สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน สมาธิพุทธกิเลสหมด แต่จิตยิ่งคล่องแคล่ว ยิ่งทำงานมากยิ่ง.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.69 KB
วันที่แก้ไข18 มิถุนายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน สมาธิพุทธกิเลสหมด แต่จิตยิ่งคล่องแคล่ว ยิ่งทำงานมากยิ่ง ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจะแสดงสัมมาสมาธิ ที่ท่านตรัสคำว่าสัมมา มันเป็นคำที่ยืนยันความถูกต้อง มิจฉามันไม่ถูกต้อง ถ้ามิจฉามันไม่ควร มันไม่ดี มันไม่ถูกต้อง แล้วสัมมามันเป็นเช่นนี้ แล้วท่านก็กลับไปทางพระสูตร ว่าสมาธิของท่านนั้น จะต้องปฏิบัติให้เกิด องค์ประกอบของการประพฤติ ประพฤติโดย องค์ 7 ไม่ใช่ว่าองค์ประกอบของการปฏิบัติคือ ไม่มีองค์ 7 ไม่มีขณะในการทำอาชีพ ทำกัมมันตะ กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ในขณะที่พูด ในขณะที่คิดอยู่ ไม่ปฏิบัติ ปิดกรรมทุกอย่างเลย เสร็จแล้วก็หลับตา หลับตาเข้าไป ก็สะกดจิตเข้าไป สะกดจิตให้นิ่ง โดยหลงความเป็นหนึ่งของจิต เอกัคคตา จิตก็เป็นหนึ่ง นั่งสะกดจิตเข้าไป จิตก็เป็นหนึ่ง จิตก็หยุด มันหยุดจนเลยเถิด คือมันหยุดคิด หยุดอะไรต่ออะไรไปเลย ทำให้ตัวเอง เหมือนคนตาย หายใจระรวย นิ่งเลย หรือหยุดนิ่ง มันเป็นการทำอย่างพาซื่อ เข้าใจง่ายๆว่า การสงบคือหยุดนิ่ง ไม่ทำอะไร พระพุทธเจ้า สงบคือหยุดอาการกิเลสในใจ สงบเพราะว่า ในใจไม่มีอาการของ ความเป็นกิเลสตัณหาอุปาทาน ก็สงบ แต่ใจที่ปราศจากกิเลส ตัณหา อุปาทานนั้น จะเป็นจิตใจที่คล่องแคล่ว มุภูตธาตุ เวทนา สัญญา สังขาร ก็คล่องแคล่ว เวทนา สัญญา สังขาร เป็นเจตสิกของจิต ยิ่งคล่องแคล่ว เป็นองค์รวมของจิต เรียกว่า กายปาคุญญตา หรือกายกัมมัญญตา เป็นความคล่องแคล่วของกาย กายคือ เวทนาสัญญาสังขาร แล้วก็เกิดความแคล่วคล่อง เรียกว่า ปาคุญญตา หรือกัมมัญญตา มีหลักฐานในพระบาลีไว้ชัดเจน สมาธิพุทธกิเลสหมด แต่จิตยิ่งคล่องแคล่ว ยิ่งทำงานมากยิ่ง เพราะกาย คือองค์รวม เวทนาสัญญาสังขาร ยิ่งคล่องแคล่ว ทำให้เกิดกายวิญญัติ ความเคลื่อนไหว ขององค์รวมของรูปนาม ยิ่งมีสมรรถนะความรู้ปัญญา ทำอ

อ่านต่อ

ย่างกัมมัญญตา เป็นการงานที่เหมาะควร ที่ดีที่สุด ผู้ใดทำให้จิตเป็นอุเบกขา เป็นฐานนิพพาน มีเอกัคคตา มีอุเบกขาเป็นตัวตั้ง เป็นอัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา มีกระแสบวก แล้วมีกรรมกิริยาร่วมทำ เป็นพลังงานบวก เป็นองค์รวมของนิวเคลียส เป็นองค์รวมของพลังงาน ที่เป็นจุดศูนย์กลางของพลังงาน ทำงานอยู่ ส่วนในตัวเคลื่อนที่เป็นพลังลบ จึงคือสติสัมปชัญญะปัญญา ร่วมกับจิตที่เป็นแกน แข็งแรงตั้งมั่น อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา เรียกว่าสมาธิ ทำงานด้วยสติ สมาธิ ปัญญา ความตื่น ความรู้ รู้จัก ตักกะ วิตักกะ สังกัปปะ จัดการกับ กาม พยาบาทให้ออกไป จิตก็มีฝ่ายปัญญา เป็น ตักกะ วิตักกะ สังกัปปะ ส่วนอัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา เป็นฝ่ายเจโต มีสมาธิกับปัญญา 2 อันนี้ เป็นปัญญาที่ปราศจากกิเลส ทำงานร่วมกัน เป็นองค์รวม ของนิวเคลียส มีพลังงานบวกพลังงานลบ ที่มีพลังสูงและมีความดีงาม มีความบริสุทธิ์สะอาด มีแต่ประโยชน์ไม่มีโทษภัย ก็เป็นคนหรือแม้แต่เป็นสังคม ก็ไม่มีโทษภัย เช่น สังคมชาวอโศก อย่างอาตมาบอกพวกเรา อย่างควรจะไป ออกไปช่วยประท้วงการเมือง พวกเราเข้าใจก็ไป ซึ่งเขาไม่มีใครจะไปทำ เขาไม่มีมหาปเทส พระพุทธเจ้า ก็เคยพาพระภิกษุไปประท้วง เรื่องที่พระญาติของท่าน แย่งน้ำกัน เราก็ไม่ได้ทำ ในสิ่งที่ไม่ควรที่จะไปทะเลาะเบาะแว้ง ไปรบรากัน ไปประท้วงก็เหมือนกับ การไปห้ามทัพ เหมือนอย่างพระพุทธเจ้าไป ห้ามทัพที่เขาจะแย่งน้ำกัน นี่ก็เป็นการแย่งอำนาจทางการเมือง ตามทิฏฐิความเห็นของเขา เราก็ไประงับสิ่งที่เขาทำ ตามที่เห็น พวกเขาไม่เข้าใจ ก็หาว่าทำนอกเรื่องนอกราว ทำในสิ่งที่ไม่ควร ไม่ใช่เรื่อง อาตมาไม่มีปัญหา ก็ให้เขาเข้าใจไปตามภูมิของเขา เขามีภูมิแค่นั้น ก็เข้าใจว่าศาสนาคืออย่างไร อาตมามั่นใจว่า ไม่ได้พาทำในสิ่งที่ผิดพลาด เพราะศาสนาพุทธ เป็นไปเพื่อสังคม ไม่ใช่ศาสนาที่ปลีกเดี่ยว เอาตัวรอดหลุดพ้น แบบเอาตัวเองเข้าป่าเขาถ้ำ มีชีวิตอยู่กับตัวคนเดียว อย่างศาสนาเชน ศาสนาพระมหาวีระ ไม่สุดโต่งเช่นนั้น แล้วขอยืนยันด้วยว่า ศาสนาพุทธ เป็นศาสนาแห่งสังคม มีคำยืนยันคือ พหุชนหิตายะ (เพื่อหมู่มวลมหาชน เป็นอันมาก) พหุชนสุขายะ (เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชน เป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ (รับใช้โลก ช่วยโลก) 600215_ทวช.พุทธาภิเษก#41 ปฐมอโศก สมาธิของศาสนาพุทธ ตอนที่ 4

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน