ตั้งตนบนความลำบาก ไม่ใช่ อัตตกิลมถานุโยค.docx
เนื้อหาในไฟล์
ตั้งตนบนความลำบาก ไม่ใช่ อัตตกิลมถานุโยค _ดาวตะวัน • ฟังทบทวนอีกครั้งหลังจากดูรายการมาแล้ว เข้าใจอัตตกิลมถานุโยคได้มากขึ้นค่ะ ต้องพิจารณาอัตตา 3 ในตนเองให้ละเอียด ลึกซึ้ง ชัดเจนให้ยิ่งขึ้น และก็มีคำถามว่า "การตั้งตนอยู่บนความลำบาก" ถือเป็นอัตตกิลมถานุโยคหรือไม่คะ พ่อครูว่า...อัตตกิลมถานุโยค มันมีรายละเอียดตั้งแต่หยาบๆ มาจนถึงนามธรรมเป็นปรมัตถ์ ใช่ ต้องพิจารณาอัตตา 3 อัตตะ หรืออัตตานี้แหละ โอฬาริกอัตตา มโนมยอัตตา และอรูปอัตตา นี้เป็นอัตตา 3 _ถามว่า "การตั้งตนอยู่บนความลำบาก" ถือเป็นอัตตกิลมถานุโยคหรือไม่ ถ้าคุณว่าเป็น อัตตกิลมถานุโยค ไม่พาเจริญ เป็นการทรมานเปล่า มันก็ขัดแย้งกับคำสอนพระพุทธเจ้าที่บอกว่า ตั้งตนบนความลำบาก กุศลธรรมเจริญยิ่ง ใช่ไหม พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนั้น เพราะฉะนั้นก็ต้องทำความเข้าใจกันให้ดีๆ แล้วก็จะได้ไม่ขัดแย้งในตัว แม้แต่ไม่ขัดแย้งกับคำสอนพระพุทธเจ้า ตั้งตนอยู่บนความลำบาก กุศลธรรมเจริญยิ่ง ก็ภาษาไทยมันน้อย (มีน้อยคำให้ใช้) เพราะฉะนั้น การตั้งต้นอยู่บนความลำบาก ที่ภาษาบาลีว่า ทุกรกิริยา คือการทรมานตนเอง อย่างพระพุทธเจ้าอดข้าวจนกระทั่งผอม จับตรงไหนระหว่างท้องถึงกระดูกสันหลัง จับหลังถึงท้องเลยแบนแต๊ดแต๋ ถึงอย่างนั้นก็ผิด (ดูภาคผนวก) พระพุทธเจ้าท่านต้องผ่านทุกอย่าง ทำได้ทุกอย่างที่คนเขาทำ พวกชาวเดียรถีย์ที่ไม่ใช่พุทธ เป็นอย่างไรผ่านมาหมดเหมือนอาตมา ที่ผ่านมาเหมือนอย่างชาวพระป่าก็ดี เขาทำมา ปฏิบัตินั่งหลับตาเข้าป่าทำอย่างนู้นอย่างนี้ อาตมาก็ทำมาหมดนั่นแหละไม่ใช่ว่าอาตมาไม่รู้จักพฤติกรรมอย่างพระป่าที่เขาปฏิบัติกัน หลับตาแล้วก็นิ่งจน ปึ๊งแป๊ง อย่างมหาบัวอาตมาก็มีมาหมดทำมาหมด ซึ่งมันไม่ใช่ มันเป็นอุปาทานทั้งสิ้นเลย เพราะฉะนั้นอาตมาถึงบอกว่าอาตมารู้ทั้
อ่านต่อ
ง 2 อย่าง รู้ทั้งอย่างที่เขาพูดเขาเป็นเขาทำ อาตมาก็เป็นก็ทำมา ไสยศาสตร์อาตมาก็ไปทำมาแล้ว คำว่าไสยศาสตร์นั้น การเข้าป่า การทำอย่างนั้น หลับตาก็คือไสยศาสตร์ทั้งนั้น อาตมาทำมาหมด ซึ่งอาตมาทำได้เร็ว ชาตินี้อาตมาไปทำอยู่ 8 ปีไสยศาสตร์ ทั้งทำการนั่งทั้งทำอย่างอื่น แบบเดรัจฉานวิชาพวกนี้ แต่ทางพระที่เขานั่งหลับตาเขาไม่ค่อยทำเดรัจฉานวิชา เขาดี แต่พวกที่เขาไม่รู้เขาก็เล่นไปเป็นเดรัจฉานวิชาอะไรต่างๆนานา เหมือนหมอปลา พวกนี้ไป ซึ่งเขาไม่เข้าใจจิตวิญญาณ จึงไปหลงว่ามีพลังงานวิญญาณไปสิงสู่ ซึ่งมันไม่มีอะไรเป็นอุปาทานของตัวเองทั้งสิ้น มันไม่มีหรอกวิญญาณผีนั่นเทวดานี่อย่างนั้น ไม่มี ตนเองทั้งนั้นแหละ มีอุปาทานมันก็เป็น มันเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างที่เราไปยึดติดว่า มันต้องเป็นอย่างนี้ ต้องมีงี้มันก็เป็นสิ มันก็ออกมาในลีลาของ กายกรรม วจีกรรมออกมา ศึกษาให้เข้าใจดีแล้วก็จะรู้ว่าอธิบายไม่ไหวหรอกเพราะคนเรามันหลากหลาย ทิฏฐิ คนละอย่างเยอะ อธิบายไม่หมด 660814 ชีวกสูตรคือเจาะจงฆ่าไม่ใช่เจาะจงชื่อคนกิน รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #36 ราชธานีอโศก