นิ้วทั้งห้า พระที่ถูกมองข้าม.doc.docx

โฟลเดอร์ตำนาน นิทาน นิยาย นอกอโศก
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์719 KB
วันที่แก้ไข20 พฤษภาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

นิ้วทั้งห้า บีบหัวแมว มีนิทานขำๆ มาให้อ่านเล่น ในสมัยก่อนพุทธกาลสัตว์ทั้งหลายก็พูดได้ นิ้วทั้ง 5 ก็พูดได้ สี่นิ้วก็รุมว่านิ้วก้อยไอ้ตัวเล็กเดินตามหลังระวังหมากัด นิ้วก้อยก็ไม่ค่อยยอม พวกเอ็งมาว่าฉันประจำเลยฉันน่ะมีความหมายนะ เวลาคนโกรธกันเกลียดกันอาศัยฉันน่ะ เกี่ยวก้อยดีกันนะ ดีกันนะตัวเอง นิ้ก้อยกระแทกนิ้วนางแล้วเอ็งมาว่าฉันน่ะเองมีความหมายอะไร โอ่!ฉันน่ะมีความหมายมากเลย เวลาคนรักกันชอบกันจะแต่งง่านกันก็อาศัยฉันนี่แหล่ะสวมแหวนหมั้นนะอิๆ นิ้วนางกระแทกนิ้วกลาง นิ้วกลางเอ็งสูงยาวเข่าดีไม่เห็นมีประโยชน์อะไรเลย นิ้วกลางบอกว่าถึงฉันจะไม่ค่อยมีประโยชน์ แต่พวกเอ็งก็เปรียบเหมือนลูกน้องฉันนะเฟ้ย! ไปไหนมาไหนก็ต้องคอยคุ้มครองฉัน นิ้วกลางกระแทกนิ้วชี้ดังตึ้ง นิ้วชี้เอ็งมีความหมายอะไรวะ? นิ้วชี้ตอบฉันมีความหมายมากเลยจะเอาอะไรก็ต้องใช้ฉันเนียแหละ ชี้หยิบไอ้นั้นที หยิบไอ้นี่ที่ ใช้นิ้วก้อยชี้จะไปรู้เรื่องอะไร นิ้วก้อยตาเขียวใช้ฉันก็งงตายสิ! ไอ้โป้งนี่นั้งเตี้ยเลย!สี่นิ้วก็ถามว่าทำมัยเองไม่พูดกับเขามั้งวะ? โป้งบอกว่าไม่อยากพูดโว้ย!พูดแล้วไม่ค่อยเข้าหูคน เวลาโกรธกันเกลียดกันอาศัยฉันเนี่ยแหละ โป้งแล้วล่ะ เขาโป้งตัวเองแล้วล่ะอิๆๆ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อยู่รวนกันย่อมมีการกระทบกันเป็นธรรมดา แต่เมื่อรวมกันสามัคคีกันย่อมมีพลังบีบหัวแมวได้ พระที่ถูกมองข้าม มี ชนบทแห่งหนึ่งในประเทศจีน ตั้งอยู่เชิงเขา เป็นภูมิประเทศที่สงบ อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร มีธารน้ำใสใหลผ่านหมู่บ้าน ต้นไม้ทุกต้นใบสดเขียวขจี ในทุ่งนาก็สะพรั่งด้วยต้นข้าวที่ชูรวงเป็นสีทอง ตัดกับท้องฟ้าสีคราม มองไปทางไหนก็ชื่นฉ่ำเจริญตา ชาวชนบทส่วนใหญ่มีอาชีพทำไร่ทำนา ผู้อยู่เรือนก็ปั่นฝ้าย ทอผ้า ต่างมีความสุข มีฐานะมั่งคั่ง เหนือ

อ่านต่อ

ขึ้นไปบนยอดเขา มีกุฏิพระภิกษุอยู่จำศีลภาวนา เชิงเขามีกระท่อมน้อยหลังหนึ่ง เป็นที่อยู่ของสองแม่ลูก แม่นั้นแม้อายุจะย่างเข้าสู่วัยชรา แต่นางยังแข็งแรงพอที่จะรับจ้างเขาทำงานหาเลี้ยงลูกได้ บุตรของนางเป็นเด็กหนุ่ม ไม่เอาการเอางาน ดื้อด้าน ไม่เชื่อถ้อยฟังคำมารดา ไม่สนใจในความเหนื่อยยาก ของแม่ที่ตรากตรำทำงานหนัก เอาแต่เที่ยวเตร่ เล่นสนุก ถึงกระนั้นนางก็รักเขาเอาอกเอาใจมิให้อนาทร วันหนึ่ง เขาแลเห็นเพื่อนกราบพระพุทธรูป ก็นึกในใจว่า การที่เพื่อนของเขามีฐานะดี คงเป็นเพราะหมั่นกราบไหว้พระ เย็นวันนั้นเขาจึงขึ้นไปบนเขา เข้าไปนมัสการขอพระพุทธรูปจากพระภิกษุที่พำนักอยู่บนยอดเขา เพื่อเอาไปไว้บูชาที่เรือน หวังจะได้มั่งคั่งเหมือนคนทั้งหลาย พระ ภิกษุได้ฟังก็กล่าวว่า “ฟังก่อน เหม็ง เจ้าจะแก้จนด้วยการกราบไหว้พระนั้นไม่สำเร็จดอก ป่วยการเปล่า ในเมื่อที่เรือนของเจ้าก็มีพระอยู่แล้ว จงเคารพบูชาท่านเถิด เจ้าจะจำเริญ” เหม็งได้ฟังก็ฉงน อุทานว่า “ที่บ้านของกระผมไม่เคยมีพระสักองค์ กระผมยากจนนักหนา จึงอยากได้ไปไว้บูชากับเขาบ้าง” พระ ภิกษุยังคงยืนกรานว่า “กลับไปเถิดเหม็ง พระเฝ้ารออยู่ที่บ้านแล้ว กลับถึงบ้านคืนนี้ เมื่อเจ้าเคาะประตู ท่านจะออกมาเปิดรับเจ้าอย่างรีบร้อน ผลีผลามเสียจนใส่รองเท้ากลับข้าง เสื้อที่สวมก็กลับด้านนอกอยู่ข้างใน” เหม็ง ได้ฟังดังนั้นก็สนเท่ห์ยิ่งนัก นมัสการลาพระภิกษุ รีบกลับ ฝ่าลมหนาวและละอองน้ำค้างมาตลอดทาง กว่าจะถึงบ้านก็เปียกโชกไปทั้งตัว ทันทีที่เขาเคาะประตูกระท่อม ผู้ที่เปิดประตูรับเขา ก็คือมารดาของเขานั่นเอง เหม็งสังเกตเห็นนางสวมรองเท้ากลับข้าง เสื้อที่ใส่ก็กลับ พอเห็นลูกชายนางก็เอ่ยขึ้นว่า “เหม็ง...ลูกหายไปไหนมา แม่เป็นห่วงกลัวลูกจะไปเป็นอันตราย แม่ตั้งตาคอยตั้งแต่หัวค่ำจนดึก อ้าว...นั่นลูกเปียกปอนไปหมดทั้งตัว ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย แล้วไปผิงไฟที่หน้าเตา เจ้าหิวไหม แม่จะไปเอาข้าวมาให้กิน” กระแส เสียงที่หลั่งออกมานั้นนุ่มนวลนัก เปี่ยมด้วยความรักความห่วงใย ความเมตตาปรานีที่บริสุทธิ์ใจ เขาหวนระลึกถึงคำของพระภิกษุบนยอดเขา ก็ประจักษ์แจ่มแจ้งในบัดนั้นเองว่า มี พระอยู่ใกล้ตัวมาแต่อ้อนแต่ออก แต่เขาเองละเลยไม่เคยคิดเอาใจใส่ แม่เท่านั้นที่จะเสียสละให้ลูกได้ ทั้งชีวิตและเลือดเนื้อ มุ่งหวังแต่จะให้ลูกมีความสุขความเจริญ แม่เป็นผู้มีแต่ให้ไม่หวังสิ่งตอบแทน ตัวกูนี่สิ มีแต่จะรับเอาท่าเดียว นับตั้งแต่นั้นมา เขาก็บำเพ็ญตนอยู่ในโอวาท เทิดทูน เคารพบูชามารดาของเขาเหนือสิ่งใดๆ ในโลก (จากหนังสือ “ยอดกตัญญู รวบรวม-เรียบเรียงโดย ร. บุญนาค)

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน