570117 โลกจับโกหกนายกตอแหล สุทิน วรรณบวร.docx
เนื้อหาในไฟล์
โลกจับโกหกนายกตอแหล สุทิน วรรณบวร สื่อต่างประเทศทุกสำนักรายงานการชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลเถื่อนของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในวัน Shut down Bangkok “วันปิดบางกอก เพื่อหาทางออกให้ประเทศไทย”ว่า บรรยากาศของการชุมนุมขับไล่รัฐบาลเป็นไปอย่างสงบสันติ บางพื้นที่การชุมนุมได้กลายเป็นงานเทศกาลรื่นเริงไปด้วยซ้ำ เป็นการฉีกหน้านางสาวยิ่งลักษณ์ที่บิดเบือนความจริงโกหกต่อชาวโลกและหลอกนายบัน คี มูนเลขาธิการสหประชาชาติว่า ผู้ชุมนุมสร้างความรุนแรง มีอาวุธติดยาเสพติด สำนักข่าวเอพี รายงานว่า “การชุมนุมประท้วงที่คาดว่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงในวันชัตดาวน์กรุงเทพฯ เป็นไปด้วยความสงบสันติ และบรรยากาศกลับเป็นเหมือนเทศกาลรื่นเริงด้วยซ้ำ ผู้คนจำนวนมากมายมหาศาลสวมเสื้อยืดมีคำว่า “Shutdown Bangkok” มีนกหวีดคล้องคอ มือแกว่งธงชาติ ปูเสื่อนั่งทานอาหารกันบนถนนเป็นการปิกนิกกลางเมืองหลวง เว็ปไซต์สเตรทไทมส์ รายงานการสัมภาษณ์ชาวสิงคโปร์ที่ทำงานในกรุงเทพฯ ระบุว่า ไม่กังวลกับการชุมนุมและชาวต่างชาติคุ้นเคยกับการประท้วงที่ดำเนินไปด้วยความสงบมาหลายอาทิตย์แล้ว สื่อเกือบทุกสำนักที่เคยคาดการณ์ว่าจะเกิดการเผชิญหน้า เกิดสงครามกลางเมืองและนำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหาร กลับรายงานข่าวตรงกันว่าบรรยากาศ “Shutdown Bangkok” เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย สื่อส่วนใหญ่นำวลีเด็ดของกำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่กล่าวว่าจะไม่ยอมให้ประชาชนบาดเจ็บเสียชีวิต “ชีวิตของประชาชนมีค่ามาก ถ้ามีคนปลุกระดมให้เกิดสงครามกลางเมือง ผมเลิก (การชุมนุม) บอกให้ประชาชาชนกลับบ้าน” คำพูดของกำนันสุเทพและรายงานข่าวของสื่อทุกสำนักได้ลบล้างคำพูดโกหกของ รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ และข้าทาสบริวารของระบอบทักษิณที่ใส่ร้ายมวลมหาประชาชนตลอดเวลาของการชุมนุม ก่อนหน้าวันชัตดาวน์กรุง
อ่านต่อ
เทพฯ นางสาวยิ่งลักษณ์ได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติและมวลมหาประชาชนอย่างใหญ่หลวงโดยการไปโกหกต่อ นายบัน คีมูน เลขาธิการสหประชาชาติว่า “ผู้ชุมนุมก่อเหตุการณ์รุนแรง ผู้ชุมนุมนำอาวุธขึ้นจากภาคใต้และเสพยาเสพติด และ การชุมนุมมีสาเหตุมาจากองค์กรอิสระแทรกแซงรัฐบาล” นอกจากโกหกใส่ร้ายมวลมหาประชาชนแล้วนางสาวยิ่งลักษณ์ ยังกล้าโกหกต่อเลขาฯยูเอ็นว่า “ความขัดแย้งเกิดขึ้นเพราะองค์กรอิสระอย่างศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการเลือกตั้ง ฯลฯ แทรกแซงการทำงานของฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติจนนำประเทศเข้าสู่ความขัดแย้ง” คำพูดโกหกที่ไร้ยางอายของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ทำให้เกิดการเข้าใจผิดในสังคมนานาชาติ สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง ถ้าไม่ได้รับการชี้แจงจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และสื่อไม่เสนอความจริงออกไป แต่อย่างไรก็ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการโกหกของนางสาวยิ่งลักษณ์ ได้ทุเลาเบาบางลงไปบ้างเมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ชี้แจงสถานการณ์บ้านเมืองที่แท้จริงกับ เลขาธิการสหประชาชาติ “นายบัน คี มูน ได้โทรศัพท์มาถามผมว่า สถานการณ์บ้านเมืองเกิดการประท้วงเพราะอะไร ผมแจ้งไปว่าการชุมนุมเกิดจากกฎหมายนิรโทษกรรมล้างผิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปแก้ตัวว่า เป็นเพราะองค์กรอิสระอย่างศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. กกต. เข้ามาสู่ความขัดแย้ง สร้างปัญหาให้บ้านเมือง” นายอภิสิทธ์ กล่าว และบอกว่าเขาได้เขียนจดหมายเป็นทางการไปชี้แจงแก่นายบัน คี มูนว่า “องค์กรอิสระไม่ได้เข้ามาแทรกแซง แต่เข้ามาจัดการกับคนชั่ว” หวังว่าจากพื้นฐานการศึกษาประสบการณ์ทางการเมืองและการใช้ภาษาอังกฤษที่ถูกต้องสมบูรณ์กว่าของนายอภิสิทธ์ จะทำให้เลขาฯยูเอ็นหูตาสว่าง มองเห็นความเป็นจริงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ประกอบกับสื่อต่างประเทศที่เริ่มรายงานความเป็นจริงมากขึ้น ทำให้ชาวโลกที่ได้รับข่าวบิดเบือนจากสื่อตะวันตกตลอดมา ได้มองเห็นความจริงในบ้านเมืองของเราบ้าง รัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์จ้างบริษัทประชาสัมพันธ์และลอบบี้ยีสตในวอชิงตัน สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยตั้งแต่วันแรกที่เธอก้าวเข้ามาบริหารประเทศ การเคลื่อนไหวทางการเมืองในเวทีต่างประเทศตลอดถึงคำปราศรัยทุกครั้งที่เธอไปพูดในต่างประเทศรวมถึงครั้งที่ไปพูดใส่ร้ายประเทศไทยในมองโกเลีย ล้วนแต่ปฏิบัติตามแนวทางที่บริษัทประชาสัมพันธ์กำหนดให้ แม้แต่แนวทางการใส่ร้ายองค์กรอิสระ ฝ่ายค้านและผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลที่เธอโกหกต่อนายบัน คี มูน ก็เป็นแนวทางที่บริษัทประชาสัมพันธ์กำหนดมาให้“ผมคิดว่าเป็นยุทธศาสตร์ทางการเมืองที่บริษัทประชาสัมพันธ์กำหนดให้ เป็นแนวทางที่ใช้ไม่ได้กับประเทศไทยอีกต่อไปแล้ว” นายอภิสิทธ์กล่าว เป็นที่น่าสังเกตว่า ตลอดเวลาของการชุมนุมสื่อต่างประเทศเสนอข่าวตามแนวทางที่บริษัทประชาสัมพันธ์กำหนดให้รัฐบาลของนางยิ่งลักษณ์เสนอต่อสาธารณะตลอดมา เช่นแนวคิดที่ว่า“ ผู้ชุมนุมวางแผนจะใช้ความรุนแรง ความขัดแย้งมาจากการต่อสู้ของคนชั้นสูงคนชั้นกลางในเมืองกับคนยากจนในชนบท และพวกนิยมเจ้าซึ่งหวั่นไหวว่าความนิยมของทักษิณกำลังมีมากกว่าสถาบัน เพราะระบอบทักษิณใช้นโยบายประชานิยมช่วยคนยากจนในชนบทที่ถูกละเลยมานานให้ลืมตาอ้าปากได้ หรือเสนอข่าวในทำนองว่าอำนาจเก่ามีส่วนสัมพันธ์กับพรรคฝ่ายค้านที่ไม่สามารถเอาชนะในสนามเลือกตั้งได้จึงใช้วิธีประท้วงบนถนน ผู้ประท้วงมีแนวร่วมที่เป็นฐานอำนาจเก่า โดยมีทหารและฝ่ายตุลาการคอยซ้ำเติม ถ้าประท้วงไม่ชนะก็ใช้อำนาจตุลาการหรือทหารล้มล้างรัฐบาล” แนวทางทั้งหมดนั้นคือสิ่งที่บริษัทประชาสัมพันธ์กำหนดให้สื่อต่างประเทศและรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ใช้เป็นยุทธศาสตร์หลักในการต่อสู้กับมวลมหาประชาชน ดังนั้นผู้ที่ติดตามข่าวต่างประเทศอย่างใกล้ชิด จึงพบว่า การโกหกพกลมบิดเบือนใส่ร้ายมวลมหาประชาชนของสำนักข่าวต่างประเทศกับการบิดเบือนข่าวใส่ร้ายประชาชนของนางสาวยิ่งลักษณ์และหน่วยงานบริวารของเธอไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอรส) สำนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และ นายสุรพงษ์ โตวิจักรชัยกุล ผู้อำนายการ ศอ.รส.ถึงได้ออกมาบิดเบือนข้อใส่ร้ายมวลมหาประชาชนได้ตรงกันทุกเรื่อง แต่อย่างไรก็ตามด้วยวิวัฒนาการของการสื่อสารในยุคสามจี ที่สื่อสังคมไม่ว่าจะเป็นเฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ ไลน์ และอินสตราแกรม กำลังมีบทบาทสูงในการชี้นำสังคม ออกมาเผยแพร่ความจริงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ทำให้ทฤษฎีโลกล้อมประเทศหลักการโฆษณาชวนเชื่อแบบตะวันตกโดยการบิดเบือนโกหกกลางแจ้งตลอดเวลา ไม่อาจปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ ไม่สามารถปิดบังสัจธรรมความเป็นจริงได้ เมื่อมวลมหาประชาชนได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการต่อสู้ด้วยวิธีสันติอหิงสา มั่นคงอุดมการณ์เพื่อชาติได้นำมาซึ่งชัยชนะอันขาวสะอาดเป็นขั้นตอนและกำลังจะขุดรากถอนโคนระบอบทักษิณออกจากประเทศไทยไปให้ได้ โดยไม่ต้องใช้ความรุนแรง ไม่ต้องให้ทหารปฏิวัติ และไม่ต้องใช้ ยาเสพติดตามที่รัฐบาลกับสื่อในสังกัดของรัฐบาลกล่าวหา ภาพที่ประชาชนจำนวนมากมายมหาศาลให้การต้อนรับสนับสนุนกำนันสุเทพ ในการเดินขบวนไปเชื้อเชิญประชาชนให้มาร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาล ภาพที่ประชาชนเข้าโอบกอดกำนันสุเทพพร้อมกับมอบเงินสนับสนุนการเคลื่อนไหวของมวลมหาประชาชน ปรากฏบนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทั้งในและต่างประเทศ สามารถลบล้างคำพูดโกหกพกลมของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี รายงานข่าวที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณได้รับการโหวตจาก Asian Society ให้เป็นบุคคลแห่งปีด้วยคะแนนท่วมท้นถึง 85 % ได้พิสูจน์ว่า คนไทยและชาวโลกจับโกหกของนางสาวยิ่งลักษณ์ได้แล้ว ระบอบทักษิณกำลังล่มสลายไปพร้อมๆกับการโกหกลวงโลกของทุนสามานย์ผลาญชาติ