660115 บุญญาวุธ 7 ประการ (แก้ไขล่าสุด 22 ม.ค.66).docx
เนื้อหาในไฟล์
660115 บุญญาวุธ 7 ประการ (แก้ไขล่าสุด 22 ม.ค.66) ๑. รักศาสนา -เพราะอะไรหลวงปู่จึงมีกำลังใจสร้างศาสนานี้ต่อไป อะไรคือแรงบันดาลใจของหลวงปู่ ? ถามว่าทำไมถึงมีกำลังใจ เพราะงานสร้างพุทธธรรมหรือพุทธศาสนานี้มันเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ในความเป็นมนุษย์ หลวงปู่ทำมาไม่รู้เป็นล้านๆปีแล้ว ศึกษาฝึกฝนตามพระพุทธเจ้ามาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 นี่ ฝึกมาจริงๆ รู้ว่าฝึกมาชาตินั้นชาตินี้เจอพระพุทธเจ้ามาจริงๆ หลวงปู่จึงได้ตั้งจิตที่จะต้องมา “สืบทอด” จนกระทั่งถือว่าเป็นสัญญาเลย หลวงปู่ได้สัญญากับพระพุทธเจ้าสมณโคดมว่า จะพยายามสืบสานศาสนาพุทธ ให้ไปถึง 5,000 ปี ของพุทธกัปป์ของพระสมณโคดม นี่พูดความจริงให้ฟัง ไม่ได้อวดดีอะไรหรอก รับจากพระพุทธเจ้าแล้วจึงต้องทำต่อ และไม่ได้ถูกบังคับอะไรเลย เพราะว่ามันดีจึงต้องทำ หลวงปู่สร้างและทำศาสนาของพระพุทธเจ้าต่อไปเท่านั้น ไม่ได้เป็นเจ้าของศาสนา ไม่ใช่ธัมมสามี แต่เป็นผู้มาสืบทอด อย่างศาสนาคริสต์เรียกว่าพระบุตรไม่ใช่พระเจ้า พระพุทธเจ้าเปรียบเสมือนพระเจ้า หลวงปู่เป็นพระบุตร เป็นผู้สืบทอด เป็นผู้เอาศาสนานี้มาสืบทอด เอามาใส่ไว้ให้แก่มนุษยชาติได้สืบต่อ อะไรที่มันผิดไม่ถูกต้อง เป็นสิ่งทำลายศาสนาก็ต้องเอาออก นี่มันเกินครึ่งหนึ่งของศาสนาพุทธแล้ว 2,500 กว่าปีมันเสื่อมและเพี้ยนไปจนตรงกันข้ามเลย เพราะเป็นเหมือนกลองอานกะ มันเป็นของพลาสติกเป็นอะไรก็ไม่รู้ ตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าท่านก็ได้พยากรณ์อนาคตไว้แล้วว่าศาสนาพุทธต่อไปจะเหมือนกับกลองอานกะ ที่ได้ถูกทำลายเนื้อแท้ไปหมดแล้ว ยังหลอกว่าเป็นชื่อกลองอานกะอีกนะ ที่มีอยู่นั้นเป็นของปลอมไปหมดเลย แต่มีชื่อว่าศาสนาพุทธเป็นกลองอานกะ แต่เนื้อแท้เหลือแต่ของเก๊ของใหม่เอามาทดแทน เป็นเจตนาดีแต่มันเป็นของปลอมไปตามธรรมชาติ มันก็เลยกลายเป็นคนละเร
อ่านต่อ
ื่องเลย เมื่อเอาของจริงมา มันก็จะต้องต่างจากของปลอมแน่นอน อาตมานำของจริงที่เป็นอรรถอันลึกซึ้งเป็นโลกุตรธรรมประกอบด้วยสุญญตธรรม คนก็ไม่ปรารถนาจะฟัง ไม่เข้าไปตั้งจิตเพื่อจะรู้และไม่สำคัญธรรมเหล่านั้นว่าควรเรียนควรศึกษา แต่เมื่อเขากล่าวพระสูตรอันปราชญ์รจนาไว้ อันนักปราชญ์ผู้ร้อยกรองไว้ มีอักษรอันวิจิตรเป็นของภายนอก เป็นสาวกภาษิตอยู่ คนจะปรารถนาฟังด้วยดี จักตั้งจิตเงี่ยโสตสดับ จะเข้าไปตั้งไว้ซึ่งจิตเพื่อรู้และจะสำคัญธรรมอย่างนั้นว่าควรเรียนควรศึกษา หลวงปู่พยายามเผยแพร่ธรรมะของพระพุทธเจ้าที่เป็นโลกุตระ ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ในอนาคตโลกุตระจะหายไป เหมือนกลองอานกะ ในอาณิสูตร แม้จะเสื่อมไปมากแต่รากเหง้าจิตวิญญาณพุทธไม่หายไปง่ายๆหรอก แต่ต้องมีผู้มาฟื้นให้ ถ้าไม่ฟื้นก็เสื่อมสูญแน่ไม่ถึงห้าพันปี นี่พูดด้วยความมั่นใจจริงใจ ไม่ได้พูดด้วยความอยากอวด หลวงปู่จึงต้องมากอบกู้ ทุกวันนี้มันเห็นสิ่งที่เป็นดำกลายเป็นขาวไปหมด หลวงปู่ก็ต้องเอากลับคืนมา แต่ความจริงคือสิ่งที่เป็นความขาวมันก็เลยยาก แต่ยากอย่างไรมันก็ต้องทำ เพราะไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ เลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ได้ผลอยู่ ก็ไม่สูญเปล่า หลวงปู่ทำทุกวันนี้ไม่เป็นหมัน และก็เห็นว่าได้ผลแต่ก็ยังไว้ใจไม่ได้จึงจะต้องพยายามฝืนจะไม่ตาย มันก็เป็นการพิสูจน์อีกว่า ถ้าเราจะไม่ตายโดยธรรมแบบพระพุทธเจ้าสอนทำได้ไหม หลวงปู่เรียกว่าพลังงานสัมประสิทธิ์ Coefficient พลังงานอายุวัฒนะ พลังงานที่สร้างให้ชีวิตอายุยืนยาวต่อไป ซึ่งไม่ใช่ของเล่นเป็นของจริง หลวงปู่กำลังดีนะ ยังกะคนอายุ 25 สรุปว่า ไม่ได้มีอะไรบันดลบันดาลใจ เป็นเรื่องรู้ความจริงตามความเป็นจริงที่จะต้องทำให้ดีที่สุด เมืองไทยเป็นเมืองที่คนในโลกกำลังสนใจจะมาศึกษา ตรงกับยุคสมัย สมสมัย ทันสมัย นำสมัย และประเสริฐสมัย
๒. รักษ์โลก ขอพูดถึงเรื่องงานสร้างธรรมชาติ ขนาดนี้ใครหลายๆคนก็คงจะคิดอยู่ว่า ทำอะไรกันนักกันหนา สร้างลานหิน โขดหิน สร้างลำธาร สร้างภูเขา สร้างเพื่ออะไร สร้างไปทำไม? หลายคนยึดเรื่อง เปลืองสตางค์ ก็ขอบอกคำหนึ่งว่า ที่อาตมาตั้งใจทำที่บ้านราชฯนี้ ให้เป็นดินแดน “ธรรมชาติเนรมิต” ซึ่งเรากำลังทำงานเนรมิตธรรมชาติลงไปในดินแดนนี้ ขณะนี้ เพราะว่ายุคนี้แล้วธรรมชาติมันไม่มี เพราะฉะนั้นคนถึงนิยมรีสอร์ต ไปสร้างแม้แต่ในบ้านในเรือน คนรวยๆ จะสร้างบ้านเขาก็แต่งสวน สิ่งแวดล้อมประกอบในบ้านเขา ส่วนใครมีรีสอร์ตทำเขาก็ทำ ก็เป็นการหาธรรมชาติให้แก่บ้านตนเอง มีที่น้อยๆ ก็ทำสวนน้อยๆ มีที่พอสมควรก็สร้างพอสมควร เขาสร้างธรรมชาติให้บ้านของเขาทุกคนที่มีฐานะพอทำ นอกจากคนที่โง่ที่สุดก็ไปอยู่ในเมือง อยู่ในตึกคูหา ไม่มีธรรมชาติก็เอากระถางห้อย ปลูกบนหลังคา ปลูกบนดาดฟ้า และเขาก็เรียกว่า ดงคอนกรีต และเรียกดงคอนกรีตนั้นว่าเป็นเมืองเจริญ เมืองที่ธรรมชาติเสียหมด ลมพัดมาก็หลงทิศ น้ำตกมามากมายก็หลงทาง ไม่มีทางออกจนเน่าขัง เมืองคอนกรีตนั่นแหละน้ำท่วมเก่ง แล้วทุกคนก็เข้าใจว่าความเจริญคือเมืองคอนกรีต แดนคอนกรีต นั้นโง่ เป็นคนโง่ตกยุค พวกเรานี้จะต้องเข้าใจนะว่าพวกเราเป็นคนฉลาด ล้ำยุค เพราะฉะนั้นที่นี่จะสร้างรัตนราชธานี ไม่ใช่รัตนโกสินทร์ จะเป็นดินแดนธรรมชาติเนรมิต ตอนนี้เรากำลังเนรมิตธรรมชาติลงไปในดินแดนนี้ เพราะฉะนั้นเราจะต้องลงทุนลงแรง อาตมาดำริจะให้มีลำธารดีๆ มีน้ำใส ๆ ไหลดีๆ ก็มีตัวบุคคลอาสาเข้าสร้างลำธารมาแล้วให้เห็นๆ เลย แม้แต่พวกคุณที่ช่วยกันปลูกต้นหมากรากไม้ ช่วยทำสวน ช่วยทำไร่ ทำสวนครัว ทำพืชพันธุ์ธัญญาหาร ล้วนแต่เป็นธรรมชาติทั้งสิ้นที่มันจะรวมจะผนวกเข้าไปเป็นดินแดนธรรมชาติ ก็จะเป็นองค์รวมของดินแดนธรรมชาติ ซึ่งอาตมากะจะให้มันเป็นสังคมที่หมุนเวียนธรรมชาติ แม้แต่พลังงานอาตมาก็เซ็นสัญญากับพระอาทิตย์แล้ว จะลงทุนทำโซล่าเซลล์ แล้วก็จะมีพลังงานของโซล่าเซลล์ แดดมันไม่หมดไปง่ายๆ หรอก อาตมาไม่เชื่อว่าประเทศไทยจะหมดแดด เราจะต้องเอามาใช้ พระอาทิตย์ท่านไม่คิดเงิน เราต้องเอาท่านมาใช้ให้ได้ ในเจตนารมณ์ของอาตมาคิดว่ามันควรจะเป็น เป็นดินแดนธรรมชาติเนรมิต ที่เราไม่ไปบุก ไม่ไปแย่งธรรมชาติที่ไหนเขา มาสร้างขึ้นด้วยน้ำมือทั้งหมด จากเดิมพื้นที่เน่าๆ พื้นที่ๆคนเขาทิ้งแล้ว เราก็จะสร้างขึ้นมาให้เป็นดินแดนธรรมชาติเนรมิตนี้ให้ได้ เพราะฉะนั้น ลำธาร ภูหิน ภูมิทัศน์ต่างๆ นานา ที่เรากำลังทำอยู่นี่ มันเป็นการลงทุน ที่จะให้ยืนยาวไปอีก 100 ปี 200 ปีข้างหน้า เหมือนกับที่เราทำที่ปฐมอโศกก็ดี สันติอโศกก็ดี ทุกวันนี้ก็เป็นธรรมชาติลงตัวแล้ว เป็นเมืองดินแดนธรรมชาติเนรมิต ต้องใช้คำว่าเนรมิตเพราะเราสร้าง ไม่ใช่พระเจ้ามาสร้าง เราสร้างด้วยน้ำมือของพวกเรา ใครจะบอกว่าสุรุ่ยสุร่าย นี่แหละเป็นรากแกนของดินแดนธรรมชาติ และเราก็ทำให้เหมาะสมกับที่เราจะอยู่กัน จะเป็นดินแดนธรรมชาติเนรมิต ที่จะยืนยันเลยว่า ที่นี่แหละเป็นดินแดนเจริญ เป็นแดนศิวิไลซ์ ไม่ใช่ในเมืองป่าคอนกรีต ***หมายเหตุ พ่อครูเกิดในวันที่ 5 มิถุนายน ซึ่งทุกปีถือว่าวันนี้เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก จึงนับว่าเป็นเรื่อง Born To Be=การเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ โดยแท้ เป็นการเกิดมาเพื่อสร้างรากแกนของดินแดนธรรมชาติให้เกิดขึ้น
๓.รักมนุษย์ ด้วย…..บุญญาวุธ ๗ ประการ พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ได้เทศนาไว้เมื่อ ๔ เมษายน ๒๕๕๙ ถึงบุญญาวุธ ๗ ประการ ว่า...อาตมาเกิดมาชาตินี้บุญของอาตมาได้จบแล้วสิ้นแล้วตามควร บุญนี้เป็นเครื่องมือกำจัดกิเลส เมื่อใช้แล้วก็หมดบุญทิ้งไปเลย แล้วเราก็ใช้ผลของกุศล มาช่วยเหลือมนุษยชาติ ให้พ้นจากทุกข์ทั้งปวง ด้วยการกำจัดกิเลสโดยบุญญาวุธ 7 ประการ บุญญาวุธทั้ง 7 นี้ เป็นเครื่องมือทำให้กิเลสสูญ ทำเสร็จก็ “ปุญญปาปปริกขีโณ" คือสำเร็จเป็นพระอรหันต์… เครื่องมือกำจัดกิเลส คือ บุญญาวุธ ทั้ง ๗ ประการ ประกอบด้วย ๑.อาหารมังสวิรัติ ๒.ตลาดอาริยะ ๓.กสิกรรมไร้สารพิษ ๔.สุขภาพบุญนิยม ๕.การศึกษาบุญนิยม ๖.การสื่อสารบุญนิยม ๗.การเมืองบุญนิยม
๑. อาหารมังสวิรัติ อาหารเป็น ๑ ในโลก อาหารคือสิ่งที่กิน เลี้ยงชีวิต สัตว์หลายชนิดไม่ต้องใช้ปัจจัย ๔ อื่น แต่ก็ต้องใช้อาหาร อาหารจึงสำคัญที่สุดกับชีวิต ทำไมบุญญาวุธหมายเลข ๑ คือต้องเป็นการไม่กินเนื้อสัตว์ หรือกินมังสวิรัติ ก็ขอยืนยันว่าอาตมาได้คนมาปฏิบัติธรรมได้ศีล สมาธิ ปัญญา มีวิมุติก็เพราะศีลข้อที่ ๑ นี้ เป็นจำนวนมาก พอถือศีลข้อ ๑ จะเกิด ละจากการฆ่าสัตว์ มีความละอาย มีความเอ็นดู มีความกรุณา หวังประโยชน์แก่สัตว์ทั้งปวงอยู่ เมื่อเห็นสัตว์ตกอยู่ในโถส้วม มีใครเคยเอามันขึ้นมาจากโถส้วมบ้างไหม หรือคิดฆ่ามันไปเลย การที่เราไม่คิดฆ่า มีจิตใจเกิดความเอ็นดูเกิดหวังประโยชน์แก่สัตว์ทั้งปวงอยู่ จนช่วยสัตว์ขึ้นมาเกิดจิตใจเมตตาแล้ว จิตใจอย่างนี้เกิดขึ้นกับเราบ้างไหม ไม่ฆ่าด้วย มีใจเมตตาต่อสัตว์ด้วย มันมีผลมีอานิสงส์ในการถือศีล มากกว่ากัน และคุณเองเกิดจิตเช่นนี้ มีความเอ็นดูกรุณา คุณเจริญไหม พัฒนาการของการปฏิบัติธรรมเกิดไหม อาตมาเอาการไม่กินเนื้อสัตว์มาเป็นบุญญาวุธแรกเลย แล้วจะได้ประโยชน์จากศีลข้อต่างๆรวมไปหมด เลิกเนื้อสัตว์อันเดียวศีลข้อ ๑ จะบริสุทธิ์ การอยากได้ของเขามาเป็นของเรา เช่นไปเอาชีวิตเขามาใส่ชีวิตเราก็เป็นการผิดศีลข้อ ๑ การไปเสพรสติดเนื้อสัตว์ แล้วบอกว่าสัตว์เป็นอาหารของคน สัตว์เกิดมาให้เรากิน คุณก็โกหก แต่ถ้าสัตว์มันคิดว่าคนคืออาหารของกู จะอยู่ได้ไหม? มันไม่ใช่! บางทีเสือมันจะไม่กัดไม่ตะปบคนหรอก เสือมันก็ไม่กินนกนะ แต่คนนี่มันไม่เคยเจอว่าเป็นอาหารมันหรือไม่? มันไม่มีสัญญาที่จะกำหนดว่าเป็นอาหาร ฉันเดียวกันกับควายไม่กินลูกชิ้นเด้ง ยิ่งกลิ่นคาวเนื้อมันยิ่งไม่กิน อาตมาเอาเรื่องนี้มาให้คนหยุดทำบาปให้จิตคนเกิดเมตตา ไม่ให้สร้างความโหดร้ายรุนแรงในจิตใจ ก็จะทำให้สังคมเจริญ ตัวผู้ที่ใจปฏิบัติได้ลดบาป เพิ่มเมตตา ลดความรุนแรงโหดร้ายลงไปออกไปได้เรื่อยๆ นี่คือการสร้างความเจริญให้แก่สังคมมนุษย์ อาตมาถือว่าเป็นความสำคัญระดับต้น จึงเอามังสวิรัติเป็นบุญญาวุธหมายเลข ๑ ด้วยประการฉะนี้ แล้วก็รณรงค์มาทุกวันนี้ก็เบาขึ้นเยอะเพราะมีผล บุญญาวุธหมายเลข ๑ ทำมา ๕๐ ปี แม้ไม่เร็วแต่ก็เป็นไปได้ แต่มันดีที่เราจะได้เจริญก้าวหน้าเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองขึ้นมาสู่ความพ้นบาป ทั้งกายภาพ จิตภาพ เพราะการกินมังสวิรัติแก่ชีวิตตน เป็นการเจริญทางกายภาพจิตภาพ เป็นผลที่อาตมามุ่งมั่น จะว่าอาตมาตีขลุมเอาว่าเป็นผลงานของตนเอง ก็มีคนเริ่มต้นมาคือมีโรงเจ เป้าเก็งเต็ง เริ่มมาก่อน รณรงค์มาก่อนเราอย่างมุ่งมั่น หรือแม้แต่ สายซิกส์ นายห้างเกรย์ รณรงค์ตั้งใจมาเหมือนกัน ก็มาผนวกกันร่วมมือกัน แต่อาตมาว่าอาตมาทำเต็มที่ จนเกิดผลคนนิยมกินเจ กินมังสิวิรัติกันทั่วประเทศ *** หมายเหตุ หมู่บ้านชาวอโศกทุกชุมชน ซึ่งมีหลายสิบแห่งทั่วประเทศ ทุกคนในหมู่บ้านถือศีล ๕ เป็นอย่างต่ำ ละอบายมุข รับประทานอาหารมังสวิรัติ และยังมีร้านอาหารมังสวิรัติหลายสาขาทั่วประเทศ อีกทั้งทุกปียังจัดโรงบุญมังสวิรัติ ในเทศกาลสำคัญของประเทศไทย เช่น โรงบุญ ๕ ธันวาฯ โรงบุญวันแม่แห่งชาติ เป็นต้น
2. ตลาดอาริยะ “พาณิชย์บุญนิยม”เป็นนโยบายการค้าของชาวอโศก เป็นการค้าระบบบุญนิยมที่ชาวอโศกได้นำหลักธรรมในพุทธศาสนามาใช้ในการจัดการธุรกิจการค้า ที่ไม่หวังผลกำไรเป็นเป้าหมายหลัก แต่ทำการค้าเพื่อประโยชน์ของประชาชน เพื่อพัฒนาฅน ชาวอโศกมีอุดมการณ์การค้าบุญนิยม ๔ ระดับ คือ ๑.แจกฟรี ๒. ขายต่ำกว่าทุน ๓ .ขายเท่าทุน ๔ . ขายต่ำกว่าราคาท้องตลาด (เปิดโลกบุญนิยม,๒๕๔๐) และพาณิชย์บุญนิยมนี้เป็นการสร้างค่านิยมใหม่ให้เกิดขึ้นในสังคมเป็นการเสียสละ ลดละเลิกประโยชน์ส่วนตน มาทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม และสร้างลักษณะของการให้การเสียสละ ให้เกิดขึ้นทั้งกับผู้ให้บริการและผู้ที่มารับบริการอีกด้วย (สรรค่าสร้างคน,๒๕๔๙) งานตลาดอาริยะของชาวอโศกนั้น คือ งานขายสินค้าราคาต่ำกว่าทุน มีทั้งตลาดอาหารและตลาดสินค้า ขายสินค้าอุปโภค บริโภคจำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น เครื่องครัว เครื่องจักสาน เมล็ดพันธุ์ ต้นกล้า ปุ๋ย รวมถึงจักรยาน ผักสดกำละ ๑ บาท ฯลฯ และอาหารจานละ ๑ บาท ที่ทำจากผักไร้สารพิษทั้งหมด ที่ผลิตจากชุมชนชาวอโศกและเครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษ(คกร.) งานตลาดอาริยะ ของชาวอโศก จัดขึ้นเป็นประจำปีละครั้งที่ หมู่บ้านราชธานีอโศก หมู่ ๑๐ ต.บุ่งไหม อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งการจัดงานตลาดอาริยะในทุกปีนั้น ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องชาวอโศกทั่วประเทศ มาร่วมด้วยช่วยกันในทุกขั้นตอน พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์เน้นว่า“ตลาดอาริยะนี่เราจะมาพิสูจน์ว่าการขาย ต่ำกว่าทุน คือคุณค่าของคนประเสริฐ เป็นคนมีคุณค่า ต่อสังคมต่อโลก ความจริงบทนี้แหละที่สำคัญที่สุด ตลาดอาริยะนี่แหละเนื้อหาที่จะเป็นแกนหลักของงานปีใหม่ของเรา” งานตลาดอาริยะ จึงนับเป็น “หัวใจของงานปีใหม่อโศก” และงานปีใหม่อโศก ในปีต่อๆไปนั้น พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ ได้ให้เปลี่ยนชื่อใหม่เรียกว่า “งานตลาดอาริยะ ปีใหม่อโศก” และเมื่อย้อนไปในอดีตแรกเริ่มจะเห็นพัฒนาการตลาดอาริยะอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้าน แรงงาน พื้นที่ ทุน และกำไรอาริยะ มีการขยายเพิ่มขึ้น โดยทั่วไปยอดกำไรอาริยะจะอยู่ในวงเงิน ๓ - ๔ ล้านบาทต่อปี แต่ปีใน ๒๕๖๖ ยอดกำไรอาริยะสูงขึ้น เป็นเงินถึง ๖,๕๐,๐๐๐บาทซึ่งเป็นยอดเงินที่ชาวอโศกได้เสียสละให้กับสังคมและเป็นกำไรจากการขาดทุนจากต้นทุนที่ไม่บวกทั้งค่าแรง ค่าเตรียมงาน ค่าจัดเตรียมสถานที่ และค่าขนส่งอีกด้วย
3. กสิกรรมไร้สารพิษ กสิกรรมไร้สารพิษ เป็น ๑ ใน ๓ อาชีพกู้ชาติที่พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ให้ไว้ ซึ่งประกอบด้วย ๑.กสิกรรมไร้สารพิษ ๒.ปุ๋ยสะอาด ๓.ขยะวิทยา ...งานที่เป็นเบื้องต้นของมนุษยชาติคืองานกสิกรรม เพราะว่า “อาหารเป็น ๑ ในโลก” และอาหารนั้นคืออาหารที่เป็นพืชพันธุ์ธัญญาหาร แม้สัตว์ต่างๆมันก็ไม่ใช่อาหารของคน คนประเสริฐรู้ดีว่าสัตว์ไม่ใช่อาหารที่ควรจะกินเลย ไม่ใช่อาหารเลย อาตมาพาพวกเรามาอยู่กับการสร้างอาหาร จนกระทั่งทุกวันนี้ เราสามารถทำอาหารไร้สารพิษ ไม่ใช่แค่ปลอดสารพิษ เราใช้คำว่า "ไร้สารพิษ" ไม่ใช่แค่ "ปลอดสารพิษ" คือเขาใช้สารเคมีบ้าง จะให้อยู่ตามกฎเกณฑ์มีระยะเวลาเกิดจากในการเก็บ แต่มันก็ตกค้างอยู่ แต่ของเรานี่เป็นพืชผัก "ไร้สารพิษ" เลยคือไม่ใช้สารพิษเลย นี่คือความหมายของความต่างระหว่างไร้สารพิษและปลอดสารพิษ เมืองไทยเราเป็นเมืองกสิกรกสิกรรม ปลูกฝังให้ประเทศไทยเป็นเมืองกสิกรแข็งขลังเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ทำให้มากให้เหลือแล้วไล่แจกไล่ขายให้อย่างถูกๆ ไปแข่งตลาดโลกเลย แจกอเมริกาให้ฝรั่งกินให้เข็ด เราจะเป็นมหาอำนาจด้วยอาหาร อาตมาบอกว่า “ข้าวไม่ใช่สินค้า แต่คือของที่ต้องแบ่งปันกันกิน” จะขายอะไรก็ขายถูกๆนะ ถ้าเราทำข้าวได้มากได้ดี เราจะรวยเพราะข้าวก็เปล่า แต่เป็นอาชีพสาระที่เราจะยังชีพอยู่ในสังคม ต้องตื่นตัวกันมาทำกสิกรรมกันทั่วโลกเป็นเอก ส่วนอุตสาหกรรมนั้นก็ใช้แต่เป็นรองกสิกรรม “คนฉลาดสร้างอาหาร คนชั่วช้าสามานย์สร้างอาวุธ” ปืน ลูกระเบิดนี่เอาชีวิตคน แต่ข้าวนี่ให้ชีวิตคน โลกนี้ถ้าเราไม่มีลูกระเบิดปืนไปเอาชีวิตคน แต่เรามีข้าวไปให้ชีวิตคน แล้วอย่างไหนโลกจะอบอุ่นกว่ากัน คุณจะเก่งสร้างลูกระเบิด สร้างจรวด สร้างเครื่องมืออุตสาหกรรม แม้แต่เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์อะไรต่างๆนานาพวกนี้ สิ่งลึกซึ้งกว่านี้ เป็นพลังงานซับซ้อนที่ยิ่งกว่า เป็นอิทธิฤทธิ์อิทธิเดช ยิ่งกว่าอาเทศนาปาฏิหาริย์ คุณได้อาศัยมันเท่านั้นคุณจะยังชีพด้วยสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ นอกจากคุณจะเอาไปแลกเปลี่ยนพืชพันธุ์ธัญญาหาร สิ่งที่เป็นผลผลิตทางกสิกรมาเลี้ยงชีวิต คุณกินเทคโนโลยีพิเศษสูงสุด คุณเอามาเลี้ยงชีพไม่ได้หรอก ให้ตั้งใจทำกสิกรรม มันจะเป็นแหล่งอาหารของโลกที่ยิ่งใหญ่ ยิ่งกว่าการสร้างอาวุธได้เก่ง ประเทศไทยนี้ถ้าเผื่อว่าจะมี วาระแห่งชาติเลย ขอให้เน้นกสิกรรม ให้เป็นหลักของประเทศ เรื่องกสิกรรมหรือเรื่องพืชพันธุ์ธัญญาหารจะขายแพงไม่ได้ ถ้าถูกได้ยิ่งดี แต่สามารถทำให้มีพืชพันธุ์ธัญญาหารมีผลผลิตที่ดีมีคุณภาพดี ปริมาณมากยิ่งขึ้นๆ เราจะได้เป็นที่พึ่งของโลกเขาเลยจริงๆ “ไทยจะเรืองอำนาจเพราะไทยเป็นชาติกสิกรรมที่ไร้สารพิษ” กสิกรรมที่ไม่ต้องใช้สารเคมี อย่าไปเป็นทาสนายทุนที่มันจะขายสารเคมี ขายปุ๋ยที่มันปรับปรุง มาเป็นสารสกัดสารเร่งโตไวโตเร็ว ก็ไปหลงมัน ระยะยาวแล้วพื้นดินก็เสีย พืชพันธุ์ธัญญาหารของเราก็ทรุดโทรม ไม่ได้เป็นของดีเลย ผสมไปด้วยสารพิษสารเคมีอะไรต่างๆนานา ชีวิตร่างกายก็รับเอาสารเคมีเข้าไปในร่างกายเร็วเกินไปชีวิตร่างกายก็ทรุดโทรม อายุสั้นตายเร็ว เป็นโรคเป็นภัย จะโง่กันไปถึงไหน ถ้าเผื่อว่า เมืองไทยนี้ ให้ค่าชาวกสิกร ให้ค่าแก่นักสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหาร ไม่ใช่ให้ค่าอย่างโลกียะ ไปพากันทำให้กสิกรหลงตัวหลงตนเลอะเทอะด้วย แต่ให้ค่าด้วยการสนับสนุนให้เกียรติ เกรงใจกสิกร อย่าไปหลงว่าพวกมีเงินทองในหอคอยงาช้างพวกไฮโซ ถือว่าเป็นพวกเหนือกว่าชาวกสิกรรม พวกชาวกสิกรรมหรือกสิกรนี่แหละสำคัญ ถ้าไม่มีฉันเท่านั้นแหละคุณตายอย่างเขียด คุณกินเพชรกินทองไม่ได้หรอก คุณกินยศศักดิ์ไม่ได้หรอก คุณกินหรูหรา กินวิมาน กินเวียงวังกินปราสาทวิมาน มันกินไม่ได้หรอก คุณจะมีบ่อเพชร บ่อพลอย บ่อทองคำ เท่าไหร่ คุณมีเลยเป็นห่อๆเป็นกอบๆเป็นกำๆพอเกิดวิปริตธรรมชาติขึ้นมาปั๊บ ไม่มีผักไม่มีพืชให้กินแล้ว คุณจะกินทองคำ คุณจะกินเพชรพลอยพวกนี้ได้ไหม คุณจะแกงเอาเพชรใส่เข้าไปก็ยังไม่เค็มเลย เขาบอกว่าเกลือไม่มีเอาเพชรมาแทน เอาเพชรไปแทนเกลือยังไม่ได้เลย นี่พูดเหมือนพูดเล่นลิ้น แต่เป็นเรื่องจริง ย้ำอีกที เรื่องกสิกรรมนี่ ชาวอโศกเราต้องเอาเป็นหนึ่งให้ได้ เราเคยได้เป็นหนึ่งมาหลายอย่างแล้ว อาตมาพาพวกเรามาหาที่หนึ่งสำเร็จ มาสร้างอาหาร อาหารไร้สารพิษจงเจริญ ๆๆ
4. สุขภาพบุญนิยม อาตมาใกล้จะ ๙๐ ปีแล้ว จะอายุยืนยาวอย่างแข็งแรง ก็ต้องมีเคล็ดไม่ลับ เคล็ดอยากให้รู้ไปทั่วโลก ไม่หวงแหนปิดปัง ซึ่งเคล็ดวิชาของจอมยุทธ์นั้นเขาไม่ปล่อยง่ายๆ แต่เคล็ดลับของอาตมาเปิดเผย คือ ๘ อ. ถ้าอาตมาลากสังขารไปให้ถึงเกิน ๑๐๐ ปี แล้วสังขารกายจะเป็นอย่างไร จะเดินเหินคล่องแคล่วหรือไม่? โดยไม่ต้องไปฉีดสเตมเซลล์ ทำอย่างไรจะอายุยืนด้วยหลัก ๘ อ. ทุกวันนี้อาตมามีสังขารร่างกายที่เป็นอยู่ได้ดีเพราะว่าใช้ ๘ อ. คืออิทธิบาท อารมณ์ อาหาร อากาศ ออกกำลังกาย เอนกาย เอาพิษออก อาชีพ ๑. อิทธิบาท อายุมี อิทธิบาท ๔ เป็นเครื่องแสดง คนยังไม่ตาย ที่เป็นอาริยบุคคล คือคนที่มี ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ผู้ท่ีศึกษาทางธรรมที่รู้ จิต เจตสิก รูป นิพพาน แล้วจะเป็นไปได้จริงๆ จะพยายามทําให้ชีวิตน้ียืนยาวไปได้ จะเห็นว่าอรหันต์ขึ้นไปท่านมีอิทธิบาท ท่านทําได้อย่างไม่เบื่อ ไม่หงุดหงิด ฉันทะเป็นตัวนําให้เกิด ถ้าไม่มีก็ยาก คนทั้งหลายก็ต้องการให้มีอายุยืนยาว แต่วิริยะนี่ขยันไหม? แล้วก็เอาจริง จิตตะ อาตมาว่า มีจิตเท่าไหร่ก็ทุ่มลงไปเลย แค่แปลว่ามีจิตเอาใจใส่จะไม่มีแรงอะไร แต่ว่าถ้า...โถมใส่เข้าไปเลย มีจิตเท่าไหร่โถมใส่ เข้าไปเต็มที่ แล้วเราจะได้คัดเอาเนื้อยิ่งๆเป็นวิมังสา ปฏิบัติจริงก็ เกิดผล ก็เลือกเฟ้นเอง ๒. อารมณ์ เป็นหลักเลย จิตเป็นประธาน จิตเป็นใหญ่ อารมณ์คือเวทนา หรือความรู้สึก หรือ feeling คุณต้องปฏิบัติให้ไม่มีอารมณ์โลภ โกรธ หลง นี่แหละคือสุดยอดแล้ว อารมณ์ที่ดูดมาก จัดจ้านด้วยราคะ กับผลักมาก จัดจ้านด้วยโทสะ สองอย่างนี้ไม่ทําให้อายุยืน หากเราทําอารมณ์ไม่ให้สปาร์คมากทั้งสองเชิง(ทั้งรักทั้งชัง)ก็อายุยืนได้ ทําจิตตนให้ดีเป็นที่อาศัย อารมณ์คือจิตใจ เมื่อจิตใจสมบูรณ์แบบแล้วอารมณ์จะสมบูรณ์ อารมณ์สมบูรณ์คือปราศจากกิเลส สิ้นเกลี้ยงจากกิเลสแล้วจึงเป็นอารมณ์สมบูรณ์ เป็นอุเบกขา ซึ่งอุเบกขาพระพุทธเจ้าไม่ใช่อยู่เฉยๆไม่รู้เรื่อง แต่ฉลาดประกอบด้วยปัญญาสมบูรณ์แบบ และประกอบด้วยการงาน เป็นอัญญา(ปัญญาสุดยอด) เป็นปัญญาโลกุตระ ๓.อาหาร ก็มุ่งหมายเครื่องอาศัยกินไปเลี้ยงขันธ์ อาหารมีทั้งเครื่องกิน เครื่องพอกทา เดี๋ยวนี้เป็นพิษภัยหมด มันเป็นพิษในสิ่งที่ปรุงแต่งกัน ถ้าได้อาหารที่ไม่เป็นพิษ เป็นสาระประโยชน์ตามโภชนาการร่างกายก็จะดี ซึ่งแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน จะไปเอาสูตรตายตัวทุกคนเหมือนกันหมดไม่ได้หรอก แต่ละคนก็ต้องต่างกันไปบ้าง คนนี้ร้อนมาก คนนี้เย็นมาก ตามธาตุของคน ต้องให้เหมาะสม ๔.อากาศ เดี๋ยวนี้คนทำลายอากาศกันมาก อาตมาพาทำสิ่งที่ทำให้อากาศดี เช่นปลูกต้นไม้ ซึ่งสามารถปรุงออกซิเจนได้เยอะ เราก็ต้องอยู่ในที่ที่เสนาสนะสัปปายะ อย่างชุมชนเราพยายามให้ทุกที่อากาศดี เช่นในสันติอโศก ใครเข้าไปจะรู้ว่าอากาศผิดแปลกจาก สีลม พารากอน ประตูน้ำ จะมีธรรมชาติมากกว่า ถึงวันนี้สันติอโศกในกรุงก็มีน้ำตก มีเถาวัลย์ มีธรรมชาติที่ใกล้เคียงของจริง และที่ไหนของอโศกก็ทำเช่นนี้ มีน้ำตกแทบทุกอโศก ๕. ออกกำลังกาย ก็คือให้เคลื่อนไหว ให้เคลื่อนไหวสรีระได้สมดุลเพียงพอ น้อยไปหรือมากไปก็ไม่ดี แต่จะไปกําหนดความพอดีเป๊ะนั้นยากก็ต้องเผื่อพอไว้ เด็กตามสัญชาตญาณก็ดิ้นมากกว่าเฉย แต่ผู้ใหญ่หนุ่มสาว ก็ดิ้นไปบําเรอแสวงหาโลกีย์ พอชักชินชาเบื่อบ้างกําลังวังชาไม่ดีก็จะหยุดเคลื่อน ต้องออกกําลังกายเสริมให้มัน ไม่อย่างนั้นไม่สมดุล คนที่ฝึกฝนไม่ประมาทออกกำลังกายจะดี อย่างดาราเขาก็มุ่งรักษาหุ่น รักษาสวย แต่ของเรามุ่งรักษาความสมดุล ก็ต้องมีความเพียร ต้องฝืนมันหน่อย แต่ว่ามันเบียดเบียนเวลาทำงานบ้างก็เว้นบ้าง แต่ไม่มีจิตขี้เกียจ คุณต้องอ่านจิตขี้เกียจให้ออก ทุกวันนี้อาตมาไม่ขี้เกียจก็ว่าไป แต่ถ้าไม่ติดอะไรก็ต้องทำ เพราะรู้ว่าดีต่อชีวิต ๖.เอนกาย คือการพัก พระพุทธเจ้าตรัสว่า ให้รู้จักพัก รู้จักเพียร ผู้ใดจัดสัดส่วนพักและเพียรได้ พระพุทธเจ้าว่า เราไม่พักเราไม่เพียร เราข้ามโอฆสงสารได้ ธรรมชาติของชีวิตต้องมีเพียร เพียรจน ไม่ต้องเพียรแล้วเป็นอัตโนมัติ แต่ถ้าถึงเวลาควรพักก็ต้องพัก หรือป่วยก็ต้องพัก ผู้ใดจัดสัดส่วนได้ก็ จะสุขภาพดี หากไม่พอก็ต้องออกกําลังกาย คนใดที่ออกกําลังกายเกินแล้วก็ไม่ต้องเพิ่ม ส่วนอาตมารู้ตัวว่าไม่ได้ไปออกกําลังสรีระมาก ออกกําลังทางสมองเยอะก็ต้องไปพักให้สมองได้พักบ้าง ๗.เอาพิษออก เหงื่อออกนี่ก็เอาพิษออกแล้ว ทุกวันนี้คนเขารู้วิธีเอาพิษออกมากมาย เช่นกัวซา ,การทำให้เหงื่อออก ,ป๋าก้วนเอาเลือดเสียออก, ฯลฯ อาตมาไม่เอามะพร้าวห้าวมาขายสวน พวกคุณเรียนรู้มากกว่าอาตมาเยอะ อาตมาก็ทําพอสมควร อาตมาเข้าใจเอาเองว่าอาตมาไม่ได้เป็นคนไปแสวงหาสิ่งเป็นพิษใส่ตน แม้คนเขาทําอาหารก็เอาสิ่งไม่เป็นพิษมาให้อาตมาฉัน ๘. อาชีพ ตัวนี้สําคัญ เรื่องอาชีพเป็นพฤติกรรมเป็นงานของมนุษย์ที่ ไม่ค่อยคิดว่าเป็นโทษหรือประโยชน์ อาชีพเดี๋ยวนี้เป็นโทษเยอะ อาชีพนักธุรกิจนี่เป็นโทษเยอะ ไม่ต้องพูดถึงค้ายาบ้า ค้าสารพิษ ค้าอาวุธ ก็เป็นมิจฉาวณิชชา เป็นอาชีพร้ายแรง ทำให้ตนและคนอื่นอายุสั้น แม้แต่อาชีพที่ล่อแหลมที่ตายไวก็มีมาก ต้องรู้ว่าอาชีพที่จะให้เรามีอายุยาวยืนคืออย่างไร? เราอย่าทำอาชีพล่อแหลมต่ออุปัทวเหตุ ตายโหง อาชีพที่เป็นภัยต่อ ตนและผู้อื่นก็ต้องเรียนรู้สัมมาอาชีพให้ดี ไม่ทําบาปทําวิบากใส่ตัว รู้จักวิธีทําบุญกุศลให้แก่ตนเองให้มาก อาตมาเคยบอกว่าพวกเราชาวอโศก ต่อไปจะเป็นกลุ่มที่อายุยืนยาว พระกรรมฐานแม้มิจฉาทิฏฐิ แต่ก็ยังมีส่วนอายุยาว อายุเกือบร้อยเยอะ หรือร้อยขึ้นไปก็มี ถ้าทำได้ถูกนี้ ๙๐ เรื่องเล็ก ต่อไปจะมีอายุเป็นร้อยก็ยังแข็งแรง พวกฤาษีที่ออกป่า เขา ถ้ำ ทําไมอายุยืน เพราะว่าสิ่งที่จะทําให้สปาร์คทางอารมณ์มีน้อย เขาก็อายุยืนได้ แต่พวกที่อยู่อย่างขั้วโลกเหนือเย็นมากเกินก็อายุสั้น ๔๐ กว่าปีก็ตายแล้ว ร้อนมากก็ตายไว เย็นเกินไปก็ตายไว แต่เอนไปทางเย็นนั้นอายุยืนกว่า นี่คือ ๘ อ.ที่อาตมาว่าครบนะ ถ้าทําได้ ก็ ๘๐ ปีไม่มีแก่แน่นอนมั่นคง ขณะนี้วิทยาศาสตร์ค้นพบแล้วว่า มนุษย์อายุไม่แค่ ๑๒๐ นะ แต่ได้ ๑๕๐ ปีสบายๆ ซึ่งในไตรปิฎกก็มีเขียนไว้ว่ามนุษย์อายุเป็นพันเป็นหมื่นปีได้ *** หมายเหตุ จากหลักการสุขภาพบุญนิยม ๘ อ.ของพ่อครู ลูกๆชาวอโศกได้นำไปพัฒนาต่อยอด เป็นศาสตร์การแพทย์ต่างๆ เช่น สถาบันการแพทย์วิถีธรรม สถาบันการแพทย์แผนไทยศีรษะอโศก และมีการแพทย์ทางเลือกอื่นๆอีกหลายศาสตร์ ทำให้ช่วยเหลือประชาชนให้พ้นทุกข์ได้ทั้งกายภาพและจิตภาพ มีผู้มารับบริการสุขภาพบุญนิยมของชาวอโศกในทุกๆศาสตร์กันมากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ
5. การศึกษาบุญนิยม การศึกษาบุญนิยม นั้น มีความหมายชัดๆ ก็คือ การศึกษาที่เน้นเรื่อง "บุญ" คือ ศึกษาให้ถึงความเป็น " บุญ" “บุญ" ที่สัมมาทิฏฐิ คือ การชำระกิเลสในจิตสันดานให้สะอาดหมดจด(สันตานัง ปุนาติ วิโสเทติ) “การศึกษา ที่ไม่ลดกิเลส กู้
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive