เรื่องของน้องอ้อม.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
" ฝ่าเปลวแดด : เรื่อง....ของน้องอ้อม " -2472689 33655 ใครไม่เคยดูรายการ “ คนค้นฅน ” ทางช่อง 9 เวลา 4 ทุ่มเศษ ทุกวันอังคาร ถือว่าเชย รายการอะไรไม่รู้ ช่างสรรหาเรื่องราวชีวิตของผู้คนในแผ่นดินมาตีแผ่เสนอได้น่าสนใจ ชวนติดตาม หลากหลายอารมณ์ซะเหลือเกิน ที่เก่งเอามากก็คือแต่ละชีวิตที่ “ คนค้นฅน ” เอามาเสนอบนแผ่นฟิล์ม ก็แค่ชีวิตของคนธรรมดา เดินผ่านหน้าไปก็งั้น ๆ เห็นอยู่ทุกวัน แต่เมื่อไรที่ “ คนค้นฅน ” เอามาทำเป็นสารคดี ก็มักจะตรึงใจคนดูแทบทุกเรื่องราว นี่ละความเก่ง ล่าสุด ตอน “ เรื่อง...ของอ้อม ” ( ก่อนหน้านั้นก็เรื่องปู่เย็น...เฒ่าทระนง ที่ดังระเบิด) เรื่องของอ้อมออกอากาศเมื่อวันอังคารที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา ดูแล้วบอกได้คำเดียว วิปโยค น้องอ้อมมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรในสภาพทนทุกข์ทรมานปานนั้น ขอสารภาพเลย ไม่สามารถทนดูได้ ต้องเปลี่ยนไปดูช่องอื่นเพื่อผ่อนคลายจิตใจ แต่เรื่อง...ของอ้อม ยังติดตาติดใจไม่หาย แม้จนบัดนี้ จะช่วยเธอได้ยังไงบ้าง “ เรื่อง...ของอ้อม ” หลายคนอาจเคยผ่านตาจากรายการเจาะใจมาบ้าง ดูแล้วก็สงสาร แต่ไม่บีบหัวใจขนาดนี้ ต่อเมื่อ “ คนค้นฅน ” เอามาถ่ายทอดให้เห็นถึงชีวิตในแต่ละวัน บอกไม่ถูก แต่ไม่อยากดูต่อ มันทรมานใจมาก ทำไมน้องอ้อมต้องมีชะตากรรมเช่นนี้ เป็นเพราะกรรมเก่าแต่ชาติปางก่อนตามที่ผู้รู้หลากหลาย ๆ ที่มีอภิญญาได้ให้ความเห็นว่า จากการกระทำปาณาติบาติต่อปลาเล็กปลาน้อยจำนวนมากในอดีตชาติ ของอ้อม ซึ่งได้ประกอบอาชีพค้าปลาเผา ที่มีชื่อเสียง ได้ฆ่าปลาสด ๆ วันละกว่า 100 ตัว ต่อเนื่องมาเป็น สิบ ๆ ปี จนสร้างฐานะร่ำรวย ทำให้ น้องอ้อมต้องประสพเคราะห์กรรมอันใหญ่หลวงในชาตินี้ ได้ ป่วยเป็นโรคผิวหนังแห้งแข็ง ทั้งร่างที่แคระแกร็นเต็มไปด้วยแผลพุพอง ไปหมด มีหนองและเลือดซึมออกมาด้วย นี่ห
อ่านต่อ
รือชีวิต ชีวิตที่มีลมหายใจ โชคดีที่น้องอ้อม มี “ คุณน้าผู้หญิง ” ที่จิตใจงดงามยิ่งกว่านางฟ้าคอยป้อนข้าวป้อนน้ำ เอาเธอไปแช่น้ำยาทำความสะอาด เช็ดฉี่ เช็ดอึให้อย่างไม่รังเกียจ จะหาได้ที่ไหนในโลกได้อีก เพราะพ่อแม่ก็ไม่ใช่เป็นแค่น้า ที่ดูแล้วอึ้งก็คือนางฟ้าของอ้อม ต้องเอาคีมช่วยคีบสะเก็ดหนังที่เปื่อยยุ่ยเป็นหนองออกจากร่างกายของอ้อมบ่อย ๆ ที่เห็นคืนนั้นเป็นสะเก็ดบริเวณหนังศีรษะ คีบไป น้ำตาอ้อมไหลอาบแก้ม ทำไมเจ็บอย่างนี้ ทนอีกนิด ใกล้จบแล้ว เสียงน้องอ้อม ที่จริง กังวานใส ผิดกับความทุกข์ทรมานที่เธอเผชิญอยู่สิ้นเชิง และน้องอ้อมก็ดูมีกำลังใจเข้มแข็ง แต่สำหรับคนดู ไม่รู้เธอผ่านชีวิตแต่ละวันมาได้ อย่างไรเป็นสิบปี แค่ดู...ยังไม่ไหวแล้ว ทรมาน จะมีหน่วยงานไหนช่วยเหลือน้องอ้อมอยู่บ้างก็ไม่ทราบ แต่อยากขอร้องให้กระทรวงสาธารณสุขของคุณหมอ สุชัย เจริญรัตนกุล ช่วยเข้าไปรับเป็นภาระโอบอุ้มดูแลด้านการรักษาพยาบาลอย่างถาวร จะให้เข้าโครงการ 30 บาท หรือหาวิธีรับเป็นคนไข้พิเศษยังไง ก็ขอให้ช่วยเถอะ และหากเป็นไปได้ อยากกราบ แม่ชี ศันสนีย์ เสถียรสุต ให้ช่วยน้องอ้อมอีกแรง ด้วยการพาน้องอ้อมไปอยู่และให้ฝึกสมาธิภาวนา เผื่อว่าบุญกุศลจากการฝึก “ ภาวนาสมาธิ ” จะช่วยผ่อนปรนความเจ็บทางกายของน้องอ้อมไปบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ก็จะเป็นพระคุณกับเธอที่สุด ถ้าร่างกายเปรียบเหมือนเสื้อผ้าที่เราแค่ยืมมาใส่ตอนมีชีวิตอยู่และถอดทิ้ง ยามจากไป เสื้อผ้าที่น้องอ้อมเอามาสวมใส่ ก็ช่างเก่าและเปื่อยยุ่ยจนน่าใจหาย เพราะแทบหาส่วนสมบูรณ์ไม่ได้ โปรดช่วยเมตตาน้องอ้อมด้วยเถอะ.... เวรกรรมมีจริงโปรดระลึกไว้เสมอจะช้าจะเร็ว จะหนักหนาสาหัสสากรรดังเช่นเรื่องราวของน้องอ้อม และอีกหลากหลายบุคคล ๆ จะยากดีมีจนเศรษฐีหรือยาจก แล้วแต่บุญกรรมหนักหรือ เบาดังที่ได้กระทำมา ทำให้รู้สึกใจคอไม่ค่อยจะดีและขยาดต่อการกระทำปาณาติปาติต่อเพื่อนร่วมโลก ถึงแม้จะเป็นสัตว์เดรัจฉานตัวเล็ก ๆ ดังที่ผู้รู้ได้ให้ความเห็นข้างต้น ต่อตอน 2 อาการป่วยของอ้อมจนถึงวันนี้ก็ย่างเข้าสู่ปีที่ 15 แล้วนะครับ ถึงอ้อมจะบอกว่า โลกของหญิงสาวในวัย 23 ปีของอ้อม จึงแตกต่างกับหญิงสาวในวัยเดียวกันอย่างสิ้นเชิง ทุกวันอ้อมต้องลืมตาขึ้นมาเผชิญกับความเจ็บปวดจากแผลที่มีอยู่ทั่วตัว แต่อ้อมก็ยังมีชีวิตอยู่ด้วยใจที่เด็ดเดี่ยว จนชายอกสามศอกแทบจะต้องน้อมคารวะ กำลังใจที่ทำให้อ้อมยืนหยัดอยู่บนโลกใบนี้ได้ก็คือความรักจาก ตา ยาย และน้องสาว แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจอ้อมยังแข็งแกร่งและมีลมหายใจอย่างมีความหวังเพื่อวัน พรุ่งนี้ ก็คือการรอคอยการกลับมาของแม่ คนค้นคนคืนนี้ ก็คือการพบกันของหัวใจสองดวงที่อยู่ไกลกันในความหมายของระยะทาง แต่อยู่แนบชิดกันในเชิงของความรักก ความผูกพัน และอาจหมายถึงความหมายที่แท้จริงของการมีชีวิตอยู่ แม้ว่าอ้อมจะแบกรับความทุกข์ไว้เต็มทั้งสองบ่า แต่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ก็กล้าและแกร่งพอที่จะลุกขึ้นมาเป็นเสมือนแสงดาวส่องสว่างนำทางชีวิต ให้กับคนที่กำลังตกอยู่ในคืนวันอันมืดมิด ถึงแสงดาวนี้อาจไม่ใช่แสงจันทร์ที่ส่องสว่าง แต่ก็มีพลังมากพอที่จะหล่อเลี้ยงหัวใจของใครบางคนที่ความหวังกำลังเหือดแห้ง เรื่องราวของอ้อมคงทำให้ใครหลายคนเห็นคุณค่าของชีวิต และย้อนกลับมาดูความหมายของการมีชีวิตอยู่ ว่าบางครั้งการมีชีวิตอยู่ ก็ม่ใช่การมีชีวิตอยู่เพื่อความสุขของตนเอง หากแต่หมายถึงการมีชีวิตอยู่เพื่อแบ่งเบาทุกข์และปันสุขให้กับคนที่เรารัก จากความเห็นของท่านผู้รู้ หลาย ๆ ท่าน ที่ได้อภิญญาญาณสมาบัติ หรือปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ( ปรีชาหยั่งรู้อันทำให้ระลึกภพที่เคยอยู่ในหนหลังได้ ) ได้บอกกล่าวว่าเป็นกรรมเวร เก่า ที่น้องอ้อมได้เคยกระทำปาณาติบาตต่อ สัตว์น้ำน้อยใหญ่มาเป็นแรมปี ๆ ในอดีตชาติ สร้างความมั่งคั่ง ร่ำรวย จากการเป็นแม่ค้าขายปลาสดเผา ที่มีชื่อเสียง แต่ปางก่อน ความน่าสะพรึงกลัวใน กรรม เวร ได้ส่งผลต่อน้องอ้อม ในชาติปัจจุบัน อย่างน่าเวทนา ทุกข์ยากแสนสาหัส ตราบใดที่ ยังไม่ก้าวพ้นผ่าน วฎสงสาร ชีวิตที่ยัง ต้องเวียนว่ายตาย เกิด ไม่ควรประมาทในอกุศลกรรม ลด ละจาก บาปกรรมชั่ว มั่นคงในศีล หมั่นสร้างแต่กุศล กรรม มีทาน ศีล ภาวนาอย่างสม่ำเสมอ