สื่อธรรมะพ่อครู(เทวดา นรก สวรรค์) ตอน ท้าวสักกเทวราช เป็นเช่นไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.20 KB
วันที่แก้ไข23 มิถุนายน 2563

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เทวดา นรก สวรรค์) ตอน ท้าวสักกเทวราช เป็นเช่นไร ๓) เนื่องจากชาวราชธานีอโศกหลายท่านเป็นแฟนรายการนิทานธรรมบท (รับ ฟังทางวิทยุกระจายเสียงจากสถานีของวัดฝายมหาเถรสมาคม) โดยธรรมบทที่บรร- ยายนั้นเป็นการบรรยายภายใต้กระบวนทัศน์ของเทวนิยม จึงมีภาษาเชิงบุคลาธิษฐาน ที่ผู้บรรยายไม่สามารถตีความเป็นธรรมาธิษฐานได้ ตัวละครที่ปรากฏอยู่ในธรรมบท หลายๆ เรื่องคือ"ท้าวสักกเทวราช” กระผมและแฟนรายการดังกล่าวอยากจะทราบว่า ถ้าถือเอาตามธรรมาธิษฐานแล้ว จิตวิญญาณที่ทรงความเป็น"สักกเทวราชา"นั้น คือ จิตวิญญานที่มีคุณลักษณะเช่นไร อโศก สัมปวังโก พ่อครูว่า...อันนี้ก็เกินภูมิอาตมาเหมือนกัน ตอบพอได้แต่ไม่ยืนยันว่าจะตอบถูกหมด อาตมาตอบได้ว่าท้าวสักกะเทวาธิราชเป็นอย่างไร แต่ไม่ขอยืนยันว่าถูกหมด แต่ว่าอาตมาอธิบายบุญอธิบายกายนั้นขอยืนยันว่าถูกหมด อาตมาเข้าใจอย่างนี้ สักกะ โดยพยัญชนะ สักกะคือตัวตน ตัวเราของเรา สักกายะ กายคือรูปนามคือภาวะคู่ รูปนาม เป็นองค์ประกอบที่จะเป็นตัวตน เอารูปนามสองสภาพมาจับตัวตน มาแยกธาตุรู้กับอีกสิ่งหนึ่งที่เราจะรู้สัมผัส สัมพันธ์ กันแล้วจะค่อยมีองค์ประกอบมีการขยายตัวต่อไปมีการสังขารกันไปเรื่อยๆ ทีนี้ ท้าวสักกะเทวราชคือผู้ที่เป็นใหญ่ในโลกของจิตวิญญาณ เทวราช คือ เทวะ ของราชาที่ชื่อว่า สักกะ เป็นพระราชาของเทวะทั้งหลาย เพราะฉะนั้นเราก็คิด ตัวเรานี้ เป็นสักกะ เพราะสักกะมันแปลว่าตัวเรา เราจะเป็นใหญ่ในตัวเราแค่ไหน รู้ความเป็นจริงให้ได้ว่าตัวเรานี้มีความเป็นจริง แล้วอย่าหลงตัวเอง รู้ความจริงว่าตัวเองมีดี มีความจริงที่ดีเป็นความรู้เป็นโลกุตรธรรม เจริญ ใน สัจธรรม อะไรแค่ไหนก็แล้วแต่ อย่างเช่นอาตมาเป็นพระโพธิสัตว์ระดับ 7 มาก็รู้ความจริงของอาตมา แล้วอย่าเหลิงอย่

อ่านต่อ

าไปหลงตัว อย่างที่พูดไปแล้วบอกไปแล้วว่า ให้อ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคนรับใช้ อย่าไปเหลิงเป็นอันขาดให้อ่อนน้อมถ่อมตนเป็นคนรับใช้ อาตมา อ่อนน้อมถ่อมตน แต่ลักษณะที่อาตมาแสดงออก อาตมาต้องแสดงในสภาพเป็นศิลปิน ศิลปินนี้แสดงอะไรเอาไปให้เหมาะสมให้เข้าองค์ประกอบเพื่อสื่อสารให้คนได้รับความเข้าใจ สื่อสารให้รับรู้ความเข้าใจที่เต็มสภาพ แต่ตัวเองหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ จะบอกว่าศิลปินนี่คือนักจอมมายา จอมดราม่า จอมนักแสดงตัว ก็ใช่ แสดงให้เขารู้ สื่อสารให้เขาเห็นให้เขาเข้าใจ แต่ตัวเองไม่ได้เป็นอย่างนั้น อาตมาเคยยกตัวอย่างศิลปินก็ตามแม่ครัวก็ตาม ตัวเองปรุงอาหารให้คนนี้รู้ว่าเขาชอบรสไหนก็ปรุงให้เขา แต่ตัวเองก็ไม่ได้ติดอย่างเขา เราเข้าใจเขาแล้วก็ปรุงให้เขากินอย่างดี เดี๋ยวนี้เขาบอกว่าของไทยนี้ ดร.เสรี บอกว่าอาหารไทยตอนนี้ 3 อย่าง 1. แกงมัสมั่น 2.ต้มยำ 3. ส้มตำ วันนี้ฟังเขาพูด ศิลปะมี สารศิลป์กับสุนทรียศิลป์ หากว่ามีแต่สาระไม่มีสุนทรียศิลป์เลย มันก็กินยา มันเหมือนยาที่ขื่นมันขม เราก็มีการเคลือบสีทำให้มีรสที่พอกินได้แต่อย่าให้เขาติดใจในสีและรสที่เคลือบ ทุกวันนี้ศิลปินมีแต่ไร้สาระมีแต่น้ำตาลมีแต่สีเลอะเทอะหลอกให้คนมาติดตัวเองตัวเองจะได้เป็นศิลปินใหญ่จะได้มีชื่อดังจะได้ร่ำรวย จะได้ยิ่งใหญ่ แม้แต่สาระคืออะไรเขาก็ไม่รู้ เขามีแต่ของที่จะต้องแปลกต้องใหม่ กลุ่มเป้าหมายคนต้องรู้กว้างขวางมาก คนนิยมชมชอบ เท่านั้นเอง มันเป็นการสร้างตัวเองให้ยิ่งใหญ่ให้คนชื่นชอบให้ตัวเองเด่นเท่านั้นเอง ไม่ใช่ศิลปินอะไรเลยมันเป็นนักค้านักสร้างตัวเองให้เด่นให้ดังให้ร่ำให้รวยให้โด่งดังเท่านั้นเอง ไม่ใช่ศิลปินศิลเปรอะอะไร ศิลปิน คือ ผู้ที่รู้จักสารศิลป์และสุนทรียศิลป์ แล้วใช้สุนทรียศิลป์ให้น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งเก่งแต่ต้องมี ไม่ขาดกันทีเดียว จะต้องมี 2 อย่างมีสุนทรียศิลป์และสารศิลป์ สุนทรียศิลป์นั้น ชี้ชวนให้เขามาเอาสาระ ศัพท์พระพุทธเจ้าท่านใช้ว่า แทรกโอสถทิพย์เข้าสู่รูขุมขน พยายามทำ ให้เขาได้สาระแต่อย่าให้เขาหลงในสิ่งที่ปลอมที่หลอกให้หลงในสุนทรียะ ถ้าเขาได้แต่สุนทรียไม่ได้สาระก็ไม่ได้ ไม่ใช่ศิลปินแท้ ศิลปินแท้ จะรู้ว่าเราใส่สุนทรียศิลป์ไปนิดเดียว สิ่งที่ประกอบดึงเขาเข้ามา แต่หากเอาแต่จัดจ้าน ก็เสียสาระ เราต้องไปลงทุนลงแรงไปเปลืองสิ่งเหล่านี้แล้วคนเหล่านี้ก็ติดยึดไม่เข้ากับสาระ เป็นความพอเหมาะพอดีที่เราจะต้องประมาณ สรุปก็ให้เข้าศึกษาหาแก่นอย่าเพิ่งเฟ้อเกินไป ไม่งั้นจะเป็นผู้ที่สักแต่ว่ารู้เกินไป ต้องเอาสิ่งที่มาประพฤติปฏิบัติกับตัวเองให้สำคัญและพากเพียรปฏิบัติสิ่งนั้นให้ได้ประโยชน์แก่ตนเอง 630419_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ดีเลิศของอโศกคืออ่อนน้อมถ่อมตนเป็นคนรับใช้

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน