21-8 ภาคผนวก ก ใจเพชร น 1279-1356.pdf

โฟลเดอร์PDF Morkeaw
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์2.29 MB
วันที่แก้ไข11 กุมภาพันธ์ 2559

เนื้อหาในไฟล์

1279 กรณีศึกษาที 2.16 นางสาวฟ้าปลืม ศรีจันทร์ หญิงไทย อายุ 46 ปี จังหวัดนครราชสีมา ปวดหัว เป็นประจํา โรคประจําตัว คือ มีอาการปวดหัว เป็นประจํา จากอุบัติเหตุล้มหัวฟาดพืนจนสลบ เมือปี 2548 เมือ 9 ปีทีแล้วหาหมอแผนปัจจุบัน เย็บแผลหัวแตก กินยาแก้ปวด แก้อักเสบตามหมอจัดให้ ดูแลรักษาอยู่ 3 ปี ดีขึน แต่อาการปวดศีรษะ เวียนหัว บ้านหมุน ก็ยังมีมารบกวนเป็นระยะ ๆ เข้ารับการผังเข็มตังแต่ศีรษะถึงปลายเท้า ปวดแขนจากการล้มกระดูกต้นแขนร้าว 3 ปี หาหมอเอ็กซเรย์ (กระดูกหัวไหล่ร้าว) กระดูกไม่เข้ารูป และหาหมอจัดกระดูก ค่อย ๆ ดีขึนแต่ แขนยังยกขึนไม่แนบหูหาหมอนวดฝังเข็ม มีช็อคโกแลตซีสในช่องคลอด 6 ปี ไม่ได้รักษาแผนปัจจุบัน กินว่านชักมดลูก กินนําหมักพลูคาว กินสมุนไพรทีรักษามดลูก ไม่มีผลทีทําให้เดือดร้อน แต่มักปวดท้องประจําเดือนมาก ร้อนบริเวณท้องน้อยใกล้มดลูก เมือนังทํางานหน้าคอมพิวเตอร์ (นาน 1 ปี) ทําการสวนล้างลําไส้ใหญ่ด้วยนําปัสสาวะ และนําสมุนไพรฤทธิDเย็น ใช้ผ้าชุบนําหมาด เช็ด และพอกเอาไว้ ลดความทรมานลงได้ ปวดท้องประจําเดือนลดลง อาการร้อนท้องน้อยลดลง อาการโรคและอาการทังหลายนัน มีต้นเหตุมา คือ ได้รับอุบัติเหตุ เพราะพิษร้อน ในร่างกายทีมากเกินไป จนทําให้เกิดอาการวูบและล้มหัวฟาดจนสลบ ล้มแขนร้าวนันเกิดจากกล้ามเนือขาข้างซ้ายอ่อนแรง ทําให้ไม่สามารถรับนําหนักตัวขณะก้าวลงจากห้องนําได้ ทําให้กระดูกหัวไหล่กระแทกผนังห้องนําอย่างแรง ดิฉันสังเกตได้ว่าจะมีอาการแย่ลงเมือเครียด พักผ่อนน้อยใช้ชีวิตทีบีบคัน รีบเร่ง อยากได้ดีเกินฐานะความเป็นจริงของตัวเอง ไม่ออกกําลังกาย รับประทานอาหารฤทธิDร้อนมากเป็นปกติ เพราะไม่มีความรู้เรืองร้อนเย็น กระทบพืชสมุนไพรฤทธิDเย็น แล้วจะมีอาการดีขึน ผ้าชุบนําบิดหมาด ๆ โพกศีรษะพันคอการรับประทานอ

อ่านต่อ

าหารตามลําดับ ไม่ทานแป้งเยอะ ไม่ทานหวานเยอะ ไม่ทานของทอดเยอะ นังแช่ก้นในกะละมังเพือระบายความร้อนออกจากบริเวณท้องและก้น อาการปวดหัว ปวดตา ร้าวถึงต้นคอ บ่า ไหล่ จากการทํางานทีหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานติดต่อกัน ดูแลตนเองให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะสมดุลด้วยหลักการแพทย์วิถีธรรมได้ดังนี 1280 1. หยอดตา หูจมูก ด้วยนําสกัดย่านางแถมด้วยนําปัสสาวะ พร้อมทังล้างจมูกด้วย นําปัสสาวะ โดยวิธีการสูดทีละข้าง (ทําให้จมูกโล่งหายใจสะดวกขึนจากทีจมูกซ้ายมักตีบหายใจได้ไม่เต็มที และยังทําให้มูกเมือกในโพรงจมูกไหลออกตามมากับก้อนขีมูกแข็ง ๆ ด้วย) 2. ฉีดพ่นใบหน้า ศีรษะ ต้นคอ ด้วยนําสกัดย่านาง แล้วกัวซา ด้วยหวีแปรงแข็ง ๆ กัวซาต้นคอ บ่า ไหล่ หลัง เอว ก้นกบ ท้องน้อย ขาท่อนบนให้ตัวเองด้วยไม้กัวซา ประยุกต์จากไม้ดันรองเท้าทีซือจากการขายสินค้าโอท็อปซึงด้ามยาว ทําให้ลงนําหนักการกัวซาได้พอดี ทีร่างกายต้องการ ปกติข้าพเจ้าไม่สามารถกัวซาให้กับตัวเองได้เกิดความท้อใจมานานจนวันนี (25 พฤศจิกายน 2557) จึงได้ทดลองกัวซาให้ตัวเองทําให้อาการปวดหัวปวดเบ้าตา ร้าวถึงคอ บ่าไหล่ หายเป็นปกติในเวลาไม่ถึง 30 นาที นับเป็นความประทับใจทีสุดทีสามารถพึงตนด้านกัวซาได้โดยไม่ต้องไปรบกวนใครให้ทําให้ ได้ทดลองกัวซาให้ตัวเอง 3. ทําการสวนล้างลําไส้ใหญ่ด้วยนําสมุนไพรฤทธิDเย็น 1-3 ขวด 4. กดจุดลมปราณ โยคะ 5. กินนําสมุนไพรฤทธิDเย็น และกินอาหารปรับสมดุล ลดปริมาณข้าวลง หรือไม่กินข้าว แต่กินนําปันผักผลไม้แทน 6. นังสมาธิ ปวดฟันร่วมกับปวดหัว ใช้เทคนิคหยอดหู หยอดตา หยอดจมูก กัวซา หัว ใบหน้าและ นังสมาธิเกือบตลอดคืน พอตืนเช้าก็หายเกือบปกติ เสริมด้วย การดืมนําสมุนไพรฤทธิDเย็น กินอาหารปรับสมดุล ดืมนําปัสสาวะ การสวนล้างลําไส้ใหญ่ร่วมด้วยจึงหายเป็นปกติ อาการร้อนใต้ท้องน้อย บริเวณมดลูกมากดุจดังนําโซ่ทีเผาไฟร้อน ๆ มาพาดบริเวณท้องน้อย จากการนังทํางานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานติดต่อกัน (ข้าพเจ้ามีปัญหาทีมดลูก ปวดประจําเดือนเป็นปกติมีช็อคโกแลตซีสในมดลูก ซึงตรวจพบเมือ 6 ปี) ทีผ่านมาดูแลตนเองด้วยหลักการแพทย์วิถีธรรมได้ลองปฏิบัติ และมีอาการดีขึน และข้าพเจ้าเป็นทีพึงของคนไม่สบายทีไม่ต้องการไปหาหมอ (ก็ทราบกันโดยปริยายว่าพบทางตันแล้ว) เพราะว่าเกิดอาการไม่สบายเราก็สามารถวิเคราะห์ได้ด้วยตัวเอง กล้าทดลองด้วยตัวเองเพราะมันประหยัดเรียบง่าย ราคาถูกเป็นขวัญใจคนยากไปแล้ว สังคมมักจะยินดีมาปรึกษากับเราให้ความไว้วางใจกับเรา และนําไปทดลองปฏิบัติแล้วเห็นผล จึงเกิดความมันใจในการทีจะหันมาพึงตนข้าพเจ้า ไม่ต้องไปหาหมออีกเลย ข้าพเจ้าไม่ปล่อยให้ร่างกายเป็นมากหรือมีอาการมากจนเกินเยียวยา เพราะจะรีบแก้ไขเสียตังแต่เริมมีอาการจะตังรับได้ทัน รีบปรับร่างกายให้เข้าสู่สภาวะสมดุลก่อนทีจะแก้ยาก ประหยัดเงินได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะไม่ต้องเสียเงินเลย พึงตนได้ทุกอย่าง ทํางานได้มากขึน เพราะไม่ต้องเสียเวลาไปหาวิธีรักษาอืน ๆ ทีไกล ทีแพงแถมต้องไปหาบ่อย ๆ อีก 1281 (ฟ้าปลืม ศรีจันทร์. สัมภาษณ์ 2557, พฤศจิกายน 30) กรณีศึกษาที 2.17 นายภัคธร คุ้มกิตติพร ชายไทย อายุ 44 ปี จังหวัดกรุงเทพมหานคร ผืนแดง คันตามตัว มีอาการผืนแดง คัน ตามตัว เป็นมา 12 ปี ต้นเหตุของผมตอนแรกเข้าใจว่าแพ้อากาศ แพ้ฝุ่น แพ้นําทะเล โดนอะไรนิดหน่อยก็จาม เป็นผืนแดง คันคล้ายลมพิษ ก็รักษาแพทย์แผนปัจจุบันใช้ยาปฏิชีวนะ Telfast 180 ครังละ 1 เม็ดพอรับประทานเข้าไปสักพักอาการก็จะทุเลาลงแต่พอข้ามวันอาการก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมต้องทานทุกวัน (จากเมือก่อนทานเฉพาะมีอาการพอนานวันเข้าก็มีอาการทุกวันจนต้องทานวันละ 1 เม็ด พอยิงนานวันวันละ1เม็ดก็เริมไม่อยู่กลับมามีอาการเดิม) พอมาเข้าแพทย์วิถีธรรม ได้ดูแลสุขภาพ สังเกตว่าเกิดจากรับประทานอาหารหลายมือมากเกิน พอรับประทานเข้าไปมาก ๆ และอาหารทีรับประทาน เป็นรสหวานมัน รสจัด ทานนําเย็น ไอศครีม อะไรทีเย็นมากก็จะเป็นนํามูก และ เป็นผืนแดงคัน คล้ายลมพิษ ในเวลาต่อมา เริมปฏิบัติยา 9 เม็ด เลิกทานเนือสัตว์ ระบายพิษออก ทานอาหารรสจืด ฝึกฝนรับประทานอาหารวันละ1-2 มือ 1282 ล้างจมูกด้วยนําปัสสาวะ ปรากฏว่า อาการนํามูกไหลแห้งสนิท และอาการเป็นผืน แดงคัน ก็เป็นบางครังทีรับประทานอาหารหลายมือมาเกินถึงจะมีอาการผืนแดงคัน อาการนํามูกทีหายได้เด็ดขาด ผมใช้ปัสสาวะสูดเข้าทางจมูก เช้า กลางวัน เย็น เวลาทีมีนํามูก ปรากฏว่านํามูกแห้ง โรคภูมิแพ้ผิวหนัง อาการ ผืนแดง คัน พอกัวซาตรงทีจุดทีเป็นผืนแดงคัน คล้ายลมพิษ ก็จะมีพิษระบายออก ลักษณะเหมือนลมแตก คล้ายไข้เลือดออก อาการผืน คัน ก็จะหาย หลังจากดีท็อกซ์เป็นประจําทุกวัน หลังจากการตืนนอน ปรากฏในแต่ละวัน อาการของผืนแดงคันคล้ายลมพิษจะเป็นน้อยมาก ยิงถ้าได้ดีท็อกซ์ช่วงเย็นอีกครังจะไม่มีอาการเลยครับ ความรู้สึกส่วนตัวจึงมีความรู้สึกมันใจว่า การทีร่างกายบริโภคอาหารในปริมาณมากเกินทีร่างกายต้องการ ก็จะกลายเป็นพิษต่อร่างกาย โดยสัญญาจะดันพิษออกทุกทาง แต่ในสภาวะของผม มาออกทางผิวหนังเป็นส่วนใหญ่ จึงมีอาการคัน พอช่วยสัญญาระบายพิษได้ทัน อาการเหล่านันก็ไม่เกิดขึนเลยครับ มีครังหนึงภรรยาผมกับลูกไปเทียวทีหัวหินผมไม่ได้ไป ลูกชายวัย 8 ปี ของผมเกิดอุบัติเหตุ ร่วงตกจากรถกอล์ฟทีกําลังวิงอยู่ กลิงลงไปทีพืนถนน มีแผลสด มีเลือดออก และถลอกเป็นบริเวณใหญ่ช่วงขาและหัวเข่า ได้โทรมาหาผม ผมได้แนะนําให้ปัสสาวะสด+นําสกัด เช็ดทําความสะอาดบาดแผลบริเวณนัน หลังจากทําความสะอาดเสร็จเรียบร้อย ก็นํานําปัสสาวะของตัวลูกเอง มาผสมกับนําสกัดฤทธิDเย็นชุบสําลี เช็ดไปเรือย ๆ พอซึมเข้าผิวก็ชุบมาทาใหม่ ทําซํา ๆ จนเข้านอน ปกติแผลถลอกสภาพแบบนีจะต้องมีอาการอักเสบ และตึงบริเวณผิวหนัง แต่พอรุ่งเช้า ภรรยาผมเห็นลูกชายวิงเหมือนคนไม่ได้เป็นแผล ก็เลยถามว่าไม่เจ็บ ไม่ตึงหรือครับ ลูกชายตอบว่าไม่ตึง แต่เจ็บนิดหน่อยไม่มีอาการอักเสบทีผิวหนัง การกดจุดลมปราณ โยคะ ถ้าเราปฏิบัติพร้อมกับการเคลือนไหวเร็ว ปฏิบัติสมําเสมอ ร่างกาย จะสบาย เบากาย มีกําลัง ไม่มีอาการ ปวดตึง แข็ง ตามร่างกายเลย ถึงแม้วันไหนต้องทํางานหนักหรือต้องใช้ร่างกายยกของหนักก็จะไม่มีอาการ ตึง แข็ง มีครังหนึงผมเคยมีอาการเป็นไข้ มีนํามูกเหนียวสีเขียว ปวดเมือยตัว และปวดแก้วหูมาก ไม่ทราบสาเหตุ ก็ปฏิบัติตัวเหมือนทีเคยทําทุกวัน วันแรก ตืนเช้าก็กดจุดลมปราณ โยคะ แต่ไม่ได้เคลือนไหวเร็ว ปรับอาหารด้วยการมารับประทานข้าวต้มโรยเกลือ ผักฤทธิDเย็นลวก ตกเย็นไข้ลด พอวันที 2 รับประทานข้าวต้มโรยเกลือเหมือนเดิม รุ่งขึน อาการปวดเมือยตัวหายไป ตกเย็นร่างกาย เบากาย มีกําลัง อาการไม่สบายจากนํามูกสีเขียวก็เหนียวน้อยลง อาการปวดแก้วหูก็กลายเป็นหูอือ แต่ไม่อักเสบ เข้าวันที 3 รุ่งขึนก็ทานข้าวต้มโรยเกลือ กดจุดลมปราณ โยคะ ใช้นําปัสสาวะล้างจมูกตลอด 3 วันอาการนํามูกเขียวก็ค่อย ๆ แห้งลง ส่วนหูอือก็ใช้ปัสสาวะหยอดหูอาการก็ทุเลาลง 1283 ทุกวันทีเรามีการกระทํา (กรรม) ในปัจจุบันทุก ๆ วันย่อมมีการกระทบ (ผัสสะ) ทังวิบากกรรมดี-บาป และกิเลสใหม่ทําให้เราเกิดอาการของทุกข์ แล้วก็ทุกข์หนักจริง กินพลังงานร่างกายมาก ๆ ก็ได้นําคําสอนของอาจารย์หมอเขียวคือการวิปัสสนา พิจารณาทุกข์โทษภัยในสิงทีเราเป็นทุกข์ในเหตุการณ์นัน ซํา ๆ จนเกิดความเข้าใจและมองเห็นด้วยปัญญาว่าทุกสิงทุกอย่างล้วนแล้วแต่เราทํามาทังสิน “ไม่มีอะไรบังเอิญ” “ทุกอย่างยุติธรรมเสมอ” “เพราะเราเคยทําเช่นนันมามากกว่านัน” ถ้ามองเห็นกิเลสหรือสิงทีเราทํามาจริง ก็จะทําให้สิง ๆ นัน หรือทีเรายอมรับในกรรมนัน ๆ ทีเป็นทุกข์ สามารถทําให้กิเลสสลายหรือทุกข์จางคลายลงจริง ใจเราก็จะเบาสบาย เราก็จะพิจารณามองเห็นประโยชน์ของอาการทีไม่มีทุกข์ในสิง ๆ นัน แต่บางทีก็เห็นทุกข์ชัดขึนแต่ยังไม่สลายลงแค่เบาบางคล้ายการกดข่ม วิธีทีปฏิบัติ คือถ้ารู้สึกว่ามีทุกข์แล้วทุกข์นันก็ไม่สลายไป ก็ให้รู้ว่าเป็นทุกข์เพราะเราทํามา เราก็ทําความดีในหมู่กลุ่มคนดีไป ทําความดีไป ฟังธรรมจากสัตตบุรุษหรือครูบาอาจารย์ไป ทุกข์ก็จะจางคลายไปหรือไม่ก็ไม่เป็นไร เพราะเรามันใจในสิงทีเรากําลังทําลงไปก็คือการทําความดี เราจะได้ไม่ประมาทในชีวิต และศึกษาปฏิบัติเรียนรู้หลักธรรมคําสอนจนเข้าใจว่า การรู้เพียรรู้พัก ไม่ใช่แค่การทํางานให้หนัก ให้เหนือยแต่อย่าให้ถึงกับป่วย แต่ ณ ขณะทํางาน (เพียร) มีทังกาม และ อัตตา มาให้ผัสสะ (กระทบ) ถ้าไม่มีสติก็จะทําให้เราทํางานได้ไม่เต็มกําลัง (จิตใจหดหู่เป็นทุกข์) ต้องพยายามจัดการกับกามและอัตตาไปพร้อมกัน ก็จะเกิดการพักในจิตทําให้เราทํางานได้เพียรพร้อมพักเต็มที (เกิดปิติ) ครับ นําคําสอนของ อาจารย์หมอฯ คือการวิปัสสนา พิจารณา ทุกข์โทษภัยในสิงทีเราเป็นทุกข์ในเหตุการณ์นัน ซํา ๆ จนเกิดความเข้าใจและมองเห็นด้วยปัญญาว่า ทุกสิงทุกอย่างล้วนแล้วแต่เราทํามาทังสิน “ไม่มีอะไรบังเอิญ” “ทุกอย่างยุติธรรมเสมอ” “เพราะเราเคยทําเช่นนันมามากกว่านัน” ถ้ามองเห็นกิเลสหรือสิงทีเราทํามาจริงก็จะทําให้สิง ๆ นันหรือทีเรายอมรับในกรรมนัน ๆ ทีเป็นทุกข์สามารถทําให้กิเลสสลายหรือทุกข์จางคลายลงจริงใจเราก็จะเบาสบาย ตังแต่ปฏิบัติมา 1 ปี 11 เดือน ไม่เคยเสียเงินซือยา หรือไปหาหมอ ทีเคยทํามาเป็นประจํา ประหยัดค่าใช้จ่ายเรืองการดูแลสุขภาพไปโดยสินเชิง สิงทีได้กลับมา รู้สึกร่างกายแข็งแรงกว่าทีเคยเป็นจิตใจผ่องใส รู้สึกชีวิตมีคุณค่ามากขึน (ภัคธร คุ้มกิตติพร. สัมภาษณ์ 2557, ธันวาคม 29) 1284 กรณีศึกษาที 2.18 นายมงคลวัฒน์ รัตนชล ชายไทย อายุ 51 ปี จังหวัดสงขลา นอนกรน ความดันโลหิตสูง หมอนรองกระดูกเสือม นอนกรน ความดันโลหิตสูง หมอนรองกระดูกเสือมเริมตังแต่ปี 2549 หมอแนะนําให้ปรับเปลียนอาหารลดเค็ม หวาน มันจัด ออกกําลังกาย และกินยาควบคุมความดัน ซึงสามารถควบคุมความดันได้แต่ต้องกินยาลดความดัน ถ้าหยุดกิน ความดันจะสูงประมาณ 170/110 มม.ปรอทต้องทําโยคะเพือลดอาการหมอนรองกระดูกเสือม ต้นเหตุเกิดจากภาวะเครียดต้องกังวลกับงานทีต้องรับผิดชอบเป็นอันดับแรก เพราะอาหารการกินยังมีการกินอาหารทีเป็นโทษ เช่น กาแฟ อาหารปรุงรสมากรวมถึงเนือสัตว์ อาหารโต๊ะจีน อาหารฝรัง งานทีทํา ทําให้การพักผ่อนไม่เป็นเวลาบางครังพักผ่อนน้อย ความดันโลหิตสูง ควบคุมโดยการออกกําลังกาย (เล่นเทนนิส) โยคะ วิง ควบคุมอาหารลดหวาน มัน เค็ม เนือสัตว์ งดแอลกอฮอล์ กาแฟ ชา ทานยาบางครัง กินยาลดความดันบางครัง ทําอยู่ 3 ปี ควบคุมความดันได้ระดับ 140/90 แต่ถ้าหยุดยาเกิน 3วัน จะขึน 170/110 ปวดหมอนรองกระดูก ปวดเอว ดูแลรักษาโดยการทําโยคะ 3 ปี ผลคือ ไม่ปวด แต่ห้ามยกของหนัก ถ้ายกจะปวดอีก พิษของสารเคมีทีติดมากับอาหาร ถอนพิษร้อนโดยการใช้นําสมุนไพรฤทธิDเย็นเช็ด และขับพิษจากบริเวณหลังข้อพับแขน คอ หัว ทุก 1-2 ชัวโมง ใช้เวลาดูแล ตังแต่ 23:00-03:00 น อาการไข้ลดลง สู่สภาวะปกติ จากอาการหนักมาก ความดันโลหิตสูงหลังจากปฏิบัติยา 9 เม็ด โดยการดืมนําสมุนไพรฤทธิDเย็น (กินยาล้างพิษ) ดีท็อกซ์ (เช้า-เย็น) กดจุด โยคะ กัวซาหน้า หัว คอ ความดันปรับลดลงสู่ภาวะปกติภายใน 1-3 วันและเมือทําต่อเนืองจะรักษาสภาวะความดันเป็นปกติได้ไม่ต้องกินยาความดันโลหิตสูง ซึงปฏิบัติต่อเนืองมาตังแต่ ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน อาการความดันโลหิตสูงจะหายไป และทดลองพักผ่อนน้อย กินอาหารรสจัด ของมีพิษเช่น กาแฟ อาการความดันโลหิตสูงจะกลับมาอีก (วัดได้บางครัง 160/100) แต่เมือปฏิบัติยา 9 เม็ด อาการจะหายไปภายใน 1-3 วัน เร็วขึน การแช่สมุนไพร ได้ทํามา 2-3 ครัง ในช่วง 2 ปีแรกทีทําการปรับสมดุลล้างพิษให้กับร่างกาย จะดันพิษร้อนออกมาทําให้ผิวหนัง เกิดผืนคันมาก จึงได้ใช้วิธีถอนพิษโดยการแช่สมุนไพร ซึงหลังจากทํา จะทําให้อาการคันหายไปได้มากถึง 60-70% 1285 ปัจจุบันจะทําโยคะทุกวัน โดยเฉพาะกดจุดลมปราณจะทําเช้า-เย็น เพราะสะดวกไม่ต้องอาศัยพืนที ซึงทําให้ร่างกายสบายขึน ความปวดเมือยลดลง จะกินอาหารมังสวิรัต ผักพืนบ้าน กินอาหารตามลําดับ เคียวอาหารให้ละเอียด กินโปรตีนจากถัวฤทธิDเย็น รู้เพียรรู้พักให้พอดี เพราะยังมีกิเลส จึงทําให้พักได้น้อย คือ ไม่สามารถนอน 22:00-04:00 น. มักนอนดึกกว่านัน และตืนสาย จากการตรวจเช็คแล้ว ข้อนียังเป็นข้อทีสอบตกอยู่ ปฏิบัติได้ไม่ถึง 50% มักจะนอนดึกตอนเทียงคืน จากการปฏิบัติยา 9 เม็ดต่อเนืองมา 5 ปี (ตังแต่ปี 52) ร่างกายมีปฏิกิริยาในการต่อต้านพิษและมีปฏิกิริยาต่อสารพิษเร็วมาก คือจะบอกได้ว่า ต้องการหรือไม่ต้องการ อาหารทีไม่ผ่านการปรุงเลยจะมีพลังสูงสุด การปรุงทีดีทีสุดคือแค่ทําให้สุกโดยการ ลวก หรือต้มเท่านัน เกลือเป็นเครืองปรุงชนิดเดียวทีใช้เพือให้เค็ม เป็นการเติมพลังชีวิตให้กับร่างกาย หลังจากทําได้แล้ว ก็อนุโลมกับเพือน ๆ ได้ ถ้าต้องกินอาหารทีปรุงรสบ้าง แต่ถ้าเลือกได้จะไม่ปรุงรส ผลตรวจเลือดหลังปฏิบัตยา 9 เม็ด เดิมซึงทุกตัวจะอยู่ในระดับสูงสุด แต่หลังปฏิบัติ ผลตรวจจะอยู่ในเกณฑ์ปกติ HDL จะสูงกว่าปกติเล็กน้อย ไม่เคยเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ เลย ถ้าเป็นหวัดนํามูกไหลไม่เกิน 3 วันก็หาย ความดันโลหิตอยู่ในระดับปกติ อาการหมอนรองกระดูกปวดน้อยลง ปวดเอวน้อยลง สบายขึนไม่ปวดร้าวขาขวา บางครังก็หายไป ถ้ายกของหนักก็จะเป็นอีก ต้องแก้โดยการทําโยคะ ต่อมนําลายและต่อมทีคอซึงเป็นก้อนเล็กลง บางก้อนก็หายไปเลย และมีแนวโน้มว่า จะหายไปทังหมด นําหนักตัวลดลงจาก 78 กิโลกรัม เป็น 75 กิโลกรัม ปัจจุบัน 70-71 กิโลกรัม สบายเบากาย มีกําลังมากขึน หน้าตาสดใสไม่หมองคลํา นอนกรนน้อยลง ไม่กล้าทําบาป เบียดเบียนผู้อืน เลิกกินเนือสัตว์แบบไม่ต้องข่มใจไม่ให้อยากกิน แต่ไม่ได้เลิกกินเพราะเกรงกลัวบาปทีต้องกินเนือของสัตว์ ศีล 5 ละเอียดขึน มันคง หันมาบําเพ็ญช่วยเหลือผู้ป่วย ทีต้องใช้แพทย์วิถีธรรม เพือเป็นหมอรักษาตัวเอง เริมจากคนทีสนิทรู้จักช่วยผสานจัดค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม ให้กับผู้สนใจแล้วผู้ป่วย ผสานงานจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธภาคใต้ ให้ร่วมกันจัดตังจิตอาสาภาคใต้มากขึน โดยเริมต้นจากรวมตัวกับจิตอาสาท่านอืน ๆ จัดค่ายสุขภาพให้คนในจังหวัดสงขลาครังแรกเดือนมกราคม 2553 โดยเชิญอาจารย์หมอเขียวมาบรรยาย หลังจากนันก็รวมตัวกับจิตอาสาท่านอืน ๆ ก่อตังเป็นเครือข่ายจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ (หมอเขียว) มีความสุขเบิกบาน ทีช่วยเผยแพร่ศาสตร์แพทย์วิถีธรรมแก่มวลชน อาจารย์หมอเขียวพาปฏิบัติธรรมไปสู่โลกุตรธรรม โดยผ่านการเป็นจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ ซึงเป็นสิงทีค้นหามาตลอดชีวิต ได้ทังบุญ (ลดกิเลสตนเอง) กุศล (ช่วยเหลือตนเองหายโรคภัย) และช่วยเหลือผู้อืนให้พ้นทุกข์พึงตนได้ ชัดในเรืองของกรรมและวิบากกรรม กังวลและทุกข์ใจน้อยลง เป็นทีปรึกษาเรืองสุขภาพ ให้กับคนป่วยและคนใกล้ชิด ไม่เคยเจ็บป่วยเลย ไม่เคยไปหาหมออีกเลย มีความสุขมากขึน มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึน ได้มีโอกาสช่วยงานแพทย์วิถีธรรมมากขึน แต่รายได้ก็พอเพียงเลียงครอบครัวได้ ครอบครัวมี 1286 ความสุข มีความรักใคร่สามัคคีกันมากขึน ใส่ใจมากขึน ลูก ๆ สัมมาและประหยัดมากขึน ไม่ดือน่ารักทุกคน ศาสตร์การแพทย์วิถีธรรม จะปฏิบัติได้ยากถ้าไม่ปฏิบัติธรรมลดกิเลสไปพร้อม ๆ กัน การปฏิบัติยา 9 เม็ด จะได้ผลน้อย ผู้ทีจะใช้ศาสตร์แพทย์วิถีธรรมได้จริง ๆ ต้องมีความศรัทธาเชือมัน ในยา 9 เม็ดของหมอเขียว และทุ่มโถมทําจริง ๆ ทีสําคัญคือ ต้องไม่กลัวตาย ไม่กลัวโรค ไม่เร่งผล ไม่กังวล แพทย์วิถีธรรมเป็นศาสตร์ใหม่ทีมีข้อให้เราพิสูจน์เป็นระยะ ๆ อยู่เสมอ ต้องมีสติในการพิจารณาในรายละเอียด สาเหตุ ของการเจ็บป่วยอยู่เสมอ สาเหตุใหญ่อีกตัวคือวิบากกรรม ต้องไม่ลืม ซึงวิธีแก้ คือละชัว ทําดีให้มาก ๆ ยิงลดกิเลสได้มากเท่าไหร่ ประสิทธิภาพการรักษา จะเพิมพูนได้มากเท่านัน ถ้ายังไม่ศึกษาให้ครบ 3 คอร์ส คือคอร์สสุขภาพ 5-7 วัน คอร์สพระไตรปิฎก 7-10 วัน คอร์สแฟนพันธ์แท้ 7-10 วัน ท่านอย่าเพิงคิดว่าท่านเข้าใจในศาสตร์แพทย์วิถีธรรมแล้ว โปรดเข้าให้ครบ 3 ค่ายก่อน ผมจึงเข้าค่ายมามากกว่า 24 ครังในรอบ 5 ปี เพราะทุกครังทีได้ฟังจะได้ความรู้เพิมขึนมากมายโดยเฉพาะอย่างยิงธรรมทีจะลดทุกข์ได้จริง ๆ ผมขอท้าทายให้ท่านพิสูจน์ดู (มงคลวัฒน์ รัตนชล. สัมภาษณ์. 2557, พฤศจิกายน) กรณีศึกษาที 2.19 นางสาวมณฑาวดี ครุธมีชัย หญิงไทย อายุ 52 ปี จังหวัดกรุงเทพมหานคร โรคอ้วน นําหนักตัวเกิน อ้วน เหนือยง่ายเป็นบางครัง แต่เวลาไม่แน่นอน ต้นเหตุ เกิดจาก 1. การทานอาหารทีเป็นฤทธิDร้อนมากเกิน ทําให้ไม่สมดุล 2. ความเครียด 3. พักผ่อนน้อย ใช้ความคิดมาก นอนดึก 4. ขาดการออกกําลังกาย 5. มีการเดินทางบ่อย ๆ ไม่หยุดพักมีอาการดีขึน เมือได้เรียนรู้จากแพทย์วิถีธรรมในเรืองรู้จักวิธีถอนพิษ เช่น การสวนล้างลําไส้ใหญ่ กัวซา การดืมนําสมุนไพรฤทธิDเย็น ออกกําลังกาย ฯลฯ เข้าใจเรืองการปรับสมดุลร่างกาย เช่น ทานอาหารปรับสมดุล มีการศึกษาและฝึกปฏิบัติธรรมให้เข้าใจความจริงของชีวิตตนเอง ผู้อืน และโลกและตระหนักในความสําคัญทีจะ ลด ละ เลิก กิเลส งดเว้นสิงทีเป็นภัยต่อชีวิตทังปวงตังมันทีจะทําสิงดีให้กับชีวิตตน ผู้อืน สังคม และโลกตนได้ใช้เทคนิคการดูแลสุขภาพด้านต่าง ๆ ดังนี 1287 การได้ดืมนําสมุนไพรฤทธิDเย็นแล้ว ทําให้รู้สึกว่าภาวะร้อนเกินคลายตัวลง รู้สึกเย็นตามร่างกายมากขึนจึงพยายามจัดหานําสมุนไพรฤทธิDเย็นให้ได้ในทุกวัน แต่มีวันทีไม่ได้ดืมคือ วันทีต้องเดินทางไปนอกบ้าน ก็พยายามหานําทีใกล้เคียงระหว่างทาง เช่น นําบัวบก นํามะพร้าว และ นําสมุนไพรทีไม่ใส่นําตาล ในช่วงมาศึกษาต่อในต่างประเทศ ใช้วิธีผสมนําสกัดย่านางเข้ากับนําดืม โดยดืมเป็นประจําทุกอาทิตย์ เพือระบายภาวะร้อนเกิน การทํากัวซา สามารถช่วยลดอาการ ปวด ตึง และระบายพิษร้อนให้คลายตัวลงได้รวดเร็ว และทําให้กล้ามเนือคลายความตึงลง เลือดไหลเวียนสะดวก ตนเองจึงใช้วิธีกัวซาให้ตนเอง เป็นประจําเมือมีอาการปวด ตึง ร้อนเกิน และใช้ในการช่วยเหลือผู้อืน ทําให้รู้สึกดีขึนหลังจากการทํากัวซา การสวนล้างลําไส้ใหญ่ช่วยได้มากในเรือง การลด ภาวะอึดอัด ร้อนเกินในร่างกาย ทําให้สดชืน แจ่มใส จึงทําต่อเนืองมาถึงปัจจุบัน โดยทําทุกวัน วันละ 1 ครัง การไม่สบายจากอาการตึง ชา ร้อน และรู้สึก เหมือนจะล็อกทีนิวมือคลายลงรู้สึกมือนุ่มและ เย็นลงและ สามารถปฏิบัติได้ง่าย โดยใช้นําปัสสาวะสดทีเก็บได้ในตอนเช้า มีอาการ ปวด ตึง เมือยล้า เนืองมาจากการทํางานหน้าคอมพิวเตอร์ในท่าเดียวเป็นเวลานาน ทังกลางวันและ กลางคืน และนอนดึก ทําให้ร่างกายอ่อนเพลีย และปวดตึง จึงหันมาปรับพฤติกรรมการพักผ่อน ด้วยการทํางานให้เต็มทีในแต่ละวัน และนอนหลับพักผ่อน ไม่เกิน 22.30 น. และตืนขึนแต่เช้า ล้างหน้า ล้างพิษ ทําการสวนล้างลําไส้ใหญ่ฝึกปฏิบัติ ตังจิตในการบําเพ็ญเพียร ทําความดี ลดกิเลส ตรวจสอบจิตตนเองเมือกระทบผัสสะในชีวิตประจําวันและออกกําลังกายด้วยการเดินเร็ว กดจุดลมปราณ และทําโยคะ ทําให้ภาวะร่างกายและจิตใจมีพลังในการทําภารกิจประจําวันได้อย่างมีพลังกว่าเดิม เมือยามมีเรืองไม่สบายใจ จะคิดถึงเรืองกรรมและตรวจสอบตนเองให้มากขึนว่ามีข้อบกพร่องอะไรและสร้างกรรมใหม่ทีดี ทังนียึดแนวทางการมีศีลสมาธิปัญญาและหลักพรหมวิหารสี คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา และเนืองจากความมุ่งมันในการทําภารกิจ ทีมีความยากลําบากให้สําเร็จมาก จนทําให้เกิดความยึดมันและหันมากดดันตัวเองให้ทํางานโดยไม่หยุดพัก เมือจัดปรับสมดุลเรืองการทํางานกับการพักผ่อนใหม่ ควบคู่กับการดูแลสุขภาพในข้ออืน สภาวะแห่งจิต ปัญญา และร่างกาย กลับมีความถึงพร้อมกับการทําความเพียรได้ดีขึน ตนเองมีสุขภาพดี แข็งแรง และมีพลัง ขึนตามลําดับ และอยู่ในภาวะทีพร้อมรับภารกิจประจําวัน และความคิดโปร่ง โล่ง ใจคอเยือกเย็น มีสติ เมือระลึกถึงข้อใดทําได้ก็ทําทันที และ ส่งผลให้เรามีสภาวะจิตทีดีต่อตนเองและผู้อืนอีก ทังการแบ่งปัน ลด ละกิเลส ทีประกอบด้วย โลภ โกรธ หลง และเพียรทําแต่สิงทีดี ส่งผลให้เรามันใจในการใช้ชีวิตและทําการงานทีไม่เบียดเบียน 1288 และมีความมันคง ไม่ท้อถอยในการทําความดี เพราะใจเป็นสุขทุกครังทีได้ทํา ได้ให้ ได้เป็นประโยชน์ และเห็นโทษภัยของความติดยึด เห็นแก่ตัว การฉุดรังของกิเลส ได้ว่าเข้ามาเป็นบทเรียนให้ตนเองพิสูจน์ ตนเองว่า ได้เจริญในสภาะธรรมขึนบ้างหรือไม่ และอยู่ระดับใด พบว่าชีวิตทีมีสุขภาวะทางกายและจิตทีดี นัน อยู่ในวิถีทีเรียบง่าย ประหยัด และเห็นโทษภัยของการวิงตามกระแสทันสมัย การเสพ การบริโภคเกินจําเป็น ทุกรูปแบบจึงทําให้ ไม่อยากได้ ไม่อยากซืออะไรเกินจําเป็น และ สิงทีจําเป็นก็ไม่ต้องซือ หรือ ถ้าต้องซือก็ราคาไม่แพงจึงทําให้เกิดความพอเพียงด้านเศรษฐกิจ การอยู่ในหมู่กลุ่มมิตรดี สหายดี มีครูอาจารย์คอยแนะนํา ในการปฏิบัติตามแนวคิดและแนวทาง ยา 9 เม็ด และมีโอกาสการบําเพ็ญเพียรต่อเนือง จะส่งผลให้เราเจริญในธรรมเร็วยิงขึน การอยู่ห่างไกลครูบาอาจารย์และหมู่มิตรสหายทีดีและเป็นนักปฏิบัติ เราต้องมีความมุ่งมันตังใจจริง และลุกขึนมาใหม่โดยเร็วเมือล้ม และมีสติไม่ถูกฉุดไปตามกระแสของสังคมทียังชอบการเสพ การติดยึดในรูป รส กลิน เสียงแต่อยู่กับสังคมนันได้อย่างมีพลัง โดยเริมสร้างการเปลียนแปลง ทีตนเองมาก่อน (มณฑาวดี ครุธมีชัย. สัมภาษณ์. 2557, พฤศจิกายน 1) กรณีศึกษาที 2.20 นางสาวมลฑา สกุลจงเกษม หญิงไทย อายุ 52 ปี จังหวัดนนทบุรี ไวรัสตับอักเสบบี ไข้หวัดจากเย็นเกิน ใช้สมุนไพรฤทธ์ร้อนมาทําต้มยําเพือสูดดมและทาน ปรับสมดุลการสวนล้างลําไส้ใหญ่ด้วยนําปัสสาวะผสมนําอุ่น กัวซาใบหน้า คอ ด้านหน้า กดจุดลมปราณแขน ขา ตุลาคม 2554 สภากาชาดตรวจพบไวรัสตับอักเสบบีจากการบริจาคโลหิต ไม่ตกใจ ไม่เคยพบแพทย์ ปฎิบัติยา 9 เม็ด แต่เม็ดที 4, 6 ไม่ได้ทํา 1. ดืมสมุนไพรฤทธิDเย็นสด นําปัสสาวะ ทุกวัน 2. การสวนล้างลําไส้ใหญ่ทุกวันด้วยนําปัสสาวะผสมนําธรรมดา 3. หยอดหู หยอดตา หยอดจมูกด้วยนําปัสสาวะทุกวัน 4. รับประทานอาหารปรับสมดุล ช่วงแรกยังทานปลา มาเลิกทานปลาเมือ กรกฎาคม 2555 เมือสมัครเรียนแพทย์วิถีธรรมเดือนกันยายน 2555 ตรวจเลือดทีโรงเรียนผู้นํา จังหวัดกาญจนบุรี ไม่พบเชือไวรัสตับอักเสบบี 1289 เมือมารู้จักแพทย์วิถีธรรมก็ปฏิบัติตังแต่อยู่ในค่าย กลับบ้านก็ปฎิบัติตามทําให้จิตใจมีพลัง เข้มแข็ง ไม่กลัวตาย ไม่กลัวโรค มีพลังทังทางกายและใจ เมือบุคคลในครอบครัวเจ็บป่วยก็ดูแลรักษาได้ เช่น ไข้หวัดอาหารเป็นพิษโดยไม่ต้องไปหาหมอหรือไปโรงพยาบาล หรือคุณแม่ก่อนจะตายก็ไม่ทรมานจากอาการธาตุไฟแตก เพราะได้ทําการสวนล้างลําไส้ใหญ่ให้ และดืมสมุนไพรฤทธิDเย็น แต่จากการปฏิบัติรู้ว่าจิตใจมีความสําคัญมากกว่าความเจ็บป่วยทางกาย เพราะพิสูจน์ได้จากผลแล็บปี 2555 ด้วยวิบากเราทําให้เพือนอ่านค่าผิดว่าเรายังมีเชือไวรัสตับอักเสบบีอยู่ เมือทานอาหารปรุงแต่งแล้วมีอาการจะรู้สึกว่าตับเราไม่ดี ทังท

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน