โลกุตระต้องละเทวนิยม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.77 KB
วันที่แก้ไข30 กันยายน 2563

เนื้อหาในไฟล์

โลกุตระต้องละเทวนิยม _สติพล จนพัฒนา · คนที่มีวิบากบาปมากๆๆก็จะไปเกิดในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศที่มีเทวนิยมจ๋าและมีความยึดมั่นถือมั่นเหนียวแน่นจนพูดกันไม่รู้เรื่องเลย..นี่แหละผลจากวิบากบาปมากครับ. พ่อครูว่า…เทวนิยมจ๋า คือ เทวนิยมลึกไม่รู้จักอเทวนิยมได้ง่ายๆ คนที่มีวิบากบาปมากๆก็จะถูกซัดไปไกล จากมนุษย์ที่มีโลกุตระหรืออเทวนิยม มันเป็นสัจจะเลยทั้งสถานที่บุคคลพฤติกรรม แม้แต่ที่สุดจิตวิญญาณหรืออารมณ์นี่แหละเป็นตัวพาเราไป แบบนี้ไม่ต้องพูดกันเลยหรอกอีกหลายชาติอีกเป็นร้อยชาติพันชาติ เป็นหมื่นชาติมานิดเดียว ในกาละของมหาจักรวาลคือเวลาที่เดินทางไป ชีวะของมนุษย์ หรือชีวจิตวิญญาณอัตภาพของมนุษย์มันเกิดวนเวียนในมหาจักรวาล มันไม่ได้ดับได้ง่ายๆเลย มันจะต้องตายเกิดเกิดตาย ถ้าจำได้นี่คุณตายแน่ ถ้าคุณจำระลึกชีวิตคุณได้ โดยที่ไม่มีภูมิธรรม แต่ถ้ามีภูมิธรรมก็ไม่กลัว แต่ไม่มีภูมิธรรมนี้กลัว จะสับสนเลยจะยุ่งมาก เพราะฉะนั้นธรรมชาติที่ทำให้คนอยู่ได้ หรือสัตว์มันจำชาติก่อนไม่ได้ ถ้าจำได้ ตาย สัตว์มันก็ตาย ถ้ามันจำชาติก่อนๆได้ แต่มันจำไม่ได้ จนกว่าจะมีภูมิปัญญาพอที่จะรู้ว่า ชาติเกิด ชาตินี้ชาตินั้นเป็นอันนี้วนเวียนอย่างไร จึงจะพอควบคุมการไม่ยึดติด ถ้าจำได้นี่ลูกของเราพ่อของเรา แม่ของเรา พระพุทธเจ้าตรัสไว้ไม่เคยมีใครไม่เคยเกิดเป็นพ่อเป็นลูกเป็นแม่กันที่เกิดมาแล้วมาเกี่ยวข้องกัน ไม่มีใครไม่เคยเกิดมาเป็นลูกเป็นพ่อเป็นแม่กันไม่มี เกิดวนเวียนกันซับซ้อน นับไม่ถ้วนหรอก เราก็ไม่ต้องไปติดใจเรื่องเหล่านั้น เราติดใจที่คุณธรรม คุณธรรมของเราอัตภาพเรา เราทำได้แค่ใด เราทำได้เจริญไปถึงขั้นสูงขั้นสุด และคุณจะถึงขั้นเป็นอรหันต์ เมื่อเป็นอรหันต์แล้วคุณจะปรินิพพานเป็นปริโยสาน เป็นพระอรหันต์มีสิทธิมีความรู้ที่จะตายแล้ว

อ่านต่อ

แยกธาตุอัตภาพเป็นอุตุดินน้ำไฟลมได้เลย คุณจะตายอย่างนั้นไหมเท่านั้นเอง ถ้าคุณตายอย่างนั้น คุณจะไม่เกิดอีกก็ได้ ก็มีพระอรหันต์ไม่น้อยที่เห็นทุกข์แล้วก็ไม่ยินดีที่จะสืบสาน ไม่ยินดีจะทำอะไรต่อไปแล้ว เพราะฉะนั้นชีวิตที่เกิดเป็นอรหันต์แล้ว กว่าจะตาย ก็มีชีวิต ถ้ายิ่งไม่ตั้งจิตที่จะมีชีวิตต่อไป ในภูมิธรรมของพระอรหันต์ก็จะมีกตัญญูกตเวทิตา ศาสนาพระพุทธเจ้าก็จะขยันหมั่นเพียรทำงานสร้างสรรค์ให้แก่โลกแล้วตายก็ไม่ตั้งจิตต่อ ตายแบบปรินิพพานเป็นปริโยสานไปเลย ก็เป็นสิทธิของท่านผู้นั้นเป็นได้ ส่วนผู้ที่อยากจะศึกษาต่อควรจะกตัญญูกตเวทิตาต่อ ซึ่งเป็นพระอรหันต์ความทุกข์มันก็ไม่มีแล้วมันก็ลดลง ทำได้แล้วเป็นได้แล้ว ทำได้แล้วอยู่ก็อยู่ไปสิ ทำงานช่วยไปตายเมื่อไหร่ก็ได้ ตายไปแล้วก็เลิกก็สูญสลายอัตภาพธาตุของเราไปเลยได้ จบไปแล้วไม่มีเหลือก็ไม่เกิดอัตภาพนั้นอีกไม่อยู่ที่ไหนอีกแล้ว อย่างนี้เป็นต้น เขาก็จะรู้ว่าควรจะเลิกหรือไม่ หรือเขาจะไม่เลิก เพราะฉะนั้นอาตมาจึงได้เคยพูดไว้ว่าพระอรหันต์ ผู้ที่บรรลุเป็นพระอรหันต์จริงแล้วถ้าไม่มีวิบากอะไรพอที่จะต้องตาย ไม่ใช่วิบากหรอกมันมีจิตที่จะต้องเอาแต่ตัวเอง ไม่เอาแล้วตายแล้วก็ปรินิพพานเป็นปริโยสานดีกว่า ผู้นั้นก็จะไม่ตายเป็นชาตินั้นชาติสุดท้ายเลยทันที ของอรหันต์แต่ละองค์ จะรู้สึกว่ามันก็น่าจะกตัญญูกตเวที แล้วอรหันต์ท่านจะรู้ว่าท่านเกิดอีกแล้วท่านจะเหลืออะไรที่ควรจะเกิด เกิดมานี่ท่านควรจะเกิด เกิดมาแล้วท่านจะมีอะไรที่ชูใจให้มาเกิดนอกจากกตัญญูกตเวทิตาแล้ว จะได้รู้โลกที่มันมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปอีกมีการปรุงแต่งอีกหลากหลาย ก็จะรู้ว่าเราเกิดมาในชีวิตนี้เป็นพระอรหันต์จะตายสูญได้แล้ว เราก็เจอแค่นี้แหละ คนอื่นเขาเจออีกไม่รู้กี่กระบวนท่า มันก็จะเป็นไป เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องคิดดีกว่า ถึงเวลาแล้วเราก็จะรู้ภาวะที่อาตมาพูดนี้เอง เพราะอาตมาผ่านมาแล้ว เป็นอรหันต์มาไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติแล้ว คุณก็จะรู้เอง อาตมาพูดได้เพราะอาตมาเคยเกิดเคยผ่านเป็นมาแล้วก็เอามาพูดให้ฟัง จะเข้าใจได้หรือเข้าใจไม่ได้แค่ไหนก็ลองดู (มีเด็กชายธรรมะกับเด็กชายธัมโมมาถวายดอกอัญชันหลวงปู่) พ่อครูว่า...เราจะรู้จักจัดสรรอัตภาพของแต่ละคน ตามวิบาก กัมมังสัตเตวิภัชติ กรรมจำแนกสัตว์ กัมมุนาวัตตติโลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมของตัวเอง กัมมโยนิ กรรมพาเกิดพาเป็นไป 630720_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 100

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน