สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน โลกธรรมกับปฏิบัติธรรมแบบหลับตา.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน โลกธรรมกับปฏิบัติธรรมแบบหลับตา อาตมาบวชมาเกือบ50 ปี วันนี้ยอดคนลงทะเบียน 663 คน มีคนไม่ลงทะเบียนเล็กน้อย ก็คงจะถึง 700 มั๊ง เอาน่า เข้าเส้นชัยเข้าเลข7 แล้ว อีกไม่กี่วันจะถึงปีชวดแล้ว ชวด ภาษาแสลงแปลว่าหลุดมือไป ถ้าเราปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าแล้วเราจะหลุดมือไปก็หลุดไป เราอยากให้หลุดให้พ้นด้วยซ้ำไป แล้วก็มีอิสระเสรีสบาย ความหมายลักษณะพวกนี้เป็นลักษณะธรรมะ เป็นธรรมะที่ลึกซึ้งซับซ้อน พวกเราได้ศึกษาโลกุตรธรรมเป็นธรรมชาติที่สุดยอดวิเศษลึกซึ้งซับซ้อน พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้เอามาสอนไว้ สุดยอดจริงๆเลยความรู้ เกิดมาเป็นมนุษย์แล้วก็มีอะไรซับซ้อน จนเจ้าประคุณเอ้ย จนหมุนสมองให้ทันสมัย ก็ไปกันใหญ่เลย อาตมาตั้งใจว่าวันนี้จะอธิบายเรื่องคำว่าอาหาร เอามาจากพระไตรปิฎก 3 เล่ม ก็ซ้ำแต่ว่ามันลึกซึ้ง การศึกษาของพวกเราก็มี ศีล สมาธิ ปัญญา แต่ก็ไม่เป็นจรณะ 15 วิชชา 8 ศีลเป็นเบื้องต้น อธิศีล ก็จะต้องปฏิบัติให้ถูกคืออปัณณกปฏิปทา 3 ถ้ามีศีลอื่นแล้วแต่ก็ปฏิบัติไม่ตรงอปัณณกปฏิปทา 3 ไม่มี สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยค ไม่มีหรือมีไม่ตรงมันก็ไม่เกิดผลเป็นสัทธรรม 7 ไม่เกิดฌานแบบพุทธ ก็ไม่มีวิชชา 8 ก็กลายเป็นอวิชชาไป อวิชชาหนา เพิ่มเติมความเข้าใจผิดความไม่ถูกต้องซับซ้อนเข้าไปอีกใหญ่เลย ยึดมั่นถือมั่นความไม่ถูกนั้นความที่เป็นผิดนั้นซับซ้อนเข้าไปหนักเข้าไปอีก อวิชชาก็งอกงามไพบูลย์ ไกลไปจากวิเวก ไกลแสนไกลไปกันใหญ่เลย มันคนละทางเลย ทุกวันนี้ผู้รู้ทุกวันนี้ศาสนาพุทธ ขออภัยที่ต้องพูดให้ชัด ท่านรู้แล้วท่านก็รู้ผิดทาง มันก็เลยเป็นอวิชชาที่งอกงามไปเรื่อยๆ กลายเป็นตรรกะ กลายเป็นเจริญไปได้พยัญชนะไวยากรณ์ ไปกันใหญ่เลย การจะมารู้เรื่องของการสัมผัสจิตในจิตบ้าง แต่เรื่องจิตใ
อ่านต่อ
นจิตนั้นกลายเป็นเรื่องซับซ้อน เช่น สมาธิก็กลายเป็นสมาธิแบบเดียรถีย์แบบฤาษี ยึดมั่นถือมั่น แทนที่จะเข้าใจโลก ไปเข้าใจสมาธิแบบฤาษี ก็เลยกลายเป็นจิตที่ยิ่งเกาะแน่นกันไปใหญ่เลย แทนที่มันจะขยายความ แทนที่มันจะมีการรู้เรื่องสาระที่แท้จริง เทียบเคียงเทวนิยม อเทวนิยมเป็นคู่ ก็เปล่า มันกลับกลายเป็นก้อนแข็ง แน่น ผนึก ทีนี้มันมีทางด้าน ปฏิภาณปัญญา มันไม่ใช่ปัญญาหรอกมันเป็นความฉลาด ก็เป็นความฉลาดแบบ เฉโก กลายเป็นโลกียะซับซ้อน เหมือนอย่างกับธัมมชโย เหมือนอย่างกับทางโลกีย์ 1. หลงในลาภ 2. หลงในยศ 3. หลงในสรรเสริญ 4. หลงในความสุข นี่คือโลกีย์ที่พระพุทธเจ้าแยกไว้ ลาภ นี่ก็ คือสิ่งที่ได้มาให้แก่ตัวเอง อย่างยกตัวอย่างชัดๆ ที่มีพฤติกรรมจริง มีคนจริงประพฤติ เช่น มหาบัว ได้ลาภ ได้ยศ ได้มาเยอะ โดยอาศัยศรัทธาศาสนาประชาชน แล้วก็อาศัยสถาบัน อาศัยบัลลังก์สถาบันร่วมกันเป็นยศ เป็นอำนาจ เป็นความยอมรับสรรเสริญครบโลกียะ ก็ได้ลาภมา พอได้ลาภมาแล้ว ที่จริงลาภนั้น ถ้าไม่เข้าใจเป็นเรื่อง สาเปกโข ได้ลาภมาแล้วเป็นของตนๆก็จะต้องให้ ก็ทาน มหาบัวก็ให้ไม่เอาเป็นของตนนะ แต่อัตตา ลาภเป็นอัตตาหรือยศเป็นอัตตา สรรเสริญเป็นตัวกลางยกย่องเชิดชูยิ่งใหญ่มโหฬาร ลาภใหญ่ ยศได้รับการยกย่องเชิดชูอย่างสูง เอาไปให้ทานยกให้แก่ประเทศชาติ แล้วมีการสำทับด้วย ห้ามเอาไปใช้นะ ต้องเอาให้เป็นเงินคงคลังห้ามเอาไปใช้ ให้เอาไว้เป็นเงินของประเทศ สำทับลงไปชัดเจนว่าคุณไม่ได้ให้ คงคลังก็คือเศษกระดาษ เป็นแต่เพียงว่าเป็นเงินต้นว่าฉันมีหลักประกัน แต่โดยหลักเศรษฐศาสตร์แล้วเงินไม่ได้เดินทาง ก็คือเศษกระดาษธรรมดา เงินหรือธนบัตร มันไม่ได้เดินทาง มันก็เป็นเศษกระดาษธรรมดา อะไรก็แล้วแต่ เพชรนิลจินดาทองคำก็แล้วแต่ มันไม่ได้เดินทางมันไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรเอาไปหมกใส่เซฟเอาไว้ นิ่งอยู่ แม้แต่คนเห็นก็ไม่เห็น สมัยโบราณเอาใส่ไหแล้วก็ฝังดินไว้มันก็เป็นเศษกระดาษ เป็นขยะเฉยๆ แต่หลงว่ามันมีค่า เข้าคงคลัง เสร็จแล้วก็กรึ่มมาก ข้านี้แหละใหญ่ข้าได้ทำสิ่งยิ่งใหญ่ข้ามีราคาข้าได้ทำให้แก่ประเทศชาติ ได้รับการยอมรับยกย่องเชิดชู ขออภัยที่อาตมาพูดเป็นธรรมะไม่ได้ไปถล่มทลายมหาบัวหรอก แต่มันเป็นสัจจะที่ขออนุญาตขออภัยอย่างยิ่งที่เอามา เพื่อจะใช้อธิบายให้ชัดเจน มันไม่มีภาษาที่จะอธิบายในรายละเอียดของกิเลสอุปกิเลส ทั้งหมด อันนี้มันเป็นสภาวะจริง ยกขึ้นมาแล้วทุกคนรับฟังที่อาตมาเน้น ก็จะเข้าใจชัดเจนลึกซึ้ง ความหลงนี่ ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่า ผู้หลงยึดอยู่ในถ้ำ ผู้ข้องอยู่ในถ้ำ เป็นผู้จมหยั่งลงในความหลง เป็นผู้อันกิเลสมากปิดบังไว้แล้วก่อน ข้องอยู่ในถ้ำแล้วกิเลสมากด้วยนะ ปิดบังไว้ พรางตัวเอง ปิดบังไว้แล้ว เป็น Past perfect tense ผ่านกิริยาทุกอย่างเสร็จจบปิดบังไว้เหมือนไม่มีอะไร พระพุทธเจ้าท่านตรัสเป็นผู้ข้องไว้ก่อน ก็คือ ผู้ข้องอยู่ในถ้ำ เก็บงำไว้ ฝังไว้ ปิดบังไว้ก่อนแล้ว ทรงตรัสคำว่าเป็นผู้ข้องไว้ก่อน ก็แต่คำว่าถ้ำควรกล่าวก่อน อะไรล่ะ ทีนี้ขยายความ [31] คำว่า นรชนเป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ เป็นผู้อันกิเลสมากปิดบังไว้แล้วมีความว่าทรงตรัสคำว่า เป็นผู้ข้องไว้ก่อน. ก็แต่ว่าถ้ำควรกล่าวก่อน กายเรียกว่า ถ้ำ. คำว่า กายก็ดี ถ้ำก็ดี ร่างกายก็ดี ร่างกายของตนก็ดี เรือก็ดี รถก็ดี ธงก็ดี จอมปลวกก็ดี รังก็ดี เมืองก็ดีกระท่อมก็ดี ฝีก็ดี หม้อก็ดี เหล่านี้เป็นชื่อของกาย. อาตมาสรุป ทั้งหมดนี้คืออาหารคือเครื่องอาศัย ทั้งนั้นเลยในชีวิตมนุษย์เกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์ทั้งหมด ตั้งแต่ร่างกายพาหนะรถแม้แต่ธง ธงนี้คือ 1. จุดหมายปลายทาง 2. ธงคือสิ่งที่ต้องยึดถือไว้แล้วต้องดำเนินไปต้องถือธงไปด้วยนะ ชูธงไปจนกว่าจะเอาไปปักถึงที่หมายสุดท้าย ธ. ธง นี้หมายถึงพระเจ้าแผ่นดิน หมายถึงทุกอย่างที่เป็นความทรงอยู่ในเราคือจะอาศัย แม้ที่สุดเป็นพระอรหันต์แล้วยังต้องมีธงยังจะต้องอาศัย ถ้าเคลื่อนไหวก็เป็น ธมมฺ หรือ ธรรมะไป ธรรมะเป็นคำบาลีมี ม.ม้า 2 ตัว ถ้าเป็นสันสกฤตก็มี ร.เรือ 2 ตัว เพราะฉะนั้นเครื่องอาศัยต่างๆจึงยิ่งใหญ่มากเลยที่เรายังจะต้องเรียนรู้ แล้วก็ต้องไม่ข้อง ไม่ให้มันข้อง แล้วเราไม่ข้องมัน แต่จะต้องอยู่กับมันให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและเป็นประโยชน์กับผู้อื่นอาศัย 621228_ทำวัตรเช้า งานว.บบบ.เพื่อฟ้าดิน ครั้งที่ 7 อาหารของนิวรณ์ทั้ง 5