันเป็นเรื่องซับซ้อน

🔥ตำหนิคนที่ควรตำหนิ ยกย่องคนที่ควรยกย่อง🔥 ถ้าไปทำกับคนยากไร้คนพิการ เขาเรียกว่าไม่ใช่นักธรรมะ เขาไม่ได้สูงส่งอะไร มันต้องไปทำกับพระ ซึ่งพระนั้นหนักกว่าคนพิการ คนยากไร้ด้วย เพราะเป็นจอมมายา จอมอมจอมกิน พระที่ไม่ได้เป็นพระอาริยะจริงๆ หรือแม้แต่หลงว่าตนเป็นอาริยะ เป็นพระอรหันต์ก็ตาม ยังไม่สิ้นภพชาติ มันซับซ้อน หลงรูปภพ อรูปภพ มาเป็นภพที่ตนอยู่ขณะนี้ เช่น มหาบัว เป็นต้น หลงรูปภพ อรูปภพ แต่กามคุณ 5 ตัวเองก็ยังมีอยู่ กินหมาก ติดรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสก็ยังไม่รู้ตัว คือยังไม่มีปัญญาแทงทะลุเรื่องของกาม

แม้จะพอรู้บ้าง เป็นมหา เรียนมาเป็นมหา 9 ประโยค แต่ก็ไม่มั่นใจ ไม่รู้ว่าเป็นกามจริงๆ เพราะตนเองติดก็เลยกลบเกลื่อนหลอกคนอื่นต่อว่า ไม่เป็นไรหรอกเป็นเรื่องธาตุขันธ์ กินหมาก ไม่ใช่เป็นสิ่งเสพติดทางรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสอะไรหรอก

เพราะฉะนั้นแม้ความรู้เรื่องรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสว่าเป็นสิ่งเสพติดอย่างไร ตนเองติดแท้ๆ ก็ยังไม่รู้แล้วจะไปรู้อะไรสูงกว่านั้นได้ กินหมากติดหมากเป็นอบายมุข มันหยาบกว่ากามภพ ก็ไม่รู้ว่าตนเองติด นี่ พูดสัจธรรมนะลูกศิษย์ทั้งหลาย ไม่ได้ลบหลู่อาจารย์ของพวกท่านหรอกนะ แต่ต้อง นิคฺคเณฺห นิคฺคหารหํ ปคฺคเณฺห ปคฺคหารหํ ควรข่มคนที่ควรข่ม ยกย่องคนที่ควรยกย่อง อันนี้เป็นการพูดสัจจะธรรม ไม่ได้เล่นลิ้น ไม่ได้ลบหลู่แต่พูดความจริงสู่ฟังอย่างบริสุทธิ์ใจจริงใจจริงๆ น่าสงสาร

...พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ เทศนาไว้ในรายการ 650706 โพธิสัตว์ที่มาสืบทอดประชาธิปไตยโลกุตระในยุคนี้ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ https://www.boonniyom.net/51937.html ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1YNwgMtXVAPsqI49iALdNfQqCx-Ha35JyTgfoUm4yrRQ/edit?usp=sharing

ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1b35bAJfH7sRGXdkiucVPMq_hxDgpIWsH/view?usp=sharing

และดูวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/xUCh7yC42-w และ https://fb.watch/e59LaTxOFU/

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน