340918 จำลองรับรางวัลเกียรติยศที่เกาหลี.docx
เนื้อหาในไฟล์
340918 จำลองรับรางวัลเกียรติยศที่เกาหลี
จำลองรับรางวัลเกียรติยศที่เกาหลี โดย อัมพา สันติเมทะนีดล จาก น.ส.พ.บางกอกโพสต์ ฉบับวันพุธ 18 กันยายน 2534
"จำลอง! จำลอง!" เสียงโห่ร้องต้อนรับของฝูงชนในกรุงโซลดังก้องขึ้น ขณะเมื่อชายชุดม่อฮ่อมเดินส่งยิ้มผ่านหน้าไป ครั้นแล้วปรากฏการณ์กลับพลิกผันกลายเป็นชุลมุนกันขึ้นเล็กน้อยเหตุเพราะเหล่าบรรดาผู้คนพากันห้อมล้อมกันเข้ามา ขอรับแจกหนังสืออัตตชีวประวัติของชายในชุดสีน้ำเงินนั้น ผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร พลตรีจำลอง ศรีเมือง เป็นอันผ่านบทพิสูจน์แล้วว่า ยอดนิยมศรัทธาตัวท่านในต่างแดนนั้น ดูออกล้นหลามปานๆกันกับภายในประเทศเรา ทั้งนี้โดยเปรียบวัดตามเหตุการณ์ที่ประจักษ์เมื่อท่านเดินทางมาถึงเมืองหลวงเกาหลีใต้ในวันที่ 5 ก.ย. เพื่อเข้ารับมอบรางวัลจากมูลนิธิรางวัลอิลกา อนุสรณ์ (IL-GA Memorial Award Foundation) วันนั้นตั้งแต่เช้า ฝนฟ้าโหมกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย ทำให้ฝ่ายจัดงาน ต้องย้ายสถานพิธีมอบรางวัล ซึ่งเดิมกะไว้ที่สนามกลางแจ้ง ร.ร.เกษตรกรคานาน เลยเปลี่ยนเป็นหอประชุมของมูลนิธิแทน แต่ทว่าสายฝนก็ยังไม่อาจสะกัดกั้นฝูงชนที่กระหือรือหลั่งไหลมาเป็นประจักษ์พยานกับงานประวัติการณ์เกียรติยศครั้งนี้ ในงานพิธี แขกผู้มาร่วมฉลองได้แก่ท่านนายก รมต.โรห์แตวู บรรดาชนชั้นนำแห่งเกาหลี และแขกชาวไทยในต่างแดน แขกเหรื่อทั้งหลายต่างยิ้มแย้มทั้งๆที่หอประชุมคับแคบ เกินกว่าที่จะรับรองได้หมดทุกคน ผู้รับรางวัลอีกสองท่านเป็นชาวคนเกาหลี ส่วนพลตรีจำลอง เป็นชาวต่างชาติคนแรกที่ได้รับรางวัลทรงเกียรติยศชั้นเลิศสุดสุดอันหนึ่งซึ่งมอบให้กันในเกาหลี ด้วย เหตุนี้เองเลยทำให้ท่านผู้ว่าฯกลายเป็นดาวดวงเด่นของงานพิธีสำคัญดังกล่าว เบื้องหลังการสรรหาตัว มีการเสนอรายชื่อผู้มีชื่อเสียง 120
อ่านต่อ
ท่านจากเหล่าประเทศอาเซียน บุคคลที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นเลิศแห่งปีนี้มีในสามสาขาด้วยกันคือ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และบริการสาธารณะ ตามข่าวแจ้งว่าทางมูลนิธิได้สอบประวัติเบื้องหลังพลตรีจำลองอย่างถี่ถ้วนพิถีพิถัน โดยคณะกรรมการของเขาเองบินมากรุงเทพฯแล้วลงมือไถ่ถามประชาชนทุกระดับตั้งแต่พวกเที่ยวเก็บของเศษขยะตามถนน และคนขับแท๊กซี่ไปจนถึงข้าราชการชั้นสูง หลังจากนั้นจึงค่อยตกลงตัดสินผลสุดท้ายกันได้ ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร พร้อมศรีภริยา พันตรีหญิง ศิริลักษณ์ ผู้ติดตามไปด้วย ท่านผู้ว่าฯ กล่าวว่า "ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติยิ่งนักที่ได้รับรางวัล ดอกเตอร์ คิม ยอง-กิ ผู้อุทิศชีวิตทั้งชาติในการทำงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนาชาวไร่เกาหลีนับล้านๆคน" "รางวัลนี้เป็นสิ่งเตือนสติให้ข้าพเจ้าระลึกถึงคำสอนที่มารดาเคยบอกไว้เสมอว่า 'ลูกจะได้เก็บเกี่ยวผลจากพืชอันลูกได้หว่านไว้เอง' ใครๆแต่ละคน ย่อมเป็นไปตามกรรมที่ตนได้รับอบรมฝึกฝนมา สาเหตุดังกล่าวนี้คงจะเป็นเหตุผลไขความว่าทำไมข้าพเจ้าถึงเกิดมีเกียรติยศขึ้นมาได้ในวันนี้" รางวัลอิลกา ก่อตั้งขึ้นในปี 2532 เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ ดร.คิม ยองกิ ผู้ล่วงลับ โดยฐานะที่ท่านมีจิตวิญญาณอันแรงกล้านำพาบุกเบิกมิติใหม่แห่งชีวิต อิลกา เป็นนามปากกาของท่าน รางวัลอิลกานี้ยังเป็นเกียรติยศแก่บรรดาท่านอื่นผู้เสียสละตนเองทำงานส่งเสริมสวัสดิภาพของมวลมนุษยชาติ สำหรับเรื่องราวของ ดร.คิม เดิม ถือกำเนิดในครอบครัวมีระดับเมื่อปี 2452 ท่านเริ่มต้นทำงานกับชาวเกษตรกร โดยอุตสาหะบุกเบิกผืนดินอันรกร้างเปล่าประโยชน์ ในเมืองบ้านเกิด ที่ บอนกันชอน เมื่อต้นปี 2474 ต่อมาค่อยริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านอุดมคติในถิ่นฐานไร่นาชาวเกาหลี โดยมุ่งหมายให้เป็นทางปลดแอกสู่อิสรภาพจากการยึดครองของญี่ปุ่น และในขณะเดียวกันท่านจะได้สามารถอุทิศชีวิต ก่อสานงานสร้างสรรจรรโลงการศึกษาศาสนาและสังคมให้แก่ชาวไร่นาเกาหลีต่อไปอีกด้วย ในระหว่างที่เกาหลีเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกระกำลำเค็ญ อันเป็นผลพวง มหาภัยสงครามโลกครั้งที่สองและสงครามเกาหลีนั้น ดร.คิม ได้รับความช่วยเหลือจากเหล่าบุคคลต่างๆผู้ศรัทธาร่วมอุดมการณ์เดียวกัน ซึ่งหลั่งไหลให้กันมาเองรวมทั้งที่ท่านสามารถทำให้คนเห็นใจอีกต่างหาก หลังจากนั้นเป็นต้นมาด้วยพลังรวมน้ำใจ ร่วมกัน พวกเขาทั้งหลายเหล่านั้นกับ ดร.คิม จึงได้ช่วยกันพลิกผืนแผ่นดินแห้งแล้ง ให้กลับกลายเป็นไร่นาอันอุดม ในปี 2505 หมู่คณะนี้ได้ร่วมกันก่อตั้ง ร.ร.เกษตรกรคะนาอัน ซึ่งให้การฝึกฝนแก่บรรดาบุคลากรทั้งจากภาครัฐบาล กองทัพ และส่วนเอกชน จวบจนบัดนี้ผ่านมา 34 ปีแล้ว โรงเรียนแห่งนี้สามารถสอนคนสำเร็จออกไปมากกว่า 400,000 คน ครั้งหนึ่งรัฐบาลเกาหลีเคยดำริจัดหาทุนอุดหนุนให้มูลนิธิ ซึ่งทำงานกัน มาได้ด้วยเงิน จากการบริจาคของประชาชนเกือบทั้งหมด แต่ข้อเสนอดังกล่าวต้องตกไป เพราะเหตุทางมูลนิธิ เกรงว่าการรับเงินทุนรัฐบาลจะเชื้อเชิญอิทธิพลด้านรัฐ เข้ามาครอบงำให้ตนเองอยู่ใต้อาณัติมากเกินไป ทั้งยังเหมือนชิดเชื้อกับอันตราย อันกระทบกระเทือนต่อภาพลักษณ์ของมูลนิธิอีกด้วยเช่นกัน ดร.คิม ถึงแก่มรณะ ในปี 2531 แต่โครงการต่างๆของท่านยังคงยืนยง ทั้งปรากฏเป็นที่แน่นอนว่าเหล่าคณะผู้สืบทอดเจตนารมณ์จะดำเนินการต่อไป เรื่อยๆ ส่วนตัวพลตรีจำลองเองนั้น เป็นที่กล่าวขวัญสดุดีในฐานะที่เป็น "ข้าราชการผู้กินน้อยและทำงานหนัก" ท่านผู้ว่าฯกล่าวว่า ท่านเองทำงานในแนวทางเดียวกันกับ ดร.คิม คือท่านเริ่มงานพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อเตรียมฝึกฝนพนักงานเทศบาลกรุงเทพมหานคร ให้เป็นคน ซื่อตรง ขยันขันแข็ง และชอบเสียสละต่างๆ ระหว่างงานฉลองรางวัล ท่านผู้ว่าฯ ยังได้รับเชิญไปปราศรัยตาม องค์การหลายๆแห่ง ท่านเล่าว่า "ผู้คนเขาประสงค์ให้ข้าพเจ้าพูดถึงปัญหาสังคม วิธีเป็นข้าราชการดีๆ พวกเขาต้องการให้ข้าพเจ้าตอกย้ำความสัตย์ซื่อ และการเสียสละ กล้าให้ เขาเหล่านั้นเกลียดชังการฉ้อราษฎร์บังหลวง" โอกาสนี้ ท่านผู้ว่าฯ ยังได้มอบลิขสิทธิ์แก่มูลนิธิเกาหลี ซึ่งปรารถนาจะแปล อัตตชีวประวัติของตัวท่านเอง จากหนังสือ "ชีวิตจำลอง" เป็นภาษาเกาหลี โดยมีโครงการบริจาคเงินได้จากการขายให้ไว้ใช้ในกิจกรรมขอมูลนิธิอิลกาต่อไป สำหรับผู้รับรางวัลอิลกาแต่ละท่าน ต่างได้รับเงินสด 20,000 เหรียญอเมริกัน พร้อมกับเหรียญเกียรติยศ
จาก น.ส.พ.BANGKOK POST คอลัมน์ OUTLOOK SECTION THREE เรื่อง Chamlong wins acclaim in Korea Vol.XLVI No.261 WEDNESDAY SEPTEMBER 18, 1991
แปลความ โดย วิมุตตินันทะ - กันยา พิมพ์ โดย อนงค์ศรี ตรวจทาน โดย สุพรรณี - บังอร พิสูจน์อักษร โดย ท่าน บินบน