สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน คนเจริญช่วยเศรษฐกิจได้จริงต้องเป็นคนจน.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน คนเจริญช่วยเศรษฐกิจได้จริงต้องเป็นคนจน พ่อครูว่า...ทีนี้ก็เข้าสู่ปัญหาปัจจุบัน ทรัมป์ อาตมานี่ไม่ค่อยได้ติดตาม อาตมาก็ขอยืนยันว่าโดนัลทรัมป์เป็นตัวละครตัวหนึ่งในโลกยุคนี้ ที่เขาก็ไม่รู้ตัวเองเขาก็แสดงไปตามกรรมวิบากของเขา หรืออวิชชาของเขา เขาทำไปตามที่เขาคิดว่าอย่างนี้ถูกต้องดีที่สุดแล้ว ในขณะนี้ที่พูดไปนี้ มองแล้วก็น่าสงสารประชาชนชาวอเมริกัน ที่เขามีผู้นำอย่างนี้ ก็เป็นธรรมดาธรรมชาติเขามีวิบากร่วมกันน่ะ ก็ร่วมกันไป แล้วเขาก็มีความเห็นสอดคล้องหรือขัดแย้งก็ค่อยเป็นไปตามธรรมดา เป็นเรื่องของการเมืองก็ตามเป็นเรื่องของเศรษฐกิจก็ตาม อาตมาเอาความรู้ของพระพุทธเจ้ามาอธิบายขยายความ คนเขาก็จะบอกว่าธรรมะจะไม่เกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐกิจการเมือง ก็เป็นความเข้าใจที่ต่างกันกับอาตมา อาตมาว่า ในธรรมะพระพุทธเจ้ารวมทั้งเรื่องของเศรษฐกิจสังคมมนุษยชาติทั้งหมดด้วยพระพุทธเจ้ามีธรรมะที่ไม่ได้นอกไปจากความเป็นมนุษย์ ในสังคมก็มีเรื่องเศรษฐกิจการเมือง หรือจะบอกว่ามีเรื่องของธรรมะก็ต้องมีแน่นอน เราก็เข้าใจอย่างที่เขาเข้าใจ อาตมาไม่มีปัญหาหรอกอาตมาเข้าใจได้ ไม่ใช่จะมีธรรมะอยู่ในกรอบแค่ในจิตในจิตแม้แต่กรรมก็ไม่รู้เรื่องแม้แต่อบายมุขก็ไม่รู้เรื่อง แม้แต่เรื่องสากลของโลกคุณก็ไม่รู้เรื่องเป็นการรู้แค่ความแคบอยู่ในกะลาครอบ ก็ไปมีจินตนาการความลึกซึ้งในนั้นอีกเป็นนิรมาณกาย เป็นสิ่งเพ้อพกเป็นอนาคต ทิฏฐิ อนาคตมี 44 อดีตมีแค่ 18 ต่างกัน 26 ต่างกันมากเพราะคิดเพ้อเจ้อสร้างภพไปได้เป็นไปไม่ได้ไม่มีจริงก็เป็นได้ แต่อดีตนั้นต้องมีสิ่งยืนยันว่ามีเหตุมีปัจจัยเป็นไปได้ พระพุทธเจ้ากล่าวรวมไว้แล้วว่าทิฏฐิทั้งหลายรวมไว้แค่ 62 อดีตก็มีจริงแล้วมันผ่านไปแล้วมันแก้ไขอะไรไม่ได้ อ
อ่านต่อ
นาคตก็ยังมาไม่ถึง แล้วคุณจะไปจัดการทำอะไรกับมันได้ก็มันยังมาไม่ถึง ปัจจุบันนี้จึงเป็นความจริง ความจริงอยู่ที่ปัจจุบันอดีตก็ไม่ใช่อนาคตก็ไม่ใช่ แม้แต่แค่คุณหลับตาอยู่ในภพคุณก็จะมีแค่อดีตกับอนาคต ปัจจุบันจะต้องครบจักษุ ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง แล้วมีตัวตนบุคคลอยู่ในโลกใบนี้ที่มีดวงตาเปิดมีแสงสว่างมีความรู้ปัญญาญาณวิชชาอยู่ในปัจจุบันให้ครบพร้อม ถ้าเข้าใจอันนี้ไม่ได้คุณไม่ปฏิบัติอันนี้ คนนี้อีกนาน นานแสนนานที่จะบรรลุธรรม เพราะงมโข่งไม่ออกจากกะลา นี่พูดนี้รู้สึกว่าแรงแล้วนะ ยังอีกนาน เพราะไม่รู้โลกรู้แต่อัตตาในภพ พวกหลับตาในภพ เป็นการข้องอยู่ในถ้ำ แล้วลึกซึ้งซับซ้อนไปลงในป่าเขาถ้ำที่เป็นวัตถุแต่ติดอยู่ในนั้นทุกอันเลย แม้แต่เกาะยึดติดอยู่ที่ฝี ท่านก็ว่าข้องอยู่ในถ้ำ ไม่เอาอะไรเพราะปวดฝี ไม่รับรู้อะไรใครจะมาเอาอะไรให้ก็ไม่เอา เพราะปวดฝี อาตมาเคยเป็นฝีดาษ ที่ขาสองข้าง จนเป็นลมตายไป 15 วินาที โดนยา ตอนนั้นอยู่กับยาย แม่ก็ไปทำมาหากิน พ่อไปสนามรบ ยังจำได้นั่งเรือจากวารินฯไปพิบูลฯ ยายเอาด้ามพร้าลนไฟจุดกับกระบองไต้ เอามาลนที่ฝีเรา ไปนอนคืนนั้นไปเลย หลับไม่รู้เรื่องเพ้อไป เสร็จแล้วเอายามาใส่เอาใบอะไรกับข้าวสารแช่น้ำ มาเปะที่ฝี ก็ปะทะกัน อาตมาก็ชักดิ้นแลบลิ้นยาว ยายร้องไห้เลย นิ่งไป 15วินาทีแล้วก็ฟื้นมา อาตมาตายแล้วฟื้นมา 2รอบ ครั้งหนึ่งเป็นกาฬโรคอีกครั้งหนึ่งเป็นไทฟอยด์ ยาไทฟอยด์มันราคาแพง หมอก็บอกเป็นไทฟอยด์ พี่ล้วนเขาไม่ซื้อยา พี่อาจเมียเขาก็บอกว่าไอ้แป๊กมันจะตายแล้ว ตอนนั้นกำลังจะไปเที่ยวบางแสน เขาบอกว่าทิ้งได้ยังไงเดี๋ยวมันก็ตายหรอกเขาก็เลยจำนนต้องไปซื้อยามาให้กิน อาตมาก็ค่อยรอดฟื้นมา ผอม หัวโกร๋นสองครั้งนั้นเพื่อนเขาเรียกผีหัวหนาม( ผมขึ้นหรอมแหรมๆ)
จะอธิบายเรื่องสายหลับตาเป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ ไกลแสนไกลจากวิเวก หากประเทศไทยชัดเจนในเรื่องนี้เลิกนั่งหลับตาแล้วมาลืมตาศึกษาโพธิปักขิยธรรม 37 ศึกษามรรคมีองค์ 8 ศึกษาพิจารณาเป็นขั้นตอนของศีลสมาธิปัญญาไปตามลำดับขั้น แล้วก็รู้จักกิเลสไปทีละลำดับทำแบบตามลำดับ ประเทศไทยจะนำโลกจริงๆ สงสารโลกเขาจริงๆ อย่างโดนัลด์ทรัมป์ จะพยากรณ์แกก็ไม่ได้ ก็ค่อยๆเป็นไป
เศรษฐกิจที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง ชาวอโศกเป็นผู้มีเศรษฐกิจที่ยั่งยืน .. เศรษฐกิจแปลว่าอะไร ...เสฏโฐ ภาษาบาลี ส่วนเศรษฐะเป็นภาษาสันสกฤต เสฏฐะ คือผู้ประเสริฐผู้เจริญกิจของผู้เจริญ คำว่าเจริญ คำนี้ ซับซ้อนเป็นภาษาสิริมหามายา เป็นความเจริญ ยุคนี้คนเจริญต้องเป็นคนจน คนรวยไปแอบแฝงเอาชื่อเจริญมาเท่านั้นแต่ไม่จริง คนเจริญจริงต้องจน เพราะคนจนนั้นเป็นผู้ไม่เป็นภัยโทษต่อสังคม ไม่ใช่คนจนสิ้นไร้ไม้ตอกขี้เกียจขี้คร้านไม่มีความรู้สำมะเลเทเมาหรืออวดดีล้มละลายเป็นหนี้...ไม่ใช่! แต่เป็นคนจนที่จะรวยก็รวยได้ แต่ไม่ยอมรวย ไม่ต้องรวย เป็นคนจนนี่แหละดี เข้าใจชัดเจนแล้วก็ทำตนเองให้เป็นคนจน รวยได้แต่ทำตนให้เป็นคนจน มีบารมีด้วย มีความรู้ความสามารถที่จะรวย แต่มาเป็นคนจนสมัครใจเป็นคนจน เป็นคนจนแต่ขยันหมั่นเพียรมีความรู้ความสามารถสร้างสรรค์ทำงาน จึงมีผลผลิตมีผลได้ มีสิ่งที่ควรสร้าง ไม่สร้างสิ่งที่ไม่ควรสร้าง เช่นไม่สร้างอาวุธ ไม่สร้างสิ่งมอมเมา ไม่สร้างสิ่งที่เป็นพิษอะไรอย่างนี้เป็นต้น เป็นคนสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์คุณค่าให้แก่สังคม เป็นคนที่พากันมาสร้างสิ่งที่มนุษย์จะอาศัยใช้กินใช้สอยอย่างประเสริฐ ไม่ไปทำลายไม่เป็นพิษเป็นภัย ไม่มอมเมากัน เป็นผู้ที่มีความรู้ความฉลาดแบบโลกุตระที่แท้จริง จึงนำพาหมู่กลุ่มทำงานขยันสร้างสรรไม่สะสม มีวรรณะ 9 อยู่อย่างสาราณียธรรม 6 วรรณะ 9 และ สาราณียธรรม 6 เป็นสองหลักสูตรที่ยิ่งใหญ่ มีคนจริงเป็นไปได้ อยู่กันอย่าง เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ลาภธัมมิกา ช่วยกันสร้างสรรค์ผลิต เราอยู่ในส่วนของกสิกรรม กสิกรรมเป็นที่ 1 อุตสาหกรรมเป็นรอง คุณกินอุตสาหกรรมไม่ได้หรอก คุณจะอาศัยให้ชีวิตอยู่ได้กับกสิกรรมกับพืชพันธุ์ธัญญาหาร คุณจะเก่งเทคโนโลยีอย่างไรมันก็เป็นภาระเท่านั้น ไม่พารอดได้ ถ้าเข้าใจความจริงตามที่พูดมาคร่าวๆ ก็จะรู้เศรษฐกิจ ว่ากสิกรรมจำเป็นกว่าอุตสาหกรรม เราก็ไม่ได้ตีทิ้งอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมทำช้อนทำส้อมทำเครื่องไม้เครื่องมือทำรถราทำเครื่องกลไกอาศัยมันก็ใช้ทุ่นแรง จนกระทั่งเดือนนี้สามารถสร้าง Robot สร้างหุ่นยนต์มีสมรรถภาพเก่งกว่าคนด้วย ทำลูกเดียว ใส่ไฟฟ้าน้ำมันให้ เติมพลังงานให้มันดำเนินไปได้ก็ทำลูกเดียว มันไม่รู้เหน็ดเหนื่อย มันทำได้ตะพึดตะพือก็ทุ่นแรง แม้เราไม่เก่งอุตสาหกรรมวิศวกรรมเครื่องกลเทคโนโลยี แม้จะเป็นคอมพิวเตอร์ หรืออย่างอื่น ก็ช่างเถอะไม่เป็นไร เราเก่งในการทำกสิกรรมเก่งการทำพืชพันธุ์ธัญญาหาร แม้แต่เรื่องของการประมงหรือสัตวศาสตร์เราไม่เก่งก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องพึ่งสัตว์ไม่ต้องกินสัตว์ ไม่ต้องใช้อาหารจากสัตว์ แต่ไม่ต้องกลัวว่ามันจะล้นโลก คนที่จะกินสัตว์อยู่มันมีอยู่ตลอดกาล อย่างน้อยคนในป่าเขาถ้ำก็กินสัตว์ หรือคนอยู่ตามแม่น้ำ อยู่ขั้วโลกเหนือก็ไม่มีพืชให้กิน ต้องกินสัตว์ มันจะเป็นไปตามธรรมชาติ เรารู้แล้วก็อยู่ให้เหมาะสม แล้วเราก็สร้างสิ่งนี้แหละ อาตมาเห็นนะ เป็นสิ่งยืนยันชัดเจนเราปลูกสร้างขึ้นมาเหมือนมันแกล้ง ทำไมอุดมสมบูรณ์มันสวยงาม โอ้โห เห็นไหม ทั้งดกทั้งใหญ่ทั้งโตทั้งมากเนื้อหาดี สร้างให้คนใช้สอยเป็นพืชพันธุ์ธัญญาหาร ปลูกแจก ขายบ้างสำหรับคนมีเงินทอง คนไม่มีเงินทองแล้วก็แจกให้เลย ให้มันรู้ไปเลย ถ้าอาตมาอยู่ไปอีกอย่างน้อย 50 ปี น่าจะมีภาวะปรากฏการณ์ที่ยืนยันที่อาตมาพูดนี้ว่า เข้าท่าเป็นจริงนะ น่าจะได้อีก 50 ปีนะ ก่อนอื่นมาอยู่นี่สัก 777 คนก่อน มีที่ดินให้ทำกินนะนี่ยังไม่มาสักที
มาเข้าเรื่องเศรษฐกิจ การจะจัดการเศรษฐกิจ อย่าไปสร้างเศรษฐกิจให้คนรวย ไหนบอกว่าจะทำให้คนรวยเท่าเทียมกันทั้งประเทศ ขี้ฟันร่วงเลย เรามีสมรรถภาพก็ทำไป นอกจากคนแก่ เด็ก คนเจ็บป่วย คนพิการ คนไร้สมรรถภาพ มี 5 อย่างนี้ นี่ยกไว้ต้องเลี้ยงดูกันในสังคมจนกว่าเขาจะสิ้นอายุขัยของเขาไป มันก็ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนขี้เกียจกับขี้โกงไม่ต้องไปเลี้ยงมัน ไล่มันไปอยู่นอกวงการเลย ไล่ไม่ออกก็ให้ตำรวจมาจัดการ มาเข้าเรื่อง เราแก้ปัญหาเศรษฐกิจ นักแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่าไปยุแหย่ให้คนไปรวย รวยไปมันเป็นบาป รวยไปมันไม่ได้ดีอะไรกับสังคม ต้องมีพออยู่พอกินอย่างในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านตรัสเอาไว้แหละ พออยู่พอกิน ไม่ต้องรวย เราก็รวยพอสมควรท่านตรัสไว้ชัดเจน จะบอกว่ารวยก็ไม่รวยแต่มันพอมีเหลือ รวยก็คือพอมีเหลือไม่ได้ขาดแคลน ไม่ได้ขัดสนอะไรพอจะแบ่งพอจะแจกกันได้ตามฐานะ ผู้ที่ชัดเจนแล้วอย่างสังคมชาวอโศกไม่ต้องรวยเลยมีศูนย์ ไม่ต้องมีเงินสักบาทเลย มั่นใจได้อยู่ได้มีกินมีใช้ จะเจ็บป่วยจะตายไม่ต้องไปเดือดร้อนอะไร พึ่งเกิดแก่เจ็บตายกันได้จริงๆ นี่เป็นสัจจะที่เราพิสูจน์ได้แล้ว ไม่ใช่เรื่องลอยลมเพ้อเจ้อแต่เป็นเรื่องจริง นอกจากคนที่จิตใจตัวเองไม่รู้จักพอ ถ้าคนรู้จักพอจะอยู่กับสังคมนี้ คำว่าจิตพอ เท่านี้เราก็พอกินพออยู่นี่ก็พออาศัย เมื่อเจ็บป่วยก็ได้รับความอนุเคราะห์จากส่วนกลางเพื่อนฝูงยามเจ็บป่วยแค่นี้ก็พอ เราไม่ได้เรียกร้องเกินไป มันมีความซับซ้อนตามวิบาก พูดถึงหมาหัวเน่า มาทำวิบากในนี้ไม่ดีใครให้อยู่ก็ดีถมไปแล้วไม่ออกก็ดีแล้ว ต้องชัดเจนว่าเราไม่ดีเท่าไหร่เขาให้เราเท่านี้ก็ดีแล้ว แต่ถ้าบอกว่าฉันดีอย่างนั้นอย่างนี้ คุณก็อยู่ไม่ได้หรอก มันจะขจัดกันออกไปเอง ถ้าเศรษฐกิจจะต้องมีพอสมควร คำว่าเศรษฐกิจเศรษฐศาสตร์ ที่เขาใช้ภาษาเรียกกันว่า GDP Gross Domestic Product อาตมาก็ท้วง ก็คุณบอกว่า Domestic เป็นรายได้ของเราภายในไม่ใช่ภายนอกแต่คุณก็ขี้โกงไปเอาเปรียบภายนอก รวมเรียกเป็นรายได้รวมของภายใน Domestic แต่แท้จริงไม่ใช่ของภายใน คุณเอาข้างนอกมารวมมันไม่ถูกต้อง คุณบอกว่ารายได้ภายใน เอาของภายในสร้างสรร ผลผลิตมี Product ถ้าเราจะขายก็อย่าไปขายเกินกว่าทุน ถ้าขายเกินกว่าทุนคือคุณเอาเปรียบ ไม่ดี แล้วเอาของได้เปรียบมารวมเป็นรายได้องค์รวม ไม่เอา เราต้องเสียเปรียบ ของเราสร้างได้มีส่วนเกินก็เอาให้เขาไปอย่างเราขาดทุน คุณขาดทุนแล้วอยู่ได้ไหม ...ได้ เพราะนัยลึกซึ้งของคนแต่ละคนมีสมรรถนะมีความขยันหมั่นเพียรทำ เกินกว่าที่ตัวกินตัวใช้ มาฝึกตนดีแล้วเรากินใช้ไม่มากเลย สมรรถนะเราเกินกินใช้ เรามีเกินกี่ส่วน คนมารวมกันร้อยคนพันคนก็มีส่วนเกินรวมกันได้มากจึงเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่ได้เผื่อแผ่แก่ผู้อื่น ยิ่งใหญ่ที่เป็นผู้ให้ คนจนที่เป็นผู้ให้โลก เราก็ไม่สะสมไว้มากจึงจน ถ้ามีสมบัติคือ 1.ความรู้ความสามารถ 2.ความขยัน คนเรามีในนี้ 1000 คนจะป่วยพร้อมกัน 900 คนมันเป็นไปไม่ได้หรอก จะมีคนเหลืออีกเยอะแยะที่ทำอยู่ มี 500 คนป่วยสัก 250 คนเหลืออีก 250 คนก็พอกินพอใช้ เหลือจริงๆ เพราะพวกเราไม่ได้เปลืองในการกินใช้อะไร มันซ้อนๆกันเสมอ ถ้าคุณฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยผลาญพร่าแน่นอนมีเท่าไหร่มันก็ไม่เหลือหรอก แต่นี่เราได้ฝึกตนเองดีแล้ว เป็นคนมักน้อยสันโดษเป็นคนมีวรรณะ 9 เพราะฉะนั้นจึงเกิดสาธารณโภคีได้ ไม่ต้องไปโกง มีลาภโดยธรรม สร้างสรรอย่างสุจริตไม่ได้ไปโกงเอาเปรียบเอารัดใคร ซื่อสัตย์เอา GDP ของภายในจริงๆ แล้วก็เอามารวมมันก็ยังเหลือ เศรษฐกิจอย่างนี้ในอนาคตเป็นของศาสนาพุทธเป็นมนุษย์วรรณะ 9 เราจะยืนยันพิสูจน์กับโลกได้เลยว่านี่คือคนมีประโยชน์ ประเทศมีประโยชน์เป็นสังคมมีประโยชน์ แม้จะเป็นประเทศเล็กมีพลเมืองไม่มาก แต่มีพลังงานสร้างสรรมีผลผลิตที่สำคัญและจำเป็นให้แก่โลกเขา อาหารการกินนี่เราไม่ขายแพง ข้าวก็ดีอาหารการกินก็ดีถ้าหากขายแพงคนจนหรือคนรวยก็ต้องซื้อกินกันทั้งคู่แล้วใครจะตายก่อน ก็ต้องคนจนตายก่อนเพราะว่ามันแพง เพื่อคุณจะมีจำนวนมากในโลกไม่มีความซับซ้อนอยู่ในสังคม เราต้องทำให้คนจนพึ่งได้ คนรวยแล้วไม่ต้องเป็นห่วงเขาหรอกเขาจะขี้เหนียวไม่ซื้อกินก็ตามใจเขาสิมีเงินแต่ไม่ซื้อกินใช้อดตายก็ช่าง แต่คนจนสิ เราจะต้องเกื้อกูลเผื่อแผ่ เพราะฉะนั้นคำว่าความเกื้อกูล อนุเคราะห์สงเคราะห์ผู้อื่นจึงยิ่งใหญ่ที่สุด ใน สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7 สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคคียะ เอกีภาวะ นี่ก็คือพุทธพจน์ 7ที่ชัดเจน คุณสมบัติ 7 ตัวนี้คือจิตวิญญาณเราจะมี สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ(เคารพกัน) สังคหะ(เกื้อกูลกัน) อวิวาทะ(ไม่วิวาทกัน) สามัคคียะ เอกีภาวะ(เป็นปึกแผ่น) เป็นสุดยอดทางเศรษฐกิจเศรษฐศาสตร์ ยิ่งผนวกกับวรรณะ9 เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) มี 0 นี่แหละไม่ต้องมีมากมีน้อยกว่านี้ไม่เป็นเตี้ยอุ้มค่อม มั่นใจว่าเป็นคน 0 ได้ก็ใช้ตามฐานะหน้าที่ เงินผ่านมือเอาให้หมดหรือเอาไว้แต่ไม่ได้ไว้เพื่อบำเรอตนก็ได้ เป็นคุณสมบัติที่แท้จริงของมนุษยชาติที่เป็นไปได้เป็นคนที่พอ อะไรบกพร่องสัลเลขะ อาตมามีกายกรรมวจีกรรมบกพร่อง อาตมาเคยเป็นคนสุภาพเรียบร้อยอาตมาทำได้เมื่อก่อนแต่ตอนนี้ขอทำตามกาลสมัยเหตุปัจจัยเถอะ ถ้าหากว่า อาตมาจะรักษามาดก็จะได้รับความนิยมชมชอบเยอะ แต่มาเยอะอาตมาก็ไม่ไหว ทุกคนก็ช่วยอาตมาได้ขนาดนี้ ถ้ามามากเกินมันไม่ไหว ไม่ได้แก้ตัวมันเป็นเรื่องจริง ขนาดนี้ก็พอเป็นไป ถึงว่าอยากได้คนพวกเรามารวมกันให้มากขึ้น เช่น ตอนนี้คนมาใช้บริการที่ร้านจิตอาสาของเรามากมายจนเราต้องปิดถึง 2 วันต่อสัปดาห์ พูดแต่ว่า อาตมา จะสร้างราชธานีอโศกเป็นเมืองหลวงของชาวอโศกไม่ไปสร้างที่อื่นหรอกสร้างที่นี่แหละ มันไม่ไหวหรอกสร้างที่อื่นมันไม่ทันการต้องสร้างที่นี่แหละ พูดถึงแล้วเปลี่ยนสถานที่ด้อย น้ำท่วม เขาไม่เอาแล้ว แต่เราก็มาทำให้ดีขึ้น เหตุปัจจัยองค์ประกอบต่างๆ คำว่า ของภายในเรา เข้าใจให้ชัด เลือดเนื้อของเราไม่เอาของคนอื่นมาตีรวมด้วย เราจะมีผลผลิตของภายในทั้งคุณภาพดีปริมาณมากเผื่อแผ่แจกจ่ายเจือจานออกไปอีก ได้ไหม...ได้ อย่าเอาแต่ปากพูดนะ จริงๆอาตมาถามจริงคุณขยันหมดแล้วหรือ...ยัง
เศรษฐกิจที่ยั่งยืนถาวรที่จะแก้ก็แก้ไม่มากเลยไม่ต้องแก้เลย ถ้าจะแก้ก็คือต้องแก้โดยหลักการทางพระพุทธเจ้าสอน อย่างที่เราทำกัน ถ้าผู้บริหารในประเทศไทย เชื่อว่าที่อาตมาพูดนำมาเสนอนี้เป็นเรื่องของทฤษฎีพระพุทธเจ้า ไม่ใช่ของอาตมา คนอาจไม่เชื่อเพราะพวกเรายังเล็ก แต่ถ้าเราเป็นผู้สร้างมีจำนวนของผลผลิตเพิ่ม แม้จะแปรเป็นตัวเงินมากขึ้นจะชี้บ่งยืนยันชัดให้คนเข้ามา แต่ตอนนี้ยังไม่ถึง พวกเราก็มีความเจริญก้าวหน้าอยู่แต่มันไม่ถึงใจที่ต้องการไม่ได้ดั่งใจของแต่ละคนที่จะมาร่วมกันของใครของมัน เราให้อิสรเสรีภาพไม่เอาบังคับ จะเชิง command ก็ไม่เอา กดดันก็ไม่เอา กดดันจะหนักกว่าบังคับ แม้จะกดดันเราก็ไม่พยายามให้เกิดอาการกดดัน ให้เขาสมัครใจและยินดีรู้เองและเต็มใจมาทำเองแล้วมันจะเจริญได้ดีคนที่ทำก็สบายใจสัจจะมันจะลงตัว มันเป็นความดีงามไม่ใช่เรื่องเสียหาย มันเป็นเรื่องประเสริฐที่มาสร้างสรรเสียสละเกื้อกูลผู้อื่น การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จะแก้ได้ชัดเจนอย่าไปเน้นที่วัตถุ แต่ให้เน้นทางจิตวิญญาณ แก้ปัญหาเศรษฐกิจอยู่ในหนังสือสรรค่าสร้างคน หลักการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมมีอยู่ 10 ข้อ 1. สัมมาทิฏฐิ 2. เลิกผลาญ 3. ประหยัด 4 .ขยันสร้างสรร 5.พึ่งตัวเองได้และเผยแพร่แก่ผู้อื่น 6.มักน้อย (ทำให้มากแต่ตัวเองเอาไว้นอ้ยหรือไม่เอาเลย) 7.สันโดษ 8.เสียสละเพื่อผู้อื่นด้วยความพยายามเพราะรู้แจ้งว่าเป็นคุณค่าของชีวิตทั้งผู้ให้และผู้รับ 9. อดทนขวนขวาย 10. เสียสละทำประโยชน์คุณค่าแก่ส่วนรวมให้ยิ่งๆขึ้นกระทั่งบรรลุวิมุติ แค่นี้ก็เหลือแหล่แล้ว สรรค่าสร้างคนเริ่มต้นตั้งแต่การงาน 19 ข้อ แบ่งเป็นสัดส่วนมีลำดับชัดเจนอยู่ อาตมาก็ว่าสิ่งเหล่านี้จำไว้เอาไว้เป็นหลักฐานไม่ใช่คุยโม้ ทำไว้เป็นหลักฐานยืนยันที่ได้คิดได้พูดได้พาทำเกิดจริงเป็นจริงมาแล้ว การแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่าไปเน้นวัตถุ แต่ให้เน้นที่จิตวิญญาณมนุษย์ ถ้าเน้นทางวัตถุไม่เสถียรไม่ยั่งยืนไม่เที่ยง ต้องแก้ที่คน จนให้จิตมี พุทธพจน์ 7 สาราณียะ ปิยกรณะ ครุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคคียะ เอกีภาวะ ลักษณะจิตวิญญาณ 7 ชนิดนี้ได้ก็จะเกิดสาราณียธรรม 6 สัมพันธ์กับวรรณะ 9 ขยายให้เป็นรูปธรรมชัดเจนว่าคนพวกนี้เลี้ยงง่าย อยู่ง่าย เลี้ยงหมูยังยากกว่าเลี้ยงคนพวกนี้เลย ช่วยกันเก็บงำแจกจ่าย ช่วยสั่งสอนอบรมฝึกฝนพาให้เจริญได้ง่าย สุโปสะ แล้วทำให้เป็นคนมักน้อยจนลงได้ง่าย ไม่ใช่พูดเล่นเพ้อเจ้อ แล้วจะเป็นคนจนมหัศจรรย์ เป็นคนจนอุดมสมบูรณ์ แล้วจนยังช่วยเหลือคนรวยได้อีก มันมีลักษณะขัดแย้งงอยู่ในตัวแต่ไม่ได้ขัดแย้งกันส่งเสริมกัน เป็นคนจนมีใจพอสันโดษ คำว่าสันโดษคนเข้าใจไม่ได้ง่ายๆ ในหลวงเอาคำว่าพอมาใช้มาศึกษาให้พิสูจน์กัน พอวัตถุ พอกรรมกิริยา พอเรื่องจะทะเลาะวิวาทกัน ซึ่งต้องมีบารมี พูดปั๊บ นึกถึง พลเอกสุจินดากับพลตรีจำลอง จะเอากันตาย เสร็จแล้วในหลวงเรียกเข้าไปหา ท่านตรัสไม่กี่คำ สองคนก็แสนดี หยุดเลย เลิก ตั้งหน้าตั้งตาทำงานกันต่อไป อย่างนี้เป็นต้น สิ่งเหล่านี้บันดาลเอาไม่ได้ ต้องมีบารมี มีเหตุปัจจัยครบพร้อมจึงจะเป็นตัวอย่างให้แก่โลก คุณอยากจะเป็นอย่างในหลวง แต่จะต้องสั่งสมบารมีถึงขั้นนี้ อย่าไปอยากได้ไม่ได้ คุณต้องสั่งสมบารมีมา เป็นอจินไตยเยอะ หลายอย่างอาตมาไม่รู้ลึกซึ้ง แต่แม้รู้บางทียังไม่ถึงเวลาพูดยังไม่ควรพูดก็มี ก็ต้องรู้จักสิ่งที่ควรพูด ขนาดนั้นยังมีคนหมั่นไส้ อาตมาก็ต้องคอยระวัง เมืองไทยมีสิ่งนี้ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นทางรูปธรรม อาตมาเป็นทางนามธรรม ไม่ใช่เรื่องลบหลู่หรือหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและเป็นเรื่องสัจธรรม เรื่องการบำเพ็ญบารมีจริงๆ แล้วก็จะพยายาม ในหลวงท่านอายุถึง 89 พรรษา อาตมานี่จะต้องให้ยาวกว่านี้อีกหลายปี ทั้งๆที่อาตมาจะอายุสั้นกว่านี้ด้วยซ้ำแต่พิสูจน์ทางสัจธรรม ทุกคนก็ช่วยกันให้อาตมาอายุยืนยาว อาตมาไม่ได้ผลาญพร่าทำลายมีแต่ให้ประโยชน์คุณค่า เค้าเห็นอย่างนั้นเค้าก็ช่วยคนก็อาจจะเข้าใจผิดมีบางคนหาว่ามาแย่งลาภยศสรรเสริญสุขและตอนนี้ดีขึ้นแล้วเข้าใจว่าอาตมาไม่ได้ไปแย่งพวกนี้หรอก อาตมารู้แล้ว ลาภ ยศ สรรเสริญ ก็ขี้หมูขี้หมา แม้แต่จะไปเสพสุขอาตมาก็บรรยายความสุขเป็นอาการอารมณ์ของจิต พระพุทธเจ้าสอน จิต หมดสุข ไม่มีอาการอารมณ์ชนิดนี้ในจิต คุณต้องเรียนรู้ อาการ ลิงค นิมิต อุเทส ที่อาตมาพูดเป็นอุเทส มันมีหรือไม่มี มีอาการมากอาการน้อย มันมีอาการละเอียดลึกซึ้งอย่างไรคุณก็ต้องอ่านอาการของคุณ ยิ่งอาการเป็นนามธรรม ต้องรู้ได้ด้วยตนเอง คนอื่นมารู้ด้วยไม่ได้ คุณรู้ผิดก็ผิด คุณรู้ถูกต้องสัญญากำหนดหมายถูก คุณก็ปฏิบัติได้ถูก กายต่างกันสัญญาต่างกัน คุณต้องชัดเจนในภาษาที่พูดไปแค่นี้ ในวิญญาณฐีติ 7 วิญญาณต้องมีภายนอกด้วย วิญญาณต้องมีผัสสะ ไม่มีผัสสะมีวิญญาณไม่ได้ เศรษฐกิจที่เป็นตัวอย่าง เช่นชาวอโศกเป็นเศรษฐกิจที่ดีงามแล้วรักษาแล้วทำให้เจริญได้ดีกว่านี้ อาตมายังไม่เก่งอธิบายรายละเอียดทั้งหมดอย่างชัดเจน พวกคุณก็ฉลาดช่วยอธิบายอยู่ อาตมาก็พยายามฉลาดอธิบายพวกคุณก็พยายามช่วยอธิบาย หลายคนมีแง่มุมที่ฉลาดและเข้าใจได้ดีกว่าอาตมา สามารถอธิบายได้ดีกว่าอาตมา แต่ละคนๆ ก็ช่วยกันอย่างนี้แหละเพื่อให้คนอื่นได้รับประโยชน์ต่อ คนได้รู้ความจริงก็มาร่วมกันในสาระที่ตรงกันได้เป็นปึกแผ่น มันก็จะยิ่งมีอำนาจมีฤทธิ์เดชเป็นพลังช่วยคนอื่น คนอื่นก็จะเอาตาม โลกทั้งโลกกำลังพุ่งมารู้จุดนี้กัน บางคนมาบ้างแล้วบางคนยังไม่รู้ตัวบางคนก็เป็นสายเจโต หรือสายศรัทธาถูกนำมา บางคนสายปัญญา รู้แล้วแต่ยังไม่มา อย่างนี้มีหมด นัยยะต่างๆ เพราะฉะนั้นต้องอาศัยกาลเวลาพิสูจน์คน ระยะทางพิสูจน์ม้ากาลเวลาพิสูจน์คน อาตมาถึงต้องหนักหนาเหน็ดเหนื่อยขอต่อเวลาตามอายุขัย ขอสรุปลงไปว่า..ตัวอย่างที่จะเกิดในโลกเรื่องเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่จะเกิดที่ประเทศไทย เป็นเศรษฐกิจอย่างสำคัญไม่ใช่เศรษฐกิจที่เข้าใจกันอย่างที่โลกเขาเข้าใจ ลึกซึ้งซับซ้อน มาจนแค่นี้ก็ยังเข้าใจกันยากแล้ว สร้างเศรษฐกิจด้วยความจนเขาก็ยังยากจะเข้าใจ ที่มีความลึกซึ้งซับซ้อนอีกหลายชั้นจึงต้องอาศัยเวลา สมณะฟ้าไท สรุปจบ630103_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนเจริญช่วยเศรษฐกิจได้จริงต้องเป็นคนจน