สรุปงานตลาดอาริยะครั้งที่ ๔๐ ปี ๒๕๖๒.docx

โฟลเดอร์ปี๒๕๖๒
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์366 KB
วันที่แก้ไข10 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สรุปงานตลาดอาริยะครั้งที่ ๔๐ ที่บ้านราช ระหว่างวันเสาร์ที่ ๑๓ – วันจันทร์ที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๒ ณ บวรหมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศก ตำบลบุ่งไหม อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี “มหัศจรรย์”ตลาดอาริยะ ครั้งที่ ๔๐ มีแข่งเรือที่ตลาดน้ำ เปิด “ซางไหลเด้อ” ครั้งแรก งึด...วันสุดท้าย ปชช.มามากกว่าวันแรก! งานตลาดอาริยะมีขึ้นและดำเนินมาเป็นปีที่ ๔๐ ได้ ด้วยการสร้างคนของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ให้มีคุณสมบัติที่มี คุณวุฒิ คุณธรรม เป็นคุณวิเศษ กินน้อย ใช้น้อย ทำได้มากแต่เอาไว้น้อย ที่เหลือสะพัดออก ไม่เป็นพิษเป็นภัย มีแต่เป็นประโยชน์กับผู้อื่น เป็นความสมบูรณ์แบบ ตรงตามความหมายของวิชาเศรษฐศาสตร์ในภาคการศึกษาว่า เป็นวิชาที่ศึกษาถึงวิธีการตอบสนองความต้องการของมนุษย์ ด้วยทรัพยากรอันมีอยู่อย่างจำกัด ให้เกิดประโยชน์สูงสุด บรรยากาศการให้ของพ่อให้แม่ให้และนักให้ทั้งหลายในงานตลาดอาริยะอบอวลไปทั่วหมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศกตั้งแต่เช้ามืดด้วยการลุกจากที่นอนไปหุงหาจัดเตรียมอาหาร เตรียมของ เตรียมงานที่จะดำเนินต่อไปเพื่อต้อนรับพี่น้องบ้านใกล้เรือนเคียงที่จะมากิน มาซื้อข้าวของเครื่องใช้ตามความจำเป็นกลับบ้าน ทีมจราจรทางบกมาประจำจุดดูแลรถแต่เช้าตรู่ในเวลา ๐๖.๐๐ น. ซึ่งทุก ๆ วันของงานตลาดอาริยะ จะมีรถเข้ามาจอดรอเวลาเปิดตลาดเพื่อซื้อสินค้าอยู่ก่อนแล้วในลานจอดรถนาโม ปีนี้ลงตัวกว่าทุกปีที่ผ่านมา ด้วยการวางแผนการเข้า – ออก ของรถเป็นระบบทางเดียว โดยเข้าเส้นทางกุดระงุม ออกได้ ๒ เส้นทาง คือ เส้นทางหมู่บ้านคำกลาง และ เส้นทางหมู่บ้านท่ากกเสียว รถจอดเข้างานที่ลานจอดรถนาโม โคกหนองนา และ หน้าโรงปุ๋ย จำนวนรถที่จอดในลานจอดรถสูงสุดประมาณ ๖,๐๐๐ คัน จำนวนคนที่มาในงานนี้สูงสุดประมาณกว่า ๑๐,๐๐๐ คน สำหรับทีมจราจรทางเรือ จะ

อ่านต่อ

มาประจำจุดตามเวลา ๓ เวลาต่อวัน รับ – ส่ง ผู้มาร่วมงานฟรี จากวัดหลวง อุบลราชธานี ถึง ตลาดอาริยะ บ้านราช เวลา ๐๘.๐๐น. – ๐๙.๐๐ น. , ๑๒.๐๐ น. – ๑๓.๐๐ น. และ ๑๖.๐๐ น. – ๑๗.๐๐ น. ใช้เวลาเดินทาง ๒๐ นาที ผู้โดยสารสูงสุดมีเฉพาะช่วงเช้าคือ วันแรก ๒๐ คนโดยประมาณ ส่วนเวลาอื่นมี น้อย น้อยสุด ๒ คนต่อ ๑ เที่ยว เวลา ๐๖.๓๐ น. นักบวชออกบิณฑบาตแบ่งเป็น ๒ สาย คือ สายตลาดอาริยะ และ สายตลาดน้ำ การใส่บาตรเป็นการให้ที่เป็นได้ทั้งกุศลและบุญ ผู้ใดให้โดยจิตคิดสละออก ไม่หวังผลใดตอบแทนกลับมาเลย เป็นการชำระกิเลสแท้ เรียกว่า “ทำบุญ” ซึ่งก็ได้กุศลคือให้วัตถุสิ่งของด้วย สายบิณฑบาตที่ตลาดน้ำ เป็นการสืบสานประเพณีเก่าแก่โบราณกาล โดยลงเรือรับบาตรจากผู้คนที่มีบ้านอยู่ติดแม่น้ำลำคลองซึ่งต้องเดินทางโดยทางเรือเป็นส่วนใหญ่ ทำให้บรรยากาศไทยไทยกลับคืนมา เวลา ๐๗.๓๐ น.ของวันที่ ๑๓ เมษายน ซึ่งตรงกับวันมหาสงกรานต์ของชาวไทยทั่วไป พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ให้ธรรมะในโอกาสเปิดงานตลาดอาริยะสรุปโดยสังเขปว่า “พ่อครูสมณะโพธิรักษ์มาสอนธรรมะให้กับคนเพื่อสร้างเผ่าพันธุ์ของพระพุทธเจ้า ดังที่ปรากฏให้เห็นในงานตลาดอาริยะว่าเป็นการขายของต่ำกว่าทุน ไม่หวังผลกำไร ทั้งยังเตือนสติสำทับให้พ่อค้าแม่ค้าตระหนักในอุดมการณ์ตลาดอาริยะว่า เจตนามาเสียสละแล้วอย่าหวังผลกลับคืนโดยทางหนึ่งทางใดอีกเป็นอันขาด ให้ชัดเจนในสิ่งที่ทำดีแล้ว” สินค้าต่ำกว่าราคาทุนในตลาดอาริยะเกิดจากการเสียสละของพ่อค้าแม่ค้าทั้งส่วนที่เป็นของชาวบุญนิยมที่ระดมทุนเข้าส่วนกลางและส่วนของญาติธรรมกลุ่มบุคคล หรือเฉพาะส่วนบุคคล ตามทฤษฎีกำไร – ขาดทุนของอาริยชนบุญนิยม ๔ ระดับ คือ ๑. ขายราคาต่ำกว่าท้องตลาด ๒. ขายราคาเท่าทุน ๓. ขายราคาต่ำกว่าทุน ๔. แจกฟรี สินค้าที่ประชาชนสนใจและซื้อมากทุกปีรวมทั้งปีนี้ด้วย ได้แก่ น้ำตาล เครื่องพลาสติก เครื่องครัวเล็ก เครื่องจักสาน เสื่อรองคลาน น้ำมันพืช และ สินค้ามือสอง สำหรับปีนี้สินค้าที่มาแรงแซงโค้งสินค้าตัวอื่นหลาย ๆ ตัว ซึ่งยังไม่เคยปรากฏมาก่อนคือ กล้าพันธุ์ไม้ และเครื่องมือการเกษตร สินค้าหมดไม่พอกับความต้องการของลูกค้า ร้านจำหน่ายสินค้าโดยทุนส่วนกลาง – ไม้กวาด เครื่องครัว เสื่อรองคลาน กระติก น้ำมันพืช ดินอุ้มดาว – สินค้ามือสอง พิสูจน์จิตอาสา – เครื่องพลาสติก เครื่องครัวเล็ก ธรรมทัศน์สมาคม – หนังสือ – ซีดี ธรรมะ กลุ่มเพื่อนบุญ – เซรามิค เครื่องจักสาน กลุ่มปากช่อง – กระเป๋าเป้นักเรียน กลุ่มศีรษะอโศกและศิษย์เก่า – ยา กลุ่มร้อยเอ็ดอโศก – ข้าวและแปรรูปข้าว กลุ่มสวนส่างฝัน – ที่นอน หมอนขิด เสื่อกก เมล็ดพันธุ์อินทรีย์ น้ำตาลอ้อยอินทรีย์ กลุ่มบัวใหญ่ – เวชสำอาง ปฐมอโศกและเครือแห – ยา ธัญพืช กลุ่มสัมมาบัณฑิต – ยาสมุนไพร ภูผาฟ้าน้ำ – ผลิตภัณฑ์ภาคเหนือ ร้านส่วนบุคคล – น้ำตาลทราย , ผ้าขนหนู , ถุงเท้า , ขนมเปี๊ยะ , น้ำตาลอ้อย , ยา , ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ราชธานีอโศก – น้ำยาซักล้าง ศาลีอโศก – กระเป๋าสาน แพทย์วิถีธรรม – หนังสือ สมุนไพรฤทธิ์เย็น สีมาอโศก – หัตถกรรมกะลา กลุ่มวังน้ำเขียว – ผักไร้สารพิษและเมล็ดพันธุ์ ตลาดอาหารจานละ ๑ บาท เปิดเวลา ๐๖.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ห้านอาหารชุมชนราชธานีอโศก – ขนมเบ็ดเตล็ด น้ำสมุนไพร ข้าวโป่ง กล้วยปิ้ง ขนมจีน ขนมครก ขนมรังผึ้ง ก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ (ทำทุกวัน) ศีรษะอโศก และ หินผาฟ้าน้ำ – ข้าวเหนียว – ส้มตำ (ทำทุกวัน) ทะเลธรรม – ขนมจีน แกงกะทิ แกงไตปลาเจ (ทำวันนี้วันเดียว) สีมาอโศก – ผัดหมี่โคราช (ทำจนกว่าจะหมด ๑,๐๐๐ ก.ก.ที่เตรียมมา) ปฐมอโศก – ข้าวหมูแดง ข้าวมันเจ ก๋วยเตี๋ยวน้ำ (ทำทุกวัน) สันติอโศก – ข้าวราดแกง ศาลีอโศก – ขนมหวาน น้ำขิงใส่โซดา สหกรณ์ภูมิรักษ์ – อาหารสุขภาพแจกฟรี ตลาดน้ำ ก็เป็นตลาดอาริยะที่แยกโซนออกมาขายสินค้าประเภท เตา ครก – สาก รถจักรยาน และต้นไม้ เพื่อให้สะดวกแก่ผู้ซื้อในการนำรถมาบรรทุกกลับบ้านเส้นทางออกจากงานได้ง่าย ไม่ทำให้การจราจรติดขัด และยังมีบรรยากาศที่ชวนผ่อนคลายอารมณ์กับการชมวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ แถมยังมีเวทีบรรเลงเพลงให้ฟัง มีการแสดงให้ดู มีการละเล่นแข่งขันให้ร่วมสนุกในยามเย็นเวลา ๑๖.๐๐ น. – ๑๘.๐๐ น. ของวันที่ ๑๓ – ๑๔ เมษายน ให้ความบันเทิง อีกด้วย สำหรับงานดูแลสุขภาพ มี ๔ จุด อยู่ในตลาดอาริยะ ๒ จุด จุดแรกที่ห้านไคคีง เฮือนบวร โดยหมอพื้นบ้านแตงไทยและคณะ ได้รับความสนใจจากลูกค้าจำนวนมาก มีผู้มาขอรับบริการสุขภาพสูงสุดถึง ๑๒๑ คน ในวันแรก ส่วนใหญ่ ผู้ป่วยป่วยเกี่ยวเนื่องกับอาการของเส้นในร่างกาย พอมารับบริการแล้ว อาการดีขึ้นตาม ๆ กัน สมกับที่พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ตั้งชื่อร้านให้ว่า “ห้านไคคีง” ซึ่งเป็นภาษาอิสาน “ไค” หมายถึง ดีขึ้น “คีง” หมายถึง ร่างกาย คือ ถ้ามาเข้าร้านนี้ได้รับบริการไปแล้วจะทำให้ร่างกายคุณดีขึ้นนั่นเอง จุดที่สอง อยู่หน้าจุดแลกเงิน จุดที่สามที่โฮ่งปัว จุดที่สี่ นิทรรศการแพทย์แผนไทยศีรษะอโศก ออกบู๊ทบริการบำบัด-ดูแลสุขภาพฟรีที่เฮือนศูนย์สูญชั้นล่าง งานขยะวิทยาด้วยหัวใจ ยังเต็มเปี่ยมด้วยการให้บริการอย่างยอดเยี่ยม ทำกันมาจนแทบจะเป็นประเพณีของประชาชนผู้มาร่วมงานไปด้วยแล้วค่ะว่า มีสัญญาต้องทิ้งขยะที่ถุงดำ หรือ แยกขยะตามซุ้มเท่านั้น ปีนี้เหมือนจะเบาใจเบาแรงกว่าปีก่อน ๆ มากทีเดียวค่ะ งานล้างจาน-ล้างใจ อย่าล้างตามใจ ล้างตามขั้นตอน บริการด้วยหัวใจเช่นกัน แม้ไม่ใช่งานขยะวิทยาก็ตาม งานสุขา อยู่หนใด หัวใจยอดสะอาดไปด้วยการบริการอย่างเต็มแรง ดังคำสอนของมหาตมคานธีว่า “งานบริการก่อนงานอื่นใดคืองานล้างส้วม” พ่อครูสมณะโพธิรักษ์สอนว่า “สิ่งที่สกปรกที่สุด ต้องทำให้สะอาดที่สุด” ช่วงเช้าของแต่ละวันเหมือนจะมีคนไม่มากเท่าที่คิดคำนวณกันไว้ พอเริ่ม ๑๐.๐๐ น. – เที่ยง ผู้คนก็หนาตาได้ทุกวัน แม้วันสุดท้ายของงานตลาดอาริยะซึ่งสินค้าข้าวของเหลือน้อย และมักจะเก็บงานกันเร็วกว่ากำหนด แต่ปีนี้กลับมีผู้คนมากพอสมควรทำให้แลดูบรรยากาศคึกคัก โดยเฉพาะจุดไฮไลท์ของงาน คือ บรรยากาศช่วงสงกรานต์ การเล่นน้ำตก น้ำโตน โดยเฉพาะ การลื่นบนสไลเดอร์ และรอตัวอยู่ใต้ม่านน้ำ เชิงอาคารเฮือนศูนย์สูญ จากเที่ยงวันถึงบ่าย ๒ โมง มีเด็ก ๆ และผู้ใหญ่จำนวนมาก หนาตาเต็มพื้นที่น้ำตกลานสะโพ น้ำโตน และม่านน้ำ เสียงหัวเราะ ด้วยความถูกใจสนุกสุดเหวี่ยง คึกคัก เบิกบาน แจ่มใส ท่ามกลางอากาศ สด แจ่มใส โดยเฉพาะ วิ่งขึ้นไปสไลด์ตัวลงมาตามสะพานสไลเดอร์ จนผู้รักษาความปลอดภัยประจำจุดต้องจับตัวไว้เข้าคิว แล้วปล่อยตัวลงมาทีละคนให้ลื่นลงมาถึงพื้นล่าง ลุกยืน ออกไปให้เรียบร้อยเสียก่อน จึงจะปล่อยคนต่อมา เพื่อไม่ให้ไปกระแทกกับคนที่ลื่นลงไปก่อนหน้า วันที่ ๑๔ เมษายน คิดว่ามีผู้ใหญ่พาเด็ก ๆ มาเล่นน้ำกันจำนวนมากที่สุดที่เคยเห็นมาแล้ว วันที่ ๑๕ เมษายน วันสุดท้ายกลับมีผู้คนหนาแน่นมากกว่าอีกด้วย การจัดงานตลาดอาริยะ ประสบความสำเร็จในการช่วยประชาชนด้านเศรษฐกิจพื้นฐานความเป็นอยู่ที่จำเป็นต้องอาศัยในชีวิต ด้วยความเสียสละหยาดเหงื่อ แรงงาน ของชาวบุญนิยมแต่ละคนอย่างทุ่มเท เพราะเข้าใจในคำสอนของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ จึงเพียรฝึกตน ลดกิเลสไปตามลำดับ จนกว่าจะมีจิตใจที่เป็นพีชธาตุ เป็นคนเหมือนพืช มีพลังงานเหลือเพื่อผู้อื่น อันเป็นเศรษฐศาสตร์บุญนิยมขั้นสูงสุดแบบสาธารณโภคี

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน