สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน คนพอเพียงคือคนใจพอ(ไม่มีมโนมยอัตตนิยม).docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน คนพอเพียงคือคนใจพอ(ไม่มีมโนมยอัตตนิยม) _0893867xxxว่าจะบ่ส่ง!แต่อดช่วยมนุษย์พอเพียง เช่นชาวอโศก สู้อยู่กับลัทธิทุนนิยม วัตถุนิยมบริโภคนิยมทรัมป์ ที่กำลังกลืนกินโลกอีก!บ่ได้ ตอบ...ก็ขอขยายความ คนพอเพียงคือคนสันโดษ คนชอบจะเอาคำว่าสันโดษ ไปอธิบายว่า พึงพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ ไปขยายความอย่างนั้น เป็นมิจฉาทิฏฐิ ผิด สันโดษแปลว่าใจพอ ไม่ได้แปลว่า พึงพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ คนในโลกนี้ที่รวยมาก แล้วพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ ก็มากมาย หนังสือพิมพ์ Forb เอามาเปิดเผยทุกๆปี เขาก็ยินดี ในสิ่งที่ตนมีอยู่ทั้งนั้น แต่จริงๆแล้ว สันโดษคือใจพอ แม้น้อยก็พอ มันมาคู่กับ อัปปิจฉะ สันตุฏฐิ ปวิเวก อสังสัคคะ วิริยารัมภะ เป็นคนขยันหมั่นเพียร แต่ไม่เอาไว้มาก เอาไว้น้อย อยู่กับส่วนกลาง ชาวอโศกเรา สามารถพิสูจน์ได้ ด้วยความจริงใจ มีเงินในกระเป๋าไหม บางทีมีเป็นพันแต่ไม่ได้คิด จะเอาไปสะสมไว้กับตัวเอง บางที 0 บาทจริงๆในตัวเอง บาทนึงก็ไม่มี แต่ก็สบายๆ มีเงินพันก็สบาย บางที่เขาให้ใช้เป็นล้านก็สบาย ไม่ไปยักยอก ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไร เอาเงินนั้นมาให้แก่ตัวเองเลย นี่เป็นเรื่องที่สะอาดบริสุทธิ์ ของมนุษยชาติ เป็นเรื่องที่มนุษย์เป็นได้จริงๆ ขอยืนยัน อาตมาเอาตัวเองเป็นหลัก ว่าทำได้อย่างนั้นจริงๆหรอ จะไปยึดไว้ทำไม อาตมาไม่กลัวว่า พวกคุณจะหนีไปจากอาตมา แม้จะเหลืออาตมาคนเดียวก็ไม่กลัว อาตมาปลูกเผือกเป็นนะ ปลูกไปรอบตัว พอหมดหัวแรก ก็กินหัวต่อไปเรื่อยๆ กลับไปกลับมาได้ กินเผือกแล้วอยู่ได้ไปตลอดตาย กินเผือกทุกวัน จะมีปัญหาหรือ อายุมันจะสั้นเพราะกินเผือก ก็ไม่เป็นไร อธิบายให้ฟังง่ายๆ คนพอเพียง ต้องขยายความ ของในหลวงนี้ลึกซึ้ง ต้องเป็นคนสันโดษ อย่างพวกเรา มีสาธารณโภคี ส่วนที่จะพอเพียงแล้ว แต่
อ่านต่อ
จะมีวิบากต้องใช้หนี้ ต้องเลี้ยงลูก ต้องเป็นภาระเขา ก็จำเป็น ต้องทำงาน ต้องจ่ายค่ารักษาให้ มันก็จำเป็น ก็ต้องมีบ้าง นี่เป็นนัยยะ ที่อย่าไปขี้ตู่ง่ายๆ เราต้องรู้ความจริง ที่มันลึกซึ้งซับซ้อน ของวิบากมนุษย์ แต่ก็เห็นใจ คนเราไม่ค่อยเข้าใจเรื่องกรรมวิบาก คนเดี๋ยวนี้ ไม่เชื่อกรรมวิบาก ไม่เชื่อว่ากรรม เป็นของๆตน โดยเฉพาะไม่เชื่อว่า พระพุทธเจ้าตรัสรู้จริงๆ เป็นคนที่มี ภูมิธรรมตรัสรู้ แล้วเอามาประกาศกับโลก เชื่อใน 1กรรมวิบาก 2กรรมเป็นของๆตน 3พระพุทธเจ้าตรัสรู้จริงๆ 4เชื่อความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า คนที่ไม่เชื่อ 4 อย่างนี้มีจริง ก็เป็นไปตามที่วิบากของเขา ส่วนผู้ที่เชื่อ 4 อย่างนี้ ก็มาจัดการกรรม ก็จะสะสมวิบากที่ดี จะยืนยัน ยิ่งทำไปก็ยิ่งชัด ว่ากรรมเป็นของๆตน ตอนนี้มีลัทธิ บริโภคนิยม ทุนนิยม อำนาจนิยม แฟชั่นนิยม จัดพวกไม่ไหว มีมากมาย ก็มีลัทธินิยม คือยึดถือแบบแผนนั้นๆ แต่มีอีกอันคือ มโนมยอัตตานิยม มโนมยอัตตานิยม เป็นนามธรรม คนที่เข้าใจความสำเร็จในจิต มโนมยะ คือแปลว่า ความสำเร็จในจิต แล้วสามารถปั้น เนรมิตความลวง เป็นความเก๊ที่ไม่มีจริง สอง ปั้นความหลอกความลวง โดยตัวเองเจตนาจริงๆ รู้ว่าหลอกลวงก็ปั้น หรือไม่รู้ว่าตนเองหลอกลวงอยู่ แต่มันไม่มีความจริง ที่พูดที่พากันเป็นนั้น มันไม่จริงก็มี มโนมยอัตตา มันเกิดอย่างไม่มีความจริง เป็นความซับซ้อนของอุปาทาน มันไม่ประกอบด้วย ธาตุดินน้ำไฟลม เหมือนกับ มีผู้คนมีสีสัน มีสัตวโลก ถึงขนาดมีแล้วตัวเองสัมผัสว่า มีเนื้อหนัง ถึงขั้นสมสู่กัน อย่างนั้นจริงๆ เช่น คนที่มีเมียเป็นนางตานี เคยได้ยินไหม เป็นผีต้นกล้วย เขารู้สึกเหมือนมีตัวตนจริงๆเลย อันนั้น อาตมาไม่รู้ พูดไปตามเขา แต่อาตมาเคยรักษา คนที่มีผัวเป็นพระพรหม อาตมาก็ได้รักษาเขาหาย แต่พระพรหมนั้น มีตัวตนที่ไหน แต่รักษาหาย มันเหมือนมีจริงๆเลยนะ อยู่กันเหมือนเป็นจริง ตอนนั้น อาตมาทำไสยศาสตร์ แม่เขาก็พามาหา อาตมาก็ทำที เข้าทรงพระนารายณ์มาปราบ เอาอปรพรหม มาปราบเลย ก็ข่มด้วยจิต เขาก็ยอมแพ้ ทีนี้มโนมยอัตตานิยม ที่สอนกันอยู่ ในศาสนาพุทธเท่านั้น ศาสนาอื่นไม่มี แม้แต่รสชาติอร่อย ความสวย ก็เป็นของเก๊ เป็นอารมณ์ดาวดึงส์ แม้แต่คนที่ลดกิเลสได้ หมดกามก็เหลือรูป และอรูป ภายในก็ต้องรู้ แม้เหลือน้อยนิด ก็ต้องรู้ว่า เหลือน้อยนิดกับหมดไม่มี ก็ต่างกัน แต่มีเหลือน้อย ก็ไม่เป็นภัยกับใคร เหมือนแหวนเพชร มันก็ใส แต่มีหม่นนิดๆ ก็ใช้หนังอย่างดีเช็ดแล้ว ก็ยังมีรอยนิดน้อย ก็ไม่ต้องอะไรมากมาย เอาแต่พอสมควรก็ผ่านได้ 600112_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาให้หายโง่