สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน อารัมมณูปนิชฌาน คืออย่างไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน อารัมมณูปนิชฌาน คืออย่างไร _อ.นริศ แสงปัญญา นิมนต์พ่อครูอธิบาย 1. อารัมมณูปนิชฌาน 2. ลักขณูปนิชฌาน ว่าคืออะไร ...
ฌาน ตามพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) ฌาน 2 (การเพ่ง, การเพ่งพินิจด้วยจิตที่เป็นสมาธิแน่วแน่ - meditation; scrutiny; examination) 1. อารัมมณูปนิชฌาน (การเพ่งอารมณ์ ได้แก่ สมาบัติ 8 คือ รูปฌาน 4 และ อรูปฌาน 4 - object-scrutinizing Jhana) 2. ลักขณูปนิชฌาน (การเพ่งลักษณะ ได้แก่ วิปัสสนา มรรค และผล - characteristic-examining Jhana) วิปัสสนา ชื่อว่า ลักขณูปนิชฌาน เพราะพินิจสังขารโดยไตรลักษณ์ มรรค ชื่อว่า ลักขณูปนิชฌาน เพราะยังกิจแห่งวิปัสสนานั้นให้สำเร็จ ผล ชื่อว่า ลักขณูปนิชฌาน เพราะเพ่งนิพพานอันมีลักษณะเป็นสุญญตะ อนิมิตตะ และอัปปณิหิตะ อย่างหนึ่ง และเพราะเห็นลักษณะอันเป็นสัจจภาวะของนิพพาน อย่างหนึ่ง
พ่อครูว่า...สมาธินั้นที่ท่านว่าแน่วแน่ เป็นเชิงสมถะ แต่สมาธิของพระพุทธเจ้านั้นมีทั้งนิ่งและเคลื่อน มีสองเสมอ มีทั้งแก่นนิ่งและแกนวิ่ง แกนวิ่งยิ่งวิ่งได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งจะมีแกนนิ่งที่แข็งแรงมากขึ้นเท่านั้น ผู้ที่เข้าใจแต่ทางนิ่ง ก็อธิบายทางวิ่งไม่เก่ง ผู้ที่เอาแต่นิ่งอธิบายไม่ออก
คำว่า อารัมมณะ คือ Dynamic ตัววิ่ง คือ ตัวเคลื่อนไหว ลักษณะคือตัว static ตัวนิ่ง รูปธรรม อารัมมณะคือตัววิ่ง เราเองอย่าปฏิเสธตัวไหน คนที่มีลักษณะตัวนิ่งแล้วก็อย่าไปปฏิเสธตัวเคลื่อนไหว คนที่ได้ความเคลื่อนไหวแล้วแต่ตัวนิ่งไม่ได้ก็อย่าไปปฏิเสธตัวนิ่ง ต้องทำตัววิ่งของเราให้นิ่งให้ได้แล้วจะใช้ทั้งนิ่งทั้งวิ่ง ธรรมะของพระพุทธเจ้าจึงเป็นธรรมะ 2 เสมอในลักษณะที่เรียกว่า ยังมี เรียกว่าเกิดชีวะ ถ้าไม่เกิด
อ่านต่อ
ชีวะตายสนิทไปแล้วก็แล้วไปเถอะ อย่างนั้นมันเป็นศูนย์ไปเลย ถ้ามี 2 มันต้องขยับเขยื้อนต้องเดินทางต้องมีบทบาท ต้องรู้จักตัวอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาในตัววิ่ง ถ้าพิจารณาแล้วจบท่านก็จบ แต่ท่านอธิบายอยู่ในภาวะมรรคยังไม่จบ มรรค คือลักษณะ วิปัสสนาคือลักษณะ คือทำกิจแห่งวิปัสสนานั้นให้สำเร็จ ผล ท่านก็เรียกตัวนิ่งหมด วิปัสสนาก็ลักษณะ มรรค ก็ลักษณะ ผลก็ลักษณะ ก็เลยแยก ความต่างกันไม่ได้ เพราะไปเรียกเป็นลักษณะนิ่งไปหมด มรรค คือทางปฏิบัติ วิปัสสนาคือตัวปฏิบัติตนคือตัวสำเร็จ อาตมานับถือท่านพุทธโฆษาจารย์อย่างหนึ่งคือท่านซื่อสัตย์ต่อความรู้ ท่านดูอย่างไรท่านก็ซื่อสัตย์ต่อความรู้ท่านตรงจริง ท่านไม่คลี่คลายออกไป สู่อันอื่นที่ไม่ใช่อย่างนี้ ที่มันแตกต่างออกไป มันขยายมันโตมันพัฒนา ท่านตัดทิ้งเลย เอาแต่ตัวที่ท่านรู้อันเดียว แต่อาตมาเอาทั้งตัวที่ได้แล้วและตัวที่กำลังพัฒนาอธิบายทั้งตัว static และ Dynamic แล้วท่านขยายความว่า ลักขณูปนิชฌาน เพราะเพ่งนิพพานอันมีลักษณะเป็นสุญญตะ อนิมิตตะ และอัปปณิหิตะ อย่างหนึ่ง และเพราะเห็นลักษณะอันเป็นสัจจภาวะของนิพพาน อย่างหนึ่ง อธิบายตามพยัญชนะหมดเลย สุญญตะคือผลสำเร็จแล้ว อนิมิต มันไม่มีเครื่องหมาย อัปปณิหิตะ คือไม่ตั้งมั่น อีกอย่างหนึ่งคือลักษณะจริง เป็นสภาวะของนิพพาน เป็นสัจจภาวะ สิ่งที่ปรากฏจริง สัจจะที่เป็นจริงของนิพพาน แล้วมันเป็นอย่างไร แล้วผลเป็นอย่างไร ก็บอกฐานะของท่านบอกภูมิของท่าน ท่านกำลังอยู่ในระยะนี้ ท่านกำลังอยู่ในภาคปฏิบัติ ท่านพุทธโฆษาจารย์ ยังไม่ถึงขั้นเป็นผลแล้วเอาผลนั้นมาพูดสำเร็จได้ ก็ยังดีที่มีสภาพปฏิบัติอยู่ ขออภัยพูดที่เป็น เชิงข่มท่าน ท่านเป็นภันเต บวชก่อนอาตมา แต่อายุน้อยกว่า แล้วท่านเป็นผู้ทรงความรู้มีหลักฐานรับรองทางโลก อาตมาอายุยาวกว่าท่านนิดหน่อย แต่ท่านบวชก่อน แม้อาตมาจะเป็นอรหันต์ก็ต้องไหว้ท่าน ตามหลักธรรมพระพุทธเจ้านั้นไม่สับสน 610624_วิถีอาริยธรรม สันติอโศก เศรษฐศาสตร์ 5 ชนิด