570924_ทำใจเป็นบุญ ขาดทุนคือกำไร ในเทศกาลกินเจ ๒๕๕๗ (1).doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
570924_ทำใจเป็นบุญ ขาดทุนคือกำไร ในเทศกาลกินเจ ๒๕๕๗ เทศกาลกินเจ ปี ๒๕๕๗ เร่ิมต้นขึ้นแล้วทั่วประเทศไทย และสำหรับที่อุทยานบุญนิยม ร้านอาหารมังสวิรัติของชาวอโศกในตัวเมืองอุบลฯราชธานี เร่ิมเปิดขายอาหารเจตั้งแต่วันที่ ๒๒ กันยายน ถึง ๒ ตุลาคม ๒๕๕๗ ปีนี้คาดว่าคนจะหันมาถือศีลกินเจกันมากขึ้น เพราะว่าบ้านเมืองอยู่ในช่วงผ่านพ้นวิกฤติทางการเมือง และคนไทยเริ่มมีปัญญารู้ว่าอาหารของมนุษย์ ควรเป็นพืชผักผลไม้มากกว่าเนื้อสัตว์ เพราะโรคภัยอันเกิดจากการบริโภคเนื้อสัตว์ได้เพ่ิมสูงขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็งหรือว่าโรคหลอดเลือดในสมองหรือหัวใจอุดตัน อันเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆของคนไทย ก็ล้วนมีเหตุมาจากการบริโภคเนื้อสัตว์และไขมันเกินนั่นเอง เมื่อคนหันมากินเจกันมากขึ้น ชาวอโศกบุญนิยม ที่นิยมการเสียสละ จึงได้กระตือรืนร้นในการจัดเนื่องจากเทศกาลกินเจกันมาก โดยปีนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากทางราชการให้กางเต็นท์เพ่ิมพื้นที่หน้าร้านลงไปบนถนนถึง ๑ เลน ทำให้ชาวบุญนิยม ได้มีพื้นที่ทำงานเพิ่มขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้มารับประทานอาหารที่ปราศจากการเบียดเบียนชีวิตสัตว์ ทำให้เกิดอธิศีลในศีลข้อที่ ๑ ขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่กินเจอย่างเข้าใจในเนื้อหาสาระของการกินเจ …..(สัมภาษณ์คนมากินเจว่า กินเจเพื่ออะไร? สัก ๓ คน ) พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ผู้นำชาวอโศกบุญนิยม ได้ให้ข้อคิดเรื่องนี้ว่า คนที่กินเนื้อสัตว์ เพราะติดใจใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เปรียบเหมือนคนที่มัวเมา ฆ่าลูกที่น่ารักของเราเองกิน เพราะลืมตัวจัด ทำไปโดยหหลงลืม ไม่รู้ว่า สัตว์มันมีจิตอาฆาตพยาบาท ต่อเนื่องไม่รู้จบ ถ้าเรากินเนื้อสัตว์ ก็ต้องมีส่วนส่งเสริมหรือทำให้เกิดการฆ่าสัตว์ พระพุทธเจ้าจึงตัดกรอบ ว่าอย่าไปกินสัตว์ที่คนฆ่ามา มันจะไปอีกกี่ชาติไม่รู้ ท่
อ่านต่อ
านก็ให้ตัดสะพานเสีย และคนเป็นสัตว์กินพืช มีเล็บเหมือนสัตว์กินพืช เขี้ยวก็เป็นแบบสัตว์กินพืช มีอีกมากมายที่ยืนยันว่าคนคือสัตว์กินพืช สัตว์ไม่ใช่อาหารของคน ทั้งเป็นบาป ทั้งเป็นพิษภัย ถ้าคนที่มาร่วมรับประทานอาหารเจได้ทำใจในใจให้ลดละเลิกการติดเนื้อสัตว์ได้ก็จะได้ บุญ อันคือการชำระกิเลสที่แท้จริง สำหรับชาวบุญนิยมที่มาร่วมทำงานนั้น ปีนี้มีประมาณ ๔๐๐ คน มาจากเกือบทุกเครือแหของชาวอโศก รวมทั้งนิสิต วนบ. มหาวิชชารามนาวาบุญนิยมก็มาร่วมศึกษาฝึกฝนทำงานด้วย ทำให้บรรยากาศที่อุทยานบุญนิยมคึกคักกว่าทุกปี คนทำงานถึง ๔๐๐ คน ถ้าเป็นระบบทุนนิยมคิด เขาก็จะบอกว่า คงต้องเจ็งหรือทำไปไม่รอดแน่นอน แต่ว่า ระบบ “บุญนิยม” ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่คน ๔๐๐ คน มาร่วมกันทำงานเสียสละดำเนินไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ เพราะทุกคนที่มา ทำงานฟรี ไม่รับค่าตอบแทน ทำให้ที่นี่สามารถขายอาหารเจได้ในราคาถูกกว่าทั่วไป เช่นกับข้าวเจใส่ถุงขายราคา ๑๐ – ๑๕ บาทต่อถุง ถ้าเป็นอาหารพิเศษขายถุงละ ๒๐ บาท ในขณะที่ร้านทั่วไปขายถุงละ ๓๐-๕๐ บาท วัตถุดิบที่ใช้ทำอาหารก็พยายามคัดสรรผักปลอดสารพิษให้มากที่สุด หากต้องซื้อมาจากตลาด ก็จะมีกระบวนการทำให้ปลอดสารพิษให้มากที่สุด เพราะคำนึงถึงสุขภาพที่ดีกว่าของผู้มารับบริการ ถ้าคิดต้นทุนแบบระบบทุนนิยม ค่าแรงขั้นต่ำสำหรับคน ๔๐๐ คน คนละ ๓๐๐ บาทต่อวัน จะต้องใช้เงินถึงวันละ ๑๒๐,๐๐๐ บาท สำหรับค่าแรงงาน ยังไม่นับค่าวัตถุดิบ ค่าเช่าสถานที่ ค่าเต็นท์ และอื่นๆสารพัด คิดรวมทั้งหมดแล้ว ชาวบุญนิยมจะได้เสียสละให้แก่ประชาชนในเทศกาลกินเจนี้เป็นจำนวนเงินมากแน่นอน และสำหรับนักปฏิบัติธรรมที่นิยมบุญ แล้ว การได้ลดความตระหนี่ ได้เสียสละออกไป นี่คือรายได้หลักของชาวบุญนิยม ดังพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ว่า “ขาดทุนของเรา คือกำไรของเรา” นั่นเอง (สัมภาษณ์ผู้มาทำงานบุญ ว่าทำงานที่นี่ได้บุญไหม? อย่างไร?) เพราะเป็นระบบบุญนิยม ที่คนนิยมทำงานให้ฟรีๆ เต็มใจเสียสละให้ทั้งใจไม่มีใครจ้าง จึงตั้งใจทำงานเต็มที่เต็มเวลา ไม่มีอู้ไม่มีหลบเลี่ยงงาน ทำงานได้เท่าที่มีเวลาและสุขภาพกายเอื้ออำนวย ถ้าไม่ป่วยเสียก่อน เวลากินก็กินเพียงวันละ ๑ มื้อสำหรับคนที่ถือศีล ๘ สำหรับคนถือศีล ๕ ก็กินวันละ ๒ มื้อเท่านั้น ทำงานไปปฏิบัติธรรมลดละกิเลสไป ได้ทั้งประโยชน์ตนประโยชน์ท่่านไปในตัว บรรยากาศหลังร้าน เต็มไปด้วยสีสัน มีแม่ครัวที่เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาในเวทีการชุมนุมของกองทัพธรรม ใส่เสื้อผ้ามอซอ มองซึ้ง แต่หน้าตาเบิกบาน มีเต็นท์ใหญ่สไตล์กองทัพธรรม มีจอ LED จอใหญ่ มีไฟโคมสีขาว ชวนให้คิดถึงบรรยากาศเก่าๆของชาวกองทัพธรรม ใครจะมาเอากำไรแบบอาริยะชน ก็เชิญที่อุทยานบุญนิยม หรือร้านอาหารมังสวิรัติของชาวอโศกบุญนิยมทั่วประเทศ มาทำใจให้เป็นบุญ ขาดทุนคือกำไร ในเทศกาลกินเจปี ๒๕๕๗ กันเถิด