640520 ปฏิบัติธรรมจัดการไปทีละคู่จนสู่พระอรหันต์.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2564
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.88 KB
วันที่แก้ไข23 พฤษภาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

🙏640520 ปฏิบัติธรรมจัดการไปทีละคู่จนสู่พระอรหันต์🙏

💛 อาสาทิตย์ : สภาพที่เราเจออยู่ตอนนี้นะครับพ่อท่าน มันเหมือนกับที่เราฝึกทำ 2 ให้เป็น 1 ใช่ไหมครับ พอเราฝึกๆต่อเนื่องขึ้นเรื่อยๆ เราก็เริ่มทำ 3 บ้าง 4 บ้าง 5 บ้าง ตอนนี้มันก็มีความหลากหลายใช่ไหมครับ เราก็ต้องพยายามที่จะรวมลง

💦💦พ่อครู : ทำ 2 ให้เป็น 1 เป็น 0 ได้ เราก็ทำ 2 คู่นี้ให้ได้ 2 คู่อื่นอีก แล้วก็ไป 2 คู่อื่นอีก 2 คูอื่นอีก ให้เป็น 1 เป็น 0 ทั้งนั้นแหละ ไปทีละคู่ ทีละคู่ ทีละคู่ นั่นแหละ สามารถทำได้ จนบอกตัวเองได้ว่า จบ

💛 อาสาทิตย์ : อย่างนั้นเป็นสภาพของเราด้วยใช่ไหมครับ ทีนี้สมมุตว่ามันมี เป็น 3 ขึ้นมา เป็น 4 ขึ้นมาอยู่สภานการณ์คล้ายๆแบบนี้

💦💦พ่อครู : เราก็เพิ่มทีละคู่ ทีละคู่ เดี๋ยวก็จะเก่งขึ้นเป็น 3 คู่ที่ 1 เราก็ทำได้แล้ว พอคู่ที่ 2 ก็เพิ่มขึ้นมา จะเท่าไรละ กี่คู่ละถึงจะนับเป็น 3 เราก็จะปฏิบัติเพิ่มขึ้น คู่ที่ 1 เราก็ทำให้เป็น 1 เป็น 0 ได้ คู่ต่อไป ทำคู่ใหม่เราก็ทำให้เป็น 1 เป็น 0 ได้ คู่ใหม่อีกเป็น 1 เป็น 0 ได้ จะนับคู่ใหม่อีกกี่คู่ละถึงจะอยู่ในกรอบหรืออยู่ในรอบที่ว่าอันนี้เราเพิ่มเป็น 3 แล้ว

💛 อาสาทิตย์ : คือส่วนตรงนี้เราต้องกำหนดกรอบของเราเองใช่ไหมครับ

💦💦พ่อครู : ของเราเองละ เราก็ดูว่า เราก็ชักชำนาญแล้ว เท่านี้อีกก็เก่งแล้ว เป็นคู่เลยจนกระทั่งถ้ากำหนด 5 5 คู่เราขณะนี้ถือเป็นโสดาบันแล้ว สมมุตินะว่า 5 เอาอีกถ้าเอาอีก 10 เอ่อเป็น สกิทาแล้ว เอาอีก 3-40 เป็นอนาคาละ เอ่ออีก 80 เป็นอรหันต์แล้ว อะไรอย่างนี้ก็เพิ่มเป็นคู่ๆไปเรื่อยๆ มันอยู่ที่จริง อยู่ที่จริงว่าทำขนาดนี้ คู่นี้ คู่นี้ เก่งแล้วที่เราสามารถรู้จักกิเลส แล้วรู้จักทำให้กิเลสลดๆๆ ฉ่ำฉองขึ้น ฉ่ำฉองขึ้น จนกระทั่งที่จริงโ

อ่านต่อ

ดยสภาวะจริง โอ่กิเลสมาอย่างไงอย่างไงก็ทำได้หมด แล้วก็ตอบตัวเองได้ว่าเราเป็นอรหันต์

💛 อาสาทิตย์ : แสดงว่าเป้าหมายต้องชัดเจนต่อเนื่องใช่ไหมครับ

💦💦พ่อครู : ตัวเราเองต้องรู้ชัดเจน เราสัมผัสกับสิ่งนั้นสิ่งนี้แล้วกิเลสขึ้นคืออะไรสัมผัสแล้วกิเลสไม่เกิดนะ คุณก็ต้องรู้ความจริงของจิต เจตสิกของคุณจริงๆว่ากิเลสของคุณไม่เกิด กิเลสของเราไม่เกิด แล้วก็เป็นอรหันต์ แต่ไปพูดถึงหลักเกณฑ์ ก็ค่อยๆอธิบายหลักเกณฑ์ไปบ้าง แต่จริงๆมันคือสภาวะจริงของเราเอง ตรวจสภาวะจริงแล้ว มันมี ได้บ้างแล้วเป็นโสดา เก่งขึ้นๆๆ สกิทานี่ยาวเลยนะ กว่าจะหมดกามภพ กว่าจะเพลากามภพ ไปอนาคา พอหมดกามภพแล้วเอ่อ อนาคา รูปภพอรูปภพ เราก็รู้กิเลสเหลือรูปภพอรูปภพ หรือมีมานะ มีอุทัจจะอะไร เราก็รู้ ลดลงไปเป็นรูปเป็นอรูปไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะเป็นคนตัดสิน เราเป็นผู้พิพากษาเอง หรือเป็นผู้ approve เองว่า สุดท้ายเราเป็นอรหันต์แล้ว ตัวเราเองทั้งนั้น

💛 อาสาทิตย์ : คำที่เขาพูดกันอยู่ทั่วไปว่า สูงสุดแล้วคืนสู่สามัญครับ พ่อท่านช่วยอธิบายเพิ่มเติม

💦💦พ่อครู : โอโหอันนี้ยิ่งใหญ่ เหมือนอรหันต์จี้กง ก็มากินเหล้า กินเหล้าก็กินเฉยๆ ไม่ได้ติดเหล้าติดยาอะไร กินเพื่อที่จะอนุโลมกับคนนั้นคนนี้ไป

💧 สมณะแสนดิน : แต่ไม่ใช่อรหันต์กินหมากนะ

💦💦พ่อครู : ไม่ใช่ ไอ้นั่นอรหันต์กินหมากไม่ใช่อรหันต์จี้กง กินเหล้าเขาไปโปรดคนในนรกไง โปรดคนที่อยู่ในอบายมุข พวกขี้เหล่าขี้ยา ก็โปรดเขาไป

💛 อาสาทิตย์ : มันต้องสมทั้งรูปทั้งนามใช่ไหมครับ

💦💦พ่อครู : ใช่ ความเป็นจริงของผู้ที่สูงสุดคืนสู่สามัญ มันก็คือ เป็นผู้ที่ไม่ติดแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ติดได้เด็ดขาดจริงๆแล้ว จะมาสัมผัส จะมาสัมพันธ์ จะมาคลุกคลีเกี่ยวข้องอย่างไงอย่างไงมันก็ไม่ติด เพราะฉะนั้นก็อนุโลมกับคนอื่นไป ที่นี่เขากินเนื้อสัตว์ เราก็กินเนื้อสัตว์กับเขาไป ค่อยๆสอนค่อยๆซอกแซกจนกระทั่ง ค่อยๆแทรกโอสถเข้าขุมขน จนกระทั่งกลายเป็นเข้าถึง ถ้าเรามีเจตนาว่าเราจะเอาเป้าหมายไม่ให้กินเนื้อสัตว์ จนทำให้เขาไม่กินเนื้อสัตว์ได้ ไม่ให้เขารู้ตัว เรียกว่าแทรกโอสถเข้ารู้ขุมขน

ถอดข้อความโดย อุทัย

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน