สื่อธรรมะพ่อครู(พระวินัย) ตอน ควรสังคายนาวงการสงฆ์แล้วหรือไม่.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข29 มิถุนายน 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมพ่อครู(พระวินัย) ตอน ควรสังคายนาวงการสงฆ์แล้วหรือไม่ สุทธิชัย หยุ่นว่า...ผมเข้าใจเลยครับว่า ภารกิจนี้ มันจะสิ้นสุดหรือไม่ก็ตาม ต้องเผื่อไว้ เพราะว่าโลกียะ มันเยอะเหลือเกิน พ่อครูว่า….อัตราการก้าวหน้า มันสูงมาก สุทธิชัย หยุ่นว่า...แต่ว่าสิ่งที่ยังทำไม่สำเร็จก็คือ ในแวดวงพระสงฆ์ ยังมีข่าวคราวที่แย่ลงทุกวัน พ่อครูว่า...ยังจับไม่ได้ ยังค้นไม่เจอ ยังค้นไม่พบ ยังหมกเม็ดอีกเยอะเลย สุทธิชัย หยุ่นว่า..จะให้เรามีความมั่นใจ ในศาสนาพุทธได้อย่างไร พ่อครูว่า...มั่นใจนะว่าเราได้ทำในส่วนหนึ่ง ส่วนนั้นเขาก็ทำ เราก็ทำ มันก็ต้องมีประสิทธิผล ของที่เราทำได้แน่ ถ้ามันเป็นความจริงมันต้องมี นอกจากว่าเราทำแล้ว มันไม่ใช่ความจริงเราเข้าใจผิด แต่อาตมาว่ามั่นใจว่า นี่เป็นความจริง เพราะฉะนั้น ก็ต้องมีผล ซึ่งมันก็ต้องพิสูจน์ตัวมันเองอยู่ จะพูดมากไปก็ไม่ดี สุทธิชัย หยุ่นว่า...แต่ว่าความดีเท่าเทียบกับความไม่ดี ในวงการศาสนาพุทธนี้ มันมากกว่าเยอะ ผมไม่รู้ว่าวัดจริงๆแล้ว อะไรเยอะกว่ากันนะครับ ความไม่ดีมากกว่า เป็นเปอร์เซ็นต์สักเท่าไหร่ พ่อครูว่า...ประมาณ 70 ต่อ 30 สุทธิชัย หยุ่นว่า...แล้ว 30 จะสู้ 70 ได้หรือครับ พ่อครูว่า...สู้ได้แน่ๆ เพราะน้ำหนักของความดีนั้น เหมือนปรอท หนักกว่าน้ำหนักของโฟม โฟมเบากว่าเยอะ ปรอทมีน้ำหนักสูงกว่า ถ่วงโฟมได้แน่ สุทธิชัย หยุ่นว่า...สามสิบพัฒนา 70 ได้แน่ พ่อครูว่า...เพราะฉะนั้น ไม่มีปัญหาได้แน่ ถ้าหาก 50 ต่อ 50 นี้ ต้องสมัยโลกพระศรีอาริย์ สมัยคนดีทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้น 80-90 นั้น เป็นได้ในยุค กัปป์ที่จะถึงวาระโน้น เราก็เกินกว่าที่เราจะคิด สุทธิชัย หยุ่นว่า...ในฐานะเป็นชาวพุทธ เป็นฆราวาส จะทำอย่างไรได้บ้างครับ เมื่อเราเห็นข่าวเกี่ยวกับพระผู้ใหญ่ ที่

อ่านต่อ

เขาคอรัปชั่น ที่เขาทำผิดศีล ที่ไปมั่วสีกาต่างๆนานา เราอ่านแล้วก็รันทดใจ เราก็ไม่รู้ว่า แล้วใครจะแก้ปัญหานี้ พ่อครูว่า...ประชาชน โดยเฉพาะสมาชิกของชาวพุทธ ก็คือพุทธศาสนิกชน ของชาวไทย ต้องร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อที่จะ อย่าส่งเสริม มีอะไรที่จะต้องเป็นผลประโยชน์ ที่จะทำให้เกิดจัดการกับสิ่งที่ไม่ดี ก็ทำให้เกิดความดีนั้น เจริญขึ้นมาได้ ร่วมมือร่วมใจ ร่วมทุกอย่างกัน ทุกวันนี้อาตมาก็เห็นว่า คนก็ตื่นขึ้นมา ไม่ชั่วช่างชีดีช่างสงฆ์ ก็กลับตื่นขึ้นมา เท่านี้ก็เป็นคำตอบว่า มันไม่สูญเปล่า มันต่อไปได้ แต่ไม่ต้องทำความหวัง ทำเหตุให้ดีให้ถูกต้อง ผลมันก็เกิดตามเอง เราประเมินได้ ตามอนาคตังสญาณ vision อีกนิดหน่อย เรารู้ว่าทำ 1 + 1 จะได้ 2 ถ้าเอา 2 ไปบวกกับ 3 จะได้ 5 ขึ้น เราคำนวณได้ แต่เราไม่ต้องไปคิดว่า เราจะได้ 5 แล้วได้ 4 กว่าแล้ว ไม่ต้องไปกังวลเลย ทำเหตุให้ดี แล้วผลมันจะเกิดเอง คุณไปบิดเบี้ยวความจริงไม่ได้ คุณทำเหตุให้ถูกต้อง อย่าหวังข้างหน้า ให้ดีที่สุด มากที่สุดจบ ไม่ต้องไปเสียแคลอรี่ไปอยากได้เลย สุทธิชัย หยุ่นว่า...พระอาจารย์วิเคราะห์ว่า สาเหตุที่มีพฤติกรรมอย่างนี้ในหมู่สงฆ์ ในระดับสูง เกิดจากอะไรครับ พ่อครูว่า...เกิดจากความเสื่อมของคน เกิดจากความเสื่อมของสัจธรรม ที่เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปในวัฏสงสาร เพราะในยุคนี้เป็นกลียุค เป็นยุคที่ศาสนาพุทธกำลัง เสื่อมถอยลงไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น มันก็ต้องเดินทางของมัน จะห้ามกันไม่อยู่หรอก เป็นแต่เพียง ถ้าเรารักษา เราเสริมเติมให้มันมีน้ำหนัก มีปฏิภาคทวีเอาไว้ ช่วยๆๆ เพื่อที่จะให้ศาสนาพุทธนี้ ยืนยาวต่อไป คนเราก็ต้องรู้ความเป็นตัวเราก็เท่านี้ ต้องรู้เขตว่าตัวเราก็เท่านี้ พระพุทธเจ้าก็ต้องรู้เกณฑ์ของท่าน พระมหาสาวก ที่เป็นอัครมหาสาวกใหญ่ ที่ท่านบอกว่า ศาสนาพุทธของพระพุทธเจ้า มีอายุ 5000 ปี พระพุทธเจ้าไม่ได้พยากรณ์เอาไว้นะ แต่อาจารย์โบราณจารย์ รุ่นใหญ่ๆ ที่เป็นพระโพธิสัตว์ ก่อนๆอาตมา ท่านมีภูมิพอที่จะคำนวณไว้แล้วว่า จะมีถึง 5000 ปี ทุกคนก็เข้าใจยอมรับเหตุปัจจัยอันนี้ ซึ่งไม่มีปัญหาหรอก เรื่องพวกนี้ไม่ใช่ทำนาย แต่ว่าต้องเป็นได้ ยกตัวอย่างเช่นว่า พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า คนนี้จะต้องเกิดเท่านั้นเท่านี้ เป็นชื่อนั้นชื่อนี้ ท่านไม่ใช่คำนวณ ท่านบอกได้ ท่านมีเหตุเท่านี้ ท่านรู้จักเหตุ ของคนนี้จากอดีตชาติจากวิบาก ท่านก็ยิ่งกว่าหมอดู ท่านไม่ใช่เดา เอาเหตุปัจจัย มาเป็นตัวบวกลบคูณหาร Solution ให้เกิดได้ เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่อง Magic เป็นเรื่องมีเหตุมีผล เป็นวิทยาศาสตร์ เป๊ะเลย ไม่ใช่ด้นเดา ไม่ใช่เรื่องลึกลับ เป็นเรื่องกระจ่างทุกอย่าง พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า องค์นี้จะไปเกิดชื่อนั้นชื่อนี้ ได้ฐานะนั้นอย่างนี้อย่างนั้น คนนี้จะเป็นสมณะสายไหน สาวกเก่งทางนั้นทางนี้ อสีติสาวกระดับไหน ท่านรู้หมด ท่านไม่ได้เดา แต่คำนวนได้ ทั้งโลกเขาไม่รู้ แต่พระพุทธเจ้าท่านรู้ มันเป็นเรื่องสัจจะที่สุดยอด เป็นเรื่องอจินไตย คุณจะไปลอกเลียน สุทธิชัย หยุ่นว่า...เรื่องเงินทอนวัดนี้ คนก็งงว่า ตอนแรกมันเกิดขึ้นได้อย่างไร เงินที่ว่านี้เป็นงบประมาณ ที่ให้ไปปฏิสังขรณ์ไปปรับปรุง พ่อครูว่า...ทั้งงบประมาณด้วย ทั้งที่ได้จากญาติโยม เขามาบริจาคด้วย เป็นเงินของส่วนกลาง ไม่ใช่เงินส่วนตัว จริงๆแล้ว พระไม่มีเงินส่วนตัว มีเงินส่วนตัวไม่ได้เป็นอาบัติ รับได้เอาเป็นของส่วนกลาง แล้วไม่ได้ถือสิทธิ์ จิตใจจริงๆ ต้องไม่ได้ยึดเป็นเราเป็นของเรา เป็นตัวเรา อันนี้ภาษาว่าอย่างนั้น แต่สัจธรรมจะต้องมี จิตจริงนี้ อันนี้เราไม่ยึดถือเป็นเราเป็นของเรา คำว่าไม่ยึดไม่มีอุปาทาน อุปาทายติ อาการจิตของคนเป็นอย่างนี้ คือคนที่บรรลุธรรม ส่วนคนไม่บรรลุธรรม ก็ไม่มีคุณธรรมอันนี้ คนที่ปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้า บรรลุธรรมมันก็ต้องมีคุณธรรมอันนี้ มันก็เป็นไป เพราะว่าคุณธรรมมันไม่มีจริง จึงมาหลอกชาวบ้าน เอาคำสอนพระพุทธเจ้ามาหลอก แล้วตัวเองก็หมกเม็ด สุทธิชัย หยุ่นว่า...แสดงว่าเป็นมานานแล้ว พระอาจารย์ คงล่วงรู้มาก่อนแล้ว พ่อครูว่า...อาตมาขอแยกจากเถรสมาคม ตั้งแต่พ.ศ. 2518 พออาตมารู้ แล้วขออภัย ที่ต้องพูดความจริง ขออภัยทางมหาเถรสมาคมจริงๆ อาตมาถึงประกาศ แยกตัวออกมา ไม่ใช่ว่าอาตมาไปหาเรื่องอะไร มันไม่ใช่ ตามสัจจะแล้ว อาตมาอยู่ด้วยไม่ได้ สุทธิชัย หยุ่นว่า...ทำใจไม่ได้ พ่อครูว่า...ทำใจได้ แต่ว่าอาตมาทำอะไรไม่ได้ 1 อาตมา เป็นพระใหม่พระผู้น้อย พระผู้ใหญ่ก็ไม่เอาด้วย อาตมาถึงได้โดนกีดกัน สุทธิชัย หยุ่นว่า...ในระบบสงฆ์ของไทยเรา พระผู้น้อย ไม่สามารถแสดงความคิดเห็น ต่อพระผู้ใหญ่ได้ พ่อครูว่า...แน่นอน สุทธิชัย หยุ่นว่า...พุทธศาสนาไทย ก็ไม่ใช่ประชาธิปไตยสิครับ พ่อครูว่า...ศาสนาพุทธ เป็นศาสนาประชาธิปไตย ที่ดีที่สุดในโลก แต่ถ้าเป็นกบถ มาทำลาย ความเป็นประชาธิปไตย ของพระพุทธเจ้า ให้เป็นเผด็จการหมด เผด็จการยิ่งกว่าฆราวาสอีก สุทธิชัย หยุ่นว่า...สังคมนับถือยกย่อง ให้เกียรติให้อภิสิทธิ์ จึงน่ากลัวมาก หลายอย่าง มอบวัตถุต่างๆให้อีก พ่อครูว่า...และแม้หลอกได้ด้วย สุทธิชัย หยุ่นว่า...ไม่มีการตรวจสอบบัญชี เข้าออกอะไรด้วย พ่อครูว่า...ภาษีก็ไม่ยอมเสีย สุทธิชัย หยุ่นว่า...แล้วมันจะได้จังหวะ ปฏิรูปเสียทีไหมครับ ผมว่าประชาชนเห็นด้วยนะ ถ้าจะปฏิรูป พ่อครูว่า...เชื่อว่าท่านทำแน่ กำลังทำอยู่ อย่าเพิ่งใจร้อน อย่าเพิ่งรีบร้อนเกินไป ให้โอกาสท่านบ้าง มันไม่ง่ายนะ สุทธิชัย หยุ่นว่า...เริ่มตรงไหนครับ พ่อครูว่า...ธรรมะ ถูกต้องแล้ว เริ่มต้นจากเรื่องเงินตรา ซึ่งเป็นปาราชิกข้อสำคัญ อาตมาเคยพูดว่า ในหมู่สงฆ์หมู่ใหญ่ หากตรวจเช็คเรื่องเงินทองนี้ ปาราชิกกันเกือบหมด ตัวเล็กตัวน้อยก็มี สุทธิชัย หยุ่นว่า...พระอาจารย์กล้าพูดว่า เกือบหมดนะครับ พ่อครูว่า...ถูกต้องแล้ว เพราะว่าทุจริตเกินกว่า 5 มาสก เอาเงินมาเป็นของเรา ทั้งที่ไม่ใช่ของเรา ไปฝากธนาคารก็ดี เอามาเก็บเป็นของส่วนตัวเลยก็ดี แม้แต่เคลื่อนจากฐาน เกินกว่าองคุลี ในเงินที่ไม่ใช่ของเรา ก็เป็นของทุจริต เราไปหยิบมา เคลื่อนที่เกินกว่าเท่านี้นิ้ว ก็ปาราชิกแล้ว สุทธิชัย หยุ่นว่า...แต่ที่ผ่านมา ไม่มีใครทักท้วง พ่อครูว่า...อาตมาท้วงเขาไม่ฟัง หากเขาฟังก็ต้องปรับตัวเอง แต่เขาไม่ฟังไม่เอา อาตมาออกมาแล้ว เราก็ไปแก้เขาไม่ได้ เราก็ได้แต่ทำที่เรา ก็ได้แต่ด่าๆๆๆ ขออภัยใช้ศัพท์ง่ายๆ ให้เข้าใจ ก็ได้แต่ตำหนิ สุทธิชัย หยุ่นว่า...ด่าแล้วได้ผลไหมครับ พ่อครูว่า...ก็ได้ผลบ้าง สำหรับคนที่ไม่กระด้าง แสวงหาความจริง สุทธิชัย หยุ่นว่า...หากเขาไม่กระด้าง ก็ต้องเชื่อแล้ว แต่นี้เขากระด้างมาก พ่อครูว่า...เขาเรียกว่าพระอลัชชี หน้าแข็ง มีเยอะ ก็ค่อยเป็นไป มันก็ดีขึ้นอาตมาว่า มันแสดงถึงสังคมไทย ประเทศไทย พระพุทธศาสนาคนนับถือทั่วโลก มันจะดีขึ้น สุทธิชัย หยุ่นว่า...เมื่อถึงความมืดสุดแล้ว มันก็จะเห็นแสงสว่าง 610606_คุณสุทธิชัย หยุ่น จาก TPBS สัมภาษณ์พ่อครู ธรรมะคือทางรอดของทุกสิ่ง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน