590318 เปลือย ส. ศิวรักษ์ พักเรื่อง ร้อน คุยเรื่อง รัก.docx

โฟลเดอร์งาน 84 ปี ชาตกาล สุลักษณ์ ศิวรักษ์
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์773 KB
วันที่แก้ไข25 มกราคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

เปลือย ส. ศิวรักษ์: พักเรื่อง “ร้อน” คุยเรื่อง “รัก” เรื่อง : ใบพัด นบน้อม ในรอบหลายปีมานี้ สถานการณ์บ้านเมืองดูจะไม่ค่อยปกติดีสักเท่าไหร่ “สุลักษณ์ ศิวรักษ์” หรือ ส.ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยาม เป็นอีกผู้หนึ่งซึ่งมีแอคชั่นทางสังคมอย่างต่อเนื่อง สังเกตจากการรับกิจนิมนต์ถี่ ดังที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ ก็โดยเฉพาะในยามที่บ้านเมืองกำลังเกิดวิกฤติ เขายังคงผลิตชุดความคิดเพื่อตอบโจทย์ที่โคตรยากให้กับสังคมไทยอย่างสม่ำเสมอ ในภาพกว้าง หลายคนคุ้นเคยในฐานะ “ชายชราผู้ปลูกปัญญาให้สังคมไทย” แต่ครั้งนี้ จะเป็นครั้งแรกกับบทสัมภาษณ์วาบหวิว ล่อนจ้อน และร้อนแรงที่สุดใน PLAYBOY THAILAND ดังนั้น จะมัวช้าอยู่ทำไม บรรทัดต่อไปรออยู่แล้วครับ PLAYBOY : ในวัยหนุ่มอาจารย์เป็นยังไงครับ ตอนนี้ผมไม่หนุ่มหรือ (หัวเราะ) วัยหนุ่มนี่ต้องแยกนะ ในทางธรรมชาติมันเกิดขึ้นเมื่อตอนมีอสุจิ ถ้าผู้หญิงก็เมื่อมีระดู นัยยะหนึ่งก็คือสามารถสืบพันธุ์ได้แล้ว ฉะนั้นวัยหนุ่มสมัยผม อย่าลืมนะว่ามันเจ็ดสิบปีมาแล้ว สมัยนั้นไม่เหมือนกับสมัยนี้ โทรทัศน์ไม่มี วิทยุก็มีเพียงสองสถานี อย่างเก่งก็โรงภาพยนตร์ โบราณมาก ผู้หญิงผู้ชายจะมาจีบกันเปิดเผยเป็นไปได้ยาก บ้านผมเอง ตอนเริ่มแตกเนื้อหนุ่ม พ่อตาย เป็นเด็กกำพร้า ยากจน บ้านก็ทำเป็นหอพัก มีทั้งผู้หญิงผู้ชายมาพักแล้วคิดสตางค์เขาถูกๆ มันก็มีสาวมาพักอยู่ด้วย เขาก็สนใจผมนะ ผมก็สนใจเขา PLAYBOY : ได้เรื่องได้ราวไหม ไม่ได้หรอก เพราะวัฒนธรรมแบบเดิม จับไม้จับมือก็ยังไม่เป็นเลย ไม่ใช่แค่เท่านั้น ป้า พี่สาวของพ่อ ดูแลบ้านอยู่ อายุมากแล้ว นอนมุ้งเดียวกัน ในมุ้งก็มีสาวอีกคนนอนอยู่ด้วย สวย แก่กว่าผมเล็กน้อย ฝนตกป้าออกไปรองน้ำ ผมนี่กระดอแข็งเลยนะ โอ้ย นึกอยากจะปล้ำ แต่มันไม่กล้า PLAYBOY : ถือว่าเบรกดีมาก

อ่านต่อ

ทำไมยังมีสติยังยับยั้งชั่งใจได้ พรรคพวกที่เป็นโหรบอกว่า ผมเป็นพวกพฤหัสกุมลัคน์ PLAYBOY : หมายความว่า มันจะกระทำความชั่วทางเพศไม่ได้ โอ้ย อยากมากเลยนะ แต่มันทำไม่ได้ ตอนหลังก็ไปอยู่บ้านฝั่งธน ไปอยู่กับญาติข้างแม่ ลูกเจ้าของบ้านก็สาว เป็นญาติกัน เขาแก่กว่าปีหนึ่ง พูดตรงไปตรงมาก็รักกัน แต่ไม่เคยออกปากสักคำว่ารัก เขารักเราและเราก็รักเขา เขาเรียนก่อนผม ผมติดไปบวช โรงเรียนปิดเขาก็ไปเรียนที่ศรีราชา เขานำหน้าเราตั้งสามสี่ปี ตอนที่เขาได้ปริญญาผมเพิ่งจะจบ ม.๘ เขาให้ไปรับจากจุฬาฯ มางานเลี้ยงฉลอง แล้วเขาก็ให้ผมเดินไปส่ง ท่าเรือบีไอ เพื่อจะนั่งเรือจ้างกลับ มันก็มืดนะ มีโอกาสอยู่สองต่อสอง เพียงจับมือถือแขนยังไม่ทำเลย ในเวลานั้น สังคมเป็นอย่างนั้น จนไปเมืองนอกแล้วถึงได้เปลี่ยน จบ ม.๘ ไปอังกฤษ ไปอยู่บ้านเขา เขามีลูกสาว ลูกสาวเขามีผัวแล้ว ผัวเขามาเยี่ยมก็ชวนไปเที่ยวริมทะเล นั่งรถไปด้วยกัน รถตอนเดียว ผัวขับรถ ผู้หญิงก็นั่งข้างๆ เขาก็กอดผม ไม่รู้สึกอะไร ก็นั่งกอดกันไป เป็นครั้งแรกที่สาวมากอด ทีนี้พอเข้าโรงเรียน ผมไปตอนหน้าร้อน อีกสองเดือนโรงเรียนเปิด มันเป็นสหศึกษา เรียนคล้าย ม.๗ ม.๘ เพื่อจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ผู้หญิงผู้ชายเรียนด้วยกัน พักเที่ยงผมนั่งอยู่ในห้อง มีสาวคนนึงสวยมาก เขาเข้ามาจูบเรา นี่คือจูบครั้งแรกของผม จูบแบบคนไทยมันใช้แค่จมูกดม แต่ก่อนคนไทยไม่มีใช้ลิ้นเพราะกินหมาก ดูดปากเป็นครั้งแรกก็คราวนี้ โอ้ย ตื่นเต้นมาก คือเขาคงอยากจะรู้ว่าไอ้บักเสี่ยวนี่จะเอาไงวะ PLAYBOY : แล้วบักเสี่ยวจากไทยแลนด์มีน้ำยาไหม (หัวเราะ) วันรุ่งขึ้นผมก็ไม่ไปทานอาหารกลางวันเลย นั่งรอแหม่มสาวคนนั้น PLAYBOY : เขามาอีกไหม ไม่ เขามาหนเดียวเลิกเลย (หัวเราะเสียงดังมาก) PLAYBOY : ช่วงนั้นอาจารย์สนใจอะไรเป็นพิเศษไหมครับ สนใจหนังสือหนังหา เวลาว่างไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ เพราะเราอยากจะเรียนเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ เพราะช่วงนั้นคนไทยมันอัดอั้นเรื่องสงคราม คนไทยไปกันเยอะมาก ผมไปอยู่เมืองริมทะเล ผู้หญิงสวยที่สุดในเวลานั้นคือ เจ้ากอแก้ว ณ เชียงใหม่ ทุกคนเข้าคิวจีบเขาทั้งนั้น ทั้งไทยและฝรั่ง แต่ผมไม่เคยจีบเขา จนกลับมาเมืองไทยแล้ว ผมเดินอยู่ซอยพร้อมพงศ์ไปสอนภาษาอังกฤษฝรั่ง กอแก้วขับรถสปอร์ตมาจอดข้างๆ บอก คุณ ส. ขึ้นมา ไปด้วยกัน อ้าว นี่เธอไม่ปล้ำฉันนะ อ้าว คุณ ส. พูดเป็นเล่นไป ทำไมสมัยอยู่ที่นู่นคุณไม่จีบฉันล่ะ ปัดโธ่ สมัยนั้นคนเข้าคิวจีบคุณกันเยอะแยะผมจะเอาน้ำยาอะไรไปจีบ ตอนนี้ยังจีบได้นะ เขาก็พูดเล่นนะ นี่เล่าให้ฟัง PLAYBOY : ในยุคผมมีอะไรวาบหวิวเยอะ ทั้งหนัง หนังสือ สื่อโป๊ออนไลน์ในอินเทอร์เน็ต ในยุคอาจารย์มีอะไรที่ดูวับๆ แวมๆ มั่ง ไม่มี อย่างเก่งก็หนังสือโป๊ เพลย์บอยก็ยังไม่มี จนจบจากมหาวิทยาลัยแล้วย้ายไปอยู่ลอนดอนถึงมีหนังโป๊ฉายเป็นบางโรง แต่ก็ไม่ใช่หนังโป๊แบบมาถึงก็เอากันเลย มันเป็นหนังโป๊แบบเล่าเรื่อง แล้วก็มีฉากอัศจรรย์ PLAYBOY : ผู้หญิงที่เป็นเซ็กส์ซิมโบลในยุคนั้นมีใครบ้างครับ มาริลีน มอนโร แล้วก็ ฮีอีสเธอร์ วิลเลี่ยมส์ เขาเป็นดารา นักว่ายน้ำ แต่ก่อนแต่งชุดว่ายน้ำมันก็โป๊แล้ว ตอนนั้นกฎหมายก็เข้มงวด เป็นเกย์ก็ไม่ได้ เป็นเกย์นี่เข้าคุกเลย หนังสือเขียนเกี่ยวกับเรื่องเกย์ก็ไม่ได้ ส่วนมากหนังสือเรื่องเกย์ต้องไปพิมพ์ที่ฝรั่งเศส ที่อังกฤษห้ามพิมพ์ ทีหลังถึงอนุญาตให้คนเป็นเกย์ เป็นเลสเบี้ยนได้ PLAYBOY : ดูเหมือนว่าในยุคนั้นหลายอย่างก็ยังปิดอยู่ ยังโบราณมาก ตอนเรียนมหาลัย ชวนผู้หญิงมากินน้ำชาในห้องต้องมีคนมาอยู่ด้วย อยู่กับผู้หญิงสองต่อสองไม่ได้ เหมือนพระเลย มหาลัยฝรั่งสมัยก่อนมันแบบพระ อย่างที่ผมเรียนผู้หญิงเรียนไม่ได้ อ๊อกซฟอร์ด เคมบริดจ์ ก็มีคอลเลจสำหรับผู้หญิงสองสามแห่ง วิทยาลัยสำหรับผู้ชาย ผู้หญิงเข้าไปคนเดียวไม่ได้ ต้องมีคนอื่นเข้าไปด้วย มีคนไปนั่งเป็นสักขีพยาน เข้มงวดเรื่องเพศมาก แล้วอยู่มหาวิทยาลัยก็ต้องใส่เสื้อกาวน์ ใส่เวลาไปเรียน เล็คเชอร์ ไปวัด กินอาหารมื้อสำคัญก็ต้องใส่เสื้อกาวน์ ให้รู้ว่าเราเป็นนิสิตไม่ใช่คนธรรมดา ไปกินเหล้ากินยาไม่ได้ เราก็แอบไป เขาจะมีเซ็นเซอร์ เป็นอาจารย์ผู้ปกครอง เขาจะมีบูลด็อก บูลด็อกคือคนที่จะตามจับเราแล้วปรับห้ากินี แต่ก่อนห้ากินีนี่ไม่ใช่น้อยนะ เขาทำเหมือนเราเป็นเด็ก ไม่เห็นเราเป็นหนุ่มเป็นสาว สองทุ่มก็ต้องเข้าวิทยาลัย ถ้าไม่เข้าประตูก็จะปิด ถ้าไม่เข้าก็ต้องเซ็นขออนุญาต แม้กระนั้นก็ไม่เกินสี่ทุ่ม ปิดเลย เข้าไม่ได้ ทีนี้เขาก็เห็นว่าผมดูเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นคนนับถือพุทธ เขาก็ไว้ใจให้อยู่ข้างล่าง ห้องนอนข้างล่างมันก็มีลูกกรง ผมก็ถอดลูกกรงออก เพื่อนก็ปีนเข้ามา มันไปจีบผู้หญิง สองยาม ตีหนึ่งก็มาเคาะ ผมป็อปปูล่ามากกับเพื่อนๆ PLAYBOY : เวลาเบื่อๆ เซ็งๆ อยากรื่นรมย์ไปเที่ยวที่ไหน มีร้านโปรดไหม ที่เมืองอังกฤษผับก็คือร้านขายเหล้า ก็สนุกกับเพื่อนฝูง ตอนนั้นก็กินเบียร์ ไวน์เขาถือว่าชนชั้นสูงกิน ส่วนเหล้าก็กินเพื่อจะเมา และเบียร์กินเพื่อสังสรรค์เพราะมันไม่เมา เดี๋ยวฉี่ก็ออกหมดแล้ว หรือพวกที่เคร่งครัดก็กินน้ำไซเดอร์ น้ำไซเดอร์ก็คือน้ำแอปเปิ้ล ไม่มีแอลกอฮอล์ PLAYBOY : แล้วมากินไวน์ตอนไหน ตอนทำงานบีบีซีในลอนดอน ตอนนั้น ได้สตางค์มากแล้ว นายที่เป็นหัวหน้าแผนกภาษาไทยเวลาพาไปเลี้ยงก็เลี้ยงไวน์ เออ ไม่เลวเว้ย เริ่มดัดจริตกินไวน์ ตอนนั้นได้สตางค์ค่าเรื่องสูง ได้ตั้งแปดกินี ก็พาเพื่อนไปเลี้ยง เพื่อนชื่อไอ้บ็อบ (Bob McCloy) เป็นเพื่อนกันมาหกสิบปีบอก กินไวน์เป็นครั้งแรกเพราะผมสอน อังกฤษมันระบบชนชั้น ผู้ดีกินไวน์ ขี้ข้ากินเบียร์ ผมก็เป็นผู้ดีแล้วเพราะว่าได้เงินแพง แล้วนายยังพาไปเข้าสโมสรพวกผู้ดี ต้องกินไวน์ เลยเสียคนมาจนถึงทุกวันนี้ PLAYBOY : สำหรับอาจารย์ไวน์ที่ดีคือไวน์แบบไหนครับ ไวน์ที่ดี คือไวน์ฟรี (หัวเราะ) PLAYBOY : เหมือนอาจารย์จะไม่แตะบุหรี่เลย เพราะพ่อตายด้วยโรคมะเร็ง พ่อสูบบุหรี่แบบมวนต่อมวน ผมเห็นโทษของบุหรี่ แต่ก่อนนี้พ่อกับลูกรักกันมาก นอนคุยกัน แต่ก่อนจะมีเก้าอี้หวายอยู่นอกชาน สมัยสงครามไฟฟ้ามันไม่มี ก็คุยกันสนุก เวลาอยากบุหรี่ก็ให้น้องชายไปจุดบุหรี่ให้ เขาก็แอบดูด ผมไม่ดูด ก็เลยไม่ติด ผมเห็นโทษของบุหรี่ เลยไม่สูบตลอดชีวิต มหาลัยที่อังกฤษเขาจะต้องสูบไปป์ สูบซิการ์ ก็ไม่เอาเลย PLAYBOY : ชอบดูกีฬาไหม ดู แต่ไม่ค่อยเล่น เคยเล่นกอล์ฟ เพราะผมไม่ชอบวิ่ง กอล์ฟมันเดินตีได้สบายๆ ก็เลยเล่นกอล์ฟอยู่พักนึง ถ้าเป็นกีฬาอย่างอื่น ที่อังกฤษ นักเรียนเขาต้องเข้าใจเรื่อง Cricket คริกเกตมันเล่นกันทีสามสี่วันกว่าจะชนะจะแพ้กัน มันสอนให้คนมีความอดทน มีขันติ นั่งกินน้ำชาคุยกัน แล้วก็ดูคริกเกต คริกเกตเขาถือว่าเป็นกีฬาของพวกผู้ดี ถ้าเป็นมหาลัยก็ต้องดูคริกเกต พวกฟุตบอล รักบี้ ฮอกกี้อะไรนี่ก็ของธรรมดา PLAYBOY : สเปคผู้หญิงของอาจารย์เป็นยังไง ก็ดูภรรยาผมเป็นตัวอย่าง PLAYBOY : ตอบได้เซฟมาก (หัวเราะ) เอางี้ เวลาที่ผู้หญิงคนนึงเดินมามองอะไรเขาก่อน รูปร่าง หน้าตา หน้าอก สะโพก เรียวขา ดูนัยน์ตาก่อน นัยน์ตาใสและซื่อไหม เซ็กซี่มั้ย ถึงมาใบหน้า ฟัน แล้วถึงจะมารู้จักอุปนิสัยใจคอ มันต้องไปด้วยกันหมด ถ้าจะให้ดีต้องรู้จักไปถึงพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ตอนพบกับภรรยาผม เขาอยู่ที่อุทัย มีบ้านบนแพ พ่อแม่เขารักกัน มีตายาย ผมเป็นลูกกำพร้า พ่อแม่เลิกกัน ก็อยากจะมีชีวิตที่อบอุ่น ก็เลยว่านี่แหละเหมาะแล้ว แล้วบ้านเขาบนแพก็สวยงามมาก ผมเป็นคนมีจุดอ่อนเกี่ยวกับวัฒนธรรมดั้งเดิม อย่างเรือนไทยหลังนี้ก็ซื้อจากอุทัย มาปลูกที่บางรัก เมื่อตอนจีบกันตกลงจะแต่งงานกัน ก็ไปเจอเรือนไทยที่ซอย ๘๑ ของคุณจันทร์แจ่ม บุนนาค งามมาก แต่ก่อนคุณจันทร์แจ่มอยู่อังกฤษ สามีเขาทำงานอยู่สถานทูต พอไปเจอเรือนไทยก็บอกพี่แจ่มว่าถ้าผมมีเมียจะมาแต่งที่นี่นะ เขาก็บอก เอาเลยคุณ ส. ก็เลี้ยงกันที่นั่นแหละ น่าเสียดายคุณจันทร์แจ่มสิ้นไปแล้ว เรือนหลังนี้รื้อไป เสียดายมาก ก็รื้อไปถวายเจ้าคุณประยูร เอาไปปลูกที่มหาจุฬาฯ ฉิบหายหมดเลย น้ำท่วมหมด คนสมัยนี้ไม่มีความสำนึกในของเก่า ผมชอบอนุรักษ์ เมียก็มีไว้ให้อนุรักษ์ (หัวเราะ) PLAYBOY : อยากให้เล่าถึงผู้หญิงเปรี้ยวจี๊ดในชีวิตอย่างคุณสุวรรณี สุคนธา เคยฟังอาจารย์เล่าครั้งหนึ่งรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เปิ๊ดสะก๊าดมาก สุวรรณี ถ้าพูดสมัยนี้ก็เป็น Feminist เขาเป็นเหมือนผู้ชายเลย ผู้ชายมีเมียสองคนสามคนเขาก็มีผัวสองคนสามคนได้ เพราะเขารู้สึกว่าเป็นสิทธิของเขา เขาเป็นคนเก่ง เป็นคนกล้าตั้งแต่อยู่ศิลปากรแล้ว ผมรู้จักตั้งแต่อยู่ศิลปากร เขาน่าสงสารนะ คนที่เขารักก็ผิดหวัง คนเราพอผิดหวังกับความรักครั้งแรกมันจะเริ่มเละเลย เขาชอบกับ น.ณ ปากน้ำก็ไม่สำเร็จ เลยมาได้กับอาจารย์อีกคนนึง เป็นศิลปินเหมือนกัน มีลูกด้วยกันหลายคน แต่เขาเกลียดผัวมาก เขาบอกว่าหย่ามันแล้วยังมาปล้ำฉัน มาชำเราฉัน เขาเป็นคนพูดเปิดเผยมาก ทีหลังเขาทิ้ง ไม่อยู่บ้านผัวมาอาศัยอยู่กับผมที่ร้านศึกษิตสยาม มันมีสี่ชั้น อยู่ชั้นสี่ ก็ยกให้เขาทั้งชั้น แล้วเขาก็พาแฟนมานอนอยู่ด้วยหลายคนเลยที่นั่น เขาเปิดเผยมาก ผมเป็นคนแรกที่พิมพ์หนังสือรวมเรื่องสั้นให้ ผมบอกเขาว่า สุวรรณี คุณเขียนหนังสือดีนะ ทุ่มเทจากหัวใจ ไม่ปิดบัง แต่ศิลปะนั้นมันจะต้องประณีตมากกว่านี้ มันต้องขัดเกลา แล้วมันจะเป็นอมตะ สุวรรณีบอก “คุณ ส. ก็พูดได้ ฉันมีลูกตั้งกี่คน เป็นแม่หม้ายผัวทิ้ง ฉันเขียนหนังสือวัดไม้บรรทัดขายมาเลี้ยงลูก ถ้าเธออยากให้ฉันเขียนดีๆ ก็เอาฉันเป็นเมียน้อยสิ อุดหนุนฉัน คุณ ส. ฉันจะปล้ำคุณเป็นผัวให้ได้” แต่สุวรรณีไม่อยู่ในสเปคผมเลย เขาไม่มีเซ็กส์แอพพีลกับผม PLAYBOY : แล้วผู้หญิงแบบไหนที่มีเซ็กส์แอพพีลกับอาจารย์ ผู้หญิงที่ทำให้อาจารย์สนใจได้ ก็บอกแล้วไง ดูภรรยาผมเป็นตัวอย่าง (หัวเราะ) PLAYBOY : สำหรับอาจารย์ผู้หญิงจะเซ็กซี่ที่สุดเวลาไหนครับ ไม่รู้สิ เวลาเงี่ยนมั้ง PLAYBOY : สมัยนี้คนสวยมีเยอะ คนนั้นก็ใช่ คนนี้ก็ชอบ เราจะรู้ได้ไงว่าคนไหนใช่ ไม่ใช่ มีวิธีดูยังไง ไม่มีใครเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้หรอก มันเป็นเรื่องของฉันทาคติ ความรัก ความชอบ ความหลง บางคนเห็นว่าสวย อีกคนเห็นว่าไม่สวย โดยเฉพาะผู้หญิงไทยที่เราเห็นว่าไม่สวย ส่วนใหญ่ฝรั่งชอบทั้งนั้น เรื่องเพศมันเป็นเรื่องของฉันทะ ความชอบพอ เมื่อชอบพอแล้วก็เป็นกามฉันทะ ก็ไปในทางกาม ก็อยากจะเสพ ไอ้คิดลึกซึ้งว่าจะร่วมเป็นครอบเป็นครัวมาทีหลัง มันผิดกับสมัยโบราณ สมัยโบราณเขาจะนึกถึงเรื่องเป็นครอบครัว เป็นเย้าเป็นเรือนก่อน ผู้ใหญ่เขาต้องการที่จะหาเมียให้ เพื่อที่จะได้อยู่กินกันยืดยาว เรื่องเซ็กส์เป็นเรื่องรอง อันนี้สำคัญมาก เรื่องเซ็กส์ผู้ชายก็ไปหาเมียน้อยได้ แต่แต่งงานก็เพื่อแค่เป็นรากฐานเท่านั้นเอง อันนี้พูดถึงชนชั้นกลาง ชนชั้นสูง พวกชนชั้นล่างไม่สนใจเรื่องแต่งงาน พอผู้หญิงมีระดู ผู้ชายมีน้ำอสุจิ ส่วนมากมันก็หนีตามกันไปแล้ว มันฉุดกันไปเลย แล้วมาขอขมาทีหลัง สมัยโบราณเขาถึงพยายามให้มีวัฒนธรรมป้องกัน พอเด็กเริ่มมีน้ำอสุจิก็ให้ไปบวชเณรซ่ะ อย่างน้อยมันจะได้กำราบความใคร่ได้ชั่วคราว ได้เรียนธรรมวินัย ได้ครูบาอาจารย์ดี ก็เป็นคนดีไปได้ เขาถึงบอกคนที่ไม่ได้บวชเรียนเขาถือว่าเป็นคนห่าม ไม่สุก PLAYBOY : ในฐานะที่เคยใกล้ชิดสนิทกับพวกเจ้าในวัง อยากรู้ว่าเซ็กส์เจ้ากับเซ็กส์ไพร่ต่างกันยังไง อย่างเซ็กส์เจ้าอาจจะเป็นไปเพื่อการขยายอำนาจ แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจรึเปล่า พูดถึงเจ้า โดยเฉพาะเจ้าไทยมันพิเศษกว่าที่อื่นนะ อย่างเจ้าฝรั่งมันจะเป็นเจ้าไปตลอด อย่างเจ้ามลายู อย่างอังกูก็เป็นเจ้าตลอด อย่างลาวก็เป็นเจ้าไปตลอด แต่ของไทยมันลดลงมา จากเจ้าฟ้าเป็นพระองค์เจ้า จากพระองค์เจ้าเป็นหม่อมเจ้า จากหม่อมเจ้าเป็นหม่อมราชวงศ์ จากหม่อมราชวงศ์เป็นหม่อมหลวง ของคนไทยมันลดตลอด อีกนัยหนึ่งคือต้องการเก็บเจ้าไว้ให้เป็นคนจำนวนน้อย เพื่อจะได้มีศักดิ์ศรี เพื่อจะได้มีอำนาจ ทีนี้จำนวนน้อยเหล่านั้นเมื่อมีอำนาจ ก็ต้องการเงินทอง เพราะฉะนั้นพวกเจ้าส่วนมากก็ได้เมียเป็นลูกเจ๊ก เพราะพวกเจ๊กร่ำรวย อย่างเจ้าจอมอัมภาก็เป็นลูกเจ้าสัวเตากระทะ อย่างกรมพระจันทบุรี ปู่ของพระบรมราชินีนาถก็เป็นลูกหลานของพวกเจ้าสัวยิ้ม เขาเป็นเศรษฐี กรมพระจันทบุรีรัชกาลที่ ๕ ท่านล้อเลยว่า คนเกิดวันจันทร์ ปีจอ เดือนเจ็ด พ่อเป็นเจ้า ตาเป็นเจ๊ก เพราะเจ้าเอาเจ๊กมาเกี่ยวดองเพื่อที่ต้องการจะหาเงิน พวกเจ๊กเขาก็อยากจะเกี่ยวดองกับเจ้าเพื่อที่จะหาหน้าหาตา หายศถาบรรดาศักดิ์ อันนี้เรื่องธรรมดาของคนชั้นสูง แต่คนชั้นล่างที่หนีตามกันไปนี่เซ็กส์เป็นเรื่องใหญ่เท่านั้น ไม่คิดเรื่องอื่น ส่วนชนชั้นกลางก็เพื่อรักษารากฐาน พวกชนชั้นกลางก็พยายามไม่เกี่ยวข้องกับพวกเจ้า เพราะเจ้ามีเมียมาก เขาไม่ต้องการไปเป็นเจ้าจอม ไปเป็นเมียน้อยใคร PLAYBOY : ผมตั้งข้อสังเกตว่า เซ็กซ์ของคนสมัยก่อนกับตอนนี้ไม่เหมือนกัน คือถ้าเป็นสัตว์เราใช้คำว่า สืบพันธุ์ ใช่ไหม แต่มนุษย์ตอนนี้มันไม่ได้มีเซ็กส์เพื่อการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์อย่างเดียวแล้ว เซ็กส์ของคนทุกวันนี้ไปไกลกว่าการสืบพันธุ์มาก มันเป็นเซ็กส์ปรุงแต่ง เป็นเซ็กส์ที่เอร็ดอร่อย สัตว์มันก็เอร็ดอร่อยนะ ต้องเข้าใจ สัตว์บางประเภทมันเสพกามแล้วมันตายเลย คือกามราคะมันแรงกว่าโลภะ โลภะคือต้องการสมบัติต่างๆ แต่ตัวที่เป็นจุดสุดยอดคือราคะ สัญชาตญาณลึกๆ คือความต้องการที่จะสืบพันธุ์นั่นเอง สัตว์มันถึงยอมตายเลย ทีนี้เรื่องมนุษย์ ยิ่งกว่าเดรัจฉานแล้ว ก็ต้องใช้สติปัญญาให้มาก ถ้าใช้สติปัญญาให้น้อยก็ยิ่งจะเลวร้ายกว่าเดรัจฉาน มั่วกันแต่กามคุณอย่างเดียว เป็นโทษทั้งร่างกายและจิตใจ แต่เมื่อเป็นกามคุณก็ต้องรู้จักใช้ให้พอสมควร การกินก็เหมือนกัน ตอนนี้อเมริกามีปัญหามากเลย เด็กรุ่นใหม่ในอเมริกามีปัญหาอ้วนมากเกินไป เพราะกินอาหารแดกด่วนกันมากเกินไป อาหารที่ไม่มีคุณค่าแต่ถูกโฆษณาชวนเชื่อจนติดรส เช่นเดียวกัน กามก็ถูกโฆษณาจนต้องติด ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น การเสพกามพูดตรงๆ ในวัยหนุ่มสัปดาห์ละหนก็พอแล้ว ในสมัยก่อน แม้คนที่มักมากในกามคุณเขาก็จะงดในวันพระ วันโกน อันนี้สำคัญมาก คือสังคมวัฒนธรรมมันจะช่วยหล่อหลอมคน แต่ตอนนี้วัฒนธรรมเดิมมันไม่ทำงาน เราก็เลยติดสังคมบริโภคเข้าเสียแล้ว ขาดสติ ขาดสัมปชัญญะ จึงอันตรายมาก PLAYBOY : มองในภาพรวม คิดว่าอะไรที่เป็นหลุมพรางของคนรุ่นใหม่ในยุคนี้ ไม่รู้จักตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองเป็นเหมือนยนตรกรรม เป็น Mechanical เลย มือถือเอย ไอแพดเอย อะไรต่างๆ พวกนี้ เดี๋ยวนี้ลึกๆ มันเป็นนายเหนือเราหมดเลย เทคโนโลยีพวกนี้มันไม่ใช่ของเลวร้ายแต่เราต้องเป็นนายเหนือมัน พอมันเป็นนายเหนือเรา เสร็จเลย ตอนนี้ คนรุ่นใหม่เป็นที่น่าเสียใจ เราถูกยนตรกรรมสมัยใหม่ทำให้ยอมสยบกับมัน ดีไม่ดีเราก็ทำตัวเป็นยนตรกรรม จะต้องมีกิจกรรมมาก แล้วก็ถูกโฆษณาขายว่าจะต้องมีรถยนต์ แต่ไม่เห็นบริษัทขายรถยนต์บริษัทไหนเลยที่มันบอกว่าออกรถมาแล้วรถติดเป็นแถว แล้วการใช้น้ำมันให้โทษขนาดไหน ไม่เคยเห็นบอก เพราะฉะนั้นในแง่นี้ คนรุ่นใหม่ต้องใช้สติปัญญาให้มาก อย่าหลงยนตรกรรม อย่าหลงเทคโนโลยี และตอนนี้เรื่องเซ็กส์มันเป็นส่วนหนึ่งแล้วนะ เขาทำเป็นแพ็คเกจขายเลย และอีกอย่าง ตอนนี้คนมันอยู่ดีกินดีมากเกินไป คนมันถึงมีกำหนัดมากเกินไป นอกจากนั้น ระบบโลกาภิวัฒน์ ระบบบริโภคนิยมมันก็อุดหนุน โทรทัศน์เอย ข้อมูลข่าวสารในอินเตอร์เน็ตเอย มันก็กระตุ้นคนให้กินมาก เสพมาก ทำให้คนฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ซึ่งเป็นอันตรายทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะฉะนั้นเรื่องเซ็กส์ต้องให้พอดี ศาสนาพุทธสอนเรื่องนี้ดีมาก เราเป็นฆราวาส เป็นผู้ครองเรือน แน่นอน เป็นผู้บริโภคกาม ท่านใช้คำว่ากามโภคี แต่ก็ต้องบริโภคให้พอเหมาะพอควร การถือศีลข้อที่สามมันช่วยระมัดระวัง อย่าให้เกินเลยไป ขณะเดียวกันศาสนาพุทธ แตกต่างจากศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ศาสนายิว ไม่ได้แปลว่าเราดีกว่าเขานะ แต่ศาสนาที่สืบทอดมาจากอับราฮัมนั้นเขามีความคิดชัดเจน ว่าเรื่องความสัมพันธ์ทางเพศเป็นไปเพื่อ โปร-ครีเอชั่น เพื่อให้เกิดลูกหลาน การเสพกามกันเพื่อจะได้ลูกได้หลาน อย่างลอร์ดแอ็คตันซึ่งเป็นนักประวัติศาสตร์ที่มีชื่อมาก เป็นคาทอลิคที่เคร่งครัด เวลานอนกับเมียเสร็จ จะต้องลงมาคุกเข่าขอบคุณพระเจ้าเพื่อที่จะได้ลูก แต่ศาสนาพุทธไม่เป็นอย่างนั้น การที่คนเสพกามกันไม่ได้เป็นไปเพื่อจะได้ลูกอย่างเดียว แต่เสพกามเพื่อระงับความใคร่ และก็หวังว่าการระงับความใคร่นั้น จะไม่พยายามเอาเปรียบเพื่อนที่มาร่วมเพศกับเรา การร่วมเพศนั้นอาจจะเพศเดียวกันก็ได้ ต่างเพศก็ได้ พุทธนั้นไม่มีจุดยืนที่จะโจมตีเลสเบี้ยน โจมตีเกย์ จะเห็นได้เลยว่าพวกฝรั่งหลายคนจากแต่ก่อนจนถึงปัจจุบัน ที่มาเป็นทูต จะเป็นฝรั่งเศสก็ดี อะไรก็ดี มาอยู่เมืองไทยแล้วมีแฟนเป็นผู้ชาย เกษียณแล้วก็กลับมาอยู่เมืองไทย เพราะอยู่เมืองนอก ตอนหลังกฎหมายอนุญาตแล้ว แต่สังคมเขาดูถูก คนที่มีหลักมีฐานแล้วมีแฟนเป็นผู้ชายเขาดูถูก ผู้หญิงที่มีหน้ามีตาแล้วมีแฟนเป็นผู้หญิงเขาก็ดูถูก เมืองไทยก็เห็นเป็นเรื่องธรรมดา อยากจะมีผัวเป็นผู้ชายเป็นผู้หญิงก็เรื่องของมึง อันนี้เป็นเพราะศาสนาพุทธเห็นการร่วมเพศเป็นการปลดเปลื้องความใคร่ แต่ก็พยายามอย่าเอาเปรียบเพื่อนร่วมนอนกับเรา ให้เกียรติเขา อย่าสำส่อน ให้มีกามสังวร PLAYBOY : แต่วัยหนุ่มสาวเป็นวัยที่ต้องห่ำหั่นทางเนื้อหนังมังสา มันยากนะที่จะพิจารณาขาวสวยหมวยอึ๋มให้เป็นซากศพอสุภะได้ ศาสนาพุทธเขาใช้คำว่าอุปายโกศล ทางมหายานใช้คำว่าอุปายะ คือคุณต้องรู้จักวางท่าทีที่ถูกต้อง เห็นมั้ย เวลาคุณไปบวช อุปัชฌาย์จะบอกให้คุณภาวนา เกศา โลมา นะขา ทันตา ตะโจ ห้าข้อนี้เราถูกมันหลอกนะ คุณไปดูโฆษณาทีวีทั้งหมดในเวลานี้ ขายอะไร เกศา ยาสระผม ผมจะต้องสวย นะขา เล็บจะต้องสวย คุณเห็นไหมมันหลอกทั้งนั้นเลย เราไปติดสิ่งที่มันหลอก ถ้าเผื่อเราเข้าใจอันนี้ ทิฐิที่อยากจะมั่วเซ็กส์ ก็จะเบาบางลง เท่านั้นเอง อีกอย่างหนึ่ง สังคมไทยสมัยนี้ เราไม่รู้จักธรรมชาติแล้ว พอตายปุ๊ป เราก็ฉีดยาเลย เพราะกลัวความเหม็น ขี้เราก็กลัวเหม็น เราก็ขี้แบบฝรั่ง แต่ก่อน ทุกแห่ง ทุกบ้านเรือน ขี้มันเหม็นทั้งนั้น สมัยก่อนผมเด็กๆมันมีบริษัทรับขนขี้ไปทิ้งแม่น้ำเพราะส้วมซึมมันไม่มี แล้วผมหลบภัยไปอยู่ที่บางพระ ใกล้กับศรีราชา ก็ไปนั่งริมทะเล ขี้ลงทะเล เป็นของธรรมดาเลย แต่ตอนนี้มันไม่ได้แล้ว ขี้ก็ไม่ได้แล้ว เหยี่ยวก็ไม่ได้ ต้องใช้คำว่าอุจจาระ ปัสสาวะ มันหลอกลวงหมดเลย แต่ก่อนนี้ธรรมดามากเลย บางทีคุณอาจจะไม่เข้าใจนะ แต่ก่อนนี้ กรุงเทพ รัตนโกสินทร์มีคูคลอง มีกำแพงเมือง คุณตายในพระนครได้ แต่ศพไว้ไม่ได้ อีโคโลจี้เขาดีมากนะ ศพจะออกประตูผี แล้วเขาเอาไปไว้ที่ไหน เขาเอาไปไว้ที่วัดสระเกศ แร้งมันจะมากินศพ เพราะคนจนไม่มีปัญญาซื้อหีบใส่ศพด้วยซ้ำไป พระก็ไปปลงกรรมฐาน เมื่อก่อนเขาให้ไปบวชเณรบวชพระก็เพื่อให้ไปปลงกรรมฐาน สมัยนี้ไม่ปลงกรรมฐานก็เสร็จสิ พระก็เอากันเอง พระปล้ำเณร เณรปล้ำพระ เพราะไม่เข้าใจเรื่องชีวิต มันนึกอย่างเดียวว่าเนื้อหนังเป็นสิ่งที่จะต้องประเทือง เนื้อหนังมันให้ทั้งคุณและโทษ เห็นไหมเวลาพระฉันอาหาร พระจะสวดว่า กินอาหารเพื่อให้มีร่างกายแข็งแรง เพื่อเป็นประโยชน์ ห่มผ้าก็เหมือนกัน เพื่อปกปิดความร้อนหนาว ความน่าเกลียด แต่ตอนนี้ธรรมกายจีวรผืนเป็นหมื่นๆ ก็ฉิบหายเลยสิ มันผิดเป้าหมาย ลัทธิบริโภคนิยม ทุนนิยม มันทำให้เราผิดเป้าหมายความเป็นมนุษย์ มันอุดหนุนการเสพ อุดหนุนการซื้อ เพื่อบำรุงระบบตลาด PLAYBOY : ในวัย 81 กามราคะของอาจารย์เป็นยังไงบ้าง มันยังฟู หรือ ฟุบไปแล้ว เวลาเจอสาวสวยๆ มันยังปรุงแต่งแบบอยากจะได้เขา อยากจะอะไรเขาอยู่รึเปล่า ถ้าสติเกิด มันก็ไม่รู้สึก เราก็จะเห็นว่าสาวๆ พวกนี้มันรุ่นหลานเราแล้ว ถ้าสติไม่เกิดมันก็อยากยึดครองมาเป็นของเรา เพราะฉะนั้นสิ่งที่มนุษย์จะต้องทำคือฝึก พระพุทธเจ้าตรัสว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่ฝึกได้ เพราะฉะนั้นผมอายุป่านนี้แล้ว ผมก็ว่า เฮ้ย เอ็งฝึกมาขนาดไหนแล้ว ราคะเกิดหรือเปล่า เกิดแล้วจะปล่อยวางยังไง คิดสิ สมัยเป็นหนุ่มมีสาวนอนอยู่ข้างๆ ยังระงับได้ ควบคุมได้ ตอนนี้แปดสิบกว่าคุมไม่ได้ก็เสร็จสิ ก็สอนตัวเองอย่างนี้ (จบ)

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน