คนจนฉลาดแท้ รู้จักพอและพ้นทุกข์ได้.docx
เนื้อหาในไฟล์
คนจนฉลาดแท้ รู้จักพอและพ้นทุกข์ได้ _Masarat Buranajaroenpong (เมษารัฐ บูรณะเจริญพงษ์) · กราบนมัสการพ่อท่าน,สมณะ,สิกขมาตุ,ทุกท่าน ...เจริญธรรมญาติธรรมทุกท่านค่ะ🙏ลูกปฎิบัติตามคำสอนของท่าน,ได้บ้าง,ไม่ได้บ้าง ,ชีวิตพบความทุกข์น้อยลง ,ชีวิตครอบครัวเจริญก้าวหน้า ไม่ทุกข์หนักๆเหมือนที่เคยผ่านๆมาค่ะ ...ครอบครัวตอนนี้อยู่ที่สาขาหินผาฟ้าน้ำค่ะ 🙏😊 พ่อครูว่า...ปฏิบัติธรรมมาก็ลดละได้ แล้วก็รู้ว่าทุกข์คืออะไร ชีวิตได้พบความทุกข์น้อยลง ที่ถ่อมตนว่า ทำได้บ้างไม่ได้บ้างแต่คนที่สามารถรู้ทุกข์และธรรม ปฏิบัติธรรมให้ตัวเองลดความทุกข์ลงได้ และก็รู้ว่าทุกข์ของตัวเองลดลง ทุกข์จะลดลงได้ก็ด้วยการ มันเป็นสามัญอัตโนมัติ ทุกคนก็พยายามลด ด้วยการแก้ไขด้วยการกดข่มอะไรก็แล้วแต่ แล้วมันก็ลดลงได้เป็นชั่วครั้งชั่วคราว ส่วนพระพุทธเจ้านั้นท่านให้ลดทุกข์ด้วยการพยายามหาเหตุของมัน ทุกข์ ที่มันเกิดขณะนี้ อาการทุกข์ มันมีเหตุปัจจัยเกี่ยวข้อง ตั้งแต่สัมผัสต่างๆของจมูกลิ้นกายภายนอก แล้วโยงไปถึงจิต ทำให้จิตมันปรุงแต่งกันขึ้นเป็นเวทนา มันก็มีเหตุให้เราปรุงแต่ง ผสมสังขารกัน อย่างนี้พอใจ มันมีอุปาทานเป็นตัวตั้งเอาไว้ อย่างนี้พอใจที่ต้องการก็สุข อย่างนี้ไม่พอใจตามที่ต้องการก็เป็นทุกข์หรือไม่ชอบใจ ไม่พอใจ ถ้าสุขก็พอใจ มันก็เป็นอยู่แค่นี้แหละมนุษยชาติที่ไม่ได้เรียนรู้ธรรมะของพระพุทธเจ้า เมื่อเรียนรู้ให้ลึกซึ้งเข้าไปแล้ว ปัดโธ่ เราเข้าไปตั้งอุปาทาน สมมุติเข้าไปว่าจะต้องได้อย่างนี้เป็นอย่างนี้ ถ้าเราไม่ตั้งว่าจะต้องได้อย่างนี้ เป้นอย่างนี้ รู้ความจริงว่า อ๋อ.. มันกระทบกับเราทางตาตอนนี้แหละ ขณะนี้ปัจจุบันนี้กระทบทางตาก็เป็นรูปอย่างนี้ สีอย่างนี้ กลิ่น รสจมูกอย่างนี้ กระทบทางหูเป็นเสียงอย่างนี้ อ้อ ก็รู้ความจริงตามค
อ่านต่อ
วามเป็นจริงของมัน ก็เห็นว่ามันควรจะช่วย มันจะได้เจริญก้าวหน้ามันจะได้ดูดี เป็นไปตามที่ควรก็ทำก็ช่วย แต่เห็นว่าไม่ควรจะต้องไปแตะต้องปล่อยเขาไปตามเรื่อง ไม่ต้องไปเป็นเจ้ากี้เจ้าการจนเกินไป แล้วเราก็เป็นอยู่สุขไม่มีปัญหาอะไร คนเราอยู่ด้วยกัน คนนั้นคนนี้พอบอกได้ รู้ เห็นว่าเขาเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เราก็เข้าใจตามภูมิของเราว่า เขาควรจะเลิกอันนี้ เขาควรจะทำอันนี้ แนะนำกันได้ก็ทำ แนะนำกันไม่ได้ก็ไม่ต้องทำ ปล่อยไปเฉยๆ คนเราก็ช่วยกันเท่าที่ทำได้ อย่างอาตมาก็ได้แต่พูดได้แต่บอกส่วนใหญ่ ไปจับมือจับไม้ไปบังคับให้ทำอะไรไม่เอา เอาแค่นี้แหละ ก็มีคนพอเข้าใจแล้วก็ได้ประโยชน์ โดยเฉพาะธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นเป็นไปเพื่อ ละหน่ายคลายกิเลส พอฟังแล้วก็ได้เอาไปลดละกิเลส จนกระทั่งลดความทุกข์ ลดสิ่งที่มันไม่ดีไม่งาม จนกระทั่งบรรลุโลกุตรธรรมมาเป็นอย่างนี้ ทำให้เราเป็นเช่นนี้ได้ เป็นอย่างที่เราเป็นทุกวันนี้ อาตมาก็เห็นผลแล้วว่า อาตมาประสบผลสำเร็จตามธรรมะพระพุทธเจ้าแล้ว ซึ่งก็พูดไปหลายทีแล้ว ว่าอาตมาไม่สูญเปล่าเกิดมาในชาตินี้ เอาธรรมะพระพุทธเจ้ามาเปิดเผยและมีผู้ฟังธรรมเข้าใจเอาไปทำตาม จนเกิดพฤติกรรม เกิดการประพฤติปฏิบัติ แล้วได้มรรคผล จนเสร็จแล้วก็มาใช้พฤติกรรม พฤติการณ์นี้แหละ อาศัยให้ชีวิตเป็นอยู่ทางกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม มันมีองค์รวม เป็นความคิดองค์รวม ความเห็นองค์รวม เรียกว่า ทิฏฐิสามัญญตาก็เลยมารวมกัน เป็นวัฒนธรรมเป็นหมู่กลุ่มที่มีทิศทาง เรียกว่า ทิฏฐิสามัญญตาไปในทางเดียวกัน มันมีตัวขัดแย้งกันบ้าง แต่ไม่รุนแรง อันพอเหมาะ ขัดแย้งอันพอเหมาะ มันเป็นธรรมชาติของสิ่งที่ไม่เท่ากัน ไม่เหมือนกัน มันก็ขัดแย้งกันโดยธรรมชาติ แล้วแต่ละคนก็ยึดตามอัตโนมัติ ยึดว่าเออ.. ของเราน่าจะดีกว่าของเขาน่าจะลดลง หรือก็เห็นว่าของเราไม่ดีของเขาดีกว่า ของเขาน่าจะได้กำไรกว่า อย่างนั้นดีกว่า ก็เห็นได้ว่า มีความบกพร่องของเรา อันนั้นของเขาเจริญกว่า เราก็พัฒนาตามให้ทำอย่างโน้น ไม่รู้ว่าจะทำให้เป็นอย่างนั้นได้อย่างไร ก็ถามกัน เขาบอกไม่ได้ ก็ถามคนที่พอจะอธิบายได้ เออ คนนี้ทำไมเขาเป็นอย่างนี้ได้ ก็ว่ากันไป สรุปแล้วคนเรามาอยู่รวมกัน แล้วเป็นหมู่กลุ่ม คือคนนี้มันเป็นสัตว์โขลง เป็นสัตว์ที่รวมกันเป็นกลุ่มหมู่ แล้วเป็นหมู่ที่มีพฤติกรรมอย่างนี้ มี สาราณียธรรม 6 เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ได้ลาภโดยธรรม ลาภธัมมิกา เอามารวมกันอย่างนี้ พัฒนา ศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา ปฏิบัติตามศีลที่พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เราปฏิบัติ ศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ศีลก็เสมอสมานกันไป คนที่เขาทำได้ เรายังทำไม่ได้ ก็เกื้อกูลกัน เคารพกัน รักกัน ตรงตามคำสอนพระพุทธเจ้าทุกอย่าง อาตมาว่าได้นำคำสอนพระพุทธเจ้ามาขยายความ ยืนยันให้พวกคุณเข้าใจ แล้วก็ได้ปฏิบัติ ได้มรรคได้ผลตามที่มันเป็นจริง จนเกิดมรรคเกิดผลในชีวิต จนชีวิตของพวกคุณนี้ เอาไปเอามาก็มาอยู่รวมกัน คนนี้ปักษ์ใต้ คนนี้ปักษ์เหนือ คนนี้ปักษ์อีสาน ปักษ์กลางก็แล้วแต่ ก็อยู่ บางคนก็อยู่ไกล แต่ก็มีต่างประเทศนะ เป็นคนไทย มีเชื้อจีนบ้าง เชื้อแขกบ้าง คงไม่มีใครมีเชื้อโควิดนะ ก็ดีแล้ว มีเชื้อแขก เชื้อไทย เชื้อจีน ก็ว่ากันไป แล้วก็มามีชีวิต โดยเป้าหมายเราจะเดินทางไปสู่ความตาย เราเห็นว่าชีวิตเรา กลุ่มนี้แหละ มนุษย์กลุ่มนี้ คนกลุ่มนี้แหละ มีวัฒนธรรม มีการพากันประพฤติปฏิบัติไป เราอยู่ด้วยได้นะ ถ้าเราจะมาอยู่ด้วยก็อยู่ได้ เราอยู่กับหมู่นี้ดีกว่า แต่ก่อนนี้เราก็อยู่เดี่ยวๆ อยู่ตามความคิดของเราเป็นเอก เสร็จแล้วเราก็เป็นเจ้าใหญ่เลยในบ้าน หาเงินหาทอง สร้างอำนาจบาตรใหญ่ของเราไปตามประสาเราไป แล้วคนส่วนใหญ่เขาก็เป็นอย่างนั้นจนกว่าเขาตาย แต่พวกเรานี้ถอดตัวถอดตน ปัดโธ่ ชีวิตของเราก็เป็นแค่นั้น ยิ่งมีระบบ สาธารณโภคี มีระบบที่ร่วมกันรวมกัน ไม่ยึดมั่นถือมั่นเป็นตัวเป็นตน เป็นของตนอะไรกันมากมาย มีอะไรก็อาศัยช่วยกัน สร้างสรรไป บูรณะไป เก็บกวาดกันไป อะไรที่จะพอเก็บกวาดกันได้ อะไรไม่พอก็สร้างขึ้น อะไรที่ทำขึ้นได้แล้ว มันเจริญของมันไป เช่นเราปลูกพืชผัก มันก็ทำของมันต่อ อย่างเช่นหน่อไม้มันก็ขึ้นของมันโตของมันเราก็เก็บเงินมากินมาแจก ซึ่งคนเรามีภูมิปัญญามีความรู้ความเข้าใจ โดยที่เราไม่ไปหลงโลกเขา อ้าขาผวาปีก ว่าเราจะต้องไปรวยอย่างนั้น ระดับอย่างนั้น เราจะต้องไปได้มีอลังการ มีวัตถุแบบนั้นแบบนั้น เราเห็นแล้วว่าเราพอแล้ว ไม่ต้อง แต่ก่อนนี้เราก็ไขว่คว้า ตามคิดว่า..แหม!..เราน่าจะได้ น่าจะมี แล้วก็ได้มาบ้างไม่ได้บ้าง ก็เห็นแล้วว่ามันได้มันจะต้องได้ต่อ จนกระทั่งมาถึงวาระนี้ รู้จักพอ รู้จักหยุด รู้จักขอบเขตแล้วก็ลดลง ลดลง มีสันตุฏฐิ อัปปิจฉะ พอ น้อยลงๆๆ จนกระทั่งมาถึงขนาดนี้ แต่ละคนอยู่ มี สันตุฏฐิ อัปปิจฉะ มีพอ มีน้อยลงๆๆ จนกระทั่งได้ที่ แล้วก็อาศัยสิ่งที่น้อยที่เราอาศัย อาศัยสิ่งน้อยๆนี้ แค่นี้พอแล้ว จนกระทั่งพระพุทธเจ้าท่านย่นย่อเข้าไปสรุปที่ ปัจจัย 4 มีบริขาร มีองค์ประกอบบ้าง เครื่องอาศัยพอสมควร ทุกวันนี้เราก็พอ พอทั้ง ปัจจัย 4 ทั้งบริขารที่เป็นอยู่ บางทีบางครั้งเราก็บอกว่า เราน่าจะมีอย่างนั้นอย่างนี้บ้าง ก็น่าไป เห็นว่าควรก็เอา โอ้ มันมากไป แล้วไม่ควรก็ไม่ต้อง ถ้าเป็นไปได้ก็ทำ ทำแล้วมันก็เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะตัวเราเองไม่ต้องเป็นของตัวของตนนี่นะ คนที่วางตัวนี้ได้แล้ว อย่างพวกคุณเข้ามาอยู่ในนี้ โอ้โห มันสบายแล้ว เบาแล้ว นอกนั้นก็มาช่วยกัน ดูองค์ประกอบที่ควรจะมีไป ของตัวของตนไม่ต้องไปกังวลเลย ทุกวันนี้มันพอ แค่เรามีนี้ แต่ละคนที่มีนี้ ซึ่งไม่ได้มีใครอยากจะได้อะไรมากมายเกินไปในแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นหนุ่ม ไม่ว่าจะเป็นสาว ไม่ว่าจะแก่ ใช่ไหม เข้าใจสภาวะธรรมคำว่า เอ้อ.. มันพอ แล้วมันก็น้อยแล้วนะ ขนาดนี้ น้อยกว่านี้ได้อีกไหมถ้าได้ก็ทำ 0 โน่นแหละ น้อยที่สุด อะไร 0 ได้ก็ 0 อะไรมัน 0 ไม่ได้ เช่นไม่ต้องนุ่งผ้าเลย มันไม่ไหว 0 อย่างนี้ไม่ไหว มันมากไป เราก็รู้ความเหมาะความควร หรือแม้ว่า มีเสื้อผ้านี่แหละ มีชุดแค่นี้ พอไหม ขณะนี้ อย่างพวกเรา มีเสื้อผ้าที่ใช้แต่ละคน เท่าที่มีอยู่นี้ใช้ไปจนตายได้ไหม...ได้ แฟชั่นใหม่อะไรที่เขาจะมีเราก็เข้าใจ แล้วก็ไม่กระดี๊กระด๊าที่อยากจะไปมีอะไรอีกหรอก นี่คือ ปัจจัยสำคัญของชีวิตนะ เครื่องนุ่งห่ม เงินทองข้าวของนั้นยิ่งสบายกว่านี้เยอะเลย แต่ก่อนนี้โอ้โห มักได้ใคร่ดี อยากจะได้มากมาย อยากจะรวยมากๆ แต่ ผู้ที่หยุด แค่ ไม่ต้องไปวิ่งไล่ สะสมเงินทองกับใครอีกแล้วนี่ ชีวิต ตัดอันนี้ได้ แค่นี้ก็สุขสบายแล้ว นอกนั้นก็มีชีวิตอยู่กับประจำวัน วันๆ เราจะสร้างสรรอะไรมากินมาใช้มาอาศัยไป นี่มันเป็นความตั้งอยู่ เป็นเครื่องอาศัยของชีวิตเรา พอดีแล้ว พอดี พอเพียง ศัพท์ในหลวงบอกพอเพียง แค่นี้ก็พอ พอดี ทุกวันนี้พวกเราจึงสบ๊ายสบาย รู้สึกว่า เราเองไม่พอหรือเราเหลือเฟือ ... โยมตอบ เหลือเฟือ .. ชีวิตพวกเราจะเห็นได้เลยว่า เรามีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ เราพอพอ ไม่พอ หรือเหลือเฟือ แค่นี้เราก็ตัดสินให้ตัวเราเองได้แล้วว่า ถ้าหากชีวิตเราเหลือเฟือ ผู้นี้เป็นเศรษฐี ใช่ไหม มีเท่านี้ก็เหลือเฟือแล้วก็คือเศรษฐี ถ้าหากผู้นี้มีแสนล้านอยู่ยังไม่พอ โอ้ จนชิบหายเลยผู้นี้ เห็นชัดเจนไหม ในสภาวะจิตของคนว่าคนนี้ทำไมจนไม่รู้เสร็จเลย มันมีแสนล้านแล้วนะมันยังบอกไม่พอ มันจนไม่รู้เสร็จเลยคนนี้จนไม่เสร็จ มันจะมีไปอีกเท่าไหร่ถึงจะพอ ทำไมมันจนไม่รู้จักเสร็จ เราจะเห็นว่าความโง่กับความฉลาดนี้ มันอยู่ตรงไหน ชีวิตของคน ใครเขาว่าพวกคุณโง่ เจ็บปวดไหม ...โยมว่า ไม่ .. ทำไม? เขาบอกโง่อยู่ชัดๆ ถ้าฉลาดก็ต้องไปหาทางรวยๆๆๆ หมื่นล้าน แสนล้าน อย่างที่เขาเป็นกันทั่ว ส่วนใหญ่เขาต้องเป็นอย่างนั้นใช่ไหม มาเป็นทำไมกับพวกส่วนน้อย ทำไมไม่ฉลาด คนฉลาดส่วนใหญ่เขาฉลาดใช่ไหม พวกโง่ ส่วนน้อย สมณะฟ้าไท... เราพวกลดความโง่ อาตมาจะพูดอย่างไร (พ่อครูไอตัดออกด้วย) สมณะฟ้าไท... พวกเราเข้าใจแล้ว เราเคยเป็นอย่างพวกเขา เขาจะบอกว่าเราโง่ เราก็เคยเป็นอย่างเขามาแล้ว แต่คุณยังไม่เคยเป็นอย่างฉัน จะว่าฉันโง่ได้อย่างไร คุณรู้ข้างเดียว ก็รู้ทั้ง 2 อย่าง พ่อครูว่า... เคยมีแสนล้านแล้วหรือ สมณะฟ้าไท... เคยมีน้อยก็พอแล้ว แค่นั้นก็จะตายแล้ว พ่อครูว่า... รู้แล้ว ทุกข์ฉิบหายเลย โอ้โห นี่เป็นสัจจะที่คนอย่างพระพุทธเจ้านี่แหละค้นพบแล้วก็เอามาขยาย จนกระทั่งมาทำให้คนรู้ตาม อย่างพวกเรานี่รู้ตามและ เป็นไปได้ 650909 สังคมของคนที่ตายจากกิเลสจนเป็นพระอาริยะ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ