สื่อธรรมะพ่อครู(สมถะ วิปัสสนา) ตอน จัดการกิเลสด้วยอนุปัสสี 4.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.10 KB
วันที่แก้ไข25 มิถุนายน 2563

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมถะ วิปัสสนา) ตอน จัดการกิเลสด้วยอนุปัสสี 4

5) ที่ว่า กิเลส เป็นกายกลิ (พ่อครูไอ ช่วยตัดออกด้วย) ซึ่งกายต้องประกอบด้วยรูปและนาม ถ้าจะบอกว่า “นามของกิเลส”ในที่นี้ ก็คือ สภาวะรู้ของจิตเรา ที่ไปจับอาการตัณหาได้หรืออธิบายอีกลักษณะว่า เนื่องจากธาตุรู้ (หรือก็คือ จิตแท้ที่เทียบเป็นตัว i ใน i s h หรืออิช) จริงๆ แล้วธาตุรู้ รับรู้ได้ทีละสภาวะ ดังนั้น ขณะที่เราจับอาการตัณหาได้ ขณะนั้นก็คือ i ของเรานี่แหละ ที่ไปรับรู้อาการตัณหาของกิเลสซึ่ง “อาการตัณหา” นั้น ก็คือ “รูป” เทียบบัญญัติกับสภาวะแบบนี้ ถูกต้องหรือไม่ครับ? พ่อครูว่า…รูป คำนี้แม้เป็นกิเลสที่ถูกรู้ แต่กิเลสมันก็ไม่ใช่วัตถุ กิเลสเป็นนาม กิเลสเป็นจิต แต่ตอนนี้มันอยู่ในฐานะที่ถูกก็รู้ กิเลสมันถูกรู้ก็เลยเรียกมันว่า รูป ตรวจถ้ารู้หรือว่าตัวปัญญาหรือสัญญาของคุณอย่างวิเศษเข้าไปกำหนดอ่านตัวนี้รู้ อ่านตัวกิเลสนี้ได้ เพราะฉะนั้นจึงเรียกกิเลสตัวนี้ว่ารูป แล้วธาตุรู้สัญญาปัญญาที่ไปกำหนดอยู่ในปัจจุบันและคุณก็อ่านมันได้ ตัวนี้จึงเป็นรูปไปเรียกโดยบัญญัติว่าเป็นรูป นี่แหละคือสภาพสิริมหามายาที่กลับไปกลับมา ด้วยภาษาพูดได้ว่าประเดี๋ยวก็รูปประเดี๋ยวก็นาม แล้วก็เป็นตัวของตัวเองคนเดียว ต้องกำหนดชัดเจนเมื่อใดเราจะกำหนดรู้ ส่วนที่ถูกรู้ อันไหนคืออาการรู้ อันไหนคืออาการกิเลส ฝึกไปเรื่อยๆแล้วคุณก็จะเข้าใจ คุณพูดมานี้คุณก็จับตัณหาจับกิเลสได้อยู่ ข้อที่ 2 การเห็นอนิจจังทุกขังอนัตตา วิธีนี้วิธีเดียวถูกต้องไหม ถูกต้อง คือการเห็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คือเห็นอย่างไร กิเลสของคุณนี้คุณเห็นแล้วคุณจับมันได้แล้ว กิเลสตัณหาตัวนี้ ที่คุณจับได้ในขณะปัจจุบันที่คุณสัมผัสอยู่กิเลสนั้นเกิดอยู่ แม้แต่ในขณะปัจจุบันมันเที่ยงไหม คุณเห็นอาการมันเที

อ่านต่อ

่ยงไหม มันผ่านไปนาทีนึง หรือมันผ่านไป 2 วินาที 5 วินาที ผ่านไปเป็นชั่วโมง กิเลสมันอาจจะแรงขึ้นกว่าเก่าก็ได้ ในฐานะที่คุณอาจจะฝึกฝนสู้กิเลสไม่ได้ คุณก็ยังสัมผัสกิเลสที่มันยั่วคุณ กิเลสคุณหนาขึ้น มันก็คือความไม่เที่ยง แต่ความไม่เที่ยงนั้นเป็นโลกีย์ กำลังถูกกิเลสนั้นกดหัวเอา แต่ถ้าคุณรู้เท่าทันกิเลสนั้นแล้วแล้วเห็นกิเลสนี้ ภูมิปัญญาของคุณมีฤทธิ์มีอำนาจ ญาณทัศนะของคุณมีอำนาจ มันก็จะทำให้กิเลสนี้จางลงเบาลง คุณก็อ่านอาการเบาอาการจางคลายนี้ วิราคานุปัสสี ก็เห็นมันไม่เที่ยง อนิจจานุปัสสี วิราคานุปัสสี ดีไม่ดีอำนาจปัญญาคุณสูงขึ้นจนเห็นว่ามันจางคลายจนมันดับไปเลย อำนาจพลังงานปัญญาคุณมีฤทธิ์แรงมาก เมื่อเห็นรู้ทันมันก็ดับเลยเรียกว่านิโรธานุปัสสี นี่แหละทำอย่างนี้ถูกต้องคนก็ทำทวนทำซ้ำ ปฏินิสสัคคานุปัสสี ทำอย่างนี้แหละเป็นการรักษาผล อาเสวนาภาวนาพหุลีกัมมัง นี่แหละคือกิเลสตัวเหตุแห่งทุกข์จนมันไม่มีตัวตนให้คุณเห็นอีก 630424_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ หมดสุขหมดทุกข์ได้เมืองไทยเป็นชมพูทวีป

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน