570517 สื่ออย่าคุกคามประชาชน ดร.อภิชัย_.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่ออย่าคุกคามประชาชน เมื่อกล่าวถึงสื่อ ในที่นี้หมายถึงสื่อทุกชนิด ตั้งแต่สื่อเครือข่ายทางสังคม สื่อวิทยุ ทั้งวิทยุชุมชนและวิทยุกระแสหลัก หนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์ และคำว่า “สื่อ” หมายรวมทุกคนในกระบวนการผลิตสื่อ ตั้งแต่นักข่าว หรือผู้รวบรวมข้อมูล ไปจนถึงบรรณาธิการข่าว และผู้ผลิต จนออกมาเป็นผลผลิตขั้นสุดท้าย ที่ต้องเขียนเรื่องนี้เพราะมีเหตุการณ์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับสื่อเกิดขึ้นสองเรื่อง เรื่องแรก คือ แกนนำ กปปส . ได้นำมวลชนไปขอร้องสื่อโทรทัศน์กระแสหลัก ประกอบด้วย ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 และช่อง 11 พร้อมกับการปักหลักพักค้างเป็นเวลา 2 วัน เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ถูกบิดพลิ้ว ขณะเดียวกัน ศอรส . ก็ได้ออกประกาศห้ามสื่อให้ความร่วมมือกับ กปปส . และมวลมหาประชาชน สองวันต่อมา สื่อทั้งหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หนังสือพิมพ์ต่างออกมาแถลงการณ์ขอร้องถึงขั้นประณามว่า กปปส . และ ศอรส . อย่าคุกคามสื่อ เหตุการณ์ที่สอง เมื่อวุฒิสภาโดยวุฒิสมาชิกร่วมกับรักษาการประธานวุฒิสมาชิกพยายามหาทางออกให้กับประเทศไทยโดยการเรียกประชุมสมาชิกและเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาหารือนอกรอบ ปรากฏว่าวิทยุและโทรทัศน์ของรัฐสภาปฏิเสธที่จะถ่ายทอดการประชุม ขณะที่สื่ออื่นๆ ที่เป็นสื่อกระแสหลักก็มิได้สนใจใยดีที่จะถ่ายทอด มีแต่ทีวีเพื่อมนุษยชาติ หรือ FMTV ซึ่งเป็นโทรทัศน์ระบบดาวเทียมขออนุญาตถ่ายทอด เป็นที่น่าแปลกประหลาดใจในความเห็นของผู้เขียนที่พบว่า การประชุมนอกรอบดังกล่าวเป็นการประชุมที่ดีที่สุดของรัฐสภาไทย ไม่มีการด่าทอกัน ไม่มีการตีรวน มีการใช้เหตุใช้ผล และทุกฝ่ายพยายามหาทางออกให้กับบ้านเมือง เป็นรายการที่มีประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองมากที่สุด แต่สื่อกลับไม่ให้ความสนใจ ตรงนี้จึงเป็นประเด็นที่จะต้องขอให้สื่อส่องกระจกดูตัวเองด้วย เหตุการณ์ท
อ่านต่อ
ี่ประเทศไทยมีวิวัฒนาการจนมาถึงทางตันทางการเมืองในขณะนี้ นอกจากประเทศไทยจะมีนักการเมืองที่เลวทรามต่ำช้าหน้าด้านหน้าทนแล้ว สื่อก็ถูกครอบงำด้วยผลประโยชน์ส่วนบุคคลและ / หรือผลประโยชน์ขององค์กรมากกว่าผลประโยชน์ของประชาชนโดยรวมและประเทศชาติ ประชาชนส่วนมากถูกมอมเมาด้วยโครงการไร้สาระบันเทิง เกมส์ต่างๆ รวมทั้งการแข่งขันกีฬาและผลของการแข่งขันดังกล่าว ความจริงที่คนส่วนใหญ่ควรได้รับรู้อย่างรอบด้านกลับถูกบดบัง สื่อที่ใช้โฆษณาชวนเชื่อโดยมีความเท็จเป็นส่วนใหญ่และมีความจริงน้อยมากถูกเผยแพร่สู่สาธารณชน ทั้งหมดนี้คือพฤติกรรมที่สื่อคุกคามและทำร้ายประชาชนและประเทศชาติ โดยไม่มีสมาคมสื่อประเภทใดคิดอ่านที่จะตำหนิติเตียนหรือลงโทษ อ้างว่าเป็นเสรีภาพของสื่อและขอให้ผู้รับสื่อใช้วิจารณญาณเอาเอง ซึ่งข้อเท็จจริงก็คือผู้รับสื่อมีสติปัญญาไม่เท่าเทียมกัน ถ้าจะหวังเพียงสติปัญญาของผู้รับสื่อคงจะมีบุคคลประเภทนี้ไม่ถึงร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศ แต่เมื่อถูกขอร้องให้เสนอข่าวให้รอบด้านทั้งสองด้าน สื่อกระแสหลักทั้งหลายต่างก็ดาหน้ากันออกมาเรียกร้องว่า “อย่าคุกคาม” สื่อ ทั้งๆ ที่ผ่านมาสื่อได้คุกคามประชาชนเป็นส่วนใหญ่ แท้ที่จริงสื่อโดยธรรมชาติของมันเองก็เป็นผู้ที่มีอภิสิทธิ์เหนือประชาชนทั่วไปอยู่แล้วเพราะเสียงของสื่อดังกว่าเสียงของประชาชนโดยทั่วไป ใครก็ตามที่มีอภิสิทธิ์ก็ต้องมีหน้าที่ในการรับผิดชอบ แต่ถ้าจะเรียกร้องแต่อภิสิทธิ์แต่ไม่มีความรับผิดชอบ สื่อก็ไม่ต่างกับโจรอีกประเภทหนึ่ง และเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาทางตันการเมืองในขณะนี้ ถ้าสื่อมีความสำนึกและตระหนักในหน้าที่ของตน มีการควบคุมการทำงานกันเองอย่างเป็นระบบ นักการเมืองก็ไม่อาจจะเลวร้ายได้ถึงขนาดนี้เพราะประชาชนส่วนใหญ่ก็จะรู้ทัน แต่สื่อกลับยอมตัวเป็นเครื่องมือนักการเมืองด้วยเห็นแก่อามิสสินจ้างหรือก้มหน้าก้มตาทำมาหากิน ขายความบันเทิงมอมเมา ขณะที่บ้านเมืองมีปัญหาใหญ่หลวง นี่คือการคุกคามประชาชนโดยสื่อ ดังนั้นจึงใคร่เรียกร้องสื่ออย่าทำตัวเป็นอภิสิทธิชน หรือเป็นโจรอีกประเภทหนึ่ง เพราะลำพังแต่นักการเมืองที่ชั่วช้าสารเลวที่มีอยู่ก็เหลือทนทานแล้ว และนักการเมืองสามารถชั่วได้ขนาดนี้ก็เพราะสื่อไม่ทำหน้าที่หมาเฝ้าบ้านที่ดี แต่เป็นหมาที่ถูกเลี้ยงโดยโจรจนอิ่มหนำสำราญร่วมกับโจร โดยการปล่อยให้โจรเข้ามาปล้นบ้านอย่างสบายใจ นี่คือการคุกคามประชาชนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ขอให้สื่อตระหนักถึงความจริงข้อนี้บ้าง เพราะบ้านเมืองนี้ถ้าคนส่วนใหญ่อยู่ไม่ได้ ในที่สุดสื่อเองก็จะลำบากด้วย ถึงวันนี้ผู้คนที่ต่อสู้กับความอยุติธรรมยังบาดเจ็บล้มตายอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้สื่อจะต้องเป็นกลางในการให้ข้อมูลข่าวสาร แต่สื่อจะต้องอยู่ข้างความเป็นธรรม มิใช่ข้างอยุติธรรม มิฉะนั้นสื่อก็ทำหน้าที่คุกคามประชาชน ศ . ดร . อภิชัย พันธเสน