สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน ตอน การบริหารตามสาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข1 ตุลาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน ตอน การบริหารตามสาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7 ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์อาตมาว่าอาตมามีพอสมควร เราพยายามสร้างเศรษฐกิจด้วยทฤษฎีพระพุทธเจ้า หลักเกณฑ์ของพระพุทธเจ้ายิ่งใหญ่ที่สุด ทำให้คนมีจิต 7 ตัว พุทธพจน์ 7 สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคคียะ เอกีภาวะ เมื่อได้จิต 7 ตัวนี้ จะทำให้คนนั้นเป็นคนที่ไม่สร้างความหยาบ ถ้าทำเอกีภาวะแล้วทำให้มีคุณสมบัติ อีก 6 ตัว ซ้อนจนมีเอกีภาวะ ก็จะเกิดผลได้เป็นวรรณะ 9 วรรณะ 9 เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) ทำให้เกิดจิตที่มี สาราณียธรรม 6 ก่อนจะเกิดก็ต้องมีวรรณะ 9 ก่อน ได้ผล เป็นอาการน่าเลื่อมใส่ แล้วจะสรุปผลเป็นคนไม่สะสม ตบท้ายด้วยยอดขยัน ไม่สะสมจน 0 แล้วยอดขยัน สองตัวนี้ เป็นสมรรถนะที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์คนไม่สะสมแล้วขยันนี่ยิ่งใหญ่ ไม่สะสมด้วยปัญญามีความยอดขยันด้วยปัญญา ไม่ใช่ว่าขยันแต่โง่ แต่ว่าขยันอย่างมีปัญญาจริงๆ ไม่ใช่ใครเฉโก เอาเปรียบเอารัดคนก็ไปไหนไม่รอด แต่ว่าขยันด้วยปัญญามันชัดเจน สรุปแล้วได้ความมีวรรณะ 9 ขึ้นมาสร้างให้เกิดสาธารณโภคีได้สูงสุดขึ้นมาเรื่อยๆ ด้วยศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา ด้วย ศีลสมาธิปัญญาวิมุตติวิมุตติญาณทัสสนะ เสริมสร้างกันไปเรื่อยๆ เป็นสภาพจริงดังที่อาตมาพาทำมา แล้วก็เอาพยัญชนะเอาสูตรทฤษฎีต่างๆของพระพุทธเจ้ามาอธิบายความจริง ที่มีปรากฏการณ์จริงให้เห็น อยู่ในหลักวิชาการของพุทธเจ้าทั้งนั้น ไม่ใช่หลักวิชาการที่อ

อ่านต่อ

าตมารู้เองแล้วเอามาสอนไม่ใช่ พูดอย่างจริงใจเลยไม่ได้พูดเล่นลิ้น อาตมาไม่ได้มีภูมิเองหรอก แต่เอามาจากพระพุทธเจ้าอาตมายังไม่ถึงขั้นปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นแค่ สยังอภิญญา สั่งสมปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าไปตามลำดับ จนเต็มก็ไปถึงสัมมาสัมพุทธเจ้า ปัจเจกสัมมาสัมพุทธะจึงอยู่ในฐานที่ 9 จนเท่ากับพระพุทธเจ้า เสร็จแล้วก็จะเป็นปัจเจกต่างจากพระพุทธเจ้า ตรงไหน ตรงที่ท่านไม่ประกาศศาสนาเอง เองของท่านเอง คือผู้มีสัพพัญญูเต็มมาประกาศ ท่านก็เป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง ปรากฏในทำเนียบของโลกคนเห็นก็รู้คนเอามาใช้จนมองว่าเป็นศาสนาหนึ่งของโลก เรียกว่าพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง แต่ผู้ที่เป็นปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นท่านมีสัพพัญญูเท่ากัน แต่ท่านไม่ประกาศศาสนาเลยในโลกมนุษย์ ท่านจะลงมาดู แต่แล้วก็ปรินิพพานไป โดยท่านไม่ประกาศในโลกมนุษย์เลย สมณะฟ้าไทว่า พระปัจเจกพุทธเจ้าเกิดได้ทีละหลายองค์ใหม่ พ่อครูว่า...น้อย เกิด 2 องค์พร้อมกันในระยะใกล้เคียงไม่ได้ สมณะฟ้าไทว่า...ก็เคยอ่านในพระไตรปิฎกมีทำบุญกับพระปัจเจกที่ละหลายองค์ พ่อครูว่า...ก็มีหลายระดับไง ในตัวท่านเองท่านไม่ประกาศศาสนาของท่านเท่านั้น มีหลายระดับ ถ้าเราไม่เข้าใจอัตภาพที่ปรินิพพานเป็นปริโยสานได้ ก็พูดกันไม่รู้เรื่อง แต่ถ้าเข้าใจแล้วว่าพระอรหันต์ขั้นต้นก็ปรินิพพานเป็นปริโยสานได้ก็จะเข้าใจ จะปรินิพพานเมื่อไหร่ก็ได้ อย่างอาตมานี่ก็ทำได้ แต่พูดไปคนไม่เชื่อจะหมั่นไส้ แต่เราทุกบรรยากาศรายงานความจริง หาคนซื่อเท่าอาตมายาก อาตมาคนซื่อไม่มีคดโค้ง เป็นขวานจักตอก ขวานมันหนัก เอามาจักตอก แต่เขาใช้มีดจักตอกอันบางๆ แต่นี่เอาขวานมาจักตอก อาตมานี่ พูดไปแล้วอจินไตย มันต้องลงตัวต้องเป็นอย่างนี้ ต่อไปอายุก็คงไม่ให้พลังงานก็คงไม่ให้ก็คงจะลงไปเอง ก็ต้องเปลี่ยนท่าทีไปเบาลงได้แล้ว เพราะว่าไม่จำเป็นอะไรมาก พวกเราก็จะได้มากขึ้นคนข้างนอกก็พอได้ แต่นี่พูดอย่างไรก็ไม่กระเตื้อง ตรงนี้เป็นอจินไตยอย่างหนึ่ง กระแทกแล้วเขาไม่โกรธเคืองเขาไม่เอาเรื่อง ซึ่งเราต้องมีความดีความสามารถอย่างหนึ่งที่เขาต้องจำนนว่าเขามีของดี เอาของดีซัดเราเราตายนะ เขาไม่กล้า หากเขาเข้ามา อาตมามีแต่ของชั่วซัดไป เขาไม่กลัวหรอกเพราะชาวบ้านเห็น เราจึงอยู่รอดด้วยสัจจะอย่างนี้ แต่ก็ไม่ได้ ห่ามอะไรหรอก เห็นว่าเป็นไปได้ก็เลยหลงระเริงได้ทีขี่แพะไล่อะไรก็ไม่ใช่ ถ้าเผื่อว่ามีประชาชนมากกว่านี้ อาตมาก็ลดได้ อะไรได้ ก็ค่อยเป็นไปตามสัดส่วนที่อาตมาก็ประมาณประเมินของอาตมาเองอยู่ อาตมามุ่งเอาผลประโยชน์มากกว่าที่จะไปอะไรอื่น ประมาณแล้วได้สัดส่วนที่พอเหมาะ ปโหติ พอเหมาะพอควรก็ใช้สัปปุริสธรรม 7 ประการมหาปเทส 4 ก็พยายามอยู่ วกมาก่อนจะจบอีกสัก 5 นาที เรื่องของการเมือง ก็ต้องศึกษาเรื่องเศรษฐศาสตร์เศรษฐกิจ อาตมาพยายามทำถึงขั้นสุดยอดแล้วนะสาธารณโภคี ไม่ได้คุยตัวแต่เป็นเรื่องสัจธรรม สาธารณโภคีนี้มันสูงกว่ายูโทเปียของโทมัสมอร์ สู้ของพระพุทธเจ้าสาธารณโภคีนี้ไม่ได้ ยูโทเปีย ยังไม่ถึง ยูโทเปีย คือช่วยคนอื่นรับใช้ผู้อื่นให้เยอะแต่ยังไม่ถึงองค์รวมของพระพุทธเจ้า ของพระพุทธเจ้านี้หมดเนื้อหมดตัวและเป็นสาธารณโภคี อาตมาว่า สุดยอดแห่งเศรษฐศาสตร์ ประชาชนอยู่ในนี้เต็มใจที่จะเสียภาษีร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วขอแบ่งกินแบ่งใช้ ตามกฎเกณฑ์บริหารของส่วนกลาง บริหารส่วนกลางไม่ให้ก็ไม่เอาเขาให้ก็เอา ไม่ไปก่อเรื่องราว ไม่ไปด่าไปว่าเขาไม่มี ผู้บริหารที่เป็นคณะหรือส่วนบุคคลก็แล้วแต่ ขนาดของเราขนาดผู้บริหารส่วนกลาง จริงๆแล้วเป็นคณะแต่เอาจริงๆและเป็นบุคคลนะ ไม่ต้องมีใครถ่วงบุคคลก็ไปรอดแล้วแต่ถ้ามันหนักเข้าบุคคลนี้ไปไม่รอด ชักเป๋ๆ สู้บางคนไม่ได้แพ้ภัย ก็ต้องเอาหมู่กลุ่มเข้าไปดูแล นี่คือสัจจะที่มัน ซ้อนในการบริหาร พูดถึงเรื่องบริหารการเงินก็ตามแต่ละแห่งไม่เท่าไรเลยตั้งแต่สันติอโศก ราชธานีอโศกปฐมอโศก ดีไม่ดี เอาคนที่เชื่อถือนี่แหละเป็นต้น ไม่มีปัญหามาก อาจเป็นได้ว่า เงินยังไม่มาก หากเงินมาก ปล่อยให้คนเดียวนี้ไม่ดี หากว่าทำคนเดียวนี้ตาย ก็ไม่น่าจะให้เกิดอย่างนั้น คนที่มีจิตวิญญาณปัญญาเข้าใจแล้วก็จะไม่พยายามเอาตัวเราคนเดียวเป็นตัวเอก ต้องให้คนอื่นมาช่วยแวดล้อมไม่อย่างนั้นเราพลาดได้เราตายคนเดียวนะ ตายหยั่งเขียดเหยียดขาตาย คนที่มีปฏิภาณปัญญาจะรู้ดี มั่นใจว่าชาวอโศกมีปัญญา หากใครมีเจตนาทำคนเดียวนั้นจะพลาด ยิ่งเราเจตนาทำคนเดียวไม่อยากให้ใครมาช่วย คนนั้นแหละประมาท คนนั้นแหละที่จะไปไม่รอดขอยืนยัน ในอโศกเราขอเตือน คนที่บริหารส่วนกลางการเงินขอเตือนอย่าเอาตัวมาทำเก่ง มันซ้อน คุณอยากจะบริหารตัวเองเพราะกิเลสของคุณเห็นแก่ตัวแล้วก็เลยอยากทำ ยังแฝง แต่ถ้ามีคนมาช่วยป้องกัน จิตใจเราเป๋ๆอยู่ ให้คนมาช่วยสิถ้าไม่ค่อยน่าจะไว้ใจก็ให้ต้องให้คนอื่นมาช่วย ไม่ใช่ว่าเดี๋ยวเขาจับผิดเราได้ ตายสิ คุณก็จะเสียแน่นอน คุณก็อย่าผิดสิ มันจะผิดก็ต้องให้คนอื่นเขามาช่วย เป็นตัวช่วย ก็จะได้ช่วยให้คุณปลอดภัย อย่างนี้เป็นต้นมันเป็นเรื่องซับซ้อนไปซับซ้อนมาอยู่อย่างนี้ตลอดเวลา ในอโศกของเราก็จะค่อยเป็นค่อยไป มันจะเกิดสภาพที่ค่อยเป็นไป อย่างน้อยเราก็จะมีร้านค้า ขณะนี้ร้านค้าเอาที่อุบลฯ เป็นตัวอย่างอธิบาย อุทยานบุญนิยมเป็นแหล่งรายได้ส่วนใหญ่ สหกรณ์บุญนิยมเป็นตัวที่ 2 ตัวที่ 3 ก็จัดที่ บวร ก็ยังไม่เกิด อยู่อย่างนี้ต่อไปจะต้องเกิด ดีไม่ดี ในอนาคต บวร จะเป็นแหล่งใหญ่ในอนาคตก็ได้เพราะว่าสหกรณ์ก็จะขยายไม่ออก อุทยานบุญนิยมก็จะขยายไม่ออกแม้จะมีที่มากกว่าสหกรณ์ก็ได้แค่นั้น ส.ฟ้าไทสรุป...วรรณะ 9 610928_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เชิญตั้งนั้นยิ่งใหญ่และเป็นประชาธิปไตยกว่าเลือกตั้ง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน