รายงานการจัดงานตลาดอาริยะ ครั้งที่ ๔๑ ปี ๒๕๖๒.docx
เนื้อหาในไฟล์
งานตลาดอาริยะ ครั้งที่ ๔๑ ปี ๒๕๖๒ วันเสาร์ที่ ๑๓ เม.ย. ๖๒ ถึง วันจันทร์ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๒ ปีนี้ เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๒ ได้เปิด ซางไหลเด้อ ให้เด็กๆ เล่น แต่เด็กเล็กอายุต่ำกว่า ๕ ขวบ ห้ามเล่น เพราะเด็กยังไม่สามารถควบคุมตนเองได้อาจเกิดอันตราย ซางไหลเด้อ มีความยาวกว่า ๒๐ เมตร เริ่มก่อสร้างตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน ๒๕๖๑ และมีการเปิดม่านน้ำตกสูงประมาณ ๗-๘ เมตร ยาวประมาณ ๒๐ เมตร ๐๖.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. เปิดตลาดอาหารที่เฮือนบวร ซึ่งอยู่ด้านซ้ายมือของเฮือนบวรในลักษณะเดินเข้าอาคาร มีการจำหน่ายอาหาร มีข้าวเหนียวส้มตำ ขนมจีนน้ำยา ผัดหมี่โคราช ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ขนมหวาน อาหารทุกอย่าง ขายจานละ ๑ บาท จากนั้นจะมีร้านขายถ้วยชาม เซรามิค ร้านเครื่องจักสาน ร้านของบวรสันติอโศก หัตถกรรมจักสาน ร้านกลุ่มปากช่อง ร้านของศีรษะอโศก จ้าวเจ๋ง ร้านที่นอนหมอนขิด ร้านไม้กวาด ร้านเครื่องครัว ส่วนกลางตลาด มีร้านผัก ผลไม้ ไร้สารพิษ ร้าน วิรัช ถุงเท้า ร้านร้อยเอ็ดอโศก ร้านขายน้ำตาลปึก ร้านกลุ่มบัวใหญ่ ร้านป้าสงัด จากอ่างทอง ส่วนด้านขวามือของเฮือนบวร มีห้านบวรวัสดุก่อสร้าง ห้านปันกัน ห้านนี้มีซือ ห้านไคคิ่ง ร้านไร่นา ฟ้าเอ็นดู ร้านภูมิรักษ์ ร้านพิสูจน์จิตอาสา ร้านภูผาฟ้าน้ำ ร้านดินอุ้มดาว สินค้าทุกอย่างขายต่ำกว่าทุน ไม่บวกค่าขนส่ง ค่าบริหารจัดการใดๆ เลย ๐๖.๓๐ น. สมณะ สิกขมาตุ บิณฑบาต เพื่อสืบสานพุทธประเพณีอันดีงาม งานนี้แบ่งเป็นสองสาย คือ สายตลาดเฮือนบวร และสายตลาดน้ำ ๐๗.๓๐ น. พ่อครูแสดงธรรมที่ตลาดอาริยะ เฮือนบวร พ่อครูว่า… ณ บัดนี้ก็จะการเร่ิมงานตลาดอาริยะปี 2562 ก่อนอื่นอาตมาจะได้ให้ความรู้ทางธรรมะ ซึ่งทฤษฏีธรรมะที่อาตมาได้นำมาเปิดเผย มันต่างไปจากหมู่ใหญ่มากเลย มันทวนกระแสกัน เช่นเราเป็นคนจน จิตใจเราเห็
อ่านต่อ
นดีว่าเราไม่ต้องสะสมเงิน เป็นคนจน แต่เป็นคนจนที่มีน้ำใจเป็นคนจนที่เห็นแก่ผู้อื่นเป็นคนจนที่ไม่เห็นแก่ตัว ไม่ขี้เหนียวไม่ตระหนี่เป็นคนจนช่วยเหลือเผื่อแผ่แก่ผู้อื่น และเป็นคนที่มีวัตถุมีทรัพย์สินข้าวของก็นำไปแจกจ่ายเผื่อแผ่แก่ผู้อื่นได้เพราะเราเป็นคนกินใช้ไม่เปลืองไม่ผลาญพร่าทำลายรู้จักสาระที่แท้อะไรเป็นสาระสำคัญของชีวิต เรามีสมรรถนะมีความขยันผลิตพืชพันธุ์ธัญญาหาร วัตถุเครื่องใช้ จนถึงเทคโนโลยี สามารถทำให้ตนเองได้อาศัยและเผื่อแผ่ให้คนอื่นอาศัยโดยไม่เอาเปรียบไม่หวงแหนมีพอก็เผื่อแผ่แจกจ่ายเจือจาน มีจิตใจไม่ต้องการสิ่งตอบแทน พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ ให้เราเป็นคนที่ทำทาน โดยเป็นคนมีจิตใจให้ ให้ทาน (ทานังเทติ) คือให้แล้วทำทานไปแล้ว ไม่ทำจิต ขี้โลภไม่เห็นแก่ได้ ให้แล้วก็ทำจิตให้ไปเลย ให้ไปแล้วจะต้องทำใจในใจ (มนสิการ) ผู้ใดทำใจในใจของตนเป็นก็ทำใจไม่ให้มีการหวัง หวังว่าจะได้อะไรกลับคืนมาตอบแทน ไม่ตอบแทนในคราวนี้ก็หวังว่าเขาจะมาตอบแทนเราในคราวหน้าชาติหน้าก็เป็นจิตสะสมผูกพันต่อเนื่อง ว่าเป็นของเราอยู่นะ เราต้องได้ตอบแทนกลับมามากกว่าเก่า เป็นการได้เปรียบเอาเปรียบ ให้ไป 5 จะต้องได้คืนมา 10 คืนมา100 เป็นความขี้โลภเห็นแก่ได้มักมาก เป็นจิตที่เลว จิตใจที่ไม่ดีเลย เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าก็สอนเป็นคำบาลีว่าไว้ ล.23 ข.49 ทานสูตร เทวดา 6 อย่าง พรหม 1 อย่าง อันที่ 1 จาตุมหาราชิกา(ท้าวกุเวร ท้าววิรุฬหก ท้าวธตรฐ ท้าววิรูปักษ์) คือ ทำทานแล้ว มี 1. สาเปกฺโข(มุ่งหวัง) ทานํ เทติ 2. ปฏิพทฺธจิตฺโต(ผูกพัน) ทานํ เทติ 3. สนฺนิธิเปกฺโข(สั่งสม) ทานํ เทติ 4. อิมํ เปจฺจ ปริภุญฺชิสฺสามีติ(ให้ข้ามภพชาติ) ทานํ เทติ อันที่ 2 ดาวดึงส์ คือ ทำทานเพราะว่าเห็นว่าเป็นความดี อันที่ 3 ยามา คือ ทำทานเพราะเพื่อเป็นประเพณี อันที่ 4 ดุสิต คือทำทานเพราะเห็นว่า สมณะหุงหาอาหารเองไม่ได้ อันที่ 5 นิมมานรดี คือทำทานเพราะทำตามฤาษีใหญ่ๆ อันที่ 6 ปรนิมมิตวสวัตตี ทำทานเพราะว่า อยากได้ปลื้มใจ(อตฺตมนตาโสมนสฺสํ) อันที่ 7 สหายแห่งพรหม คือทำทานอย่างมี จิตฺตาลงฺการ จิตฺตปริกฺขารํ (ต้องทำปุญญาภิสังขาร ทำทานเพื่อลดกิเลส) สะสมความผูกพันไปยึดมันถือมั่นเป็นตัวเราของเรา เป็นการ “สร้างวิมานในฝัน สวรรค์คนเพ้อ คนเฟ้อจนฟุ้ง สีรุ้งแห่งปริซึมของความคิด” ใครที่ได้ทำใจในใจไม่ให้หวังอย่างที่อาตมาได้พูดไป โดยกาย วาจา ใจ ของเราสร้างสรรสัมพันธ์กับมนุษย์โลกอย่างไม่เป็นโทษเป็นภัย มนุษย์ทำแล้วมีพฤติกรรมสำเร็จตามที่อาตมาพูดเป็นมนุษย์ประเสริฐสมบูรณ์แบบ หากเป็นอรหันต์ก็เป็นคนหมดภัยหมดโทษมีแต่ประโยชน์ต่อผู้อื่น พระอรหันต์แต่ละองค์มีจิตและกรรมที่ไม่เป็นโทษภัยกับใครเลยเหมือนพืช พืชเป็นพีชนิยาม จะสร้างสรรตัวตน มีตัวตนแล้วแต่ไม่เป็นโทษภัยกับใครหรืออะไรเลยมีแต่ประโยชน์คุณค่าให้คนให้สัตว์ได้อาศัยใช้สอย พระอรหันต์ทำจิตให้เป็นพีชนิยามได้และมีส่วนเหลือทำประโยชน์ต่อผู้อื่นได้อย่างมหาศาล สร้างให้เหลือแล้วเผื่อแผ่แจกจ่ายให้แก่คนแก่สัตว์แม้แต่ที่สุดให้พืชให้ดิน เศษอาหารของพืชก็เป็นอาหารแก่ดิน ก็เลยเป็นสิ่งประเสริฐสุดยอด ๐๘.๐๐ น. เปิดตลาดขายสินค้า สินค้าที่ขายนอกเฮือนบวรก็มี ต้นไม้ เตา ๐๙.๐๐ น. การแสดงบนเวที ตลาดอาริยะ ตรงเฮือนเรือหลากสี การแสดงของนาฏดนตรีคีตศิลป์ไทย (ครูโย) วงฆราวาส ที่ศาลาบ้านส่วนกลาง ชั้นล่างเฮือนศูนย์สูญ มี กลุ่มแพทย์แผนไทยศีรษะ ช่วงบ่ายมีการแข่งกีฬาอาริยะทางน้ำ ณ คลองถอยหลังเข้า ทีมที่ ๑ นักเรียนหญิง ๘ ฝีพาย ทีมที่ ๒ นักเรียนชาย ๘ ฝีพาย ทีมที่ ๓ นักเรียนประถมชายเดี่ยว ทีมที่ ๔ นักเรียนมัธยมชายเดี่ยว ทีมที่ ๕ ทีมผู้ใหญ่เดี่ยว การแข่งขันตีโป่ง การแข่งขันพายเรือ ๓ ฝีพาย รายการภาคค่ำ มีการแสดงของบ้านนาฏดนตรีฯ การแสดงของสมุนพระราม การแสดงของปฐมอโศก วันอาทิตย์ที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒ ๐๖.๓๐ น. เช้านี้ สมณะ พระ สิกขมาตุ ก็แบ่งเป็นสองสาย เช่นเดียวกับเมื่อวันวาน ทางด้านตลาดอาหาร ตลาดสินค้า ก็ยังเปิดให้บริการกับประชาชนอย่างปกติ เช่น วันวาน วันนี้ประชาชนก็ยังมาซื้อของอย่างคึกคัก ช่วงเย็น มีการแข่งเรือ ๘ ฝีพาย การแข่งเรือ ๓ ฝีพาย การพายเรือปิดตา การพายเรือเก็บลูกบอล การชักคะเย่อ วันจันทร์ที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๒ วันนี้เป็นวันสุดท้ายของงานตลาดอาริยะ ครั้งที่ ๔๐ ๐๖.๓๐ น. สมณะ + สิกขมาตุ แบ่งออกเป็นสองสายการบิณฑบาต โดย บิณฑบาตที่อาคาร เฮือนบวรและตลาดน้ำ ตลาดอาหาร ตลาดสินค้า ก็ยังเปิดให้บริการตามปกติ ๑๖.๐๐ น. มีพิธีรดน้ำดำหัวผู้อายุยาว ๑๘.๓๐ น. ประชุมสรุปงานตลาดอาริยะ สมณะ รูป สิกขมาตุ รูป นำประชุมโดย สมณะ เดินดิน ติกขวีโร กล่าวเปิดประชุม พ่อครูอนุโมทนาพวกเรา มีงานนี้พ่อครู ออกไปดูพ่อครูก็คลายเวทนาลง งานนี้คนมาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น การมีน้ำใจ งานนี้ปกติพลาสติกจะเยอะ งานนี้น้อยมาก พ่อครู OK เลย งานนี้พ่อครูว่าได้ช่วยประชาชนจริงๆ เราขายให้ชาวบ้านที่เดือดร้อน ปีนี้เข้าเป้าอย่างมากๆ อยู่ที่ ซางไหลเด้อหรือเปล่าก็ไม่รู้ ตลาดอาหารปีนี้ วันที่ ๓ คนเยอะมาก ข้อเสนอ ปีหน้า ก๋วยเตี๋ยว จะขายชามเซรามิก พร้อมช้อนด้วย ๑๐ บาท ขยะปีนี้ ยังขาดการแยกขยะ ฝ่ายประชาสัมพันธ์อยู่ห่างจากตลาดอาหาร ควรอยู่ตรงรูปพ่อครู ควรมีประชาสัมพันธ์ของตลาดอาหาร จุดคูปองป้าย ควรทำให้เห็นหลายทิศ ตลาดสินค้า ยังจัดซื้อเต็มงบ ปีหน้าควรวางแผนเนิ่นๆ ทีมทะเลธรรม เป็นทีมที่ดี ที่ไม่ทิ้งกัน ร้านค้าเอกชน ๓๕ ร้าน ร้านส่วนกลาง ๒๔ ร้าน รวม ๕๙ ร้าน การเตรียมตัวของพวกเราดูเหมือน เตรียมไม่พร้อม ปีหน้า เราจะต้องบอกให้เค้ามาร่วมประชุมรับรู้ด้วย ทีมแพทย์แผนไทยมาใช้บริการ ๒๐๐ กว่าคน ปีหน้าจะแก้ปัญหา ประชาสัมพันธ์ โดยมีประชาสัมพันธ์ สัญจร ที่โฮงปัว มีแพทย์ พยาบาล มาช่วย ๑๑ คน มีผู้มาใช้บริการ วันละ ๕๐-๖๐ คน ตัดผม สองวัน ๑๓๑ หัว จราจรปีนี้มีผู้ใหญ่มาช่วยมากกว่าเด็ก