สื่อธรรมะพ่อครู(บวร) ตอน ชุมชนชาวอโศก เป็นสำนักสงฆ์ เป็นคอมมูน หรือเป็นเมืองลับแลกันแน่.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมพ่อครู(บวร) ตอน ชุมชนชาวอโศก เป็นสำนักสงฆ์ เป็นคอมมูน หรือเป็นเมืองลับแลกันแน่ คุณสุทธิชัย หยุ่นว่า... สวัสดีครับไทยแลนด์ไลฟ์ ฟังเสียงประเทศไทย วันนี้ผมมาที่ชุมชนราชธานีอโศก ที่อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานีครับ แน่นอนครับ ขาดไม่ได้ก็คือจะต้องมาสัมภาษณ์กับชุมชนนี้ ซึ่งคนข้างนอกที่ไม่เคยมา มีคำถามมากมายหลายอย่าง ทั้งในแง่ที่มีเขาสงสัย และในแง่ที่มีความชื่นชม คนที่จะตอบได้ก็คือ แน่นอนต้องเป็นเจ้าสำนัก กราบนมัสการครับท่านสมณะโพธิรักษ์ ก่อนมามีคนตั้งคำถามว่า ที่นี่คืออะไร ที่นี่เป็นชุมชน เป็นหมู่บ้านเป็นสำนักสงฆ์ เป็นคอมมูน หรือเป็นนครลับแลกันแน่ พ่อครูจะว่าอย่างไร พ่อครูว่า...ก็เป็นทุกอย่างที่พูดมา แม้แต่เป็นนครลับแลก็ได้ จะเป็นนครลับแลก็ได้ ที่จริงเราเป็นนครที่เปิดเผย ไม่ใช่เปิดเผยธรรมดา ถ่ายทอดทุกวัน ถ่ายทอด สถานที่นี้รายงานความจริง ทุกบรรยากาศ รายงานความจริง Jingle ของเราเป็นอย่างนั้นเลย ทุกบรรยากาศคือการรายงานความจริง ตลอดเวลา เพราะฉะนั้น เปิดเผยให้มาศึกษาได้ แม้แต่ทางนิตินัย ที่บอกว่าเป็นหมู่บ้าน ทางนิตินัยของมหาดไทย ก็เป็นหมู่ที่ 10 ตำบลบุ่งไหม อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี สุทธิชัย หยุ่นว่า...ก็ต้องมีผู้ใหญ่บ้าน พ่อครูว่า...มีพร้อม สุทธิชัย หยุ่นว่า...แล้วพระอาจารย์เป็นอะไรของที่นี่ครับ พ่อครูว่า...เป็นสมณะ สุทธิชัย หยุ่นว่า...ไม่ได้มีตำแหน่ง แต่ทุกคนก็ต้องยอมให้ยกให้ พ่อครูว่า...ก็เป็นส่วนตัวของเขา สุทธิชัย หยุ่นว่า...ไม่มีการสั่งอะไรไม่มีสิทธิ์อะไร พ่อครูว่า...มีสิทธิ์แต่อาตมาไม่ค่อยใช้อภิสิทธิ์ อย่าว่าแต่สิทธิ์เลยมีอภิสิทธิ์ด้วย สุทธิชัย หยุ่นว่า...ทำไมถึงมีอภิสิทธิ์ พ่อครูว่า...เขายกให้ยอมให้ จะสั่งอะไรเขาก็ไม่มีปัญหา อาตมา
อ่านต่อ
จึงต้องเกรงใจ เขายิ่งให้สิทธิ์เรา เรายิ่งต้องระมัดระวัง อย่าไปใช้อภิสิทธิ์เป็นอันขาด ให้เขาเองเขาพอใจ แล้วเขาเสนอมาทุกอย่างก็เป็นไปได้ สุทธิชัย หยุ่นว่า...ผมก็ได้เดินพูดคุยกับคนในนี้ โดยที่ไม่ได้เตรียมไว้ล่วงหน้า ซักถามทุกคน พ่อครูว่า...ออกรายการนี้ก็ไม่ได้เตรียมกันมา จะถามอะไร ก็ไม่รู้ สุทธิชัย หยุ่นว่า...ยืนยันได้ที่ท่านอาจารย์บอกนี้ ทุกคนเปิดหมด ทุกคำถามและก็เป็นไปอย่างที่พระอาจารย์ว่าด้วยก็คือ ที่นี่มีเสรีภาพทางความคิด จะอยู่ก็ได้จะไม่อยู่ก็ได้ จะมาจะใช้ชีวิตอย่างไร แต่ว่าจะช่วยกันที่จะอยู่ร่วมกัน ให้เป็นสังคมที่แปลกใหม่ สังคมที่มีแต่ให้ ซึ่งผมคิดว่า ตรงกับที่พระอาจารย์ตั้งใจ ที่จะทำให้มันเกิดขึ้น ผมเคยนั่งคิดเหมือนกันว่า พระอาจารย์สมณะโพธิรักษ์ ต้องการจะสร้างมนุษย์พันธุ์ใหม่ขึ้นมา ด้วยการที่ตั้งชุมชนขึ้นมาอย่างนี้ และมีกฎกติกาที่แปลกและแตกต่าง จากชุมชนสังคมทั่วไป ตามความหมายของพระอาจารย์ จริงหรือเปล่าที่พระอาจารย์ จะสร้างมนุษย์พันธุ์ใหม่คนไทย อีกแบบหนึ่งที่ไม่เหมือนคนอื่น พ่อครูว่า...ใช่ เป็นคนทันสมัยที่เก่าที่สุด พระพุทธเจ้าสร้างขึ้นแล้ว คนพันธุ์นี้ เรียกคนพันธ์โลกุตระ หรืออาริยะ อาตมาไม่ใช้เรียกคำว่า อริยะนั้น อาตมาเรียกว่า อาริยะ เพราะภาษาคำว่าอริยะ นั้นเพี้ยนไปแล้ว กลายเป็น ต้องนั่งไล่จับกันอยู่ทุกวันนี้ อาตมาก็เลยขอใช้ศัพท์เพิ่มเป็นคำว่า อาริยะ มันมีสามคำ แปลว่าเจริญ ศิวิไลซ์หมด อารยะ นี้ ทั่วโลกเขาใช้กันเป็นชาติอารยะ ประเทศอารยะ แต่ว่าเป็นคำที่มีน้ำหนักก็มีคำว่าอริยะ อริยะเขาก็ไปใช้ผิดออกเป็นเดรัจฉานวิชา เป็นฤาษีไปหมด อาตมาก็ไม่ไหวใช้ร่วมกันด้วยไม่ได้ เพราะมันจะเสื่อมมันคนละความจริง ก็เลยจะเพี้ยนความหมาย ก็เลยมาใช้คำว่า อาริยะ มีคำว่า อริยะ อารยะ และเราใช้คำว่าอาริยะ ศรีอาริยเมตไตรย์
สุทธิชัย หยุ่นว่า...คนที่จะเป็นอย่างที่พระอาจารย์ต้องการให้เป็น จะเป็นคนอย่างไร พ่อครูว่า...ตรวจสอบได้เลย ตามหลักฐานพระพุทธเจ้า เช่นตามธรรมวินัย โคตมีสูตร 8 หลัก หรือตามวรรณะ 9 อย่าง ซึ่งเรียกวรรณะ the classes แต่ไม่ใช่ชั้นวรรณะอย่างอินเดีย แต่เป็นคุณสมบัติของธรรมะ เช่น วรรณะ 9 1. เป็นคนเลี้ยงง่าย สุภระ เป็นคนเลี้ยงง่าย ไปง่ายมาง่ายอยู่ง่ายกินง่าย 2. เป็นคนที่เจริญพัฒนาได้ง่าย พัฒนาให้เจริญได้ง่าย สุโปสะ สั่งสอนอบรมฝึกฝนให้เจริญได้ง่าย ไม่ดื้อดึงดันไม่ดื้อด้าน ว่านอนสอนง่าย 3. เป็นคนกล้าจน หรือมักน้อย อัปปิจฉะ เอาไว้น้อยมีไว้น้อย หรือมาเป็นคนจน มีจิตพอเพียง มีเท่านั้นก็พอฉัน 4. สันโดษ สันตุฏฐิ เป็นคนที่มีเท่านี้ ก็พอใจ 5. เป็นคนขัดเกลากายวาจาใจ เปลี่ยนแปลงให้เป็นคนดีงามตามโลกที่เป็นมา ตามสัจธรรมที่พระพุทธเจ้าสั่งสอนให้เกิด เรียกว่า เป็นผู้สัลเลขธรรม 6. เป็นคนที่มีศีล เป็นศีลตามลำดับ ศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ศีลจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล เดี๋ยวนี้ ภิกษุเขาไม่ถือศีลแล้ว มีแต่วินัย 227 เมื่อไปถามว่าภิกษุทุกองค์ มีศีลเท่าไหร่ ก็บอกว่า 227 อันนั้นมันวินัย อันนั้นมันกฎหมายอาญาผิดวินัยรับโทษ แต่ศีลนี้คือธรรมนูญ คือพุทธธรรมนูญ เป็นธรรมนูญของศาสนาพุทธ มีอยู่ 43 ข้อ นี่คือศีลของศาสนาพุทธ พระทุกวันนี้ถือว่าไม่มีศีล มีแต่วินัย ไปยึดถือศีลสมาธิปัญญาที่ผิด วิมุติก็ไม่เป็นสัมมา หากคนไม่ปฏิบัติศีล ก็จะรู้สึกว่าเคร่ง แต่คนปฏิบัติได้เป็นปกติแล้ว ก็จะไม่เคร่งเครียดอะไร ไม่ต้องฝืนอะไร เป็นอัตโนมัติในตัวเลย เป็นเองเป็นเช่นนั้นเองเลย เป็นตถตา สุทธิชัย หยุ่นว่า...ก่อนที่ผมเข้ามา เห็นว่าคนที่นี้ น่าจะเครียดมาก แต่เข้ามาแล้ว คนยิ้มแย้มแจ่มใส พ่อครูว่า….อาตมาไม่เคยรู้เลยว่า อาการเครียดเป็นอย่างไร นึกไม่ออกเลย พยายามถามคนว่า เครียดเป็นอย่างไร สุทธิชัย หยุ่นว่า...สมัยก่อน พระอาจารย์ก็ดูเคร่งเครียดนะครับ พ่อครูว่า...โทรทัศน์เขาไม่ให้ ยิ้มออกอากาศ อาตมาก็เลยไม่ยิ้ม แต่ตอนนี้ ถือว่าเราไม่มีทุจริต กายวาจาใจอะไรก็ยิ้มได้ ให้คนได้รู้สึกดี พระพุทธเจ้าให้มีจิตที่ยินดี อภิปโมทยังจิตตัง เป็นผู้ตื่นผู้เบิกบาน ไม่ใช่เป็นผู้ที่เคร่งเครียด พระพุทธเจ้าก็ไม่สอน แต่ไปผิดเพี้ยนเอาเท่านั้นเอง 7. อาการน่าเลื่อมใส่ ปาสาธิกะ 8. แปล อปจยะ แปลว่า ไม่สะสมคือจะต้องมาจน 9. วิริยารัมภะคือยอดขยัน ปรารภความเพียร
สุทธิชัย หยุ่นว่า...ถ้าได้คนอย่างนี้ ตามที่พระอาจารย์สร้างขึ้นมา เขาก็จะเป็นคนกลุ่มน้อย ก็จะดูเป็นปมขึ้นมา จะไม่เหมือนปกติคนทั่วไป ก็เลยเป็นคนแปลกแยก เขาก็ต้องแปลกแยกก็ต้องเครียดสิ พ่อครูว่า...ตรงกันข้ามพวกเรา ก็แม้เขารังเกียจพวกเรา เราก็เข้าใจเขา แต่เราเป็นได้ชนิดที่ เขารู้จริงแล้วจะไม่รังเกียจ นอกจากเขาไม่เข้าใจทั้งนั้น ถ้าเขาเข้าใจแล้ว เราเป็นคนเสียสละ เป็นคนรับใช้ เป็นคนที่ไม่เอาเปรียบเอารัด ใครเขาจะไม่ชอบ ไปที่ไหนๆ เพราะฉะนั้นสถานีโทรทัศน์เดี๋ยวนี้ เด็กเราจบออกไป ทำงานตามสถานีต่างๆ เขาต้อนรับทั้งนั้นเลย ฝีมือดีทำงานได้ กวาดเช็ดถูยังได้เลย ไม่เรียกร้องมากด้วย ขึ้นเงินเดือนให้ก็ไม่ค่อยเอา เขาก็รับ ต้องการตลอดเวลา เพราะฉะนั้น อาตมาก็เลยขาดแคลนหน่อย เพราะไปทางโน้นต้องการอยากได้ก็ไปช่วยกัน สุทธิชัย หยุ่นว่า...ฉะนั้นก็แปลว่า คนที่ได้รับการฝึกฝนอย่างนี้ ควรจะเข้าไปเปลี่ยนสังคม ไม่ใช่ให้สังคมเปลี่ยนเรา พ่อครูว่า...แน่นอน อยู่เหนือสังคม เป็นโลกุตระ แต่ไม่ใช่เบ่งข่มนะ แต่อำนาจแรงของโลก ที่จะมามอมเมาให้เป็นไปตามโลกนั้นทำไม่ได้ เพราะมีอำนาจจิตแข็งแรงในตัวเอง จึงเรียกว่า อุตระ หรือโลกุตระ อยู่เหนือโลกอีกโลก เป็นอย่างนี้ แต่เขาทำอะไรเราไม่ได้ แต่ไม่ได้ไปเบ่งข่มเขา แต่ย้อนกลับ เรากลับรับใช้เขา เป็นคนเสียเปรียบดีกว่าได้เปรียบเขา เพราะเอาเปรียบมันเลว เสียเปรียบนี้มันดีกว่า สุทธิชัย หยุ่นว่า...มันขัดกับสัญชาตญาณมนุษย์ ที่ต้องเอาเปรียบอยากได้มีกิเลส แล้วเราสอนให้เขาขัดเกลา มันสวนทาง มันก็ต้องยากสิ พ่อครูว่า...ยากสิ ถ้าไม่ยากแล้วจะไปกราบเคารพเขา ที่ดีได้อย่างไร เขาก็ต้องว่าคนนี้ดี เขาทำสิ่งที่เราทำไม่ได้ ก็ต้องเคารพเขา มันก็ถูกต้องแล้ว สุทธิชัย หยุ่นว่า...พระอาจารย์สำเร็จไปแล้ว กี่เปอร์เซ็นต์ ครับ พ่อครูว่า...มั่นใจว่าอาตมาสำเร็จแล้ว อาตมาทำงานมา 47 ย่างเข้า 48 ปี บวชมา 47 ปีย่างเข้า 48 ปี บวชเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2513 ทำงานนี้มาตลอด ไม่เคยหวั่นไหว ไม่เคยเปลี่ยนความคิด มีแต่มุ่งหน้าได้ผลสำเร็จ ภาคภูมิใจชื่นใจที่ทำสำเร็จ จนมาถึงทุกวันนี้ อาตมาว่า ถ้าหากอาตมาจะตายลง ในวินาทีนี้ อาตมาก็ไม่ต้องกังวลอะไรอีกเลย เป็นแต่เพียงว่า สุทธิชัย หยุ่นว่า...ยังมีภารกิจที่ต้องทำอีกอย่างไปไม่ได้ พ่อครูว่า...อยากให้เผื่อพอ คืออาตมานี้ รับผิดชอบธรรมะ พระพุทธศาสนา ของพระสมณโคดม รับผิดชอบมาเพื่อที่จะสืบสาน ให้มันครบพุทธกัปป์ของท่าน มาได้ 2560กว่าปีแล้ว เหลืออีก 2000 กว่าปี ก็ยังไว้ใจไม่ได้ เพราะอัตราการก้าวหน้าของความเลว มันแรงขึ้นเรื่อยๆ สุทธิชัย หยุ่นว่า...มันเลวกว่าความดี ถ้าความเลวมันเก่งกว่า ชนะกว่าความดีนี้ เราจะมีความหวังไหมครับในโลกนี้ พ่อครูว่า….ก็นั่นสิ มันถึงต้องประมาทไม่ได้ เพราะฉะนั้น เราจะไปหวังอย่างประมาทไม่ได้ เราต้องเผื่อพอ เราต้องทำให้มั่นใจ เราไม่ใช่คนที่ทำอะไร โดยไม่รู้ว่าเราทำอะไร ทำไปแล้วได้เท่าไหร่ ได้ผลจริงหรือว่าเดาเอา ต้องวัดได้ประเมินได้ เพราะว่าพระพุทธเจ้า ท่านมีการตรวจสอบ นัยยะที่จะสรุปผล หรือว่ามีการคำนวน ของสิ่งที่ได้ แม้เป็นนามธรรม ไม่ใช่ว่าประมาณไม่ได้ ภาษาบาลีถึงเรียกว่า มัตตัญญุตา เป็นการประมาณได้ ไม่ใช่ว่า สุ่มสี่สุ่มห้า ไม่มีหลักฐาน แม้แต่เป็นนามธรรม ก็สามารถที่จะรู้ได้ วัดผลได้ สุทธิชัย หยุ่นว่า...อย่างนั้นก็แปลว่า พระอาจารย์เอง ยังไว้ใจไม่ได้ ยังจะต้องมีภารกิจ พ่อครูว่า...แหม ทวนไปแล้ว พูดเมื่อกี้นี้ มันมั่นใจได้ขั้นหนึ่ง แต่อาตมาจะเผื่อพอ ไม่ประมาท เพราะฉะนั้น ถึงบอกว่า มันจะหนักหนาสาหัส อาตมาก็จะยอมเกิดมาทำต่ออีก ถ้าแม้ว่าอาตมาตั้งเกณฑ์เอาไว้ว่า จะอยู่ถึง 151 ปี ปีนี้ 85 ย่าง สุทธิชัย หยุ่นว่า...อีก 60กว่าปี ก็151 พ่อครูว่า...ถ้าอาตมาอายุ 151 ก็ประมาณได้ว่า ถ้าอาตมาอายุไปถึง 144 จากนี้ไปอีก 2 นักษัตร เกือบสองรอบ อีก 36 ไปถึง 144 อาตมาจะปลดเกษียณตัวเอง แล้วชมผลงานอีก 7 ปีถึงจะตาย สุทธิชัย หยุ่นว่า...แต่ว่ามันจะได้หรือ พ่อครูว่า...ภาษาทางวิชาการ เขาใช้คำว่า สิ่งที่คาดไว้ว่า สุทธิชัย หยุ่นว่า...คือมีความมุ่งมั่น แล้วพระอาจารย์บอกว่า จะเกิดใหม่อีกครั้ง แล้วมันไม่ผิดคำสอน ของพระพุทธเจ้าด้วยครับ พระพุทธเจ้าบอกว่า ไม่ต้องเกิดมาอีก พ่อครูว่า...คำว่าไม่เกิดใหม่นี้ อันนั้นระดับหนึ่ง ความรู้ในระดับหนึ่ง เกณฑ์ของความรู้ในระดับประถม ก็ต้องจบสูงสุด คือของขั้นประถมก็คืออย่างนั้น ระดับมัธยมก็ต้องเกณฑ์เท่านี้ ระดับปริญญาตรีก็เท่านี้ ใช่ แต่มันมีระดับขึ้นไปอีก เราก็ทำตามสมควร ว่าจะทำถึงขั้นไหน อาตมามีหน้าที่ทำเช่นนี้ 610606_คุณสุทธิชัย หยุ่น จาก TPBS สัมภาษณ์พ่อครู ธรรมะคือทางรอดของทุกสิ่ง