24 ภาคผนวก ง ใจเพชร น 2333-2384.pdf

โฟลเดอร์PDF Morkeaw
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์449 KB
วันที่แก้ไข13 กุมภาพันธ์ 2559

เนื้อหาในไฟล์

ภาคผนวก ง งานวิจัย ผลของโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรมเพื"อการพึ"งตน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ต่อพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพและภาวะสุขภาพ ของผู้ต้องขังหญิง เรือนจํากลางนครพนม 2334 2335 โครงการดูแลสุขภาพผู้ต้องขังหญิงด้วยการแพทย์วิถีธรรม เพื"อการพึ"งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้การดําเนินงานตามโครงการกําลังใจ ในพระดําริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทยได้รับเกียรติอย่างสูงจากสํานักกิจการในพระดําริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ประสานความร่วมมือในการสนองพระดําริ ให้การช่วยเหลือแก่กลุ่มผู้ด้อยโอกาสในมิติด้านสุขภาพแบบองค์รวม โดยเข้าร่วมดําเนินกิจกรรมสนับสนุนความรู้การแพทย์ทางเลือกวิถีธรรมไปสู่ผู้ต้องขังหญิง ภายใต้ชื2อ “โครงการดูแลสุขภาพผู้ต้องขังหญิงด้วยการแพทย์วิถีธรรม เพื2อการพึ2งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้การดําเนินงานตามโครงการกําลังใจ ในพระดําริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา” มีวัตถุประสงค์เพื2อให้โอกาสผู้ต้องขังหญิงได้เรียนรู้การดูแลสุขภาพด้วยหลักการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม เพื2อการพึ2งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สามารถนําไปปรับใช้ในการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพจิต และได้รับการพัฒนาจิตวิญญาณ เพื2อคุณภาพชีวิตที2ดีขึ:น มีสุขภาพกายใจที2ดี มีจิตวิญญาณดีงามกลับสู่ครอบครัว ชุมชน สังคม และไม่กลับมากระทําความผิดซํ:า ระยะเตรียมดําเนินการ เริ2มชี:แจงโครงการในเรือนจํากลางนครพนมกับกลุ่มผู้ต้องขังหญิง ในเดือนตุลาคม 2556 และมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ได้ใช้สวนป่านาบุญ 4 บ้านแดนสวรรค์ บ้านเลขที2 55 และ 57-60 หมู่ 4 ตําบลอุ่มเหม้า อําเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เป็นสถานที2เตรียมความพร้อมคณะทํางานจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมที2จะเข้าร่วมใน

อ่านต่อ

โครงการ โดยการอบรม และร่วมกันทํากสิกรรมไร้สารพิษอย่างต่อเนื2อง เพื2อนําสมุนไพรพืชผักผลไม้ไร้สารพิษจากพื:นที2สวนป่านาบุญ 4 ไปใช้ในกิจกรรมการแก้ปัญหาและพัฒนาสุขภาพผู้ต้องขังหญิง ณ เรือนจํากลางนครพนมตามโครงการดังกล่าว ระยะดําเนินการ วางแผนระยะเวลาดําเนินโครงการ 1 ปี (ธันวาคม 2556 - พฤศจิกายน 2557) มีผู้ต้องขังหญิงเข้าร่วมโครงการจํานวน 150 คน และเริ2มกระบวนการเรียนรู้โดยมีรูปแบบการเรียนรู้ คือ การบรรยาย สาธิต แลกเปลี2ยนประสบการณ์ จากตัวแบบที2เป็นบุคคลจริง คือทีมวิทยากรจิตอาสา จากมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย เดือนละ 2 วัน ครั:งแรกวันที2 16-17 ธันวาคม 2556 และครั:งที2 8 วันที2 30 - 31 กรกฎาคม 2557 การประเมินผลระหว่างดําเนินการ ประเมินผลโครงการต่อสุขภาพของผู้เข้าร่วมโครงการในรูปแบบการวิจัย ดังผลการวิจัยเรื2อง “ผลของโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรมเพื2อการพึ2งตน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ต่อพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพและภาวะสุขภาพของผู้ต้องขังหญิง เรือนจํากลางนครพนม” 2336 ผลของโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรมเพื"อการพึ"งตน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ต่อพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพและภาวะสุขภาพของผู้ต้องขังหญิง เรือนจํากลางนครพนม นิตยาภรณ์ สุระสาย (NittayapornSurasai) พยาบาลวิชาชีพชํานาญการ โรงพยาบาลอํานาจเจริญ บทคัดย่อ การวิจัยครั:งนี:เป็นการวิจัยกึ2งทดลอง แบบกลุ่มทดลอง 1 กลุ่ม เก็บข้อมูล 2 ครั:งก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื2อศึกษาผลของโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพด้วยการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรมเพื2อการพึ2งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ต่อพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพและภาวะสุขภาพของผู้ต้องขังหญิงเรือนจํากลางนครพนม กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ต้องขังหญิงอายุระหว่าง 20-70 ปี จํานวน 104 คน เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ระยะเวลาศึกษา 7 เดือน เครื2องมือที2ใช้ในการทดลอง ได้แก่ โปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพด้วยการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรมเพื2อการพึ2งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง แบบบันทึกรายบุคคลสื2อวีดีทัศน์สื2อบุคคล (ตัวแบบ) เครื2องมือเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ ใช้แบบสอบถามข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์แบบเจาะลึกและการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาสถิติเชิงอนุมานด้วย Dependent Samples t–test ค่าสัมประสิทธิYสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน วิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณ และวิเคราะห์เนื:อหา (Content Analysis) ผลการศึกษา พบว่าหลังได้รับโปรแกรม กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี2ยความรู้ การรับรู้ความสามารถตนเอง และพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพในด้านกายบริหาร การปรับสมดุลร่างกายด้วยอาหารและสมุนไพร การเอาพิษออกจากร่างกาย ด้านจิตใจ สังคม และการพัฒนาจิตวิญญาณ ดีกว่าก่อนได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที2ระดับ < .001 ภาวะสุขภาพ ได้แก่ ค่าดัชนีมวลกาย ระดับความดันโลหิตตัวบน ระดับความดันโลหิตตัวล่าง ระดับนํ:าตาลในเลือด ระดับโคเลสเตอรอล ระดับไตรกลีเซอไรด์ มีค่าเฉลี2ยลดลงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที2ระดับ < .05 ระดับไขมันชนิดไม่ดี (แอลดีแอล) มีค่าเฉลี2ยเพิ2มขึ:นอย่างไม่มีนัยสําคัญทางสถิติ ระดับไขมันชนิดดี (เอชดีแอล) มีค่าเฉลี2ยลดลงอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติในระดับ .003 ความรู้เรื2องการสร้างเสริมสุขภาพ และการรับรู้ความสามารถตนเองในการปฏิบัติสร้างเสริมสุขภาพ มีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับปานกลางกับพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (r=.295 และ r=.635, p<.001) ปัจจัยที2ทํานายพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพได้แก่ การรับรู้ความสามารถตนเองด้านสังคม และการรับรู้ความสามารถตนเองในการปฏิบัติสร้างเสริมสุขภาพ สามารถร่วม 2337 ทํานายได้ร้อยละ 48 ประสบการณ์และการเรียนรู้จากโปรแกรมทําให้กลุ่มตัวอย่างเกิดการเปลี2ยนแปลงในทางที2ดีขึ:นทั:งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ ความเป็นมาและความสําคัญของปัญหา ผู้ต้องขังหญิงทั2วโลกถูกกล่าวหาหรือต้องโทษด้วยคดียาเสพติด ร้อยละ 55.75 (Cornell Law School’s Avon Global Center for Women and Justice and International Human Rights Clinic and others, 2013 : 3) สอดคล้องกับประเทศไทยที2ผู้หญิงถูกกล่าวหาหรือต้องโทษจําคุกส่วนใหญ่เป็นความผิดตามกฎหมายที2เกี2ยวกับการควบคุมการแพร่ระบาดของยาเสพติดซึ2งมีปริมาณมากกว่าร้อยละ 80 และส่งผลให้เกิดปัญหาคนล้นเรือนจําในปัจจุบัน และมีแนวโน้มที2จะเพิ2มขึ:นอย่างต่อเนื2อง (ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ, กราบทูลรายงาน) เรือนจําเป็นสถาบันทางสังคมที2มีลักษณะเฉพาะ ผู้ต้องขังต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของเรือนจําอย่างเคร่งครัด ต้องเผชิญกับการดํารงชีวิตในรูปแบบใหม่ที2ต่างจากชีวิตโดยทั2วไปในสังคมภายนอก ไม่ว่าจะเป็นลักษณะที2อยู่อาศัยทางกายภาพที2ผู้ต้องขังต้องเข้ามาอยู่รวมกันในสิ2งแวดล้อมที2ค่อนข้างแออัด โดยใช้เวลาอยู่ในห้องนอนรวมกันประมาณ 15 ชั2วโมงต่อวัน รวมทั:งการจัดระเบียบสังคม ตลอดจนวิถีการดํารงชีวิตหรือวัฒนธรรม ทําให้ผู้ที2ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจําเผชิญกับความกดดันหลาย ๆ อย่าง การศึกษาเรื2องเล่าของผู้หญิงที2ต้องเข้ามาอยู่ในเรือนจํา แสดงให้เห็นว่าการเริ2มต้นชีวิตใหม่ในเรือนจํา เป็นภาวะที2ทําให้ผู้หญิงรู้สึกหวาดกลัว วิตกกังวล เศร้าโศก เสียใจ เครียด หมดอาลัยตายอยากในชีวิต ดังนั:นการเข้ามาอยู่ในเรือนจําจึงส่งผลกระทบต่อภาวะสุขภาพหรือคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังอย่างหลีกเลี2ยงไม่ได้ (นภาภรณ์ หะวานนท์และคณะ, 2555 : 12; ดวงตา ไกรภัสสร์พงษ์และราณีฉายินทุ, 2546:11-12) พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงดําริให้จัดตั:งโครงการกําลังใจ เพื2อประทานความช่วยเหลือแก่ผู้ที2ต้องการโอกาสในสังคมไทย เนื2องด้วยทรงดําริว่า ทุกคนในสังคมจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขก็ต่อเมื2อรู้จักรักษาสิทธิของตน โดยไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื2น กระบวนการยุติธรรมเป็นส่วนหนึ2งที2จะช่วยให้ทุกคนเคารพสิทธิของผู้อื2น ซึ2งเมื2อกระบวนการยุติธรรมดําเนินไปจนถึงที2สุดแล้ว ผู้ที2ได้รับผลทุกฝ่ายในสังคมก็น่าที2จะได้มีโอกาสอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขอีกครั:งหนึ2ง แต่กระนั:นในบางครั:งกลุ่มบุคคลที2เกี2ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมเหล่านี: ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ต้องขัง กลุ่มผู้ถูกคุมประพฤติ หรือผู้ที2เป็นจําเลย กลับมิได้รับโอกาสเท่าที2ควร ในการที2จะกลับมาเป็นส่วนหนึ2งของสังคมส่วนรวม ส่งผลให้บุคคลเหล่านี:ขาดโอกาสที2จะดําเนินชีวิตดังที2ควร ทรงดําริว่าผลงานจากโครงการกําลังใจ จะช่วยให้กลุ่มบุคคลเหล่านี:ตระหนักว่ายังมีผู้ที2เต็มใจจะให้โอกาส และเอาใจช่วยให้พวกเขาสามารถเอาชนะปัญหาและอุปสรรคต่างๆได้ และเมื2อทุก 2338 คนได้รับโอกาสที2สมควรแล้วจะต้องรู้จักในการเคารพสิทธิของผู้อื2น ซึ2งนอกจากจะช่วยลดการกระทําผิดซํ:าซ้อน และเปิดโอกาสให้บุคคลเหล่านี:กลับมาเป็นประชากรที2มีคุณภาพแล้ว ยังมีส่วนที2จะช่วยให้สังคมส่วนรวมกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขอีกด้วย (สํานักกิจการในพระดําริ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา 2556:1) ศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ2งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ อําเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร โดยนายใจเพชร กล้าจน และทีมจิตอาสาฯ ดําเนินกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพประชาชนโดยน้อมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงบูรณาการกับพุทธธรรม และจุดดีของการแพทย์ทุกแผน คือ การแพทย์แผนปัจจุบัน การแพทย์แผนไทย การแพทย์พื:นบ้านและการแพทย์ทางเลือกบูรณาการเป็น “การแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม” และสํานักการแพทย์ทางเลือก กรมพัฒนาแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุขได้อนุมัติหลักสูตร “การแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม เพื2อการพึ2งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง” และแต่งตั:งนายใจเพชร กล้าจน เป็นผู้เชี2ยวชาญด้านการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรมเพื2อการพึ2งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ปัจจุบันดําเนินกิจกรรมอบรมเผยแพร่ความรู้และทักษะปฏิบัติสร้างเสริมสุขภาพด้วยหลักการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรมเพื2อการพึ2งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายจากผู้เข้าอบรม ภายใต้องค์กรการกุศล “มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย” โดยนายใจเพชร กล้าจน ประธานมูลนิธิ ฯ และทีมจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย รับสนองโครงการกําลังใจในพระดําริพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา กลุ่มเป้าหมายคือผู้ต้องขังหญิงในเรือนจํากลางนครพนม เรือนจํากลางนครพนมมีอํานาจการควบคุมผู้ต้องขังมีกําหนดโทษไม่เกิน 25 ปี มีผู้ต้องขังหญิงโดยเฉลี2ยวันละประมาณ 400 คน (ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2556) จากการสํารวจข้อมูลเบื:องต้นผู้ต้องขังหญิงเรือนจํากลางนครพนม ณ วันที2 28 ตุลาคม 2556 มีผู้ตอบแบบสอบถามจํานวน 349 คน พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามอายุตํ2าสุด 18 ปี อายุสูงสุด 73 ปี อายุเฉลี2ย 45 ปีผู้ที2มีอายุ 35 ปีขึ:นไป คิดเป็นร้อยละ 56.73 มีผู้สูงอายุ (60 ปีขึ:นไป) คิดเป็นร้อยละ 5.73 ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ คิดเป็นร้อยละ 95.4 มีโรคประจําตัว คิดเป็นร้อยละ 58.5 อาการเจ็บป่วยที2พบมากที2สุด คือ ปวดกระดูกและข้อ คิดเป็นร้อยละ 18.62 รองลงมาคือ ปวดเมื2อยกล้ามเนื:อนอนไม่หลับ ภูมิแพ้หอบหืด คิดเป็นร้อยละ 18.05, 18.05 และ 12.60 ตามลําดับ โรคประจําตัวที2รับยาประจําที2พบมากที2สุดคือ โรคความดันโลหิตสูง คิดเป็นร้อยละ 7.44 รองลงมาคือโรคเบาหวาน และโรคหัวใจ คิดเป็นร้อยละ 5.16 และ 4.87 ตามลําดับ การประเมินภาวะสุขภาพ เส้นรอบเอว ≥ 80 เซนติเมตร คิดเป็นร้อยละ 55.01 นํ:าหนักเกิน (ค่าดัชนีมวลกาย ≥ 25 กก./ตร.ม.) คิดเป็นร้อยละ 36.96 โรคอ้วน (ค่าดัชนีมวลกาย ≥ 30 กก./ตร.ม.) คิดเป็นร้อยละ 5.44 ด้านสุขภาพจิต จากการประเมินความสุข โดยใช้แบบประเมินความสุขของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ส่วนใหญ่มีความสุขน้อยกว่าคนทั2วไป (Poor) 2339 คิดเป็นร้อยละ 53.00การประเมินความเครียดของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ส่วนใหญ่มีความเครียดปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 31.23 และมีความเครียดมาก คิดเป็นร้อยละ 18.62 โปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพด้วยหลักการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรมเพื2อการพึ2งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนามาจากหลักสูตร “การแพทย์ทางเลือกวิถีธรรมเพื2อการพึ2งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง” โดยการประยุกต์องค์ความรู้การแพทย์ทางเลือกวิถีธรรมฯ และทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมเชิงพุทธิปัญญา ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถตนเอง ทฤษฎีการกํากับตนเอง ร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคม รูปแบบการเรียนรู้ คือ การบรรยาย สาธิต แลกเปลี2ยนประสบการณ์จากตัวแบบที2เป็นบุคคลจริง คือทีมวิทยากรจากมูลนิธิแพทย์วิถีธรรม และตัวแบบสัญลักษณ์คือสื2อวีดีทัศน์ ฝึกทีมผู้ประกอบอาหาร (อาสาสมัครจากผู้ต้องขังหญิง) ให้สามารถประกอบอาหารสูตรปรับสมดุล และการปฏิบัติด้วยตนเอง ดังนั:น ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาผลของโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพด้วยหลักการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม เพื2อการพึ2งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงต่อพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพและภาวะสุขภาพของผู้ต้องขังหญิงเรือนจํากลางนครพนมเพื2อเป็นข้อมูลและแนวทางในการให้ความช่วยเหลือด้านสุขภาพของผู้ต้องขังหญิงเรือนจํากลางนครพนมและทัณฑสถานอื2นต่อไป วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื2อเปรียบเทียบความแตกต่างของความรู้เรื2องการสร้างเสริมสุขภาพ การรับรู้ความสามารถตนเองในการปฏิบัติสร้างเสริมสุขภาพ พฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพและภาวะสุขภาพของผู้ต้องขังหญิงเรือนจํากลางนครพนมที2ได้รับโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพด้วยหลักการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม เพื2อการพึ2งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ก่อนและหลังได้รับโปรแกรมฯ 2. เพื2อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรู้เรื2องการสร้างเสริมสุขภาพ การรับรู้ความสามารถตนเองในการปฏิบัติสร้างเสริมสุขภาพ กับพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพหลังได้รับโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพด้วยหลักการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม เพื2อการพึ2งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง 3. เพื2อศึกษาปัจจัยทํานายพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้ต้องขังหญิงเรือนจํากลางนครพนม ได้แก่ ความรู้เรื2องการสร้างเสริมสุขภาพ การรับรู้ความสามารถตนเองในการปฏิบัติสร้างเสริมสุขภาพ 4. เพื2อศึกษาประสบการณ์ในการเข้าร่วมโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพของผู้ต้องขังหญิงเรือนจํากลางนครพนม 2340 สมมติฐานของการวิจัย 1. ผู้ต้องขังหญิงเรือนจํากลางนครพนมหลังได้รับโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพด้วยการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม เพื2อการพึ2งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง มีความรู้เรื2องการสร้างเสริมสุขภาพการรับรู้ความสามารถตนเองในการปฏิบัติสร้างเสริมสุขภาพและพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ดีกว่าก่อนได้รับโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพฯ 2. ผู้ต้องขังหญิงเรือนจํากลางนครพนม หลังได้รับโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพด้วยการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม เพื2อการพึ2งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง มีภาวะสุขภาพประกอบด้วย ดัชนีมวลกาย เส้นรอบเอว ระดับความดันโลหิต ระดับนํ:าตาลในเลือด ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ระดับไขมันโคเลสเตอรอลในเลือดระดับไขมันเอชดีแอล–โคเลสเตอรอลในเลือดและระดับไขมันแอลดีแอล–โคเลสเตอรอลในเลือด เปลี2ยนแปลงสู่ภาวะปกติมากกว่าก่อนได้รับโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพฯ 3. พฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพของผู้ต้องขังหญิงเรือนจํากลางนครพนม มีความสัมพันธ์กับความรู้เรื2องการสร้างเสริมสุขภาพ และการรับรู้ความสามารถตนเองในการปฏิบัติสร้างเสริมสุขภาพ ภายหลังได้รับโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพด้วยหลักการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม เพื2อการพึ2งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง 4. ความรู้เรื2องการสร้างเสริมสุขภาพและการรับรู้ความสามารถตนเองในการปฏิบัติสร้างเสริมสุขภาพ สามารถทํานายพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพของผู้ต้องขังหญิงเรือนจํากลางนครพนมได้ 5. การเข้าร่วมโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพช่วยทําให้ผู้ต้องขังหญิงเรือนจํากลางนครพนมได้มีประสบการณ์และการเรียนรู้ ทําให้เกิดการเปลี2ยนแปลงในทางที2ดีขึ:นทั:งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ วิธีดําเนินการวิจัย การวิจัยนี: เป็นการวิจัยกึ2งทดลอง (Quasi - Experimental Research) แบบกลุ่มทดลอง 1 กลุ่ม เก็บข้อมูล 2 ครั:ง ก่อนและหลังการทดลอง ประชากร ในการศึกษาครั:งนี: คือ ผู้ต้องขังหญิงที2ได้รับการควบคุมในเรือนจํากลางนครพนม ณ วันที2 16 ธันวาคม 2556 จํานวน 402 คน กลุ่มตัวอย่างที2ใช้ในการศึกษาครั:งนี: เลือกแบบเจาะจง กําหนดคุณสมบัติคือผู้ต้องขังหญิงที2ได้รับการควบคุมในเรือนจํากลางนครพนมที2สมัครใจเข้าร่วมโครงการดูแลสุขภาพผู้ต้องขังหญิง 2341 ด้วยการแพทย์วิถีธรรม เพื2อการพึ2งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงภายใต้การดําเนินงานตามโครงการกําลังใจ ในพระดําริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาอายุระหว่าง 20–70 ปี และถูกควบคุมตัวในเรือนจํากลางนครพนมไม่น้อยกว่า 1 ปี ร่วมโครงการตั:งแต่วันที2 16 ธันวาคม 2556-25 กรกฎาคม 2557 จํานวน 104 ราย เครื"องมือที"ใช้ในการวิจัย 1. เครื2องมือที2ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ ใช้แบบสอบถาม(Questionnaire) ที2ผู้วิจัยสร้างขึ:น ประกอบด้วย 5 ส่วนคือส่วนที2 1 ข้อมูลทั2วไปของบุคคล จํานวน 21 ข้อ ส่วนที2 2 ความรู้เรื2องการสร้างเสริมสุขภาพ ในด้านออกกําลังกาย ด้านการปรับสมดุลร่างกายด้วยอาหารและสมุนไพร ด้านการเอาพิษออกจากร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านสังคม และด้านการพัฒนาจิตวิญญาณ จํานวน 30 ข้อ ส่วนที2 3 การรับรู้ความสามารถตนเองในการปฏิบัติสร้างเสริมสุขภาพ ในด้านกายบริหาร ด้านการปรับสมดุลร่างกายด้วยอาหารและสมุนไพร ด้านการเอาพิษออกจากร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านสังคม และด้านการพัฒนาจิตวิญญาณ จํานวน 30 ข้อ ส่วนที2 4 พฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ในด้านกายบริหาร ด้านการปรับสมดุลร่างกายด้วยอาหารและสมุนไพร ด้านการเอาพิษออกจากร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านสังคม และด้านการพัฒนาจิตวิญญาณ จํานวน 64 ข้อ และส่วนที2 5 ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ สําหรับการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (IndeptInterview) การสนทนากลุ่ม (Focus Groups Discussion) 2. เครื2องมือที2ใช้ในการทดลอง ได้แก่ โปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพด้วยการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรมเพื2อการพึ2งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง แบบบันทึกรายบุคคลสรุปการปฏิบัติกิจกรรมทางร่างกายและสรุปสภาวะอารมณ์ประจําวันสื2อวีดีทัศน์และสื2อบุคคล เนื5อหาหลักในการเรียนรู้จากโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพด้วยการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรมเพื"อการพึ"งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงคือ 1. เรียนรู้วิธีปฏิบัติเพื2อป้องกันโรค ควบคุมโรค ส่งเสริม และฟื:นฟูสุขภาพ ด้วยเทคนิค 9 ข้อ หรือ ยา 9 เม็ด 1. 1 การรับประทานสมุนไพรปรับสมดุล 1.2 การกัวซาหรือขูดพิษหรือขูดลมออกจากร่างกาย 1.3 การสวนล้างลําไส้ใหญ่ (ดีท็อกซ์) 1.4. การแช่มือแช่เท้าหรือส่วนที2ไม่สบายในนํ:าสมุนไพรที2ถูกกัน 2342 1.5 การพอก ทา หยอด ประคบ อบอาบ เช็ด ด้วยสมุนไพรที2ถูกกัน 1.6 การออกกําลังกาย กดจุดลมปราณ โยคะ กายบริหาร 1.7 การรับประทานอาหารปรับสมดุล 1.8 การใช้ธรรมะ ละบาป บําเพ็ญบุญ เพิ2มพูนใจไร้กังวล อย่างสมํ2าเสมอ 1.9. การรู้เพียร รู้พักให้พอดี (ทํางานให้เต็มที2 พักผ่อนให้พอดี) 2. เรียนรู้กลไกการเกิด และการหายของโรคต่างๆ 3. เรียนรู้หลักปฏิบัติในการรับประทานอาหารเพื2อสุขภาพที2ดี 4. เรียนรู้ผัก ผลไม้ สมุนไพร และอาหารฤทธิYร้อน-ฤทธิYเย็น 5. เรียนรู้การทํานํ:าสมุนไพร และการปรุงอาหารเพื2อปรับสมดุลร้อน-เย็น 6. เรียนรู้กายบริหาร โยคะ กดจุดลมปราณ ตามส่วนต่างๆของร่างกาย เพื2อส่งเสริมและฟื:นฟูสุขภาพ 7. เรียนรู้การระบายพิษออกจากร่างกาย ด้วยวิธีการต่าง ๆ ตามหลักการแพทย์วิถีธรรม 8. เรียนรู้วิธีดับโลก (โรค) ร้อน ด้วยวิถีแห่งพรหม 9. เรียนรู้วิธีดําเนินชีวิตให้มีคุณค่าและผาสุกที2สุดในโลก 10. เรียนรู้การเป็นหมอดูแลและบําบัดสุขภาพตัวเอง โดยไม่ต้องพึ2งยาหรือลดการใช้ยา 11. เรียนรู้การดํารงชีวิตแบบพอเพียง พึ2งตนด้วยสิ2งที2ประหยัดเรียบง่ายทําเองได้ เช่น การเพาะปลูกพืชผักสมุนไพร การเพาะข้าวเพื2อมาทํานํ:าสมุนไพรรับประทานให้เพียงพอทุกวันการเพาะถั2วงอก การเพาะเห็ดเพื2อนํามาประกอบอาหาร การทํานํ:ายาอเนกประสงค์เพื2อทําความสะอาดภาชนะและอุปกรณ์เครื2องใช้ การทํานํ:ามันสมุนไพรฤทธิYเย็นเพื2อเป็นยารักษาโรค การทํายาสีฟันผงถ่านไว้ใช้ทําความสะอาดฟัน ขั5นตอนการดําเนินการวิจัย การดําเนินการวิจัยครั:งนี:ใช้เวลาในการศึกษาทั:งสิ:น 28 สัปดาห์ (7 เดือน) เริ2มตั:งแต่วันที2 16 ธันวาคม 2556-25 กรกฏาคม 2557 มีขั:นตอนดังนี: 1) ก่อนสัปดาห์ดําเนินกิจกรรม ลงเก็บรวบรวมข้อมูลก่อนการทดลองของกลุ่มทดลองโดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) 2) สัปดาห์ที2 1 จัดกิจกรรมให้ความรู้และฝึกทักษะ 3 วัน 3) สัปดาห์ที2 4, 8, 12, 16, 20, 24 กิจกรรมให้ความรู้และฝึกทักษะ 2 วัน พร้อมทั:งให้แรงสนับสนุนทางสังคมแก่กลุ่มทดลองด้วยการให้คําปรึกษา สนับสนุน ให้กําลังใจ โดยผู้วิจัย ผู้คุม ผบ.เรือนจํา บุคลากรสํานักกิจการในพระดําริพระเจ้าหลานเธอฯ จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม 2343 4) สัปดาห์ที2 28 ดําเนินกิจกรรม ลงเก็บรวบรวมข้อมูลหลังการทดลองของกลุ่มทดลองโดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) แบบบันทึกรายบุคคล การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (Indept Interview) และการสนทนากลุ่ม (Focus Groups Discussion) กิจกรรมที"ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ต้องปฏิบัติในชีวิตประจําวัน คือ 1) รับประทานอาหารปรับสมดุล เมนูอาหารปรับสมดุลจัดให้วันละ 3 มื:อ (แต่จะลดเหลือ 1 มื:อ หรือ 2 มื:อ ได้ตามสมัครใจ) แยกโรงครัวมาประกอบอาหารในแดนหญิง ผู้ประกอบอาหาร คือผู้ต้องขังหญิงที2เข้าร่วมโครงการ 2) ออกกําลังกายทุกเช้า เริ2มเวลา 06.00 น.โดย การกายบริหาร โยคะ กดจุดลมปราณ หรือเดินเร็ว ครั:งละ 30-60 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน 3) เอาพิษออกจากร่างกาย ตามสภาวะร่างกายของแต่ละบุคคล และจัดสรรเวลาตามสะดวก เช่น การทํากัวซาหรือการขูดพิษออกจากร่างกายผ่านทางผิวหนัง การสวนล้างลําไส้ใหญ่ การแช่มือแช่เท้าด้วยนํ:าสมุนไพรที2เหมาะสมกับสภาวะร่างกาย การพอกทาหยอดประคบอบอาบหรือเช็ดด้วยสมุนไพรที2เหมาะสมกับสภาวะร่างกาย โดยมีมีวัสดุ อุปกรณ์ และ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรจัดไว้ให้ 4) เรียนรู้จาก สื2อวีดีทัศน์แพทย์วิถีธรรม วันละ 1 ชั2วโมง ช่วงแรกใช้เวลา 12.00-13.00 น.ต่อมาปรับเป็นเวลา 18.00-19.00 น. ซึ2งเป็นเวลาที2ทุกคนอยู่ในห้องพัก และบันทึกความรู้ที2ได้รับและการวางแผนนําไปประยุกต์ใช้ในชีวิตตนเองในสมุดรายงาน 5) บันทึกประจําวันการปฏิบัติ สรุปสภาวะร่างกายและจิตใจรายบุคคล (ทุกคนจะได้รับสมุดบันทึก (ไดอารี2) จากโครงการกําลังใจ 1 เล่ม) การตรวจสอบคุณภาพเครื"องมือ 1. การตรวจสอบคุณภาพของแบบสอบถาม โดยให้ผู้เชี2ยวชาญตรวจสอบความตรงของเนื:อหา (Content Validity) จํานวน 5 ท่าน ใช้เกณฑ์ Index of Item Object Conclusion การตรวจสอบความเชื2อมั2น (Reliability) ของแบบสอบถาม โดยนําไปทดลองใช้กับผู้ต้องขังหญิ งเรือนจําจังหวัดอํานาจเจริญจํานวน 30 คน หาค่าสัมประสิทธิYแอลฟาครอนบาค (Cronbach’s alpha coefficient) ได้ค่าความเชื2อมั2นเท่ากับ .78 2. โปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพด้วยการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม เพื2อการพึ2งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงได้นําหลักสูตรการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม เพื2อการพึ2งตนเองตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงของสํานักการแพทย์ทางเลือก กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกกระทรวงสาธารณสุข ที2ผู้วิจัยร่วมเป็นคณะกรรมการจัดทําร่างหลักสูตรฯ มาประยุกต์ใช้ 2344 ในการวิจัยครั:งนี: ซึ2งหลักสูตรฯ ได้ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี2ยวชาญพิจารณารับรองร่างหลักสูตรฯ จํานวน 5 ท่านพร้อมทั:งประเมินผลจากกลุ่มตัวอย่างที2ได้รับโปรแกรมฯ จํานวน 30 คน ซึ2งได้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการปรับปรุงโปรแกรมฯ ให้เหมาะสมกับการนําไปใช้ การพิทักษ์สิทธิ9ของกลุ่มตัวอย่าง ผู้วิจัยได้ชี:แจงข้อมูลโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพ ฯ ที2กลุ่มตัวอย่างจะได้รับ เปิดโอกาสให้กลุ่มตัวอย่างเข้าร่วมการวิจัยด้วยความสมัครใจ ชี:แจงรายละเอียดขั:นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูล ประโยชน์ที2จะได้รับ ตลอดจนสิทธิYที2จะยกเลิกหรือถอนตัวจากการวิจัยได้ตลอดเวลา การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) ในการอธิบายลักษณะส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่างได้แก่ค่าเฉลี2ย (Mean) ร้อยละ (Percentage) ส่วนเบี2ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ค่าตํ2าสุด (Minimum) และค่าสูงสุด (Maximum) ใช้สถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistics) เพื2อทดสอบสมมติฐานของงานวิจัยเปรียบเทียบความแตกต่างคะแนนเฉลี2ยภายในกลุ่มก่อนการทดลองและหลังการทดลองด้วยสถิติ Dependent Samples t–test และวิเคราะห์เนื:อหา (Content Analysis) เพื2ออภิปรายผลจากการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพนอกจากนี:ทําการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของตัวแปรที2ศึกษาด้วยการวิเคราะห์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson’s product moment correlation

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน